“แม็กซ์! นายอยู่ไหน?!” เฟอร่าเดินสำรวจทั่วบริเวณรอบบ้านทุกซอกทุกมุมพลางพร่ำะโเรียกหาเขาแต่กลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ จากชายหนุ่ม ร่างกายของเธอเริ่มกลับมาสั่นเทาอีกครั้งหญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตระหนก รู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย
เฟอร่าเข้าไปสำรวจภายในบ้านต่อทั้งชั้นล่าง ชั้นบน และห้องใต้หลังคาแต่กลับพบแต่ความเงียบเชียบ หัวใจของเธอเต้นถี่รัวเร็วยิ่งกว่าเดิม ความหวาดกลัวกลับเข้ามากัดกินสิ่งที่เป็ไปได้มากที่สุดคือ แม็กซ์ถูกปีศาจโจมตี หากเป็ปีศาจทั่วไปคงไม่ใช่เื่น่ากังวลอะไรแต่กรณีนี้แตกต่างออกไป ปีศาจที่เธอพึ่งเผชิญไปเมื่อครู่ ไม่ใช่ปีศาจธรรมดา...มันคือบุตรของพญาปีศาจที่เคยพรากชีวิตพ่อกับแม่เธอไป
พ่อแม่ของเฟอร่าเป็นักล่าปีศาจมือฉมัง อุทิศทั้งชีวิตช่วยเหลือผู้คนมามากมายด้วยความที่ได้สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน พลังของพวกเขาจึงแข็งแกร่งกว่าเธอหลายเท่าถึงแม้ว่า เฟอร่าจะเป็ผู้สืบสายเืบริสุทธิ์ของนักล่าปีศาจโดยตรงก็ตาม สำหรับเธอแล้วยังต้องใช้เวลาฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์ให้มากกว่านี้
เฟอร่าจ้องมองภาพถ่ายของบุพการีนิ่ง รอยยิ้มอบอุ่นของพวกเขานำพาให้ความสงบค่อยๆแทรกซึมเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัวในจิตใจ เื่ราวในอดีตพลันผุดขึ้นมาเตือนความจำ...
‘พ่อรู้ได้อย่างไรว่า เหยื่อถูกซ่อนไว้ตรงนั้น?’ เด็กสาวอายุ่วัยประถมเอ่ยถามผู้เป็บิดาหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจตามหาคนหาย
‘เทวทูตเป็คนบอก’ คำตอบของพ่อยิ่งพาให้เฟอร่าขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันยิ่งกว่าเดิมความสงสัยผุดเข้ามาในหัวเด็กน้อยไม่หยุด
‘พ่อไปคุยกับเทวทูตตอนไหน ไม่เห็นรู้เลย’ ตอนนั้นเธอก็อยู่กับพ่อตลอดเวลา และคุยแต่กับเธอคนเดียวด้วยมันจะเป็ไปได้อย่างไร พ่อล้อเธอเล่นอีกแล้วหรือเปล่าเนี่ย!
‘เมื่อเราอยู่ในสภาวะจิตว่างเปล่า’ คำตอบนี้ยิ่งพาให้เด็กสาวงุนงงไปกันใหญ่ทำไมการเป็นักล่าปีศาจถึงดูเป็เื่ที่เข้าถึงยากจัง...
หญิงสาวจ้องมองใบหน้าพ่อในรูปถ่ายไม่วางตาก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอเคยลองฝึกตามคำแนะนำของพ่อมาแล้วหลายครั้งแต่เธอไม่เคยเข้าถึงความว่างเปล่าอย่างที่ว่านั้นเลย
ทว่าสถานการณ์ตอนนี้บีบบังคับให้เฟอร่าเหลือเพียงทางนี้ทางเดียว แต่เพื่อแม็กซ์แล้วเธอจะลองดูอีกสักครั้ง!
หญิงสาวหลับตาลง มือถอดสายประคำ (TheRosary)[1] ที่ห้อยอยู่คอมากอบกุมเอาไว้ด้วยความตั้งมั่น เธอทำสัญลักษณ์เครื่องหมายกางเขนก่อนจะเริ่มภาวนาบทสวดในใจ
‘ข้าพเ้าเชื่อในพระเ้า พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพทรงเนรมิตฟ้าดิน...’ ทันทีที่บทสวดได้ดำเนินขึ้นความคิดฟุ้งซ่านเริ่มเลือนลางหายไป ความสงบนิ่งค่อยๆ กำจายขึ้นมาจากเบื้องลึกของจิตอย่างช้าๆเธอรู้สึกถึงความเบาหวิวโอบอุ้มอยู่รอบตัวราวกับกำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ แสงเรืองรองคล้ายแสงสุริยาค่อยๆ ส่องสว่างขึ้นมาตรงหน้าตามมาด้วยภาพของทะเลสาบกว้างใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งเป็ทะเลสาบที่หญิงสาวคุ้นเคยเป็อย่างดี
‘อยู่ที่นี่’ เสียงปริศนาเยือกเย็นที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนดังก้องกังวานขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบเป็เสียงในหัวที่เธอเองก็บอกไม่ได้ว่า เป็เสียงของชายหรือหญิง แล้วภาพและเสียงนั้นก็ได้เลือนหายไปในเวลาอันสั้น
เฟอร่าลืมตาตื่นขึ้น เธอสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอดความรู้สึกเบาสบายยังหลงเหลืออยู่ นี่ใช่ไหมสภาวะจิตว่างเปล่าที่พ่อหมายถึง...
