ตอนที่ 11 ลูก
ตอนที่ 11
ณโรงพยาบาลประจำอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่
“ต้น!!...ต้นหนูดินกับหนูดาวอยู่ที่ไหน” เนติญาวิ่งมาหาต้นกล้าที่ยืนอยู่บริเวณหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความใ ร่างเล็กๆของเธอสั่นรัวไปด้วยความกลัว น้ำตาไหลนองอาบสองแก้มของเธอ
“เนย์ใจเย็นๆนะ รอคุณหมอสักเดี๋ยวนะ หมอกำลังดูอาการของหนูดินกับหนูดาวอยู่” ต้นกล้าพยายามปลอบใจเนติญา
“ไปนั่งรอตรงโน้นก่อนนะเนย์เด็กๆต้องไม่เป็อะไรแน่นอน”ต้นกล้าพูดพร้อมประคองเนติญาไปนั่งรอบริเวณม้านั่งหน้าห้องฉุกเฉิน
“เนย์..เนย์คลายมือออกหน่อย เดี๋ยวจะเจ็บนะเนย์” ต้นกล้าใช้มือของเขากุมมือของเนติญาที่กำลังกำหมัดไว้แน่นทั้งสองมือโดยที่เธอไม่รู้ตัว
“ญาติ ด.ช.ไอดิน ด.ญ.อิงดาว และนายภาวัชค่ะ” เสียงพยาบาลเรียกชื่อดังขึ้นหน้าห้องฉุกเฉิน
เนติญารีบวิ่งมาหาพยาบาลบริเวณหน้าห้องด้วยความกลัว
“ลูกเป็ยังไงบ้างคะ!”เนติญารีบเอ่ยถามพยาบาลด้วยความลนลาน
“คุณแม่ของไอดินกับอิงดาวใช่มั้ยคะ”พยาบาลถามญาติผู้ป่วยเพื่อยืนยันตัวตน
“ใช่ค่ะ”เนติญารีบตอบ
“ตอนนี้น้องทั้งสองปลอดภัยแล้วนะคะคุณแม่แต่ยังต้องรอดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะน้องหมดสติเพราะได้สูดควันเข้าไปมากเกินไป”
“ยังคงต้องตรวจสอบปริมาณออกซิเจนในร่างกายของน้องอย่างใกล้ชิดรวมทั้งเฝ้าดูการทำงานของปอดด้วยค่ะ แต่คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ เป็ขั้นตอนในการรักษาน้องอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยดีค่ะ” พยาบาลอธิบายอาการให้ญาติผู้ป่วยฟัง
เนติญาได้ยินดังนั้น เธอก็โล่งใจอย่างมากเธอทรุดตัวลงด้วยความโล่งอก ต้นกล้าที่ยืนอยู่ข้างๆ ประคองร่างเล็กๆของเธอได้ทันก่อนที่ร่างของเธอจะถึงพื้น
“เดี๋ยวทางเราจะย้ายน้องทั้งสองไปห้องพักผู้ป่วยคุณแม่ค่อยไปหาน้องในห้องนะคะ แล้ว...ญาติของคุณภาวัชล่ะคะ”พยาบาลถามเนติญาและต้นกล้าต่อ
“อาการคุณภาวัชเป็ยังไงบ้างครับ เอ่อ..ผมเป็เพื่อนร่วมงานครับ คุณพยาบาลแจ้งผมได้เลยครับพ่อของเค้ากำลังเดินทางมา” ต้นกล้ารีบตอบพยาบาลไปแบบนั้นเพราะตัวเขาเองก็เป็ห่วงภาวัชมากด้วยเช่นกัน
“คุณภาวัชอาการค่อยข้างหนักนะคะตอนนี้ยังไม่ได้สติค่ะ แถมยังมีแผลไฟไหม้ที่หลังอีก หมอต้องดูแลอย่างใกล้ชิดตอนนี้ยังไม่สามารถย้ายผู้ป่วยไปที่ห้องพักฟื้นได้นะคะ”พยาบาลแจ้งอาการของภาวัชจบก็เดินกลับเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
“ต้น..ต้นทำไมภาวัชถึงอยู่ที่นี่ด้วย เกิดอะไรขึ้นแล้วที่ว่าเค้าอาการหนักคือยังไง..ห๊ะต้น”เนติญาเขย่าแขนของต้นกล้าและถามเขาด้วยความลนลาน สีหน้าของเนติญากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
