เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 53 โจมตีจากระยะไกล

    ห่างไกลออกไปราวสิบห้ากิโลเมตรกองทัพเจ้าตัวประหลาดมากมายหลายหมื่นตัว พวกนี้ก็คือตัวจริงของมันทั้งหมดและแน่นอนว่ารัศมีพลังไม่เหมือนร่างแยกของมันเพราะพวกมันมีความสามารถมากกว่าถึงสองเท่าและด้านหลังสุดของกองทัพก็มีราชาคนเถื่อนที่กำลังมุ่งหน้ามาอย่างรวดเร็ว
    ในตอนแรกราชาคนเถื่อนเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่มาและให้พวกลูกสมุนทั้งหลายมาจัดการผู้สืบทอดของเทพธิดาแห่งความดับสูญแต่เขาก็ไม่มั่นใจอีกว่าจะสามารถกำจัดลงได้รึเปล่าจึงมาด้วยตนเอง เพราะถ้ากำจัดผู้สืบทอดของเทพธิดาแห่งความดับสูญได้ ทุกอย่างก็จะราบรื่นและจะไม่มีใครสามารถต่อต้านเขาได้อีกต่อไป
    แต่ว่าราชาคนเถื่อนในตอนนี้เขาเองก็กำลังหวาดกลัวต่อพลังแห่งความดับสูญของเซล่าแต่เขาก็คิดไปอีกว่าต่อให้คนพวกนั้นรวมพลังกันเข้ามาก็ไม่มีทางโจมตีจนเขาได้รับบาดเจ็บแน่นอน แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกหวาดกลัวแบบนี้ด้วย เพราะอะไร?
    ถึงแม้ว่าพวกนั้นจะมีเทพธิดาแห่งความดับสูญเป็นพวกของมันก็จริงแต่ว่าพวกมันจะใช้อะไรเข้าจู่โจมเขาที่เป็นถึงราชาคนเถื่อนแล้วสร้างบาดแผลขนาดใหญ่ได้กันละ ไม่มีทางแน่นอน เขาลืมคิดข้อนี้ไปได้ยังไง อย่างไรก็แล้วแต่กองทัพของเขาก็มีความสามารถมากพอที่จะบดขยี้พวกมันให้ตายไปทั้งหมดได้
    กองทัพเคลื่อนที่มาด้วยการแผ่พลังความกดดันชนิดที่ว่าฟ้าดินยังสะเทือนความยิ่งใหญ่รวมถึงความน่าเกรงขามของพวกมันเกินกว่าที่พวกมนุษย์จะคาดคิด การเคลื่อนพลขนาดใหญ่ครั้งนี้แน่นอนว่ามันต้องดึงดูดผู้คนจากทุกกลุ่มมายังสนามการต่อสู้ตัดสินกันทั้งนั้น เหล่าผู้คนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มระดับกลางไปถึงระดับสูง กลุ่มอำนาจก็เช่นกัน และกลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ก็ด้วย คนที่อ่อนแอของกลุ่มจะกระอักเลือดออกมา บางคนถึงกับคงสติเอาไว้ไม่ได้นอนหมดสติลงไปในทันที
    “แบบนี้มันแย่แล้วทำยังไงกันดีนี่มันหายนะชัดๆ หรือว่านี่เป็นสถานที่ในการใช้ชีวิตครั้งสุดท้าย”
    “ที่ผ่านมาพวกเราต่อสู้กับตัวที่อ่อนๆทั้งนั้นเลยใช่ไหม มันจบแล้ว!”
    “หมดหนทางแล้ว ไม่มีใครรอดออกไปได้หรอก มันบ้ามากๆที่มีตััวแบบนี้อยู่ในดันเจี้ยน ฉันน่าจะไม่เข้ามาตั้งแต่แรก”
    …
    เสียงของผู้คนที่สิ้นหวังเพราะแค่พลังความกดดันก็ทำให้กลุ่มพวกเขาที่เป็นแค่กลุ่มระดับกลางไปจนถึงกลุ่มระดับสูงต้องหมดสภาพไปอย่างรวดเร็วจะมีก็แต่หัวหน้าและรองหัวหน้าของกลุ่มที่ยังยืนได้สบายๆโดยที่ไม่เป็นอะไรเลย
    ส่วนพวกกลุ่มอำนาจก็ไม่ได้คิดอะไรและไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาถึงแม้ว่าจะมีคนอ่อนแอ แต่พวกคนอ่อนแอก็ถูกฝึกมาเป็นอย่างดีจึงไม่ได้สนอาการบาดเจ็บของตนเอง ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่ต่างไปจากพวกที่ไร้ประโยชน์ทันทีที่ได้เห็นปัญหาใหญ่ก็จะล้มลงในทันทีโดยไม่คิดที่จะแก้ไข ชาร์ลอตต์มองไปยังราชาคนเถื่อนก่อนที่จะแสดงสีหน้าตกใจเล็กน้อย รัศมีพลังแบบนี้เธอจำได้ดีเลยมันคือโลกอีกแห่งที่สูงขึ้นไปอีก แสดงว่าราชาคนเถื่อนที่เห็นมันมีแผนอะไรบางอย่างติดมาด้วย ต้องใช่แน่ๆมันต้องหาทางเข้าไปในโลกของพวกเธอที่เป็นโลกหลักแล้วยึดครองเอาไว้เป็นของตนเอง แต่ว่าเธอก็ไม่อาจคาดเดาเป้าหมายที่แท้จริงของมันได้ แล้วมันมีเป้าหมายที่ว่ามันคืออะไรกันแน่?
