บทที่179ข้อเสนอ
อาศัยความชำนาญและรอบรู้ในเส้นทางปลอดภัยสู่บึงลี้ลับไม่นานฮุ่ยจวินก็สามารถร่องแพที่มัดรวมด้วยท่อนไม้แห้งไปถึงหลุมกลางแม่น้ำร้อยลี้ทางตอนเหนือระหว่างทางแม้ประสบความอันตรายทางธรรมชาติของแม่น้ำร้อยลี้มาบ้าง แต่มันก็สามารถเอาตัวรอดได้อย่างปลอดภัย
แพไม้ทะยานลงสู่หลุมกลางแม่น้ำตามกระแสที่พัดพาเคลื่อนผ่านประตูค่ายกลซึ่งซุกซ่อนหลังม่านน้ำตก นี่นับเป็นครั้งแรกที่มันได้หวนคืนกลับสู่บึงลี้ลับอีกครั้งหลังจากไปนานเพียงเหยียบย่างลงสู่บึงลี้ลับด้วยขาก้าวแรก ใบหน้าที่แสดงความคำนึงถึงก็พลันมลายหายภาพบึงบัวที่กระจุยกระจาย กลิ่นคาวโลหิตที่คละคลุ้ง กอปรกับกลิ่นเหม็นไหม้ที่ปกคลุมไปทุกอณูแห่งบรรยากาศในสถานที่อันเป็นปริศนาแห่งนี้ได้ทำให้ฮุ่ยจวินนิ่งงันไป
ครั้งแรกที่มาย่อมมีกลิ่นบุปผาที่ชวนดึงดูดมีภาพความงดงามของธรรมชาติที่ราวกับแดนเซียน ทว่าบัดนี้สิ่งเหล่านั้นล้วนมลายหายไปราวธาตุอากาศคล้ายแดนสุขาวดีได้แปรเปลี่บนเป็นขุมอเวจีอย่างกระทันหัน!
“เกิดสิ่งใดขึ้น?”
คำถามแรกหลุดออกจากปากของฮุ่ยจวินอย่างมิอาจควบคุมซึ่งก็เป็นคำถามเดียวกันกับที่มันเคยหลุดปากเมื่อได้ไปเห็นแดนเหมัตน์ศักดิ์สิทธิ์ถูกสังหารล้างการได้เห็นคนตายทั้งพรรคในแดนศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มันรู้สึกงุนงงแลสะเทือนใจเป็นอย่างมากแต่การได้กลิ่นคาวโลหิตและเศษซากที่กระจุยกระจายไม่เหลือชิ้นดีในบึงแห่งนี้กลับทำให้มันหนาวเหน็บและหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างยิ่งกว่า
บางสิ่งบางอย่างที่ว่าก็คือเหตุการณ์ไม่คาดฝันในแดนศักดิ์สิทธิ์นั่น!
ฮุ่ยจวินรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งกายมันไม่รอช้ารีบทะยานร่างไปยังที่ตั้งพรรคปธุมอัคคีในทันที หนึ่งก้าวที่ย่างผ่าน เศษซากที่กระจุยกระจาย ภาพทิวทัศน์ที่ย่อยยับ เหล่านี้ยิ่งทำให้ฮุ่ยจวินรู้สึกหนักอึ้งทุกหนึ่งก้าวของมันจึงยิ่งเชื่องช้าลง และเพราะเชื่องช้าลงมันถึงได้สังเกตุว่า เมืองศูนย์กลางอันเป็นเมืองอิสระในบึงลี้ลับโดยไม่ขึ้นต่อผู้ใดนั้นตอนนี้ได้กลับกลายเป็นภาพอันโล่งเตียนพร้อมกับเถ้าถ่านที่กองทับทมเป็นหย่อมๆ แล้ว
เดินไปอีกหลายสิบเก้าร่องรอยของคมอาวุธที่ฝังลึกตามจุดต่างๆ ก็ยิ่งเด่นชัด ละอองควันดำที่เกิดจากการพัดพาของสายลมดูฟุ้งกระจายไม่เพียงแต่เมืองศูนย์กลางที่หายไป พรรคปธุมอัคคีเองก็มอดไหม้ไร้ชิ้นดี!
