พิมพ์ลดารู้สึกเ็ปไปทั่วทั้งร่างโดยเฉพาะบริเวณด้านหลังจึงเอื้อมมือไปจับบริเวณที่รู้สึกเจ็บอีกทั้งยังััถึงความเปียกชื้นบางอย่างจึงตัดสินใจชักมือออกมาดูก็ต้องใกับภาพที่เห็นเมื่อมือขาวบางที่ชุ่มไปด้วยเืปรากฏอยู่เบื้องหน้า แต่เธอไม่ได้สนใจเืแม้แต่น้อยแต่ที่ต้องใก็เพราะมือคู่นี้ไม่ใช่ของเธอต่างหาก
หญิงสาวพลางกวาดตามองไปทั่วบริเวณเห็นผู้คนแต่งตัวประหลาดคล้ายกับหนังจีนโบราณก็ต้องใเพราะบรรยากาศไม่คุ้นเคยผู้คนแปลกหน้าพวกนี้คือใครกันเธอควรจะอยู่ที่โรงพยาบาลสิถึงจะถูกยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน
“ที่นี่ที่ไหน โอ๊ยยย!!....” พูดได้เพียงเท่านั้นจู่ความเธอก็รู้สึกปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะอย่างแรงสร้างความใให้คนรอบข้างก่อนที่เธอจะสลบไปอีกครา
“คุณหนู!!”เสียงร้องใของบ่าวชายทั้งสี่คนเอ่ยพร้อมกันด้วยความเป็ห่วง
หลี่หยงเป่าเห็นเช่นนั้นก็รีบส่งสัญญาณให้ทหารเกือบร้อยนายมาที่นี่โดยด่วนส่วนนายทหารอีกห้าคนที่ออกตรวจบริเวณโดยรอบตามคำสั่งท่านแม่ทัพ ก็กลับมาพร้อมกับร่างของสตรีที่เปียกชุ่มไปด้วยโลหิตเช่นกันกับหญิงสาวตรงหน้า
“พวกเ้าตั้งกระโจมเร็วเข้าส่วนเ้าใช้ม้าเร็วของข้าไปตามหมอมาที่นี่โดยเร็วอย่าได้ชักช้า”
“ขอรับ/ขอรับ”คนทั้งหมดรีบทำตามอย่างเคร่งครัดเพราะด้วยอาการของสตรีทั้งสองดูหนักหนาสาหัสไม่น้อย
เพียงไม่นานก็ตั้งกระโจมเสร็จเรียบร้อยหลี่หยงเป่าอุ้มร่างของสตรีที่ชายทั้งสี่เรียกว่าคุณหนูไปนอนราบอยู่กับผ้าปูสีขาวสะอาดที่ทหารเตรียมไว้ก่อนที่บ่าวชายหนึ่งในสี่จะอุ้มร่างของชิงชิงมาวางไว้ถัดจากร่างของฟางเหมยฮวา
“คุณหนูของเ้ามีนามว่าอันใด” หลี่หยงเป่าเอ่ยถามพลางมองสตรีที่นอนหน้าซีดเผือดอยู่ข้างกายตน
“เรียนท่านแม่ทัพคุณหนูของบ่าวมีนามว่าฟางเหมยฮวาเป็บุตรีของท่านราชครูฟางหลี่เหอขอรับ”
“พวกเ้ากำลังไปที่ใดกัน”
“คุณหนูกำลังจะเดินทางไปทำบุญที่วัดไท่ซานขอรับแต่ไม่คิดว่าจะเจอโจรดักปล้นระหว่างทางเช่นนี้”
“ดักปล้นรึ ข้าไม่คิดว่าจะเป็การดักปล้นธรรมดา”
“เหตุใดท่านแม่ทัพจึงคิดเช่นนั้นขอรับ”
“หากเป็การปล้นชิงทรัพย์ธรรมดาพวกมันคงจะเอาทรัพย์สินหรืออาจจะจับตัวคุณหนูและสาวใช้เพื่อไป...ช่างเถอะ แต่นี่ข้าััได้ว่าพวกมันจงใจฆ่าคุณหนูของพวกเ้า”
“จงใจหรือขอรับ”
“ใช่คุณหนูของพวกเ้าเคยมีเื่กับผู้ใดมาก่อนหรือไม่”
“ไม่ขอรับ คุณหนูมิเคยก้าวออกจากเรือนเลยด้วยซ้ำ”บ่าวชายคนเดิมยังคงพูดจาโต้ตอบกับท่านแม่ทัพเพราะั้แ่เขาอาศัยอยู่ในจวนคุณหนูฟางเหมยฮวามิเคยย่างกายไปที่ใดเลยด้วยซ้ำแล้วคุณหนูจะไปมีเื่กับผู้ใดได้
