“พี่ตงฟาง พี่คะ พี่ ตื่นเร็วเข้า!”
ฮาห์ ฮาห์ ฮาห์ เสียงหอบหายใจถี่รัวพ่นออกมาจากปากชายในชุดเกราะนาโนเต็มไปด้วยรอยปริแตกและรอยฟันมากมาย ถึงอย่างนั้นเขากลับพยายามลุกออกจากกำแพงที่กำลังหลบซ่อนตัวเพื่อวิ่งหนีออกไปให้ห่างจากสถานที่แห่งนี้ หลังจากภารกิจของเขาไม่ใช่ภารกิจที่มีโอกาสสำเร็จ มันเป็ภารกิจสำหรับฆ่าเขาโดยเฉพาะ จึงต้องรีบลุกแล้ววิ่ง
เพียงพริบตาที่เขาเปิดเผยตัวตนออกมาจากตำแหน่งหลบซ่อนกลับถูกล้อมด้วยยานรบหลายร้อยลำจนน่านฟ้าไม่มีที่ว่างให้เขาบินหนีออกไป ไม่เพียงเท่านั้นบนพื้นยังมีรถติดปืนใหญ่หลายพันคันกำลังเล็งปากกระบอกปืนมายังตำแหน่งที่เขายืน ด้านข้างรถติดปืนใหญ่หลายพันคันมีมนุษย์สวมชุดเกราะไม่ต่างจากเขาเป็หมื่น กำลังยืนชาร์จพลังเตรียมจะฆ่าเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
“หมายเลข 0 หน่วยไล่ล่า X-Z01 ทางกองทัพมีคำสั่งให้จับตาย โจมตีได้”
ลำแสงมากมายจากยานรบและปืนใหญ่รวมไปถึงนักรบมากมายล้วนพุ่งเข้ามาโจมตีเพียงจุดเดียวเท่านั้น ชายผู้ตกเป็เป้าหมายจึงหยุดตัวลงเร็วพลันแล้วเปิดหมวกเกราะออกมาส่งยิ้มให้กลุ่มคนมากมายที่ส่งมาจัดการเขาเพียงคนเดียว
“ฆ่าฉันให้ตายด้วยล่ะ หากฉันไม่ตายพวกแกจะเป็คนที่ต้องตาย”
สิ้นเสียงสิ่งสุดท้ายที่เขามองเห็นและรับรู้ได้มีเพียงแสงสีขาวเท่านั้น ไม่มีความรู้สึกเ็ปใดๆบนร่างกาย ต่อให้เขาจะเปิดใช้งานพลังมากมายต้านการโจมตีเอาไว้ก็ไร้ความหมายเขาจึงกางแขนอ้ารับลำแสงทำลายล้างมากมายด้วยความสะใจหวังให้ตัวเองตาย เพราะไม่อยากวางแผนแก้แค้นใคร
“พี่ตงฟาง ตื่นเร็วเข้า”
เปลือกตาค่อยๆเปิดกว้างมองไปยังต้นเสียง จนพบเข้ากับหญิงสาวอายุราว 15 ปีใบหน้าเกลี้ยงเกลาปากแดงระเรื่อ มีผมสีขาว ถักเปียยาวถึงกลางหลัง ประกอบกับผิวขาวอมชมพูเรียบเนียนราวไข่มุก แม้จะสวมชุดชาวบ้านยังคงไม่สามารถปิดความน่ารักของเธอเอาไว้ได้ ภายใต้ดวงตากลมโตทั้งสองมองเขาด้วยั์ตาสีแดงเพลิงมาพร้อมกับความอบอุ่นยิ่งมองยิ่งทำให้หลงไหล ตงฟางจึงพยักหน้าตอบรับน้องสาวที่กำลังใช้แขนทั้งสองพยายามปลุกเขาด้วยความรู้สึกวิตกกังวล
“หนิงเหอ มีอะไรเหรอ”
“พี่ตงฟาง ดูตรงนั้น อสูรกำลังจะข้ามแม่น้ำมาแล้ว”