บึงลี้ลับ สวรรค์ของผู้ฝึกญาณบัดนี้ได้กลับกลายเป็นสุสานใต้ผืนน้ำไปแล้ว
“ท่านย่าทุกคน"
ฮุ่ยจวินนัยน์ตาสั่นพร่าดวงตาแดงก่ำ มันเมื่อเห็นสภาพของพรรคปธุมอัคคีก็ยิ่งนึกถึงบ้านของท่านลุงที่เหลือเพียงเถ้าถ่านความร้อนลุ่มใจเพิ่มเท่าทวีคูณ แม้ไม่อยากคิดถึงชะตากรรมที่เกิดกับบึงลี้ลับจะเหมือนกับท่านลุงและฮุ่ยไป๋แต่มันก็อดที่จะคิดไม่ได้ มันเข้าไปยังจุดศูนย์กลางของเศษซากที่ไหม้เกรียม ที่ตรงนั้นเต็มไปด้วยเศษซากกระดูกของผู้คนดูเหมือนจะมีคนตายมากมายที่นี่
ภาพตรงหน้าทำให้สมองของฮุ่ยจวินลั่นอึงอนชายหนุ่มเบิกตาและออกควานหาทั่วบึงลี้ลับ ควานหาร่องรอยของผู้คน แต่นอกจากเศษกระดูกและเถ้าจากการเผาไหม้ของอาคารแล้วสิ่งมีชีวิตซักชนิดก็ไม่ดำรงอยู่!
“จะเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรท่านย่า ท่านอยู่ที่ไหน"
ฮุ่ยจวินเสมือนคนขาดสติมันวิ่งพล่านไปทั่วบึงลี้ลับอีกหลายรอบ สุดท้ายไปยังบึงบัวซึ่งถูกวางเป็นแก่นฐานแห่งค่ายกลพลังญาณค่ายกลบัวอัคคีไร้จีรัง ที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ครานั้นมันดัดแปลงพลังและกฎเกณฑ์แห่งค่ายกลให้โลหิตเทียมสามารถกระตุ้นการทำงานซึ่งค่ายกลพลังญาณสำคัญนี้จะไม่ถูกใช้ง่ายๆ หากไม่ประสบเรื่องจวนตัวหรืออันตรายร้ายแรงที่ยากรับไหวทว่าวันนี้ ท่ามกลางเศษซากปรักหักพลังและกองกระดูกที่ถูกเผาไหม้ไปพร้อมอาคาร ค่ายกลได้ถูกใช้ไปแล้ว!
นั่นย่อมหมายความว่าบึงลี้ลับระหว่างที่มันไม่อยู่ได้มีศัตรูตัวฉกาจปรากฏ!
ฮุ่ยจวินถ่ายทอดพลังสุดเสียงจนก้องสะท้านบึงบัวก็ไม่มีผู้ใดขานตอบรับความเป็นห่วงท่านย่า ห่วงพี่น้องบุญธรรม และห่วงทุกคนก็ยิ่งฉายชัด มันในตอนนี้มืดแปดด้านไม่รู้ว่าจะทำอะไรก่อนดี ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียคนสำคัญยิ่งเท่าทวีคูณ ไม่รู้ท่านย่าของมันรวมถึงเหล่าพี่น้องและคนรู้จักจะเป็นตายร้ายดีประการใด ใช่จะเป็นหนึ่งในกองกระดูกที่ถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับอาคารหรือไม่!
“ท่านจะต้องไม่เป็นอะไรท่านย่า ทุกคน"
ฮุ่ยจวินแม้อดทนอดกลั้นไม่แสดงอาการดั่งคนที่อ่อนแอหรือเศร้าใจแต่มันก็อดที่จะมีน้ำตารื้อชื้นขึ้นมามิได้ บ้านที่กลับเมื่อไม่มีคนรออยู่ก็ไม่มีความหมายมันจึงไม่คิดที่จะรั้งอยู่ มันคิดที่จะออกไปสืบดูเรื่องราวว่าเกิดสิ่งใดกับบึงลี้ลับบางทีมันอาจทราบข้อมูลอันเป็นประโยชน์ และอาจทราบถึงเรื่องท่านย่ารวมถึงพี่น้องของมันก็ได้
แต่ขาอันหนักอึ้งยังมิทันจะได้ก้าวพ้นเสียงสตรีที่ชวนคุ้นหูนางหนึ่งก็ดังสะท้อนมา เสียงนี้แฝงด้วยความสาสมใจดั่งผู้ชนะ เป็นเสียงหัวเราะที่เลือดเย็นจนชวนให้คนขนลุกเสียงนี้มาจากซุนเล่อเหยียน
“ท่านยังไม่ตาย?"
ฮุ่ยจวินจดจำนางได้แม้วันนี้หน้าตาของนางจะดูอัปลักษณ์เพราะพิษร้ายกลืนกิน แต่แววตาอยากเอาชนะคู่นั้นแววตาที่อาฆาตคู่นั้น เป็นนางไม่ผิดแน่!
ฮุ่ยจวินกวาดสายตามองภาพบึงลี้ลับที่ย่อยยับอีกหนก่อนหันมามองสตรีนางนั้นด้วยแววความคาดคั้น
“เป็นฝีมือของท่านหรือไม่!"
