เทพมังกรเหนือปฐพี

    ตอนที่53 มิติป่าเร้นลับ 6




    พอพวกของเย่ยี่จูจากไปแล้วเล้งปวยก็ไม่ได้รีบร้อนอันใดจึงเดินพาหลินซีเท่ียวชมสิ่งต่างไปเลื่อยเปื่อยในเวลากลางวัน  ส่วนในตอนกลางคืนก็จะเข้าฌาณอยู่ในเปลบนกิ่งไม้ใหญ่

         

          ตอนนี้ก็ยังคงเหลือเวลาอีกเพียงยี่สิบกว่าวันก็จะครบ3 เดือนตามกำหนด  หลังจากเขากินย่างเนื้อสัตว์อสูรแทบทุกวันจนเกือบครบ3 เดือนโดยเฉพาะเขาเลือกกินเพียงเนื้อสัตว์อสูรระดับ4 เท่านั้น  ประกอบกับพลังปราณธรรมชาติในป้าเร้นลับนี้กลับเข้มข้นเป็นพิเศษกว่าด้านนอก  ทำให้พลังสมสะสมในร่างกายเขาอัดแน่นจนเปี่ยมล้น  ดังนั้นเขาจึงคิดจะหาถ้ำสงบๆเพื่อนั่งบ่มเพาะในการเลื่อนระดับสักหลายวัน


         พอคิดดังนั้นเขาจึงรีบพุ่งไปทางเทือกเขาสูงที่อยู่ไกลสุดนั้นทันที่  ด้วยความเร็วของเขาในยามนี้เพียงหนึ่งชั่วยามก็มาถึงตีนเขาได้แล้ว 

         เขารีบลัดเลาะดูไปหลายถ้ำกระทั่งได้พบถ้ำที่ถูกใจเขาอย่างยิ่งแห่งหนึ่ง  เป็นถ้ำที่น่าอยู่คล้ายเคยเป็นที่อาศัยของสัตว์อสูรมาก่อนแต่เขาได้ตรวจสอบด้วยสัมผัสแห่งมิติแล้วนอกจากมีหินศิลาพลังปราณระดับสูงหนึ่งก้อนและระดับกลางจำนวนหนึ่งแล้วก็ไม่พบว่ามีสัตว์อสูรอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเลย 


          เขาเลือกนั่งบนแท่นหินในถ้ำย่อยที่มีมุมหนึ่งสามารถบดบังสายตาได้ดีเป็นที่บ่มเพาะ  เริ่มโดยกลืนโอสถพลังแห่งมังกรระดับ7 ลงไปหนึ่งเม็ดไม่นานก็รู้สึกถึงการล้นทะลักออกมาของพลังปราณจากโอสถหลอมรวมเข้ากับของเดิมที่มีอยู่อย่างอัดแน่นจนกลายเป็นเต็มเปลี่ยมขอบเขตแห่งทะเลปราณของเขา 

          เขารีบชักนำมันเดินหมุนเวียนไปตามส่วนต่างๆเพื่อเติมเต็มให้กับกล้ามเนื้อ  กระดูกและเส้นเอนเพื่อเพราะสร้างให้มันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม  ผ่านไปหลายชั่วยามเมื่อทุกอย่างเริ่มสงบลงตามภาวะปกติ  เขาจึงได้กลืนโอสถพลังแห่งมังกรลงไปอีก 1 เม็ดและทำการเดินพลังไปอีกหลายวันเช่นกับคราก่อน  จนกระทั่งมีเสียงของการเลื่อนระดับพลังดังออกมา


         ปง  !   เลื่อนระดับพลังปราณสู่ขั้นนภาจุติ  ระดับ  7


         ปง  !   เลื่อนระดับพลังปราณสู่ขั้นนภาจุติ  ระดับ  8


         ปง  !   เลื่อนระดับพลังปราณสู่ขั้นนภาจุติ  ระดับ  9


         ปง  !   เลื่อนระดับพลังปราณสู่ขั้นนภาจุติ  ระดับ  10


          ครานี้มีเสียงเลื่อนระดับเกิดเพียงแค่  4  ครั้งเท่านั้น  ต่างจากคราก่อนเพราะยิ่งระดับสูงขึ้นการเลื่อนระดับก็ยิ่งยากขึ้น  แต่เล้งปวยกลับพอใจอย่างยิ่งมากว่าการเลื่อนในคราก่อนอีก