“เอาเป็ว่าเื่นี้ข้าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยว”หลี่หยงเป่าเอ่ย
“ขอรับ”
“ข้าจะให้ทหารไปแจ้งท่านราชครูว่าบุตรีของท่านได้รับาเ็พวกเ้าก็จงอยู่รอหมอที่นี่แล้วกัน ข้าจะไปรอหมอและสั่งให้ทหารต้มน้ำร้อนรอท่านหมอเสียหน่อย”
“ขอบคุณท่านแม่ทัพที่เมตตาขอรับ”คนทั้งสี่คำนับคนตรงหน้าอย่างซาบซึ้ง
ไม่นานท่านหมอชราก็เดินทางมาพร้อมกับนายทหารในสภาพทุลักทุเลบ่าวชายทั้งสี่คนจำต้องออกมาตามคำสั่งของท่านหมอ โดยมีหลี่หยงเป่าเป็ผู้ยืนรออยู่หน้ากระโจมเช่นกันเผื่อคนด้านใน้าความช่วยเหลือ
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง)หลี่หยงเป่าเป็ผู้ยกน้ำสะอาดเข้าไปด้านในผลัดเปลี่ยนน้ำอยู่ตลอดเวลา ด้วยมิอยากให้ผู้ใดได้เห็นสตรีทั้งสองนางในสภาพที่ไม่เหมาะสมนักผ่านไปราวสองเค่อ (30 นาที) ทุกอย่างก็เรียบร้อยหมอชราเดินออกมาจากกระโจมด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน
“อาการของพวกนางเป็เช่นไรบ้างท่านหมอ”หลี่หยงเป่าเอ่ยถาม
“เฮ้อ!!...คนทั้งสองเสียเืมากอีกทั้งาแลึกและสาหัสนักข้าทำได้แค่เพียงยื้อชีวิตพวกนางและรักษาาแเบื้องต้นให้เท่านั้นนี่คือเทียบยาแต่ถึงข้าจะกล่าวเช่นนั้นแต่ทว่าข้าไม่แนะนำให้เคลื่อนย้ายพวกนางในเวลานี้”
“แล้วจะทำเช่นไรดีท่านหมอ ข้ามีงานเร่งด่วนจะปล่อยพวกนางไว้เช่นนี้ก็คงไม่ได้เช่นกัน”หลี่หยงเป่าเอ่ยอย่างหนักใจ พลางหยิบเทียบยามาไว้ในมือ
“หากเป็เช่นนั้นข้าก็คงให้คำแนะนำว่าหากจำเป็ต้องเคลื่อนย้ายพวกนางจริงๆควรจะทำอย่างนุ่มนวลให้กระทบาแน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“ขอบคุณท่านหมอที่แนะนำ ส่วนนี่เป็ค่ารักษาพวกนางหวังว่าจะพอข้าจะให้ทหารไปส่งท่านหมอรบกวนรอสักครู่”
“ขอบคุณขอรับ”ท่านหมอรับค่ารักษาและเอ่ยขอบคุณคนตรงหน้า
หลังจากที่ท่านหมอชราจากไปขบวนรถม้าของจวนราชครูก็มาจอดเทียบหน้ากระโจมที่ตั้งอยู่ระหว่างวัดไท่ซานและเมืองหลวงสตรีวัยกลางคนมาพร้อมกับราชครูฟางหลี่เหอก้าวลงจากรถม้าทันทีที่ถึงที่หมาย
“คารวะท่านราชครูฟางและฟางฮูหยินขอรับ”
“อย่ามากพิธีเลยท่านแม่ทัพบุตรีของข้าเป็เช่นไรบ้าง” ฟางหลี่เหอถามอย่างร้อนรน
“นางอยู่ด้านในเชิญท่านราชครูและฟางฮูหยินเข้าไปดูเถิดขอรับ”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านแม่ทัพ” เป็ฟางเหมยลี่ที่กล่าวขอบคุณก่อนจะเร่งไปหาบุตรีอันเป็ที่รักด้วยความเป็ห่วง
