อาจารย์ใหญ่หวังเรียกให้ไต้เส้าจวินกับจงกว้านซีไปพบที่เรือนเมื่ออาจารย์หนุ่มทั้งสองไปถึงก็พบว่ามีอาจารย์หนุ่มแซ่ซุยอีกสองคนที่เคยไปร่วมบุกเขาไข่มังกรในครั้งก่อนยืนอยู่ก่อนแล้ว
“บิดาของเจ้าน่าจะปลอดภัยแล้วตอนนี้ต่อให้บุกไปฆ่าเขาได้ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดดูเหมือนใต้เท้าชิงเจ้ากรมกลาโหมพอจะรู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องนี้อยู่”
“อาจารย์ใหญ่หวังเรายังหาตัวพยัคฆ์ดำไม่เจอนะขอรับ”
“นั่นล่ะที่ข้าเรียกเจ้ามาหารือไม่รู้ว่าพยัคฆ์ดำหายตัวไปที่ใด?ข้าสงสัยว่าเขาอาจจะถูกคนพวกนั้นจับตัวไปทารุณเพราะหาฆ่าไปแล้วก็คงเอาศพมาวางเพื่อข่มขู่ข้า”
“การสืบหาพยัคฆ์ดำเราจะให้สำนักข่าวนกกระจิบช่วยหรือไม่ขอรับ?”
“ไม่ได้เรื่องนี้ต้องทำให้เงียบที่สุด”
สีหน้าของอาจารย์ใหญ่หวังแม้จะดูนิ่งแต่ดวงตาเต็มไปด้วยความหนักใจไต้เส้าจวินกับจงกว้านซีไม่กล้าเอ่ยถามได้แต่รับคำ
“อาจารย์ใหญ่หวังจะให้พวกเราเพียงสี่คนทำงานนี้หรือขอรับ?”
“ถูกต้องยิ่งคนรู้มาก เรื่องนี้จะยิ่งเป็นอันตราย”
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วคนทั้งห้าก็แยกย้ายกันไต้เส้าจวินยังคงมีสีหน้ากังวลจนจงกว้านซีรู้สึกได้ว่าสหายของตนยังคงมีสิ่งค้างคาใจ
“เจ้าสงสัยสิ่งใดหรือ?”
“กว้านซีข้ารู้สึกแปลกๆ ชอบกล แต่บอกไม่ได้ว่ารู้สึกแปลกที่ใด?”
“เจ้าอาจจะคิดมากไปเอง”
อาจารย์หนุ่มรูปงามสะบัดหน้าไปมา“ช่างเถอะ เรารีบหาตัวพยัคฆ์ดำให้เจอจะดีกว่า”
“นั่นเป็นสิ่งที่เราควรทำเป็นอันดับแรกแต่เอาไว้ให้สอนเสร็จเย็นนี้ก่อนก็แล้วกัน”
อาจารย์ทั้งสองเดินลับหัวมุมอาคารขึ้นไปข้างบนร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงชิงเว่ยเว่ยกับซิวลู่ฉิงก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ริมทาง
“เจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่?”
“เย็นนี้กลุ่มฉีหลินของเราต้องประชุมลับกันเสียแล้วล่ะ”
“ฉิงเอ๋อร์ความจริงข้าสงสัยเกี่ยวกับตัวอาจารย์ใหญ่หวังอยู่เรื่องหนึ่งยังมิได้เล่าให้ผู้ใดฟัง”
ซิวลู่ฉิงมีสีหน้าตื่นเต้น“เจ้าว่ามาสิ...ข้ายินดีเก็บเป็นความลับ”
“เอาไว้ประชุมกันเย็นนี้ก็แล้วกัน”
“เจ้าไม่รู้หรือไรว่าเกริ่นเอาไว้อย่างนี้แล้วจะทำให้ข้าพาลเรียนหนังสือไม่รู้เรื่องหึ! จะเล่าก็เล่าไม่หมดมาทิ้งไว้ครึ่งๆ กลางๆ อย่างนี้ข้าก็สงสัยตายกันพอดี” เด็กหญิงบ่นกระปอดกระแปดก่อนจะเดินตามหลังสหายขึ้นห้องเรียนไป
ซิวลู่ฉิงเด็กเรียนประจำชั้นเอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมยกมือตอบคำถามตลอดคาบเรียนทั้งช่วงสายและช่วงบ่ายกระทั่งระฆังดังขึ้นเป็นสัญญาณเลิกเรียน เด็กหญิงก็มีสีหน้าร่าเริง
“เลิกเรียนแล้วเย้ๆ ไปกันเถอะ เว่ยเว่ย” เด็กหญิงหันไปดึงแขนสหายผู้กุมความลับสำคัญเอาไว้แล้วหันไปหาพี่ชาย “หัวหน้าซิว ฉีเหยียน ไปจับกระต่ายกัน”
เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ว่าพวกตนกำลังจะรวมหัวประชุมซิวลู่ฉิงจึงได้บังคับให้ทุกคนใช้ประโยค “ไปจับกระต่าย”แทนการประชุมลับที่หลังหอสมุด