          หลังจากนั้นเขาก็ยังนั่งบ่มเพาะเดินพลังปราณให้เกิดการเสถียรให้มากที่สุด  จนกระทั่งในราวๆวันที่ 7 ในขณะที่ยังจมอยู่ในห้วงแห่งภวังค์นั้น  เขาพลันรับรู้จากสัมผัสแห่งมังกรว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในสภาวะบรรยากาศบริเวณรอบๆถ้ำนี้มวลอากาศพลันเปลี่ยนแปรไป  เพียงไม่รู้ว่าเกิดจากสิ่งได  และต่อมาปรากฏว่ามีการเคลื่อนไหวช้าๆของกลุ่มพลังที่มีปราณอันเข้มข้นอย่างยิ่งนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนหยุดลงอยู่กับที่เมื่อมาถึงในถ้ำ 


           เล้งปวยในภวังค์นั้นยังคงเดินลมปราณหมุนเวียนต่อไปมิสามารถหยุดลงได้  จนกระทั่งราวๆอีกหนึ่งชั่วยามผ่านไป  จึงพบว่ากลุ่มพลังก้อนใหญ่นั้นพลันได้แยกออกเป็นสองส่วนๆแรกที่ใหญ่กว่านั้นกำลังค่อยๆสลายลดลงไปเรื่อยๆ


           ส่วนกลุ่มที่สองที่ขนาดเล็กกว่าพลันเริ่มเคลื่อนไหวไปมาอยู่รอบๆกลุ่มแรกก่อน  จากนั้นค่อยๆเคลื่อนมาทางเขาเรื่อยๆ  เล้งปวยกำลังเดินพลังอยู่ในภวังค์หลับตาอยู่  ดังนั้นจึงปิดภาวะการมองเห็นทั้งหมดกระทั่งหลินซีก็ยังคงเป็นเช่นเดียวกันคือมองไม่เห็น  เพียงทราบจากสัมผัสแห่งมังกรเท่านั้น


           “เด็กน้อยเจ้าว่ามันเป็นสิ่งใดกันแน่  ที่เรารู้สึกคือ  ก้อนพลังอันมหาศาลแต่กลับเคลื่อนไหวเชื่องช้าเนิบนาบ  คล้ายดั่งเจ็บป่วยหรือยังไม่ค่อยแข็งแรงเจ้าว่าไหม”


         “ข้าก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน  ดูท่าเราคล้ายยังคงไม่มีอันตรายอันใด ข้าจะรอดูไปก่อนไม่กล้าเสี่ยงออกจากภวังค์แห่งการบ่มเพาะในตอนนี้เพราะใกล้จะสำเร็จลงแล้ว” ในห้วงคำนึงนั้นเล้งปวยคุยอยู่กับหลินซี


           สักครู่ใหญ่ๆปรากฏว่าก้นพลังแรกนั้นเหลืออยู่น้อยมาก  ส่วนอีกกลุ่มก้อนหนึ่งนั้นดูเหมือนมีขนาดที่ใหญ่เพิ่มขึ้นมา  และมันเคลื่อนมาทางเล้งปวยอีกคราอย่างช้าๆ

           “หลินซี  ถ้าจะว่าไปก็ดูจะไม่คล้ายคนย่องเข้ามาหรอกนะ  เพราะมันเคลื่อนมาอย่างสะเปะสะปะมากกว่า”  

            “นั่นสิดูท่าน่าจะไม่มีอันตรายหรอกนะ  เพราะถ้ามันมีเจตนาร้ายคงไม่รอนานจนให้เราตื่นขึ้นมาหรอกเจ้าว่าไหม”  หลินซีคิด  และในคราวนี้มันเคลื่อนมาจนถึงตัวของเล้งปวยเลยทีเดียว  มันนิ่งอยู่นานๆแล้วก็เคลื่อนกลับไปอีกทีและจากนั้นอีกสักครู่ใหญ่ๆก็มาอีกเป็นเช่นนี้อยู่ครึ่งค่อนวัน  จนในที่สุดเล้งปวยก็เสร็จสิ้นจากการบ่มเพาะออกจากภวังค์มา


              พอลืมตาขึ้นมามองเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าตอนนี้ทำให้เขาพลันตะลึงลานไปอีกครั้ง  เมื่อพบว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นก็คือ  ตัวทารกอ่อนของสัตว์อสูรราชสีห์ปีกทองซึ่งจัดเป็นสัตว์อสูรชั้นสูงที่บินได้ชนิดหนึ่ง  ที่มันพึ่งถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ๆพลังของมันยังอยู่ในระดับ 2 เท่านั้น 