“เนย์..ต้นเจ็บ”ต้นกล้าพูดพร้อมมองไปที่แขนตัวเอง ซึ่งโดนเนติญาบีบไว้ด้วยมือทั้งสองข้างอย่างแรง
“ขอโทษต้น”เนติญารีบผละมือของเธอออกมา
“คุณภาวัชเค้าเป็คนช่วยหนูดินกับหนูดาวออกมานะเนย์”
“ถ้าไม่ได้เค้า..เรา..เราอาจจะไม่ได้เจอหนูดินกับหนูดาวอีกต้นผิดเอง น่าจะไปอยู่ทีมเดียวกับเค้าตอนปฏิบัติงานเค้าคงไม่มีสภาพแบบนี้ถ้าต้นได้อยู่ช่วยเค้า”ต้นกล้าพูดแล้วก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด
“อะไรนะต้นต้นพูดว่า..เค้าช่วยชีวิตหนูดินกับหนูดาวไว้เหรอ”
ณห้องพักผู้ป่วย
“หม่ามี๊..”เสียงเล็กๆของอิงดาวเรียกแม่ของเธอเบาๆ
“หนูดาวลูกตื่นแล้วเหรอลูก เป็ยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนรึเปล่าคะ” เนติญาพูดพลางน้ำตาก็ไหลอาบแก้มไปพลาง
“หม่ามี๊..ร้องไห้ทำไมคะ”เด็กน้อยถามแม่ของเธอต่อด้วยความไร้เดียงสา
“หม่ามี๊ดีใจไงคะที่เจอหนู หนูดาวหนูกลัวมากมั้ยคะ” เนติญาเธอถามลูกน้อยด้วยความห่วงใย
“หม่ามี๊ครับ”อิงดาวยังไม่ทันได้ตอบแม่ของเธอ เสียงไอดินที่นอนอยู่เตียงข้างๆก็ดังขึ้น
“หนูดินหม่ามี๊อยู่นี่ค่ะ” เนติญาหันไปหาไอดินเพราะเธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงกลางระหว่างเตียงของเด็กทั้งสอง
“ผมไม่กลัวครับหม่ามี๊ผมจะต้องปกป้องหนูดาว” ไอดินพูดกับแม่ของเขาเพราะก่อนหน้านี้ได้ยินแม่เอ่ยถามน้องสาวฝาแฝดของเขา
เนติญารีบเข้าไปกอดร่างเล็กๆของลูกชายเธอเอาไว้เธอยังคงหักห้ามใจตัวเองให้หยุดร้องไห้ไม่ได้
“หม่ามี๊ครับคุณอาล่ะครับ คุณอาภาวัชมาหาหนูดินกับหนูดาวครับ ไม่มีใครมาเลยครับหม่ามี๊มีแต่คุณอา..คุณอาอยู่ที่ไหนเหรอครับ” ไอดินพูดกับแม่ของเขาตามประสาเด็ก
“เอ่อ..คุณอาเค้า..เค้าก็พักผ่อนอยู่เหมือนกันครับนี่ดึกแล้วไงคะลูก ถ้าเช้าแล้วคุณอาคงมาหาหนูดินกับหนูดาวแหละ” เนติญาตอบไอดินไปก่อนตามนั้นเพราะเธอก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามลูกแบบไหนเหมือนกัน
เนติญา ยืนมองภาวัชผ่านกระจกของห้องปลอดเชื้อเขาอยู่ในห้องนั้นเพราะมีแผลไฟไหม้ที่หลังจะต้องมีการดูแลเป็พิเศษเพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ
“คุณคะจะเข้าไปหาผู้ป่วยมั้ยคะ สวมชุดที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้ แล้วเข้าไปได้นะคะ” พยาบาลคนนึงเดินมาถามเนติญาเพราะเห็นเธอยืนอยู่ตรงนี้นานแล้ว
“อ๋อค่ะ...เข้าไปค่ะขอบคุณมากนะคะคุณพยาบาล” เนติญารีบตอบพยาบาลที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ
“ขอบคุณนะ..ภาวัช”
เนติญาพูดเบาๆ อยู่ข้างๆเตียงคนไข้ของภาวัชในห้องปลอดเชื้อน้ำตาของเธอไหลรินออกมา เธอยืนมองดูภาวัชที่นอนคว่ำอยู่บนเตียง และยังไม่ได้สติเธอย่อตัวลงข้างๆ เตียง มองดูใบหน้าของเขาที่ครอบหน้ากากออกซิเจนเอาไว้เธอกุมมือของเขาเบาๆ
