ตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+

    ​ตอนที่51 ลานประลองอสูรเสียดฟ้า

    ​ตอนที่51 ลานประลองอสูรเสียดฟ้า

    "ท่านปู่ศิลาอสูรนี้มันเป็นเรื่องราวมาอย่างไรหรือท่านลองอธิบายให้ข้าฟังสักหน่อยสิ ข้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอาวุธศิลาก้อนนั้นสักเท่าไหร่..."

    องค์จอมกษัตริย์กล่าวกับท่านปู่ทวด พระองค์ใคร่อยากทราบความเป็นมาของไข่หินใบนั้นเช่นกัน


    ชายชราขมวดคิ้วแล้วเดินไปนั่งลงบนแท่นรับรอง องค์จอมกษัตริย์ตามไปนั่งเคียงคู่ และองค์ฮองเฮาพระนางลีหงษ์ภรรยาสุดที่รัก

    ทั้งสองฝ่ายต่างกระจายกันนั่งออกห่างไปคนละข้างพระนางเจ้าเฟยก็นั่งข้างพระเชษฐาคอยรับฟังเรื่องราวด้วยจิตใจจดจ่อ

    กริชเพชรยังคงยืนอยู่ที่ด้านหน้าของเหล่าเครือญาติที่รอนั่งฟังเรื่องราวของไข่ศิลาใบนั้น


    "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน..เมื่อเราย้ายเข้ามาอยู่บนเกาะแห่งนี้ เนื่องจากว่ามีน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถเพาะบ่มกายอสูรเหล่าลูกหลานให้เติบโตปราศจากสิ่งเจือปน พร้อมฟักออกมาเป็นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมันก็เป็นสถานที่ที่หายาก แต่ก็ไม่นับว่าสูงส่งอะไร ถ้าเทียบกับดินแดนอสูรวารีทั้งหลาย

    เขตแดนที่ท่านปู่ใหญ่ของพวกเจ้าปกครองอยู่..ที่นี่ก็ถือว่าเป็นนครเขตปกครองเล็กน้อยและต่ำสุด แต่เมื่อเทียบกับแถบถ้ำแห่งนี้ เป็นที่มีพลังที่พวกเราไม่อาจจะสืบค้นได้ว่ามันเป็นอะไร ปล่อยกระแสพลังอยู่ด้านในตรงก้อนหินที่เราคิดว่า เป็นอาวุธศิลาอสูรเทพไม่มีใครในตระกูลเรา สามารถครอบครองมันได้


    ดังนั้นจึงเห็นว่าที่นี่เป็นที่เก็บอาวุธเทพอย่างดี พวกเราจึงนำอาวุธเทพที่ได้รับการแบ่งปันมาจาก จอมจักรพรรดิอสูรวารีเก็บไว้ที่นี่ และสร้างประตูปิดปากถ้ำใช้ป้ายอาญาสิทธิ์ให้ลูกหลานเข้าไปเลือกได้คนละชิ้น อย่างที่พวกเจ้ารู้นั่นแหละ


    ดังนั้นก้อนหินศิลานี้มีมาก่อนที่พวกเราจะเข้ามายึดครอง ซึ่งข้าก็ไม่เคยรู้เลยว่ามันเป็นเผ่าพันธุ์สัตว์เลี้ยงบรรพกาล ผู้ที่ในอยู่โลกใบนี้มาก่อนเผ่าพันธุ์อสูรของเรา มีคำทำนายของต้นตระกูลของเผ่าพันธุ์อสูรว่า ถ้าเผ่าพันธุ์สัตว์เลี้ยงบรรพกาลปรากฏ และเติบใหญ่เมื่อใด

    ผู้ครอบครองมันจะสามารถยึดครองโลกอสูรใบนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวได้ แต่นั่นก็หมายความว่าต้องให้ เผ่าพันธุ์สัตว์เลี้ยงบรรพกาลนี้ พัฒนาการของมันถึงขีดสูงสุดจึงจะสามารถ มีพลังอำนาจเหนือพิภพนั่นก็หมายความว่า


    เมื่อมันยังเป็นไข่มีชีวิตอยู่ด้านในแบบที่เราเห็นกันอยู่นี่ มันก็ไม่มีพลังอำนาจใดๆ ที่จะช่วยให้ผู้ปกครองมันมีอิทธิฤทธิ์พอที่ จะต่อกรกับผู้อื่นได้เลยจนกว่าจะพัฒนาเลี้ยงดูมัน จนเติบใหญ่สู่ขีดจำกัดของตัวมันก่อน จึงจะมีพลังการรบสูงสุดหรือจะเรียกอีกนัยหนึ่งว่า อาวุธสัตว์เลี้ยงที่คอยทำตามคำสั่งนายเหนือมัน..."