เ้าของร่างเพรียวงามเดินตรงไปยังสะพานริมน้ำหลังบ้านอีกครั้งด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นยิ่งขึ้นหญิงสาวกวาดสายตามองรอบๆ ประสาทััทั้ง 6 เปิดรับความเคลื่อนไหวรอบกายเต็มที่ ท่าน้ำเล็กๆนี้มีแต่ความว่างเปล่า มองไปยังทะเลสาบเห็นเพียงคลื่นน้ำที่พลิ้วไหวไปตามแรงลมเอื่อยแสงจากดวงจันทร์ทอดตกลงมาสะท้อนผืนน้ำกลายเป็แสงระยิบระยับอยู่ประปรายความเงียบปกคลุมโดยรอบ เสียงของจิตใต้สำนึกบอกให้เฟอร่ามองไปยังริมตลิ่ง...
และแล้วสายตาของเธอก็ได้ปะทะเข้ากับเงาตะคุ่มของใครบางคนที่กำลังนอนนิ่งอยู่ริมชายฝั่งของทะเลสาบไวเท่าความคิด หญิงสาววิ่งตรงไปยังร่างกำยำคุ้นเคยนั้นทันที
“แม็กซ์! แม็กซ์!” เฟอร่าเขย่าตัวเรียกเ้าของร่างนั้นอยู่สักพัก เขาจึงได้ค่อยๆตื่นลืมตาขึ้นมา ร่างกายของชายหนุ่มเย็นเฉียบและเปียกปอนไปหมด
“...เฟอร่า” น้ำเสียงของเขาช่างอ่อนระโหยยิ่งนัก
“เกิดอะไรขึ้น? เจ็บตรงไหนไหม?” หญิงสาวกระชับอ้อมแขนกอดเขาแน่น ความหนักอึ้งที่อยู่ในอกได้ทุเลาลงไป
“ฉัน...” สีหน้าของแม็กซ์ยังคงดูงุนงงสับสนอยู่เหมือนกำลังเค้นความทรงจำอย่างหนัก
“กลับเข้าบ้านกัน” ปล่อยให้ตัวเปียกโชกท่ามกลางอากาศหนาวเย็นนานไปกว่านี้คงจะไม่ดีแน่เฟอร่าประคองร่างชายหนุ่มพาเขาลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างทุลักทุเล
กว่าแม็กซ์จะเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำความสะอาดร่างกายเสร็จ ค่ำคืนนี้ก็ได้ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่แล้วเรียบร้อยเวลานี้คนทั้งสองกำลังนั่งรับไออุ่นร้อนจากเตาผิงไฟภายในห้องรับแขก มีเพียงเสียงแตกของฟืนในเตาที่กำลังร่ำร้องท่ามกลางความเงียบ แม้จะดึกมากแล้ว แต่แววตาของคนทั้งคู่ยังคงตื่นตัวเต็มที่
“ตอนนั้น...เธอเข้ามาบีบคอฉัน” แม็กซ์เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ดวงตาของเขาเหม่อมองไปยังเปลวไฟลุกโชนตรงหน้า
“ฉันไม่ได้ทำ” น้ำเสียงของเฟอร่าเรียบเฉยและชินชา นี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรกของชายหนุ่ม
“ฉันรู้...หลังจากนั้นทุกอย่างก็มืดไปหมด” แม็กซ์ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงเหมือนกำลังระบายความอึดอัดที่คับแน่นอยู่ในอกร่างสูงโน้มตัวยกขาขึ้นมากอดเข่าตนเอง
“ฉันไม่ได้ช่วยเธอ...อีกแล้ว” ชายหนุ่มขบริมฝีปากแน่น ร่างกายของเขาเครียดเกร็งอย่างเห็นได้ชัดเงาสะท้อนของความผิดหวังจากดวงตาคู่นั้นพาให้หญิงสาวชะงักงันไป
“ไม่เป็ไร” นี่คือคำตอบที่มาจากใจของเธอ ไม่ใช่เื่แปลกที่เขาจะกลายเป็เป้าโจมตีของพวกปีศาจได้ง่ายเฟอร่าไม่เคยรู้สึกโกรธเคืองชายหนุ่มเลยแม้แต่ครั้งเดียวั้แ่ได้รู้จักกันมา ตรงกันข้ามเธอต่างหากที่อยากจะปกป้องเขา
“บางที...ฉันก็อยากมีสายเืนักล่าปีศาจเหมือนเธอบ้าง” คำพูดของเขาทำให้เธอไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไปเฟอร่ายื่นมือไปประคองใบหน้าของคนรักให้มาสบตากันหญิงสาวจ้องมองลึกเข้าไปในแววตาคู่นั้น
“แต่ฉันอยากเป็คนปกติเหมือนนายมากกว่า” เสียงของหญิงสาวสั่นเครือ จากการที่ได้ติดตามบุพการีไปทำภารกิจบ่อยครั้งั้แ่เด็กทำให้เฟอร่าได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า...เธอไม่อยากเป็นักล่าปีศาจ
