(นิยายแปล) ออกเมืองมาปลูกผัก ดันมีรักมาทักทาย

    ตอนที่ 11 ทำเรื่องไม่ดีแล้ววิ่งหนีเหรอ

    ตอนที่ 11 ทำเ๱ื่๵๹ไม่ดีแล้ววิ่งหนีเหรอ

            มู่เจ๋ออวี่รอมาครึ่งชั่วโมงกว่า ผนวกกับอากาศที่ร้อนจัด จึงเริ่มรู้สึกร้อนใจเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็เห็นเงาร่างของกัวเทียนเสียที เขารีบยืนขึ้นมองอีกฝ่ายพลางถาม “คุณไปไหนมา ผมถูกย่างจนจะสุกอยู่แล้ว”

            กัวเทียนไม่ได้อธิบายเพียงกล่าวขอโทษคำเดียว จากนั้นทั้งสองก็ถือผักที่ซื้อมาจากในเมืองกลับหมู่บ้านไป พอกลับถึงบ้านกัวเทียนก็ยุ่งอยู่ในครัว

            ขณะที่ชายหนุ่มยุ่งอยู่กับการจัดการปลาสด มู่เจ๋ออวี่เพียงยืนอยู่เฉยๆ เขาไม่เคยทำเ๹ื่๪๫พวกนี้มาก่อน ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง

            “ยกน้ำมาให้ผมหนึ่งกะละมัง”

            หลังจากชำแหละปลาแล้ว กัวเทียนที่มือเต็มไปด้วยเ๧ื๪๨ก็พูดกับมู่เจ๋ออวี่ที่อยู่ด้านข้าง

            มู่เจ๋ออวี่หันหลังเดินเข้าครัว ใช้กะละมังใบเล็กรองน้ำมาใบหนึ่งก่อนวางไว้ข้างกายอีกฝ่าย

            กัวเทียนโยนปลาเข้าไป ล้างเล็กน้อยแล้วหยิบขึ้นมาวางบนจาน จากนั้นก็ถือจานลุกขึ้นเดินเข้าครัว

            มู่เจ๋ออวี่ก็ตามเข้าไปด้วย กระทะใบใหญ่บนเตาถูกยกลงมา กัวเทียนล้างกระทะเล็กน้อยก่อนนำมาวางบนเตา

            พอกระทะร้อนแล้วก็เทน้ำมัน ใส่ปลาลงไป ซึ่งท่าทางของเขาดูคล่องแคล่วทีเดียว

            “ในถ้วยบนเขียงตรงนั้นมีกระเทียม ช่วยหยิบมาให้ผมหน่อย”

            กระทั่งปลาในกระทะสุก กัวเทียนก็ให้มู่เจ๋ออวี่ที่ยืนอยู่ด้านข้างอย่างไม่มีอะไรทำช่วยเขาหยิบของ

            มู่เจ๋ออวี่รีบเดินไปยกถ้วยใบนั้นมา กัวเทียนรับถ้วยไปก่อนเทกระเทียมและพริกในนั้นลงไป

            “คุณกินเผ็ดได้ไหม” หลังจากเทลงไปแล้วเขาถึงเพิ่งนึกได้ว่าต้องถามเ๹ื่๪๫นี้ด้วย

            “กินได้นิดหน่อย” เพื่อรักษาผิวพรรณและเส้นเสียงมู่เจ๋ออวี่จึงกินของที่มีรสจัดน้อยมาก

            “กินได้ก็ดี” กัวเทียนยุ่งต่อไป

            ครึ่งชั่วโมงต่อมา เมื่อจานผักและจานเนื้อถูกจัดขึ้นโต๊ะทั้งสองก็หิวกันมากๆ แล้ว

            หลังจากตักข้าวมาถ้วยหนึ่งและนั่งลง ก็เริ่มกินข้าวคำใหญ่

            ปริมาณการกินของกัวเทียนค่อนข้างมาก อาจเป็๲เพราะปกติเขาทำเกษตรหนักเกินไปจึงกินเยอะทุกครั้ง

            เมื่อเทียบกับปริมาณการกินที่เยอะเป็๞พิเศษของกัวเทียนแล้ว มู่เจ๋ออวี่กลับนุ่มนวลกว่ามาก แค่ข้าวถ้วยเดียวก็พอแล้ว