    เสียงผู้เฒ่าพูดพร้อมกับหันหน้าไปมองกริชเพชร ชายหนุ่มขมวดคิ้วนึกถึงเกมส์ออนไลน์ที่เขาเล่นบ่อยๆ


    'ไอ้ไข่ใบนี้มันก็แค่สัตว์เลี้ยง ที่พบกันเกลื่อนกลาดในเกมส์ออนไลน์เท่านั้นเอง แค่มันมีระดับในตำนาน ซึ่งก็เป็นของหายากถ้าขายในเกมให้กับคนที่มีเอมเยอะๆ เจ้าของไอดีนั้นคงเลื่อนระดับเป็นเทพอย่างง่ายดาย เพราะตะลุยด่านผ่านไปก่อนคนอื่นเก็บเกี่ยวทรัพยากรอื้อซ่าเต็มคลัง จนคนอื่นตามไม่ทัน สุดท้ายทุกอย่างก็แพ้เทพทรูเหมือนสมัยนี้ ที่ทุกอย่างก็แพ้ผู้ที่มีพลังอำนาจ ด้านทรัพยากรเหนือกว่านั่นเอง..เฮ้อ.. ได้มาแล้วต้องหาเลี้ยงมันด้วยทรัพยากรที่หายากสูงส่งอีกต่างหากจะหมดทรัพยากรมากขนาดไหนวะเนี่ย'

    กริชเพชรคิดถึงแล้วเหนื่อยใจไม่ว่าเกิดที่ไหนวัฏจักรปลาใหญ่กินปลาน้อยผู้มีทรัพยากรมากก็มีอิทธิพลเยอะเป็นไปทั่วทุกมิติเลยหรือนี่


    "ท่านปู่ข้าขอเสนอความคิดเห็นสักอย่างได้ไหมเจ้าคะ..."

    เสียงของฮองเฮาฝ่ายซ้ายกระแอมขึ้นถามพร้อมกับชำเลืองตาให้พระสวามีขยิบตาเล็กน้อย เหมือนนางมีแผนยังไม่ได้ปรึกษากับองค์มหากษัตริย์ เหมือนจะบอกเขาว่านางพูดอะไรก็ให้สนับสนุนแค่นั้นเป็นพอ


    "มีอะไรหรือลีหงษ์..."

    เจ้าจี่อสูรจ้าวศาสตราผู้เป็นปู่หันไปถามหลานสะใภ้คนเล็ก


    "คือหม่อมฉันอยากขอความยุติธรรมจากท่านปู่และองค์กษัตริย์ ..."

    นางยกมือคารวะและกล่าวกับผู้อาวุโสตรงหน้า


    "ยุติธรรมเรื่องอะไรหรือ? ...."

    อสูรจ้าวศาสตราผู้เป็นปู่ทวดหันไปถามหลานสะใภ้

    เขาขมวดคิ้วอย่างสงสัย พระนางยกยิ้มหันไปมองไข่ในมือของเจ้าจี่


    "ไข่ใบนี้มันไม่ใช่อาวุธเทพที่มีไว้ให้บุตรหลานราชวงศ์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด มันเป็นของมีค่าควรเมือง ต้องถือว่าเป็นสมบัติของตระกูลที่มีชิ้นเดียว ดังนั้นองค์ชายสิบสี่จะหยิบฉวยเป็นของตัวเองโดยไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข ที่มันไม่ได้เป็นอาวุธเทพอย่างที่ได้รับอนุญาตให้ไปหามา

    เท่ากับเขาไปเอาของส่วนกลางมาเป็นของตัวเองหม่อมฉันเห็นว่ามันไม่ยุติธรรม ต้องคืนไข่ใบนี้สู่ท้องพระคลัง แล้วค่อยจัดสรรให้ผู้มีคุณสมบัติรับมันไป เช่นองค์รัชทายาทในภายภาคหน้าเจ้าค่ะ..."

    เสียงของนางเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวเหมือนกับว่าของสำคัญนี้ ไม่สามารถแบ่งให้ผู้อื่นไปได้ยกเว้นลูกๆ ของนางเท่านั้น


    "ที่เจ้าพี่ลีหงษ์พูดอย่างนี้ ก็ไม่ถูกนะเจ้าคะองค์ชายสิบสี่เป็นคนทำสัญญาได้ ซึ่งไม่เคยมีปรากฏมาตั้งแต่ตั้งราชวงศ์มาเลย ถือว่าเขาเป็นผู้มีบุญวาสนา จะมาชุบมือเปิบเยี่ยงนี้ได้อย่างไร น้องหญิงไม่เห็นควรสักเท่าไหร่นะเสด็จพี่..."