ฟางเหมยลี่เดินเข้าไปยังกระโจมเพื่อดูอาการของบุตรีตามที่ท่านแม่ทัพให้คนไปแจ้งว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นแต่ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏอยู่ในสายตานางทำเอานางอยากจะเป็ลม ทั้งรู้สึกเ็ปไปทั้งใจเมื่อเห็นบุตรีคนรักาเ็สาหัสเช่นนี้ทำเอาน้ำตาไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก
ร่างขาวนวลเนียมอมชมพูบัดนี้กลับซีดเซียวจนน่ากลัวอีกทั้งอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เปรอะเปื้อนไปด้วยเืสีแดงฉานเป็วงกว้างฟางเหมยลี่ก้าวเท้าไปหาบุตรีอย่างยากลำบากสองมือสั่นระริกยามััผิวกายที่เย็นชืดของบุตรีอันเป็ที่รัก
“ฮวาเอ๋อร์ ฮือ...ฮึก...ลูกแม่ใครกันมันช่างจิตใจโหดร้ายทำร้ายเ้าได้ลงคอ”เสียงร่ำไห้ของภรรยาดังแว่วออกมาจากกระโจมราชครูฟางหลี่เหอกำลังสนทนาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ต้องวิ่งเข้ามาตามเสียง
“ลี่เอ๋อร์ใจเย็นๆ ลูกจะต้องปลอดภัย” ฟางหลี่เหอวิ่งเข้าไปปลอบภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของตนก่อนจะหันไปมองบุตรีคนเล็กที่กำลังหลับอยู่ก็ต้องใ
“ท่านพี่จะให้ข้าใจเย็นได้เช่นไรท่านพี่ดูสิเ้าคะว่าฮวาเอ๋อร์มีสภาพเป็เช่นไร”
“ฮวาเอ๋อร์ไยเ้าจึงาเ็สาหัสเช่นนี้” ราชครูฟางเอื้อมมืออันสั่นเทาัักับหน้าผากบางเขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเห็นบุตรีในสภาพเืชุ่มกายเช่นนี้ใจของผู้เป็พ่อเ็ปนัก ก่อนจะเหลือบมองสตรีอีกนางที่นอนถัดไปจากบุตรีนางคือสาวใช้คนสนิทซึ่งมีอาการาเ็สาหัสมิต่างจากบุตรีของเขาก็ยิ่งรู้สึกสงสารนัก
“ท่านพี่ข้าเ็ปใจยิ่งนักที่ต้องเห็นลูกและชิงชิงในสภาพนี้”ฟางเหมยลี่เอ่ยกับผู้เป็สามีพลางมองไปยังร่างของบุตรีและชิงชิง
“ลี่เอ๋อร์เ้าต้องตั้งสติให้ดีพี่รู้ว่าเ้าเ็ปพี่ก็รู้สึกไม่ต่างจากเ้าที่เราทำได้ตอนนี้ก็คงเคลื่อนย้ายนางเสียก่อน แล้วตามหมอมารักษานางอีกที”
“เ้าค่ะ”
หลังจากเอ่ยปลอบภรรยาราชครูก็ออกมาเพื่อให้บ่าวไพร่จัดที่ทางในรถม้าให้คนเจ็บทั้งสองได้รับความสะดวกและกระทบกับาแน้อยที่สุด หลังจากนั้นท่านแม่ทัพหลี่หยงเป่าหรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่าแม่ทัพไร้พ่ายก็เป็ผู้อุ้มร่างของฟางเหมยฮวาเข้าไปภายในรถม้าแต่ทว่ามือบางกลับกำชายอาภรณ์ของแม่ทัพแน่นจนแกะไม่ออก แม้กระทั่งราชครูและฟางฮูหยินต่างก็พยายามแกะมือนั้นออกแต่ก็ไม่สำเร็จ
จนในที่สุดท่านแม่ทัพจำต้องปล่อยให้นางจับต่อไปและเดินทางไปยังเมืองหลวงพร้อมกับรถม้าของราชครูฟางโดยไม่ลืมสั่งทหารให้เดินทางล่วงหน้าไปก่อนเมื่อถึงเมืองหลวงแล้วจะตามไปยังค่ายทหารทั้งยังสั่งให้ทหารบางส่วนอยู่คุ้มครองรถม้าเพื่อความปลอดภัยของทุกคน