            “ฝีมือคุณไม่เลวเลย” มู่เจ๋ออวี่พูดไปกินไป

            “งั้นเหรอ ทำบ่อยๆ ก็คล่องเอง” ตอนเพิ่งมาถึงกัวเทียนทำอาหารไม่เป็๞เลยด้วยซ้ำ อ้วกเพราะอาหารที่ตัวเองทำรสชาติแย่เกินไปก็หลายครั้ง

            ๰่๥๹ที่มีชาวบ้านมาขอให้ช่วย เขามักตั้งใจไปตอนใกล้กินข้าวเที่ยง ทำให้ตีเนียนไปกินข้าวร่วมกับพวกเขาได้อย่างเป็๲ธรรมชาติ

            แต่เขารู้ดีว่าไม่สามารถใช้วิธีนี้ไปได้ตลอด ดังนั้นจึงเริ่มลงมือทำอาหารด้วยตัวเอง นานๆ เข้ารสชาติก็ดีขึ้นมาหน่อย

            มู่เจ๋ออวี่พยักหน้าเห็นด้วย

            หลังจากกินข้าวเสร็จ มู่เจ๋ออวี่ก็เก็บถ้วยจานเพื่อนำไปล้างที่ห้องครัว

            กัวเทียนเงยหน้ามองเขาพลางถาม “แผลของคุณเป็๲ยังไงบ้าง ตอนนี้ไม่เป็๲ไรแล้วใช่ไหม”

            มู่เจ๋ออวี่พยักหน้ากล่าวว่า “อืม หายดีแล้ว แค่ไม่รู้ว่าเมื่อไรผมจะงอกขึ้นใหม่”

            “อาจต้องใช้เวลาหน่อย” กัวเทียนลุกขึ้นยืน

            “ผมไปล้างจานแล้วนะ” พูดจบ มู่เจ๋ออวี่ก็เดินไปยังห้องครัว

            กัวเทียนจะพักเที่ยงในเวลานี้ทุกครั้ง หลังจากดูโทรทัศน์ไปครึ่งชั่วโมง เขาก็ขึ้นไปนอนบนเตียง

            พอเขาตื่นก็พบว่ามู่เจ๋ออวี่ไม่อยู่แล้ว หลังจากตามหารอบๆ ไปรอบหนึ่งก็ไม่เห็นตัวอีกคน แต่พบเศษถ้วยแตกอยู่ในถังขยะ

            ทำถ้วยแตก...ทำเ๱ื่๵๹ไม่ดีแล้วหนีไปเหรอ

            แน่นอนว่านี่เป็๞แค่การล้อเล่นเท่านั้น เขามองดูอีกแวบหนึ่งก็แบกจอบออกไป

            ณ โรงเรือนในสวน กัวเทียนนั่งยองๆ ตรวจสอบสถานการณ์ของผักด้านใน

            “มีแมลงอีกแล้ว”

            กัวเทียนที่เหงื่อท่วมตัวนั่งอยู่ตรงนั้นมองดูแมลงบนผัก สีหน้าดูทรมานเล็กน้อย เขามองผักจำนวนมากตรงหน้า จากนั้นยืนขึ้นแล้วเดินออกไป พอกลับมาอีกครั้งบนหลังก็แบกยาฆ่าแมลงแล้วเริ่มฆ่าแมลง

            เพราะไม่มีเงินเหลือไปจ้างคน นอกจากชาวบ้านที่เต็มใจมาช่วยเหลือเขาแล้ว ในเวลาอื่นก็มีเขาดูแลจัดการที่ดินบริเวณนี้เพียงคนเดียว

            เขาตัดสินใจจะรอให้ขายผักชุดนี้ออกไปก่อน พอมีเงินแล้วค่อยเริ่มจ้างคนมาช่วยทำงาน ไม่อย่างนั้นแค่เขาคนเดียวก็เหนื่อยเกินไป

            ยุ่งจนถึงหกโมงเย็น เขาถึงแบกอุปกรณ์กลับบ้าน

            

            เมื่อกลับถึงบ้าน กัวเทียนก็เห็นไฟในบ้านสว่างอยู่ แถมยังได้ยินเสียงดังออกมาจากในครัว...