               “เฮ้อ  มิน่าหละมันถึงเคลื่อนดั่งคนเจ็บป่วย”  เสียงหลินซีพูดขึ้น

              พอเขาลุกขึ้นมาแล้วเล้งปวยพลันเห็นเจ้าราชสีห์น้อยนั้นไม่ได้ตื่นกลัวหรือตระหนกตกใจต่อเขาอันใดเลย   แต่มันเดินออกไปทางด้านปากถ้ำอย่างช้าๆพลางมองมาที่เขาเป็นระยะคล้ายนำทางเขาไปสักที่

               เห็นเช่นนั้นเขาได้แต่เดินตามมันออกไปและเพียงอ้อมไปนิดเดียวสายตาของเล้งปวยพลันสดุจเข้ากับร่างของสัตว์อสูรราชสีห์ปีกทองตัวเขื่องที่นอนแผ่หราอยู่ที่พื้น  สังเกตเห็นมีโลหิตจำนวนมากไหลนองออกมาจากร่างของมันที่มีแผลเหวอะหวะคล้ายผ่านการต่อสู้กับสัตว์อสูรด้วยกันมา  แล้วพลันมาแท้งลูก


         “เจ้าตัวน้อยนั่นแม่ของเจ้าเหรอ  นางบาดเจ็บนี่”  เขาพึมพำเบาๆ  แต่ต่อมาก็ต้องสะดุ้งขึ้น


          “เจ้ามนุษย์หนุ่มน้อยเอ๋ย  เจ้ามาแล้วหรือข้ากำลังรอเจ้าอยู่ “  พลันมีเสียงดังออกมาจากร่างที่นอนแผ่อยู่บนพื้นนั่น


           “จ  ะ    เจ้า  พูดได้”  เล้งปวยพูดแทบไม่ออก แต่มันเคยได้ยินว่าสัตว์อสูรชั้นสูงนั้นพูดภาษามนุษย์ได้  แต่ก็ยังคงตกตะลึง


           “มนุษย์เอ๋ยเราย่อมพูดได้  แต่เราเจ็บหนักโดนทำร้ายมา” จากนั้นนางได้บอกคร่าวๆถึงเหตุการณ์ท่ีนางถูกทำร้ายจนถึงตอนก่อนที่นางจะมาแท้งบุตร  แต่เจ้าตัวน้อยกลับไม่ตาย


          “มนุษย์เอ๋ย  ดูท่าเจ้าตัวน้อยนั่นคล้ายชอบเจ้าเป็นพิเศษ  หรือนั่นเป็นโชคชะตาของมัน  เราคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว  จึงคิดจะขอร้องเจ้าสักเรื่องแม้ว่าการขอร้องของเราอาจจะดูไม่ค่อยเหมาะสมนักแต่ก็ขอรบกวน  ฝากฝังให้เจ้ารับมันไปด้วยจะได้หรือไม่”

           ขณะที่พูดน้ันเจ้าตัวน้อยคล้ายฟังรู้เรื่อง  มันมองเล้งปวยพลางทำตาปริบๆอย่างน่าสงสาร


         “เด็กน้อย  เราชอบมัน  เจ้ารีบรับปากสิ  รับมันไปด้วยนะ  นะ  นะ่”  อีกคนที่อยู่ในห้วงจิตวิญญาณรบเร้าเขาอย่างไม่ยอมหยุดเหมือนเด็กอยากได้ขนม

         

         “ได้ข้ารับปากเจ้า  ข้าจะดูแลมันให้ดี”  


          พอได้ยินเขาพูดเช่นนั้น  ล้วนมีแต่คนที่ดีอกดีใจกันแทบถ้วนหน้า

         

         “ให้ข้าขอตรวจดูเจ้าหน่อยเผื่อยังพอจะมีหนทางรักษาได้”เล้งปวยขยับเข้าไปหานางอสูร


           “น่าจะป่วยการเปล่าๆ  เพราะเราทั้งเจ็บหนักและเสียโลหิตจากการแท้งเจ้าตัวน้อยนั่นด้วย”


           เล้งปวยตรวจดูอยู่ครู่ใหญ่ๆ  มันพลันกล่าวว่า


            “เราจะให้โอสถด้านรักษาระดับ5 แก่เจ้าสัก 2 อย่างๆละเม็ดดูว่าจะพอช่วยเจ้าได้หรือไม่”  



    …




    /สงสารแม่ของเจ้าตัวเล็กนะ  นางน่าจะรอด



            


          

         




    คล้ายกับเรื่องเทพมังกรเหนือปฐพี ที่คุณอ่าน

    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810