    “โรเบิร์ต ข้าคิดผิดไปจริงๆด้วย เจ้าตัวที่อยู่ด้านหลังสุดนั่น มันไม่ใช่คนเถื่อนจากโลกของพวกเราตามที่ได้พบเจอและบันทึกเอาไว้แต่เป็นคนเถื่อนจากโลกที่สูงขึ้นไปอีก”
    “โลกที่สูงขึ้นไป? หมายความว่ายังไงชาร์ลอตต์”
    “ก็ตามที่ข้าได้พูดไปนั่นแหละ โลกใบนี้ที่พวกเราอยู่นั้นเป็นโลกที่อยู่ในกลุ่มชนชั้นล่างสุดในทั้งหมดห้าชนชั้น กลุ่มรอบนอกชนชั้นล่างนี่คือกลุ่มที่โลกของเราอยู่ในปัจจุบัน สูงขึ้นไปอีกคือกลุ่มรอบนอกชนชั้นสูง จากนั้นก็จะเข้าสู่โลกเบื้องบนซึ่งพวกเราไม่มีข้อมูลของพวกมันต้องเข้าใจว่าโลกของพวกเราได้รู้จักโลกที่อยู่สูงขึ้นไปอีกก็เป็นสิ่งที่เกินกว่าขีดจำกัดที่จะล่วงรู้ได้แล้ว”
    นี่มันโลกจักรวาลแฟนตาซีแน่ใช่ไหมคงไม่ใช่พวกโลกจักรวาลแบบกำลังภายในอะไรแบบนั้นใช่ไหมที่จะมีการฝึกฝนจนกลายเป็นเทพได้อะไรแบบนั้นได้ คงไม่ใช่หรอก บางทีผมคงคิดมากไปเอง
    โลกหลักที่ผมอยู่เป็นโลกที่อยู่ต่ำที่สุดแสดงว่าการแทรกแซงของพวกระดับสูงก็เป็นเรื่อปกติธรรมดาเลยสิ ถ้าการคาดการณ์ของผมถูกดินแดนต้นกำเนิดของแวมไพร์และตำแหน่งที่ตั้งของเผ่าพันธุ์จริงๆก็คงเป็นโลกที่อยู่ในชนชั้นที่หนึ่งหรือไม่ก็ชนชั้นที่สองถ้าเป็นแบบนั้นจริงเผ่าแวมไพร์ก็ไม่ใช่เผ่าที่สามารถดูถูกได้เลยสิ
    ไม่สิต้องเรียกว่าเป็นเผ่าที่มีความแปลกประหลาดเกินกว่าจะเข้าใจได้ด้วยความเข้าใจแบบมนุษย์ทั่วไปซะอีก
    “สิ่งที่คุณชาร์ลอตต์พูดถูกแล้วครับโลกของพวกคุณโรเบิร์ตที่อาศัยอยู่นั้นเป็นโลกที่ต่ำที่สุดและเจ้าราชาคนเถื่อนเองที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่ใช่แบบที่โลกของพวกคุณโรเบิร์ตเจอมาเพราะเจ้านี่มันแข็งแกร่งกว่านั้นถึงห้าเท่า”
    “เจ้าตื่นแล้วเหรออีเมอร์สัน”
    ใช่แล้วเป็นอย่างที่ผมได้พูดไปอีเมอร์สันหลับมาโดยตลอดตั้งแต่ที่ผมได้ชาร์ลอตต์เข้ามาในวงศ์วานตอนแรกผมพยายามตามหาอีเมอร์สันจนกระทั่งสัมผัสรับรู้ได้ผ่านทางสัมผัสพิเศษว่าอีเมอร์สันหายตัวไปนอนหลับข้างในตัวของผมที่คล้ายจะเป็นมิติแปลกประหลาด ผมไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครและบอกกับคนอื่นไปแค่ว่าอีเมอร์สันไปทำภารกิจให้ผมอยู่เท่านั้น
    ทำไมผมถึงไม่ได้บอกใครและไม่พูดขึ้นมา นั่นก็เพราะส่วนหนึ่งก็เป็นที่พลังแปลกประหลาดของแวมไพร์ที่ทำให้พูดไม่ได้เพราะมันเกี่ยวข้องกับมิติแปลกประหลาดที่อยู่ในตัวของผมซึ่งเจ้ามิติแปลกประหลาดนี่มันเกิดมาตั้งแต่ตอนที่ไปเก็บคริสตัลปริศนาอันนั้นมาหลังจากที่เก็บน้ำในบ่อน้ำสีแดงไป