ตงฟางมองจ้องไปยังน้องสาวตัวเองพลางมองข้ามแม่น้ำไปดูสิ่งที่หนิงเหอกำลังชี้ ปรากฎเป็อสูรตัวใหญ่สูง 5 เมตร รูปร่างคล้ายกับกิ้งก่า บนร่างกายของมันเต็มไปด้วยเกล็ดสีน้ำตาลกำลังอ้าปากร้องคำรามส่งเสียงมายังทางฝั่งของพวกเขาทั้งสองคน
“สัตว์อสูรระดับ 2”
ดวงตาสีดำมองจ้องไปยังสัตว์อสูรระดับ 2 สิ่งมีชีวิตสุดแสนอันตรายไม่ต่างจากโลกเดิมที่เขาจากมาเพียงแต่สัตว์อสูรในโลกนี้ที่เขาฆ่า พวกมันมีสิ่งพิเศษบนร่างกายมากมายให้นำมาใช้งาน ด้วยการมองจ้องไปยังสัตว์อสูรกำลังค่อยๆพาร่างกายของมันลงมาในแม่น้ำพยายามข้ามฝั่งมาจัดการพวกเขาทั้งสองคนนี้เองนั้น ตงฟางจึงเปิดใช้งานพลังของตัวเองเข้าไปควบคุมมีดดายหญ้าที่พกมาเก็บสมุนไพรจนมันลอยขึ้นฟ้า
ไม่เพียงเท่านั้นเขายังส่งพลังเข้าควบคุมก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นมากมายที่อยู่รอบๆตัวให้พวกมันลอยขึ้นมาเคียงข้างมีดดายหญ้า หนิงเหอที่รู้ว่าพี่ของเธอกำลังจะลงมือจึงเปิดตามองจ้องด้วยความสนใจเช่นเคย
ฟิ้ว!
เสียงพุ่งแหวกอากาศจากก้อนหินและมีดดายหญ้าถูกใช้งานเป็อาวุธบินพุ่งเข้าหาสัตว์อสูรตัวใหญ่ ทางฝั่งของสัตว์อสูรที่รับรู้ได้ถึงการโจมตีมากมายกำลังพุ่งเข้ามาจึงหยุดเท้าไม่ก้าวลงไปในน้ำ ทำเพียงอ้าปากคำรามแล้วตวัดกรงเล็บในมือของมันเข้าทำลายสิ่งที่พุ่งเข้ามาโจมตี
ตงฟางรู้ดีว่าการปะทะกับสัตว์อสูรตัวของเขาเสียเปรียบเื่อาวุธเพราะหินมันเปราะมาก เมื่อเทียบกับร่างกายสัตว์อสูรระดับ 2 เขาจึงใช้วิธีการหลอกล่อด้วยหิน แล้วใช้มีดดายหญ้าอาวุธหนึ่งเดียวฆ่ามัน
พริบตาที่ก้อนหินจำนวนมากเคลื่อนตัวเข้าถึงตำแหน่งสัตว์อสูร พวกมันต่างเปลี่ยนทิศทางการพุ่งกระทันหันเป็การบินวนรอบๆร่างสัตว์อสูรจนเกิดเป็วงโคจรมากมายของก้อนหิน ทุกครั้งที่ตงฟางกระดิกนิ้วจะมีก้อนหินพุ่งเข้ากระแทกร่างของสัตว์อสูรจนมันร้องคำรามลั่นด้วยความโกรธ ถึงสัตว์อสูรจะไม่าเ็จากการพุ่งชน หินเหล่านี้กลับทำให้มันโกรธที่ไม่สามารถโจมตีสวนกลับได้
ภายใต้การถาโถมของก้อนหินพุ่งเข้ากระแทกร่างของสัตว์อสูรเป็ระลอก ตงฟางที่เห็นช่องโหว่จึงบังคับมีดดายหญ้าของเขาพุ่งเข้าไปในปากจากนั้นก็ใช้พลังควงมีดดายหญ้าให้มันหมุนปั่นภายในร่างจนสัตว์อสูรตัวใหญ่ร้องคำรามออกมาด้วยความทรมาน