“อย่าเป็อะไรไปนะภาวัชรีบตื่นขึ้นมาเถอะ ไหนนายบอกว่าจะจีบชั้นไง มานอนอยู่ตรงนี้ทำไม”เนติญาพูดไปร้องไห้ไป
“พี่เนย์..”ภาวัชเอ่ยชื่อของเนติญาออกมาเบาๆในลำคอ
“พยาบาลคะ!! หมอคะ!!” เนติญารีบกดปุ่มบนหัวเตียงเพื่อเรียกหมอและพยาบาลเพราะเธอคิดว่าภาวัชฟื้นแล้ว
พยาบาลที่คอยดูแลหน้าห้องรีบวิ่งเข้ามาด้านใน
“เกิดอะไรขึ้นคะคนไข้เป็อะไรรึเปล่าคะ” พยาบาลรีบถามเนติญา
“ฟื้นแล้วค่ะ..เค้าฟื้นแล้วเมื่อกี้เค้าเรียกชื่อชั้นค่ะ” เนติญาพูดด้วยท่าทางลนลาน
พยาบาลรีบเดินมาดูภาวัชที่เตียงเมื่อได้ยินเนติญาบอกเช่นนั้น
“น่าจะเป็แค่อาการเพ้อของคนไข้นะคะคุณ”
เนติญาแสดงสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยเมื่อได้ยินพยาบาลบอกเธอแบบนั้น
“ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะอาการโดยรวมของคนไข้อยู่ในภาวะพ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ ถ้าคนไข้ฟื้นจะรีบแจ้งให้ทราบค่ะ”
วันรุ่งขึ้น
“อ้าวเนย์..มาแล้วเหรอ”ต้นกล้าทักทายเนติญาที่กำลังเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยที่ไอดินและอิงดาวพักอยู่
“มานานรึยังต้น..คุณแม่ล่ะ”เนติญาถามถึงบุษบาแม่ของเธอที่มาช่วยดูแลไอดินและอิงดาว
“คุณแม่กลับไปที่ไร่บอกว่าจะไปทำอาหารอร่อยๆมาฝากเ้าสองแสบนี่ไงล่ะ” ต้นตอบไปพร้อมส่งยิ้มให้เนติญา
“วันนี้ต้นต้องทำงานมั้ย”เนติญาเอ่ยถามต้นกล้า
“ทำๆเนย์แต่เข้าไปช้าได้ ไม่เป็ไร ต้นอยู่เป็เพื่อนเด็กๆ รอเนย์กลับมาไงแล้วนี่..เนย์เคลียร์ธุระที่บริษัทเรียบร้อยแล้วเหรอ”
“อื้ม..เข้าไปสั่งงานน้องๆนิดหน่อยจัดการเรียบร้อยหมดแล้วต้น ขอบคุณต้นมากนะ” เนติญาเอ่ยปากขอบคุณต้นกล้า
“ไม่เป็ไรเลยเนย์งั้นต้นไปทำงานก่อนนะ” ต้นกล้ากอดลาเด็กๆทั้งสองคนก่อนจะเดินออกไป
“หม่ามี๊ขา..อยากกินไอศกรีมได้มั้ยคะ”
“ใช่ครับหม่ามี๊กินได้มั้ยครับ” ไอดินและอิงดาวถามเนติญา พร้อมทำตาปริบๆใส่เธอ
“ได้มั้ยน้า....เดี๋ยวหม่ามี๊ไปซื้อให้ค่ะ”เนติญาตอบพร้อมส่งยิ้มให้ลูกๆของเธอ
“แต่ลูกอยู่กันแค่สองคนได้เหรอคะลุงต้นก็กลับแล้ว คุณยายก็ยังไม่กลับมา ถ้าแม่ไปหนูต้องอยู่กันแค่สองคนนะ”
“ได้ครับ/ค่ะหม่ามี๊” สองเด็กน้อยตอบประสานเสียงกันอย่างรวดเร็ว
“โอเคจ้างั้นหนูสองคนต้องเชื่อฟังหม่ามี๊นะคะ ห้ามลงจากเตียงจนกว่าหม่ามี๊จะมานะ”เนติญาบอกลูกๆของเธอ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องไปร้านค้าสหกรณ์ของโรงพยาบาลเพื่อซื้อไอศกรีมให้พวกเขา
“หม่ามี๊มาแล้ว!!” อิงดาวะโเสียงดังเมื่อเห็นแม่ของเธอเปิดประตูห้องเข้ามา
“หม่ามี๊เหรอ” เสียงนุ่มๆของชายหนุ่มคนนึงดังขึ้น เมื่อเขาได้ยินคำที่อิงดาวเรียกเนติญา
“ภาวัช!!” เนติญาอุทานชื่อของภาวัชออกมาด้วยความใเมื่อเธอเห็นภาพตรงหน้าที่ภาวัชนั่งอยู่ข้างๆไอดินบนเตียงผู้ป่วย