เพราะเธอไม่ใช่คนดีอะไรและยอมรับว่า เธอเป็คนเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่อยากใช้ชีวิตอิสระไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร เธออยากเป็ตัวของตัวเองไม่ต้องทนฝืนบังคับจิตใจให้เข้มแข็งตลอดเวลาเช่นนี้
“ฉันอยากสร้างครอบครัวกับนาย อยู่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ได้ทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับปีศาจพวกนี้ ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ...นายจะได้ไม่ต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงแบบนี้อีก”เฟอร่าตัดสินใจเอ่ยความ้าที่แท้จริงออกไป หญิงสาวได้คิดทบทวนเื่นี้กับตัวเองมานานพอสมควรแล้วนี่เป็ภาพฝันที่เธอกล้าฝัน และได้ตั้งปณิธานเอาไว้แล้วว่า จะต้องทำให้สำเร็จ
“เฟอร่า...” ชายหนุ่มถึงกับตะลึงงันไป นี่เป็ครั้งแรกที่เธอบอกเขาแม็กซ์คงไม่คิดไม่ฝันว่า จะได้ยินประโยคเหล่านี้ออกจากปากเธอ
“ถ้าทำภารกิจชุบิญญาพ่อกับแม่สำเร็จแล้ว นายจะไปอยู่กับฉันไหม?” หญิงสาวจ้องมองคนตรงหน้านิ่งรอคอยคำตอบเส้นทางสู่การมีอิสรภาพของเธอมีเพียงทางนี้ทางเดียวเท่านั้น ลุงคีธบอกไว้ว่า แม้กายหยาบของพ่อกับแม่จะถูกปีศาจเผาไหม้ไปหมดสิ้นเรายังคงสามารถทำพิธีต่อรองยมทูตเพื่อชุบิญญาให้พวกเขากลับมาทำหน้าที่เป็นักล่าปีศาจอีกครั้งได้
หากพาพ่อและแม่กลับมาได้...เธอก็ไม่ต้องทำหน้าที่เป็นักล่าปีศาจอีกต่อไป
“ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ฉันพร้อมที่จะไปกับเธอเสมอที่รัก” ชายหนุ่มยกมือขึ้นมากอบกุมมือเธอเอาไว้แววตารักใคร่และไออุ่นที่ส่งผ่านออกมาจากมือหนานั้นทำให้ดวงหน้าหญิงสาวเผยยิ้มบางๆแม็กซ์คือพื้นที่ปลอดภัยของเธอ นอกจากตัวเธอเองแล้ว เขาคือคนที่เข้าใจเธอมากที่สุด
“ขอบคุณนะ” ั้แ่อดีตจนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มก็ยังคงอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เขาเปรียบดั่งตะเกียงที่คอยส่องแสงสว่างให้ความอบอุ่นท่ามกลางโลกอันน่าอึดอัดและหม่นหมองใบนี้ หากไม่มีเขา เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าชีวิตของเธอจะโศกเศร้าจนจมดิ่งลงไปได้ขนาดไหน
“เธอคือความสุขของฉัน เฟอร่า” รอยยิ้มจากเขานำพาให้บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยไอแห่งความรักอันแสนอบอุ่นคงไม่มีอะไรวิเศษไปกว่าการได้อยู่เคียงข้างกันเช่นนี้แล้ว
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วันนี้มาแบบละมุน หวังว่า จะชอบกันนะคะ แล้วเจอกันวันจันทร์หน้าจ้าแล้วก็อย่าลืม! สุดสัปดาห์นี้ ใครอยากหาอะไรฆ่าเวลาสามารถเข้าไปฟังหนังสือเสียงฟรีได้ที่ Youtube ช่อง “พิศสราญ-นิยายเสียง” ได้น้า
[1] สายประคำ (The Rosary)เป็สร้อยลูกปัดที่มีลักษณะการร้อยเรียงแบบเฉพาะ เป็ส่วนหนึ่งของการแสดงความศรัทธาต่อพระนางมารีย์ของชาวคาทอลิกพวกเขาเชื่อว่า การสวดสายประคำ เป็การนำเสนอความจริงของคริสต์ศาสนาอย่างครบถ้วน และมีพลังอย่างยิ่งในการบันดาลความศักดิ์สิทธิ์ให้กับผู้ที่สวดสายประคำ