ทันทีที่ตงฟางกำมือข้างขวาเข้าด้วยกันเสียงร้องคำรามลั่นของสัตว์อสูรก็จบลงพร้อมกับพลังชีวิตของมันหายไปจากการโจมตีที่เกิดขึ้นเพียง 30 วินาทีเท่านั้น
“พี่ตงฟาง าเ็ตรงไหนไหม”
ดวงตาน้อยๆมองจ้องตงฟางด้วยความเป็ห่วง เขาตอบรับน้องสาวเพียงแค่ยกมือขึ้นลูบหัวด้วยความเอ็นดูเท่านั้น เพื่อบอกเธอให้รู้ว่าเขาไม่เป็อะไร
“เอาล่ะ แกนพลังิญญาของมันให้หนิงเหอเช่นเดิม”
“ขอบคุณค่ะ”
“ส่วนร่างของมันคงทำให้เราอิ่มในมื้อเที่ยงนี้”
ร่างของสัตว์อสูรตัวใหญ่ถูกแยกส่วนด้วยความสามารถของมีดดายหญ้าที่ถูกบังคับด้วยพลังตัดเลาะเข้าหนังแล่เอาเนื้อออกมาทำอาหารกินกันสำหรับคน 2 คน
แม้ใครหลายคนจะบอกว่าร่างสัตว์อสูรมีประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็ขายเนื้อไปทำอาหาร ขายหนัง กระดูก เขี้ยวเล็บของมันไปทำอาวุธชุดเกราะก็ตาม ตงฟางและน้องสาวเขากลับไม่คิดจะเก็บพวกมัน การใช้พลังของเขาและน้องสาวเป็การแอบฝึกด้วยกันจึงไม่เปิดเผยให้ใครรู้
ด้วยกฎของโลกใบนี้ หากใครก็ตามยังไม่ได้รับการชำระล้างเพื่อปลุกิญญายุทธ์ขึ้นมา พวกเขาจะไม่สามารถฝึกได้ เพื่อตัดปัญหาหลายอย่างที่ตงฟางปะติดปะต่อได้ั้แ่เดินทางมายังโลกนี้ใน่เป็ทารก แล้วพบเข้ากับการต่อสู้หลังจากเกิดได้ไม่นานจนพ่อต้องพาเขามาอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ เขาจึงคิดว่าการแอบฝึกเป็วิธีที่ดีที่สุด จนกว่าพวกเขาจะได้รับการชำระล้างเพื่อปลุกิญญายุทธ์ พวกเขาจะไม่สามารถเปิดเผยพลังได้
ตัวของเขาและน้องสาวจึงกลายเป็เพียงแค่เด็กอายุ 15 ปีที่เข้าป่ามาเก็บสมุนไพรตามคำสั่งของพ่อเท่านั้น ในสายตาของชาวบ้านพวกเขาไม่มีความสามารถในการต่อสู้จึงไม่เก็บสัตว์อสูรกลับไป มันจะเป็สิ่งที่ทำให้พวกเขามีปัญหาได้ ทำเพียงแค่เก็บแกนพลังิญญาของมันมาให้น้องสาวดูดซับเท่านั้นเพราะเป็วิธีเดียวที่ทำให้พวกเขาได้ประโยชน์สูงสุดจากสัตว์อสูรที่ฆ่าตาย
“รอสัก 20 นาทีเราจะได้เนื้อกินแล้ว”
“ค่ะ”
กองไฟค่อยๆปลดปล่อยความร้อนเข้าใส่เนื้อเสียบไม้ทาด้วยสมุนไพรมากมายพร้อมเครื่องเทศที่แอบพกติดตัวมาจนทำให้กลิ่นหอมลอยตลบอบอวลไปทั่ว
“ 15 ปีแล้วสินะ”