    พระนางเจ้าเฟยหันไปมองหน้าพี่ชาย


    จอมกษัตริย์ยิ้มแหยๆ ชำเลืองมองดูภรรยาสุดที่รัก รู้สึกใบหน้าของนางเข้มเอาจริงกับเรื่องนี้ ถ้าเป็นคนอื่นทักท้วงเขาคงจะรีบห้าม แต่สำหรับพระขนิษฐาคนนี้ของพระองค์เป็นน้องสุดที่รัก และดูแลกันมาตั้งแต่เล็กๆ จึงทำให้มีความผูกพันรักใคร่และเกรงใจนางถึงสามส่วน


    "น้องหญิงเจ้าก็อย่ามากเรื่องเลยนะของชิ้นนี้ถือว่าเป็นสมบัติส่วนกลาง องค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายนางก็พูดถูก และมันก็ไม่ได้เป็นวิญญาณอาวุธ

    เมื่อลูกโจวเอาออกมาก็ถือว่าผิดกติกา เขาต้องคืนส่วนกลาง แล้วค่อยให้ผู้มีคุณสมบัติดูแลปกป้องรักษามันได้ไม่ถูกกว่าหรือ

    ถ้าองค์ชายสิบสี่อยากได้จริงๆ ก็เข้าช่วงชิงถือว่าเป็นการยุติธรรมไม่ใช่หรือน้องหญิง..."

    องค์กษัตริย์พยายามหาเหตุผลพูดกับน้องสาวดูเหมือนว่ามันจะมีเหตุผลอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่มีจิตใจลำเอียงขนาดนี้ก็ไม่สามารถหาเหตุผลที่ฟังแล้วดูดีแบบนี้มาเอ่ยอ้างได้


    "ฮ่าๆ ..ของนี้มีเจ้าของแน่นอนผู้ที่ครอบครองมันก็ต้องมีบุญวาสนา และความเกรียงไกรฝีมือโดดเด่นหลานเราพูดก็ถูกต้อง เอาอย่างนี้เพื่อตัดความขัดแย้งเรื่องไข่สัตว์เลี้ยงเผ่าพันธุ์บรรพกาล เราท่านปู่จะตัดสินเลยก็แล้วกันเราใช้กฎใครเป็นใหญ่คนนั้นมีอำนาจเหนือกว่า เมื่อฝ่ายองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายข้องใจ ในสมบัติชิ้นนี้ก็ส่งตัวแทนออกมาสู้กับองค์ชายสิบสี่ ใครเป็นผู้ชนะผู้นั้นครอบครองไข่ใบนี้ไป เจ้าเห็นว่าท่านปู่ผู้นี้ยุติธรรมหรือไม่...."


    เสียงของเจ้าศาสตราวุธเจ้าจี่กล่าวขึ้น  เขามีความรู้สึกลึกๆ ภายในจิตใจว่าองค์ชายสิบสี่มีความสามารถเพียงพอถึงได้ยึดครองไข่ใบนี้ออกมาได้

    ทั้งๆ ที่ตลอดมาเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ไม่สามารถค้นพบความลับของฟ้า เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงบรรพกาลตัวนี้ได้มาก่อนเลย ดังนั้นเพื่อลดความขัดแย้ง และเชื่อมั่นว่าองค์ชายสิบสี่ ต้องมีความสามารถเพียงพอเอาชนะ เหล่าลูกหลานองค์ฮองเฮาได้


    เพราะเขารู้จักเด็กพวกนั้นดี องค์ฮ่องเฮาเมื่อได้รับคำชี้ขาดแบบนี้ นางก็ไม่อาจจะกล่าวอะไรได้ หันไปมององค์กษัตริย์ที่ตอนนี้นั่งอ้ำอึ้งอยู่ ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงดี


    แต่เมื่อมีคำตัดสินของท่านปู่ ซึ่งน้อยครั้งที่จะมาเกี่ยวข้อง กับเรื่องลูกหลานภายในราชวงศ์ พระองค์ก็ไม่อาจปฏิเสธข้อเสนอนี้ได้

    ต้องเออออห่อหมกตามเจ้าศาสตราวุธเจ้าจี่ ใจจริงของพระองค์กษัตริย์ อยากจะยึดใข่ใบนี้ไว้ให้กับองค์รัชทายาทมากกว่า ที่จะมอบให้ผู้ที่ชนะในการประลองครั้งนี้


    "เสด็จปู่ก็เป็นไปตามที่ท่านกล่าวก็แล้วกัน.."