ซุนเล่อเหยียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“เจ้าคิดว่าข้าจะสามารถสังหารคนทั้งบึงลี้ลับได้หรือ”
ฮุ่ยจวินทอประกายตาวาวโรจน์
“เช่นนั้นเป็นผู้ใด!”
“บอกไปก็หมดสนุกกันพอดีข้ามองเจ้าที่สูญเสียคนรักไปยังไม่อิ่มหนำสำราญใจเลย"
“นี่ท่าน!"
ฮุ่ยจวินกำหมัดแน่น
“ข้าไม่มีทางเลือกในเมื่อไม่ยินยอมบอกแต่โดยดี ข้าก็จำเป็นต้องลงมือ"
เพราะความร้อนใจทำให้ฮุ่ยจวินขาดสติมันงอนิ้วกางกรงเล็บ แล้วทะยานคว้าจับลำคอของนาง ออกกำลังจนสตรีตรงหน้าไอออกมาคำใหญ่
“หากไม่อยากตายจงบอกมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น บึงลี้ลับนี้และท่านย่าของข้า"
ซุนเล่อเหยียนกลับแสดงแววตาที่เลือดเย็นยิ่งเห็นความเดือดดาลและความลุ่มร้อนใจของฝ่ายตรงข้าม นางยิ่งพึงพอใจจนไม่เกรงกลัวต่อความตายนางกล่าวเสียงแหบพร่าออกมา
“เอาเลย ระบายโทสะของเจ้าออกมากระชากหน้ากากที่มากด้วยคุณธรรมและเผยธาตุแท้นั่นออกมา ฆ่าข้าด้วยความอำมหิตนั่น ข้าเป็นคนทำให้พวกมันเผชิญหายนะเองเอาเลย ลงมือสิ ลงมือ ฮิฮิฮิ"
เสียงหัวเราะที่แหบแห้งดังคลอเคล้ากับเสียงไอแล้วนางก็กล่าวต่อ
“หากข้าตายไปแล้วเจ้าก็จะไม่มีวันได้รู้ความจริง ให้เจ้าได้โง่งมและพ่ายแพ้ไปจนตาย!”
“นี่ท่าน!”
ฮุ่ยจวินสูดลมหายใจเข้าลึกและปล่อยมือจากลำคอของนาง
“เหตุใดถึงได้อำมหิตเช่นนี้”
“ข้าเป็นเช่นนี้เพราะใครล่ะ"
“หรือว่าท่านจะโทษข้า…"
“ผู้ที่ทำลายชีวิตข้าและชีวิตบิดาข้าก็คือเจ้า หรือยังจะไม่โทษเจ้า"
“พวกท่านทำตัวเองแท้ๆยังโทษผู้อื่น”
“หากไม่มีเจ้าความปรารถนาของบิดาก็จะประสบผล เจ้าคือคนที่ข้าเกลียดและต้องการเอาชนะมากที่สุด"
ฮุ่ยจวินสูดลมหายใจเข้าลึก
“กล่าวเหตุผลกับคนเช่นท่านคงไม่มีประโยชน์จงบอกมาว่าเกิดสิ่งใดขึ้น นี่เป็นฝีมือของผู้ใด ท่านย่าและพี่น้องของข้าอยู่ที่ไหน"
“ขนาดเจ้าคิดสังหารข้าข้ายังไม่เปิดปาก อาศัยเพียงคำขู่หรือข้ายังจะกลัวอีก ชีวิตข้าไม่มีอะไรที่จะต้องเสียแล้วดูเจ้าทรมารใจยังนับว่าสำราญใจยิ่ง แม้ตายตอนนี้ก็ไม่เสียดาย"
ฮุ่ยจวินพยายามสะกดอารมณ์ความลุ่มร้อนครุ่นคิดถึงว่าสตรีนางนี้มีนิสัยชอบเอาชนะ มันจึงพยายามนิ่งสงบแล้วกล่าวว่า
“เห็นข้าร้อนรนใจแล้วท่านได้ประโยชน์อันใดหรือคิดว่านี่ช่วยทำให้ปณิธานของท่านสัมฤทธิ์ผล เป็นท่านมากกว่าที่ดูจะเดือดดาลคลั่งแค้นใจ”
ซุนเล่อเหยียนถลึงตาขึ้น
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ท่านแค้นข้าแต่นอกจากจะไม่สามารถสังหารข้าด้วยตัวของตนเอง วิชาพิษของท่านก็มิอาจเอาชนะข้า ตอนนี้ท่านจึงทำได้เพียงแต่หลอกตัวเองหลอกว่านี่คือการเอาชนะข้า… ช่างน่าหัวล่อสิ้นดี”
คำกล่าวของฮุ่ยจวินเสมือนเป็นหนามแหลมที่แทงใจดำได้อย่างตรงจุดนางแค้นฮุ่ยจวินแต่พลังฝีมือนางมิอาจเอาชนะฮุ่ยจวิน ยิ่งการแพร่พิษที่ตอนนี้นางก็ได้ปลดปล่อยตลอดเวลาก็มิอาจทำอะไรชายหนุ่มได้นี่จึงเป็นการหลอกตัวเองจริงๆ นอกจากเห็นความร้อนรนใจของฝ่ายตรงข้าม ตนไม่มีโอกาสทำอะไรที่มากกว่านี้ได้เลยฮุ่ยจวินนับเป็นสิ่งเดียวที่นางมิอาจก้าวข้ามได้!