ดวงตาของตงฟางมองจ้องเข้าไปในกองไฟพลางถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่งใจ ั้แ่เขาตายในวันสุดท้ายที่ถูกกองทัพไล่ล่า เขาก็อาศัยอยู่ในโลกใบนี้ 15 ปีแล้ว
โลกเดิมของเขาถูกรุกรานด้วยสัตว์กลายพันธ์ พวกมันมีพลังมหาศาลสามารถปลดปล่อยพลังงานออกมาจากร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็พ่นไฟ ปลดปล่อยน้ำแข็ง หรือจะปลดปล่อยสายฟ้าเข้าทำลายทุกอย่าง ถึงอย่างนั้นมนุษย์กลับสามารถสร้างยาขึ้นมาใช้กับร่างกายตัวเองเพื่อต่อต้านสัตว์กลายพันธ์เหล่านี้ จนเกิดเป็กลุ่มคนผู้ใช้พลังจิต
ตัวของเขาเองเป็ผู้ที่สามารถเข้ากับตัวยาได้ดีกว่าคนอื่นๆจึงทำให้เส้นทางการเติบโตของเขารวดเร็วกว่าคนอื่นๆ ด้วยความแข็งแกร่งที่รวดเร็วเกินไปของเขานี้เอง ทางกองทัพจึงตัดความน่ากลัวของเขาลงไปด้วยการบรรจุเขาลงไปในหน่วยไล่ล่าแทนที่จะเป็หน่วยพิเศษ
การบรรจุเขาลงไปในหน่วยไล่ล่าที่ต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดนี้เอง ทำให้เขามีกระบวนการคิดที่ถูกปิดกั้น ไม่สามารถคิดหาทางรอดหรือคิดหาเส้นทางในการทำงานได้ ต่างจากหน่วยพิเศษที่สามารถออกความเห็นในการทำภารกิจหรือสามารถเปลี่ยนแนวทางการทำภารกิจใน่ที่ลงมือ
กลุ่มไล่ล่าต้องทำตามแผนที่วางเอาไว้ไม่ให้พลาดและไม่มีส่วนร่วมในการวางแผน ด้วยกระบวนการทำงานนี้เองจึงเป็เครื่องมือทำให้พวกเขาเป็กลุ่มกองกำลังเดนตาย ไม่สามารถคิดวิเคราะห์ ต้องทำตามคำสั่งทุกย่างก้าวเพื่อให้บรรลุผลเท่านั้น
ถึงอย่างนั้นพลังจิตของเขากลับทรงพลังเกินไปสุดท้ายเขาจึงถูกกำจัดด้วยนักรบพลังจิตมากมาย สุดท้ายเขาจึงมาเกิดใหม่ที่ต่างโลก ด้วยความสามารถพลังจิตติดตัวมาบ้าง แต่มันกลับเป็พลังจิตเลเวล 1 ที่เขาต้องฝึกใช้งานมันให้กลับไปจุดเดิมนั่นคือเลเวลา 10
การจะเดินทางไปถึงจุดเดิมคงจะเป็เื่ยาก เพราะเขายังหาสิ่งที่ใช้แทนเซรุ่มในโลกเดิมไม่ได้ ทำได้เพียงฝึกพลังจิตด้วยการใช้งานบ่อยๆเท่านั้น ั้แ่เกิดจนอายุ 15 ปี
“พี่ตงฟาง มันน่าจะสุกแล้วนะคะ”
“อาใช่ๆ เกือบไปแล้วไหมล่ะ ถ้าหนิงเหอไม่เตือนเราคงได้กินตอนมันไหม้แน่ๆเลย” ตงฟางฉีกยิ้มให้น้องสาว
“เป็อะไรหรือเปล่าคะ เห็นเหม่อลอย”
“ก็เมื่อกี้ไงที่หลับไป พี่บังเอิญฝันแปลกๆ แต่ตอนนี้หายแล้วล่ะ มาเร็ว มาแบ่งกัน”