ซิวอี้เซิงผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มถึงกับหูผึ่งหลังจากที่เข้าร่วมแผนช่วยอาจารย์ใหญ่หวังลอบเข้าวังหลวงได้เขาก็อยากจะเข้าร่วมแผนการยิ่งใหญ่กว่าเดิม แต่ยังไม่มีโอกาส
“ไปกันๆ”เด็กชายรีบร้อนเก็บของใส่เป้สะพายหลังแล้วหันไปคะยั้นคะยอฉีเหยียนเด็กเรียนที่เก็บตำราอย่างบรรจง
“หัวหน้าซิวเจ้าโยนตำราใส่กระเป๋าไปเช่นนั้นเดี๋ยวก็ยับหมดหรอก”
“เอาน่าเรื่องอื่นสำคัญกว่า เจ้ารีบสักหน่อยเถอะ ข้าร้อนใจแล้ว”หัวหน้าซิวมองตามหลังเด็กหญิงทั้งสองที่เดินตัวปลิวจากไป
พวกเขาตกลงกันไว้แล้วว่าเวลาออกจากห้องเรียนห้ามเดินออกพร้อมกันเพราะจะเป็นที่สังเกตของผู้อื่นเด็กชายเฉียนกวนต๋าซึ่งคอยจับตามองซิวอี้เซิงกับฉีเหยียนอยู่แล้วได้ยินการพูดคุยของคนทั้งสี่ก็ลอบตามไปหลังหอสมุด
กลุ่มฉีหลินนั่งหันหน้าเข้าหากันที่เกือบสุดระเบียงด้านหลังหอสมุดเพราะพวกเขาลดเสียงลงทำให้เฉียนกวนต๋าไม่ได้ยินว่าคนกลุ่มนั้นพูดกันเรื่องใดเด็กชายรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็พยายามอดทนรอ
“เรื่องสำคัญอย่างนี้เจ้าเพิ่งพูดให้เราฟังงั้นหรือ?”ซิวอี้เซิงถึงกับขมวดคิ้ว
ชิงเว่ยเว่ยถอนหายใจ“ทีแรกข้าคิดจะหาคำตอบด้วยตนเองให้เจอก่อนแล้วค่อยเล่าให้พวกเจ้าฟังแต่หาเท่าใดก็ไม่พบจึงอยากให้พวกเจ้าช่วยเหลือ”
ซิวอี้เซิงที่ชอบอ่านตำราวรยุทธ์และอาวุธถึงกับกุมขมับ“วิชาอย่างที่เจ้าว่าข้าไม่เคยอ่านเจอเลยสักครั้ง ดูเหมือนจะพิสดารอย่างที่คนชุดม่วงพูด”
“ข้ารู้สึกว่าวิชาของอาจารย์ใหญ่หวังมีกลิ่นไอของวิชามารแฝงอยู่ควันดำที่พวยพุ่งเป็นสายอยู่ใต้สายควันสีขาวและร่างที่ยืนทะมึนอยู่ข้างหลังอาจารย์ใหญ่หวังข้าอยากรู้นักว่าคือผู้ใด?”
ฉีเหยียนผู้นิยมอ่านตำราจึงได้เสนอ“เราไปหาตำราในหอสมุดดูกันดีกว่า เจ้าจำได้หรือไม่ว่าครั้งกระโน้นที่เจ้าไปหาประวัติจอมยุทธ์เซียวแต่หนังสือถูกติดกาวเอาไว้”
ชิงเว่ยเว่ยพลันนึกได้“จริงด้วย ตำราเล่มนั้น”
“ตำราที่แม้แต่หน้าปกก็ยังไม่เหลือชื่อข้าว่าต้องมีความลับสำคัญซุกซ่อนอยู่เป็นแน่” ซิวลู่ฉิงรู้สึกไฟแห่งความอยากรู้อยากเห็นลุกโชน“วันนี้ข้าจะต้องหาตำราเล่มนั้นออกมาอ่านให้ได้”
“ถ้าอยากนั้นพวกเราไปกันเลย”ซิวอี้เซิงรีบสั่งการ
ฉีเหยียนกระหยิ่มยิ้มย่อง“ข้าว่าเรื่องหาหนังสือพวกเจ้าคงต้องพึ่งพาข้า ผู้ที่ยืมตำราในหอสมุดบ่อยที่สุด”
“ได้! ถ้าเช่นนั้นเรื่องนี้ยกให้เจ้าเป็นผู้นำ”ซิวอี้เซิงเอ่ยขึ้นอย่างใจกว้าง
“ขอบคุณหัวหน้าซิวที่ไว้วางใจในตัวข้าถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็ตามข้ามาเถิด” ฉีเหยียนยืดอกเดินนำหน้าเพื่อน
เด็กทั้งสี่ลุกขึ้นแล้วตามกันเข้าไปในหอสมุดเฉียนกวนต๋าที่ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้กำลังถูกมดกัดพอดี รีบกระโจนอย่างสุดกลั้นออกมา
“โอ๊ย!”
เคราะห์ดีที่กลุ่มฉีหลินเข้าหอสมุดไปหมดแล้วจึงไม่มีผู้ใดรู้ว่า เฉียนกวนต๋ามาลอบซุ่มดูเด็กชายรีบเดินตามเข้าไปเพื่อดูสิ่งที่คนทั้งสี่คิดจะหา?
*******************