“นี่เจ้า!”
ฮุ่ยจวินรู้ว่าตนพูดแทงใจดำของฝ่ายตรงข้ามเข้าแล้วแต่มันรู้ดีเพียงคำพูดเหล่านี้ย่อมไม่มีทางเปิดปากสตรีที่ใจอำมหิตนางนี้ได้ เพื่อต้องการรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเรื่องของท่านย่า พี่น้อง รวมถึงคนที่กระทำเช่นนี้กับบึงลี้ลับ มันจะต้องใช้วิธีพิเศษที่จะสามารถง้างปากของนางฮุ่ยจวินไร้ทางเลือกอื่น มันจึงยื่นข้อเสนอที่มันรู้ดีว่าสตรีตรงหน้าจะยากปฏิเสธ
“เรามาเดิมพันกันอีกครั้ง"
ซุนเล่อเหยียนขมวดคิ้ว
“เดิมพัน?"
“ข้าจะให้โอกาสท่านปรุงยาพิษที่ท่านคิดว่าดีที่สุดโดยข้าจะรับพิษนั้นไว้ เพียงแต่มีข้อแม้ หากข้าสามารถหาวิถีเอาชนะพิษนี้ได้ ท่านต้องบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด"
ซุนเล่อเหยียนแสยะยิ้มออกมา
“ทำไมข้าต้องยินยอมรับข้อเสนอ”
“เพราะหากข้าพลาดข้าก็จะตาย นี่จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ท่านจะฆ่าข้าได้ และเป็นโอกาสให้ท่านได้แก้มือในการประชันวิชาพิษและแพทย์อีกครั้ง"
ซุนเล่อเหยียนประกายตาฉายแวววาวโรจน์สิ่งนี้นับเป็นข้อเสนอที่มิเลวเลยจริงๆ
“แล้วเจ้ามิกลัวว่าข้าจะผิดข้อตกลงในกรณีที่เจ้าเป็นฝ่ายชนะหรอกหรือ"
ฮุ่ยจวินก็ตอบกลับด้วยแววตาที่มั่นใจ
“ข้าเชื่อว่าเมื่อท่านแพ้ท่านย่อมบอกความจริงอย่างแน่นอน เพราะในเมื่อคนผู้นี้สร้างปัญหาแก่บึงลี้ลับได้ แสดงว่ามันย่อมไม่ธรรมดาและในเมื่อท่านแพ้ข้าอีกครั้ง ท่านจะยิ่งต้องการให้ข้ารู้จักคนผู้นั้น เพื่อที่จะให้คนผู้นั้นเป็นคนสังหารข้า…ข้ากล่าวผิดไปหรือไม่"
“เจ้านับเป็นศัตรูที่ร้ายกาจจริงๆ"
สิ่งที่ฮุ่ยจวินเสนอมาแท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่นางตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น นางตั้งใจที่จะบีบมันให้มาประชันวิชาพิษอีกครั้งนางบังคับมันด้วยพลังฝีมือไม่ได้ นางจึงคิดใช้เรื่องนี้เป็นข้อต่อรอง แต่หากนางยังแพ้อีกนางก็จะบอกความจริงต่อมัน เพราะนางเชื่อว่าหากมันไปตอแยกับขุมอำนาจนั้นจริง ก็จะเป็นการแส่หาที่ตายและชีวิตของมันก็จะไม่พบความสุขเช่นเดียวกับนางไปตลอดชีวิต
แต่ขนาดมันอ่านแผนการของนางออกแล้วมันยังจะวิ่งเข้าหาแผนการของนางด้วยตนเองโดยไม่ลังเล และไม่สนแม้กระทั่งกลุ่มคนที่สามารถทำลายบึงลี้ลับได้จะเป็นใครนางจึงได้เอ่ยกับมันว่าเป็นศัตรูที่ร้ายกาจ
“ในเมื่อเจ้าแส่หาเรื่องถึงที่ข้าจะปล่อยผ่านได้อย่างไร… ข้ารับข้อเสนอ!”