    และดูเหมือนว่ามันจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของผมที่รวดเร็วเกินไปรวมถึงไปกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกพวกนั้นด้วย และก็น่าจะเป็นเจ้านี่อีกเช่นกันที่ทำให้ผมหลุดควบคุมแล้วพุ่งเข้าใส่ชาร์ลอตต์ในตอนแรก
    “ใช่แล้วครับ แต่ว่ากระผมในตอนนี้กลายเป็นขั้นสองแล้ว หลังจากที่หลับไปนาน”
    “โอ้! มังกรขั้นสองเหรอ น่าสนใจนิ ถ้าอย่างนั้นนายก็น่าจะพร้อมไปเผามันแล้วสิอีเมอร์สัน”
    “ไม่ไหวหรอกครับ เพราะกฎเกณฑ์ในโลกนี้มันระบุเอาไว้ว่าห้ามสิ่งมีชีวิตที่อยู่โลกที่สูงกว่าเข้ามายุ่งเกี่ยวและมังกรอย่างกระผมก็ไม่ได้เกิดมาจากโลกของพวกคุณโรเบิร์ตเลยแต่เกิดมาจากโลกที่สูงกว่าการที่กระผมลงมายังโลกที่นอกขนาดนี้ก็เพราะจะมาหลับใหลเพื่อปรับการไหลเวียนของพลังทั้งหมดจนกว่าจะได้เวลาถึงจะกลับไปยังโลกเก่าของตนเองเพื่อพัฒนาพลังต่อไป ส่วนที่ว่าทำไมเจ้านั่นมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากกฎเกณฑ์ นั่นก็เพราะมันใช้สมบัติบางอย่างที่มีคุณสมบัติเปลี่ยนแปลงตัวตนให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม”
    “น่าเสียดายจริงๆนึกว่าจะใช้นายกวาดพวกมันให้หายไปให้ทีเดียว และจะได้ออกไปจากที่นี่สักที”
    “นั่นสินะครับถ้ากระผมทำได้ กระผมคงพาคุณโรเบิร์ตบุกไปที่วิหารของมันตั้งแต่แรกแล้วเผามันให้เป็นจุนไปนานแล้ว”
    “ที่นายพูดมาก็ถูก เอาเถอะอย่างน้อยฉันก็มีทักษะนั่นอยู่”
    ชาร์ลอตต์เดินมาใกล้ๆผมก่อนจะดึงตัวของอีเมอร์สันเข้ามาดูใกล้ๆจากนั้นก็กระซิบเบาๆ
    “เจ้าคือมังกรที่แท้จริงใช่ไหม”
    “ใช่แล้วครับ คุณชาร์ลอตต์”
    ชาร์ลอตต์มองผมด้วยแววตาที่ไม่อยากเชื่อและเป็นแววตาที่บอกว่ายังมีสิ่งที่เธอไม่รู้เกี่ยวกับผมอยู่อีกเพราะขนาดว่ามังกรที่แท้จริงยังเป็นพวกพ้องของโรเบิร์ต ที่เธอไม่เคยเห็นอีเมอร์สันเลยก็เป็นอย่างที่ผมได้บอกไปเพราะอีเมอร์สันหลับไปพึ่งจะตื่นมา
    “คุณภรรยาสุดที่รัก คุณไม่ต้องมองผมเหมือนกับว่ายังมีสิ่งที่ไม่รู้จากผมก็ได้เพราะยังไงผมก็ไม่ได้อยากให้คุณทำทุกอย่างขนาดนั้น”
    “ไม่ได้หรอกนะเพราะภรรยาที่ดีก็ต้องคอยปรนนิบัติสามีสิถึงจะถูก ถึงแม้ว่าไอรีนกับเซล่าจะไม่ถนัดในเรื่องแบบนั้นแต่ข้าสามารถทำทุกอย่างเพื่อเจ้าได้จริงๆไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม”
    ผมอึ้งไปเล็กน้อยก่อนที่ในใจจะเกิดความสุขเล็กๆขึ้นมา การที่ผมมีภรรยาที่แสนดีขนาดนี้ผมนี่โชคดีจริงๆ
    “ก็ไม่อยากจะขัดหรอกนะโรเบิร์ตแต่พวกมันเข้ามาใกล้แล้ว”
    เจ้าของเสียงก็คือลูเชียโน่ที่พูดเตือนผม
    ผมมองไปยังกองทัพขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าที่กำลังเคลื่อนกำลังพลมา และที่น่าแปลกก็คือพวกมันทั้งหมดเพ่งจิตสังหารมาที่ตัวของเซล่ารวมถึงราชาคนเถื่อนเองก็ด้วย นี่มันคิดจะฆ่าเซล่าถ้าผมคาดเดาไม่ผิดก็น่าจะเกี่ยวกับเทพธิดาแห่งความดับสูญแน่ๆ
    ก็เอาสิในเมื่อมันคิดจะทำร้ายคนของผม ผมก็พร้อมจะถอนรากถอนโค่นมันในทันที
    “ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมพร้อมแผนตามที่ได้ตกลงเอาไว้เลยเถอะ”
    กลุ่มของลูเชียโน่เปลี่ยนรูปกองกำลังใหม่จากนั้นก็เสริมด้วยทักษะป้องกันเอาไว้รอบนอกก่อนที่จะเปิดศึกโดยที่ไม่รอให้พวกมันเข้ามาใกล้ๆพลังเวทมนตร์ที่ปลดปล่อยออกมาของทุกคนรวมกันกลายเป็นหอกขนาดใหญ่นับร้อยๆ ก่อนที่พวกมันทั้งหมดที่จะหมุนวนจนกลายเป็นพลังทำลายที่มีสภาวะของลมกับสายฟ้าขึ้นมาจากนั้นผมก็ใช้ทักษะรังสรรค์ใส่หอกพวกนั้นทั้งหมดแล้วสร้างระเบิดทำลายล้าง PQOED789 ของโลกก่อนขึ้นมาติดไปกับหอกลมสายฟ้า
    หอกลมสายฟ้าเมื่อรวบรวมพลังเสร็จแล้วพวกมันก็พุ่งไปที่กองทัพของเจ้าตัวประหลาดนับหมื่นก่อนที่มันจะระเบิดกลายเป็นแสงอันเจิดจ้าที่มาพร้อมกับลมและสายฟ้า
    ตูม! ตูม! ตูม!
    พลังทำลายมหาศาลกวาดเจ้าตัวประหลาดหายไปนับร้อยด้วยรัศมีพลังของลมกับสายฟ้าและยังพ่วงไปด้วยระเบิดทำลายล้างลูกนั้นอีกด้วย จากนั้นกลุ่มของลูเชียโน่ก็เปลี่ยนรูปกองกำลังใหม่อีกรอบคราวนี้กลายเป็นลักษณะคล้ายกับลูกธนู พวกเขาทั้งหมดก็ปล่อยพลังเวทย์ออกมาอีกครั้งก่อนที่จะให้เซล่าที่อยู่ท้ายกองกำลังดึงคันธนูแห่งรุ่งอรุณก่อนที่จะใช้การโจมตีของทักษะศรแห่งการดับสูญ
    พลังเวทย์ที่ออกมาจากกลุ่มของลูเชียโน่ทุกคนหลั่งไหลเข้าไปผสานเข้ากับลูกธนูของเซล่าที่ยังไม่ได้ยิงออกมา พลังงานสีดำ พลังงานสีขาว พลังงานสีเขียว และพลังงานสีฟ้า หลอมรวมกลายเป็นหนึ่งเดียวโดยมีพลังงานสีดำเป็นตัวเหนี่ยวนำ เซล่าที่อยู่ในรูปลักษณ์ของเอมิเลียก็เปลี่ยนกลายเป็นอวตารเทพธิดาแห่งความดับสูญ ( ผมสีดำ ตาสีแดง นั่งเอง)
    พลังมหาศาลมันไม่ได้มีแค่นั้นมันยังรวมพลังแห่งความมืดของผม ไอรีน ชาร์ลอตต์ที่เป็นวงศ์วานเดียวกันเข้าไปอีกทำให้ไปกระตุ้นพลังงานบางอย่างให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก จากนั้นเซล่าก็ปลดปล่อยสุดยอดการโจมตีที่มีพลังทำลายล้างสูงออกไปเป้าหมายคือกองทัพเจ้าตัวประหลาดทั้งหมดและเป้าหมายหลักจริงๆของมันก็คือราชาคนเถื่อน
    ผมเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา ในเมื่อมันกลัวเซล่าและคิดจะกำจัดเซล่าของผม ผมก็เลยต้องจัดให้มันแบบเน้นๆ . . .

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน