สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่สามสิบสี่ ความลำบากของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่สามสิบสี่ ความลำบากของดยุกหมูอ้วน

    พวกลุกกระจ๊อกนี่ด้อยกว่าตัวละครมีชื่อก็เป็นสิ่งที่ผมพอเดาได้ การที่เราจะเป็นตัวละครมีชื่อได้แปลว่าเราต้องเป็นคนที่มีผลกระทบต่อเนื้อเรื่องนั้นๆไม่ทางใดก็ทางหนึ่งหากมองตามโลกความเป็นจริง เนื้อเรื่องคือประวัติศาสตร์ของโลกนั้นๆ

    หมายความว่าตัวละครมีชื่อคือบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์นั่นเองmover and shaker ผู้ที่สามารถขับเคลื่อนโลกนั้นๆให้เป็นไปตามทางใดทางหนึ่งได้

    แต่เสียใจด้วยนะ  God love commonmen,he build so many of them

    พระเจ้ารักคนธรรมดาท่านได้สร้างคนธรรมดามาเป็นจำนวนมาก

    ดยุกหมูอ้วนน่าจะลำบากในด้านนิสัยที่โดนคนดีมีคุณธรรมรังเกียจพอสมควร

    ทำให้คนที่เข้าหามีแต่พวกนักล่าเงินรางวัลที่ชอบจำนวนเงินที่ให้หรือไม่ก็เป็นพวกไม่คิดอะไรยึดความซื่อสัตย์กับเจ้านายแบบพี่กล้าม

    ดังนั้นผมคิดว่าจะใช้งานระดับคนธรรมดานี่ล่ะโดยใช้การผลิตบุคลากรที่คุณภาพอาจจะแค่เหนือกว่ามาตรฐานนิดหน่อยจำนวนมากแทนและการผลิตพี่กล้ามออกมาจำนวนมาก

    “เซบาสเตียนส่งหนังสือถึงพวกเหล่าขุนนางให้ส่งเสมียนมาจำนานเท่าที่ข้าสั่ง  ให้เน้นไปที่พวกลูกชายคนที่ไม่มีสิทธิสืบทอดตระกูลว่าข้าจะหาอาชีพที่มีเกียรติเพียงพอให้พวกเขาทำงานรับใช้ข้า”

    เซบาสเตียนโผล่มาจากข้างหลังและก้มศีรษะรับคำอย่างนอบน้อม

    “ขอรับท่านดยุก” เซบาสเตียนถือคติ ว่าข้ารับใช้ที่ดีต้องทำตัวเหมือนไม่มีตนเองอยู่เว้นแต่เวลาที่เจ้านายเรียกเท่านั้นจนผมสงสัยว่าเขาต้องมีสกิลของนินจาหรือไม่ก็ทักษะสกิลล่องหน stealth บางอย่างแน่ๆ

    “เตรียมการสร้างโรงยิมต้อนรับบาบารัสกับพวกข้าจะเอาสถานที่นั้นมาฝึกพวกเรนโบว์ไนท์และเหล่าแฟมิเลียของเพนดราก้อน”

    ผมจำได้ว่านางเอกต้องฝึกเพิ่มทักษะด้านต่างๆกับอาจารย์ของโรงเรียน แต่เธอสามารถใช้เงินจ้างครูฝึกสอนพิเศษได้เช่นหัวหน้ายิมที่สอนว่ายน้ำจะเพิ่มค่าความคล่องแคล่วและทนทานของร่างกายมากกว่าการทำกิจกรรมอย่างอื่นแต่ต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นแลกกับการที่การฝึกในโรงยิมมักจะไม่ค่อยมีข้อเสียที่ค่าอื่นอย่างสเน่ห์ลดลง และค่าสถานะที่ฝึกจะเพิ่มมากกว่าการฝึกเองตามปรกติ

    ผมคิดว่าหากต้องการฝึกพี่กล้ามจำนวนมากก็สร้างโรงยิมที่ฝึกร่างกายเพิ่มขึ้นมาเสียเลยและจ้างครูฝึกสอนมาประจำแทน

    “เพิ่มจำนวนครูฝึกสอนให้มากเท่าที่มากได้ข้าไม่ต้องการให้การฝึกของพวกเราด้อยกว่าเมืองหลวง”

    “เป็นไปตามที่ท่านบัญชาขอรับท่านดยุก”เซบาสเตียนก้มศีรษะอีกครั้งและจากไป

    อืมคนอย่างเซบาสเตียนที่เก่งหากได้เพิ่มก็คงจะดีแต่ผมในฐานะดยุกหมูอ้วนมีข้อเสียที่คนมีชื่อเสียงค้าคุณธรรมสูงและมีสถานะคงเข้ากับผมยาก

    ผมทำได้แค่รวบรวมคนจำนวนมาก ใช้เงินและสิ่งก่อสร้างพื้นฐานอย่างโรงยิมฝึกขึ้นมาเท่านั้นล่ะ

    และอีกอย่างการสร้างโรงยิมนั้นยเปลืองเงินก็จริง แต่จากระยะยาวแล้วมันจะประหยัดกว่าหากเราสามารถเพิ่มค่าสถานะของพวกพี่กล้ามและเหล่านักผจญภัยมือใหม่ได้มากกว่านี้

    “Command:Rest คำสั่ง พักได้”

    แสงสีขาวเปล่งจากร่างกายของผม

    พวกเสมียนที่ฝืนตาง่วงนอนอยู่เนื่องจากใช้มานานมากเกินไปและทำงานมาตลอดทั้งคืนก็หลับลงตรงนั้นทันที