    เสียงองกษัตริย์ตรัสขึ้นเบาๆ ขณะที่ชำเลืองมองไปที่เมียสุดที่รัก


    "เสด็จพี่เจ้าค่ะ..องค์ชายรองกับองค์ชายสาม เข้าด่านเก็บตัวฝึกกายอยู่ ที่ดินแดนอสูรวารีคงไม่กลับมา องค์ชายเก้าก็บาดเจ็บ ถ้าอย่างนั้นหม่อมฉันเสนอให้องค์หญิงใหญ่ ต่อสู้กับองค์ชายสิบสี่ เพื่อรับไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาลดีไหมเจ้าคะ...."


    พระนางลีหงษ์กล่าวขึ้นขณะที่หันไปมองหน้าลูกสาว องค์หญิงใหญ่ยิ้มกริ่มดวงตาส่องประกายวาววับ นางเจ็บแค้นตั้งแต่ถูกองค์ชายสิบสี่ชนะหมากแปดทิศ ทำให้หญิงสาวอับอายขายหน้า วันนี้นางได้ยินข้อเสนอที่พระมารดาให้นางได้มีโอกาสตบตีไอ้เด็กหน้าขาวตรงหน้าให้หนำใจทำไม? นางจะไม่ลิงโลดจนแทบกระโดดตัวลอย


    "นะคะพระบิดาหม่อมฉันจะไม่รุนแรงกับองค์ชายสิบสี่จนพิกลพิการไปหรอกเจ้าค่ะ แค่พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าต้องรู้จักเคารพยำเกรงผู้ที่เข้มแข็งกว่า ไม่ใช่เพียงแต่สติปัญญาเท่านั้น แต่มันต้องประกอบด้วยหลายสิ่งทั้งกายอสูร และพลังดวงจิตแก่นแท้ หม่อมฉันขอพิเศษหน่อยนะเจ้าคะ หม่อมฉันขอใช้ลานประลองอสูรเสียดฟ้าประลองกับน้องชายผู้นี้..."


    หญิงสาวเสนอต่อทันทีนางเห็นว่ากริชเพชรเป็นลูกไก่ในกำมือ พร้อมที่จะขย้ำให้หนำใจจะทุบเขาให้พิการ จนไม่สามารถฝึกกายอสูรได้อีกต่อไป

    "ไม่ได้นะเจ้าคะ..การประลองครั้งนี้ต้องมีสักขีพยานใช้หออสูรเสียดฟ้า ซึ่งที่นั่นไม่มีใครรับรู้ผลแพ้ชนะได้ จนกว่าจะมีผู้รอดชีวิตออกมาจากหอนั้น

    แบบนี้ถ้าเกิดมีใครพลั้งมือทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัส ใครจะช่วยได้ทันล่ะเพคะ..."


    เสียงของพระนางเจ้าเฟยรีบขัดขวางข้อเสนอนี้ทันที เพราะนางรู้ดีว่าหอเสียดฟ้ามีไออสูรปกคลุมอยู่ทั่วนาตาปี ไม่มีผู้ใดส่งกระแสจิตหรือคลื่นพลัง เข้าไปรบกวนลานประลองอสูรแห่งนี้ได้ เวลาต่อสู้ประลองกันไม่มีใครที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยผู้แพ้ได้ ต้องให้ผู้ชนะจัดการจนหนำใจ ถึงจะสามารถออกมาได้แม้ว่ามีกฎที่จะไม่สามารถปลิดชีพคู่ต่อสู้ แต่ก็ไม่ห้ามในการทำลายคู่ประลองจนถึงพิการ หรือหมดอนาคตในการพัฒนาตนเองได้อีกต่อไป


    ซึ่งหอเสียดฟ้านี้เป็นลานประลองที่มีไว้ให้กับผู้ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง จนไม่อาจอยู่ร่วมโลกเดียวกันได้ แต่คำสั่งของจอมราชันย์อสูรวารี สั่งห้ามไม่ให้ลูกหลานเข่นฆ่ากันเอง จึงตั้งหอนี้ขึ้นเพื่อพิสูจน์ชัยชนะแบบหนำใจ เพื่อลดการขัดแย้งที่นำไปสู่ความตาย


    "หม่อมฉันก็ไม่เห็นด้วย..หม่อมฉันไม่ให้ลูกหม่อมฉันไปต่อสู้บนหอนั้นเด็ดขาด องค์ชายสิบสี่เพิ่งกลับมาจากน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เขาจะสู้องค์หญิงใหญ่ได้ยังไง นางเกิดก่อนพัฒนาการของนางไปไกล เกินกว่าบุตรชายของหม่อมฉันจะเทียบเคียงได้..."