มีดดายหญ้าถูกนำไปล้างแล้วเผาไฟเพื่อฆ่าเชื้อจากนั้นก็เริ่มตัดแบ่งชิ้นเนื้อกับน้องสาวกินกันอย่างเอร็ดอร่อยกระทั่งเวลาเลยผ่านไปหลายนาทีพวกเขาทั้งสองจึงทำลายหลักฐานการย่างเนื้อทิ้งแล้วเริ่มฝึกกันเหมือนทุกๆวัน
สำหรับการฝึกของน้องสาวนั้นแตกต่างจากตงฟางเป็อย่างมาก เขาเป็ผู้ใช้พลังจิตยังไม่เริ่มฝึกพลังของโลกนี้เพราะติดข้อจำกัดหลายอย่าง จึงใช้ความสามารถในการควบคุมวัตถุด้วยพลังจิตโจมตีเพื่อฝึกตัวเอง
น้องสาวของเขาเป็ผู้ใช้จิติญญา จึงใช้ร่างกายของเธอปัดป้องก้อนหินที่พุ่งเข้าโจมตีรอบๆ แม้เธอจะเป็ระดับชำระชีพจรขั้น 9 เพียงเท่านั้น เธอกลับพิเศษกว่าตงฟางมาก เพราะสามารถปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาจากฝ่ามือทั้งสองข้างซัดเข้าใส่ก้อนหินของเขาจนมันแตกละเอียดได้
ด้วยความแปลกของน้องสาวนี้เอง ตงฟางได้รับคำตอบจากน้องสาวของเขาว่าเธอใช้เพลิงได้เพราะจี้หยกห้อยคอรูปนกฟีนิกส์เล็กๆที่ติดตัวเธอมาั้แ่เกิด มันถ่ายทอดทักษะการต่อสู้ เธอจึงนำมาฝึกจนปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาจากฝ่ามือได้
แม้น้องสาวจะสอนทักษะที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากจี้หยกให้เขาลองใช้งานก็ตามที ตงฟางกลับฝึกไม่ได้เหมือนน้องสาว ทุกครั้งที่เขาลองฝึกเขาจะได้รับความเ็ปบนร่างกายเป็อย่างมาก ต่างจากน้องสาวที่ไม่ได้รับความเ็ปเลย เขาจึงฝึกแค่พลังจิต ส่วนพลังของโลกนี้เขาทิ้งไว้ที่ระดับชำระชีพจรขั้น 9 เท่ากับน้องสาว แม้จะไม่มีทักษะเขากลับพัฒนาร่างกายได้ผ่านการดูดซับแกนพลังิญญาสัตว์อสูร
ถึงจะเป็ระดับเดียวกันกับน้องสาวเขากลับแตกต่าง เนื่องจากร่างกายของเขาเดินทางถึงคอขวดไม่สามารถกักเก็บพลังทะลวงไปต่อได้ ต่อให้เขาจะดูดซับแกนพลังิญญาสัตว์อสูรมากแค่ไหนก็ตาม
ต่างจากน้องสาวที่เก็บพลังงานจากแกนพลังิญญาไว้เรื่อยๆ แม้จะถึงจุดสูงสุดของระดับชำระชีพจรเหมือนกับเขา เธอกลับสะสมพลังงานที่สามารถใช้ทะลวงระดับถัดไปได้อีก หากผ่านพิธีการชำระล้างเพื่อปลุกิญญายุทธ์ให้ตื่นขึ้นมา ตงฟางจึงให้แกนพลังิญญาทั้งหมดกับน้องสาวตัวเอง เพราะมันเป็ผลดีกับตัวเธอมากกว่าเขา ด้วยการไร้ทักษะ จึงทำให้การใช้งานแกนพลังิญญาโดยตรงเขาเสียพลังงานไปถึง 9 ใน 10 ส่วนที่แกนพลังิญญามี