“หนูดินครับนั่น..แม่ของหนูเหรอ” ภาวัชก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อถามเด็กชายตัวน้อยข้างๆเขา
“ใช่ครับ!! หม่ามี๊ก็คือคุณแม่ไง คุณแม่ของหนูดินและหนูดาวครับ”ไอดินตอบภาวัชด้วยน้ำเสียงสดใส
“ลูกของพี่เนย์เหรอครับ..หนูดินกับหนูดาวเป็ลูกของพี่จริงเหรอครับ”
“ผมคิดมาตลอดว่าพวกเค้าเป็ลูกของคุณต้นกล้าเอ๊ะ!! หรือว่าคุณต้นกล้าเค้า..เค้าคือพ่อของเด็กๆเหรอ..”ภาวัชพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าใ
“ไม่ใช่นะคะคุณอา”อิงดาวรีบพูดสวนภาวัชขึ้นมา
“ลุงต้นคือลุงต้นเฉยๆครับไม่ใช่แดดดี๊” ไอดินรีบพูดต่อน้องสาวของเขา
“งั้น..แดดดี๊ของหนูล่ะครับหนูดิน”ภาวัชรีบถามไอดินต่อทันที
“หม่ามี๊บอกว่าคุณพ่ออยู่บนท้องฟ้าครับ”ไอดินตอบภาวัชด้วยน้ำเสียงสดใสเช่นเดิน
ภาวัชที่อยู่ในภาวะมึนงงเขาแสดงสีหน้าสงสัยออกมาอย่างชัดเจนตอนนี้เขาจับต้นชนปลายเหตุการณ์ตรงหน้าเขาไม่ถูกด้วยซ้ำ ในใจเขาสับสนวุ่นวายไปหมดผู้หญิงที่เขาชอบซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเขากลายเป็คุณแม่ลูกสองไปั้แ่เมื่อไร
“หนูดินกับหนูดาวอายุกี่ขวบแล้วครับ”ภาวัชถามเด็กๆด้วยความสงสัย
“6ขวบครับ”
“6ขวบค่ะ” ไอดินและอิงดาวตอบพร้อมๆกัน
“เอ่อ..หนูดินหนูดาวลูกหม่ามี๊ขอคุยกับคุณอาหน่อยได้มั้ยคะ” เนติญารีบพูดตัดบทขึ้นมาก่อนที่ภาวัชจะสงสัยอะไรมากไปกว่านี้
“ภาวัชนายตามชั้นออกมาข้างนอกหน่อย”
“อาการดีขึ้นแล้วเหรอทำไมถึงออกมาเดินเร็วแบบนี้ แผลที่หลังเป็ยังไงบ้าง” เนติญาเอ่ยถามภาวัชขณะที่ทั้งสองนั่งอยู่บริเวณโซนพักผ่อนของญาติคนไข้ด้านนอกห้องพักคนไข้
“เจ็บครับแต่ก็ทนได้” ภาวัชตอบคำถามของเนติญา สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอ
“ขอบคุณมากนะขอบคุณมากจริงๆที่ช่วยชีวิตของหนูดินและหนูดาวไว้ไม่รู้จะพูดคำไหนถึงจะเพียงพอกับความรู้สึกขอบคุณที่ชั้นมี”เนติญาพูดและก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ไม่เป็ไรเลยครับผมยินดีมากๆที่เห็นเด็กๆปลอดภัย”
“ว่าแต่พี่เนย์ครับเื่ที่เค้าทั้งสองคนเป็ลูกของพี่นี่ยังไงกับครับ”ภาวัชถามเนติญาด้วยสีหน้าสงสัย
“เอ่อ..นายพักอยู่ห้องไหนคงไม่ไกลใช่มั้ย นายกลับเองได้ใช่มั้ย ชั้นต้องรีบกลับไปดูลูกๆแล้ว อยู่กันลำพังเดี๋ยวจะเล่นซนจนเจ็บตัวอีก” เนติญาพูดจบก็รีบลุกขึ้นหันหลังเดินไปโดยไม่สบตาของภาวัช
ภาวัชทำหน้าครุ่นคิด มองดูเนติญาที่ค่อยๆเดินห่างออกไปเขาฉุกคิดขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอนที่ถามอายุของเด็กๆ เขารีบลุกขึ้นเดินตามเนติญาไป
“เดี๋ยวครับพี่เนย์”
เนติญาหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงเรียกของภาวัช
“เด็กสองคนนี้เป็ลูกของผมใช่มั้ย”