    องค์ฮองเฮาฝ่ายขวาขัดขึ้นทันที


    "และพระองค์ก็ไม่ยุติธรรมด้วยลูกของหม่อมฉัน เขาทำสัญญากับหินศิลาอสูรเทพนี้แล้ว มันก็ยอมรับในตัวองค์ชายเช่นกัน ถ้าไม่อย่างนั้นเขาจะเอามันออกมาได้อย่างไร ซึ่งในตะกูลที่ผ่านมาก็ไม่มีใครทำได้อย่างนี้จะมาแย่งชิงกันหน้าด้านๆ หม่อมฉันไม่เห็นด้วย พระองค์จะลำเอียงเกินไปแล้ว เขาก็เป็นบุตรชายของพระองค์ผู้หนึ่งเช่นกันนะพระองค์ลืมไปแล้วรึ..."

    ฮองเฮากระชากเสียงว่าสามีอย่างเดือดดาล น้ำตาไหลเอ่อคลอเบ้าน้อยใจเหลือกำลัง


    "เจ้าอย่าพูดมากเลย นี่เป็นข้อเสนอของท่านปู่ทวดที่เห็นการณ์ไกลว่าใคร จะมีบุญวาสนาที่แท้จริงนี่ เป็นเรื่องความอยู่รอดของราชวงศ์ ไม่ใช่เรื่องความรักความใคร่ส่วนตัว ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็คืนไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาลมาให้ข้าสิ แล้วการประลองก็ไม่ต้องเกิดขึ้นแค่นี้จบไหม...."


    องค์กษัตริย์ไม่ลดราวาศอกเขารู้สึกเดือดดาลขึ้นมา เมื่อได้ยินเสียงของภรรยาที่เขาไม่ต้องการแต่งด้วย แม้เป็นเพียงลมหายใจของนาง ในความรู้สึกขององค์ราชาก็รู้สึกว่านางผิดขวางหูขวางตาไปหมด


    "ท่านพี่..ท่านพูดเยี่ยงนี้ได้อย่างไร..."

    องค์เฮาฝ่ายขวาตัวสั่นเทา ด้วยความเดือดดาล


    "ลูกรักเจ้าอย่าเดือดดาลเลย..เมื่อผู้อาวุโสได้ตัดสินใจเยี่ยงนี้ไปแล้ว ก็ให้หลานชายได้เข้าประลองเถอะข้ายังเชื่อมั่นในตัวเขา ถ้าฟ้าไม่ประทานสิ่งที่ดี ให้กับองค์ชายสิบสี่ เขาจะมีวันนี้ให้พวกเราได้ชื่นชมหรือ..."

    เสียงของผู้ตรวจการใหญ่เอ่ยกับบุตรสาว เขาจับแขนนางทำให้หญิงสาวสงบลง ท่านตาขององค์ชายสิบสี่ มีความรู้สึกว่าหลานชายผู้นี้ไม่ธรรมดา เขาต้องมีดีพอที่จะกำราบองค์หญิงใหญ่นี้ได้ ไม่เช่นนั้นเขาจะยึดเอาไข่สัตว์อสูรบรรพกาล มาครอบครองได้อย่างไร


    และการประลองบนหอที่ไม่มีใครพบเห็นอาจจะเป็นการดีต่อองค์ชายสิบสี่ก็ได้ ถ้าเขาใช้ไม้ตายที่ซ่อนไว้ จะทำให้เขาสามารถจัดหนักองค์หญิงใหญ่ได้อยู่หมัด โดยคนอื่นไม่สามารถรับรู้ได้ มันเป็นสิ่งที่ดีกับหลานชายของตน ที่จะปกปิดไม้ตายนี้ได้ต่อไป เพราะเขาย่อมรู้ดีว่าศัตรูขององค์ชายสิบสี่มีมากเหลือเกิน ซ่อนเก็บงำเขี้ยวเล็บไว้ย่อมเป็นการดี มากกว่าเปิดเผยให้ผู้อื่นได้รับรู้


    "ท่านพ่อมันจะดีจริงหรือ..."องค์ฮองเฮา เจ้าจิงจงหันไปถามบิดา เขาพยักหน้าทำให้บุตรสาวมีความมั่นใจ

    .............................................................................................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+ ที่คุณอ่าน