    ผมปรบมือเรียกคนใช้ออกมาอีก

    “เอาผ้าห่มและเตรียมอาหารให้พวกเขาหลับสักพักเถอะ”

    พวกเขาสมควรได้พักผ่อนบ้าง

    ส่วนร่างกายของดยุกหมูอ้วนของผมเนื่องจากผลของการได้รับค่าสถานะเพิ่มขึ้น กลับกระชุ่มกระชวยมากขึ้น

    เดินเหินอะไรด้วยความรวดเร็วและเต็มไปด้วยพลังมากขึ้น

    คนรับใช้ก้มศีรษะน้อมรับคำสั่งและออกไปเตรียมผ้าห่มและอาหารมาให้กับเหล่าเสมียนที่ทำงานหนัก

    พักผ่อนเถอะ พวกเจ้าเพราะต่อไปพวกเจ้าจะลำบากกว่านี้บุฮิ บุฮิ บุฮิ

    ...

    ผมแต่งตัวเต็มยศของนักผจญภัยอีกครั้งแต่คราวนี้ร่างกายสามารถรับน้ำหนักอุปกรณ์สวมใส่จำนวนมากได้แล้ว

    หมายความว่ามุก”ชาวบ้านเก็บเลเวลจนเลเวล999” นี่เป็นจริงในโลกนี้งั้นหรือนี่?

    แต่ก็คงมีจุดอ่อนที่ว่าอยู่ในสภาวะปรกติใครจะอยากไปเสี่ยงตายกับมอนสเตอร์สินะ

    อยากจะแข็งแกร่งมากขึ้นก็ต้องไล่ล่ามอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งมากขึ้นแต่มอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งมากขึ้นก็จะมีโอกาสฆ่าเรามากขึ้น วนเวียนไปเป็นสัจธรรม

     

    นักผจญภัยต้องกล้าเสี่ยงถึงจะเป็นนักผจญภัยได้แต่เพราเสี่ยงมากไปเลยตายกลางทางนั่นล่ะนะ

     

    แต่ผมจะใช้ทักษะ learning เพิ่มค่าทักษะสกิลไปแม้ระดับจะไม่ค่อยเพิ่มเท่าก็ตามจากการสู้กับพวกระดับต่ำกว่าแต่หากเลื่อนระดับไปเท่ากับว่าผมจะมีทักษะมากกว่าคนที่อยู่ในระดับเดียวกันนั่นเอง

    รวบรวมคอมโบทักษะให้ได้ตามที่วางแผนไว้ก็น่าจะพอปราบหลายๆตัวได้อย่างง่ายดาย

    ฮืม

    มาเรียมาคลอเคลียกับผมอยู่ข้างๆตอนที่ผมให้ช่วยแต่งตัวให้

    “นายท่านมีเรื่องกลุ้มใจอะไรหรือเปล่าคะ?เมื่อคืนมีอะไรกับชั้นแค่สองครั้งเองนะ เช้านี้ก็ไปอยู่กับพวกเสมียนตีพวกเขาอยู่ไม่ยอมมาตีชั้นบ้างเลย” มาเรียกอดแขนผมและอ้อน

    โอ๊ะลืมไป อาชีพทาสรัก นี่มันเน้นค่าเสน่ห์นี่นาและผมให้มาดามอิงกริดฝึกสอนเธอเรื่องการยั่วยวนด้วยเธอเลยเก่งกว่าเดิม

    “ไม่ต้องห่วงหรอกมาเรีย เจ้าคือทาสคนโปรดของข้าเสมอที่ข้าพยายามเป็นนักผจญภัยก็เอจะได้แข็งแรงสามารถเอาแส้ฟาดเจ้าได้ทั้งคืนไงล่ะทาสรักของข้า”

    ผมอุ้มมาเรียมากอด

    ด้วยพลังที่มากขึ้นทำให้สามารถอุ้มร่างกายของเธอได้อย่างง่ายดาย

    “ว้าย นายท่านล่ะก็”

    มาเรียเอาขามาเกี่ยวหลังผมไว้

    อุ๊ ผมลองวัดแรงดู

    สมกับเป็นนางเอก เวลาเท่ากันผมมีแหวนเพิ่มค่าประสบการณ์มากกว่าร่างกายของเธอดันแข็งแรงกว่าผมอีกแฮะ

    อุตสาห์พึ่งแต่งตัวเต็มยศเสร็จต้องถอดอีกแล้วหรือนี่?

    หรือว่าฉากจบของเรื่องก็เป็นฉากจบของดยุกเช่นกันที่ไม่อาละวาดไปฉุดสาวเพิ่มเพราะมีมาเรียก็ทำให้ดยุกเหนื่อยพอแล้ว?

    “หันหลังไปเอามือแตะกำแพงแม่ทาสสาวของข้า”

    ผมกล่าว

    ขาที่เกี่ยวด้านหลังของมาเรียออกจากเอวของผมทันที

    “อ๊ายนายท่านล่ะก็”

    มาเรียเอามือแตะกำแพงและหันหลังมาทางผมสายตามองมาอย่างหื่นกระหาย

    ตกลงดยุกปรกติมันมีเวลาไปทำงานหรือฟะนี่หากมีทาสสาวจำนวนมากอย่างนี้?

    อืมจะว่าตรงกับที่ผมคำนวณก็ตรงกับที่ผมคำนวณอยู่หากเก็บเลเวลได้มากขึ้นตลอดเวลา มาเรียสามารถ one-shot จอมมารได้หากมีเวลาเก็บเลเวลมากพอ

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน