รถยนต์สัญชาติยุโรปคันนึงวิ่งเข้ามาจอดด้านหน้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังกลางดึก เ้าหน้าที่เวรเปลรีบไปเปิดประตูให้เมื่อสอบถามดูอาการผู้ป่วยแล้วก็รีบนำรถเข็นมารับและเข็นหญิงสาวคนนึงเข้าห้องฉุกเฉิน ญาติของผู้ป่วยมีผู้ชายฝรั่งสูงวัย หญิงวัยกลางคนและชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหล่อเหลาตามมาติดๆ
"ญาติเชิญยื่นบัติหรือเอกสารทางนี้ค่ะ"เสียงพยาบาลเวรรอบดึกเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มที่เป็ญาติคนไข้ไปยื่นเอกสารต่างๆ ที่เคาน์เตอร์เขาค้นหาเอกสารอย่างรีบเร่ง พยาบาลสาวยื่นมือไปรับบัติพร้อมกับซักประวัติคนไข้ เมื่อเธอเงยหน้าดูชายหนุ่มตรงๆ ก็ต้องใ
"เจ"เธออุทานเบาๆ
"ใช่นุดีหรือเปล่าครับ"ชายหนุ่มถามเธอออกไป แต่เธอไม่ตอบ พยาบาลสาวจดและคีย์ข้อมูลลงไปในคอมฯ และวางตัวปกติตามหน้าที่ของเธอ แต่หัวใจของเธอนี่สิมันพยศเหมือนกับจะเต้นออกมานอกอก
"นานแค่ไหนแล้วที่เรา...หยุดเดี๋ยวนี้นะหัวใจ"เธอบอกตัวเอง ภาพความทรงจำเก่าๆ มันผุดขึ้นมาทุกฉากทุกตอน
เปิดเทอมวันแรกในโรงเรียนแห่งใหม่ ขึ้นมัธยมปลายแล้วสิเรา
คิดถึงเพื่อนๆ โรงเรียนเก่าจัง เรียนด้วยกันมาแต่อนุบาลจนจบม.ต้น
ความทรงจำมันมีค่ามากมาย
ชุดนักเรียนที่ใส่วันนี้ยังไม่คุ้นเลย แต่เดี๋ยวก็คงชิน นุดี คิดถึงเพื่อนๆ และเื่ราวเก่าๆ อารมณ์ความรู้สึกมันเฮิร์ท เคยเป็มั๊ย?
ทุกคนแยกย้ายกันไปเรียนที่ต่างๆ ทั้งสายอาชีวะฯ สายสามัญ ตามที่ตนเองสอบเข้าได้ ความรู้สึก่นี้ มันก็จะประมาณซึมๆ เศร้าๆ ทำตัวไม่ถูก
คิดถึงเพื่อนสนิทโคตรๆ
โชคดีที่ยังมีเพื่อนเลือกเรียนที่นี่อีก 2 คนแม้ตอนมัธยมต้นจะไม่ค่อยสนิทอะไรกันมากแต่ตอนนี้ นุดี ก็้าเพื่อน
นุดี เดินเข้ามาในเขตสถานศึกษาแห่งใหม่ ที่นี่คือโรงเรียนK ใจก็คิดต่างๆ นาๆ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาคารเรียนอยู่ที่ไหน วันนี้ปฐมนิเทศน์เด็กใหม่ จะมีเพื่อนไหมนะ นุดี นั่งรอเพื่อนอีก 2 คนที่โต้ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ใกล้ๆ กับเสาธง
"ยัยเมล์ กุโคตรคิดถึงเมิงเลย" นุดีบ่นพึมพำถึงเพื่อนสนิท
"ไหนว่าจะไม่ทิ้งกัน แต่เมิงนั่นแหละทิ้งกู" เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่พูดกูมึงกันได้และคนเดียวที่ นุดี ใช้คำเหล่านี้ด้วย แต่จะโทษเมล์ก็ไม่ได้เพราะ
เธอบอกว่าไม่ถนัดสายวิทย์ -คณิต เมล์เลือกเรียนสายอาชีวะในตัวจังหวัด นุดีเรียนสายสามัญโรงเรียนประจำอำเภอ
"กูรู้นะตอนนี้เมิงก็คิดถึงกู หรือเมิงมีเพื่อนใหม่แล้ว" นุดี ยังคงเพ้อถึงเพื่อนสนิท มองไปมารอบๆ ก็มีแต่คนแปลกหน้า
วัยเรียนเป็วัยที่เพื่อนมีความสำคัญมาก ถ้าเคยผ่าน่เวลานั้นมาจะเข้าใจ
"โทษนะฮะ อาคารปฐมนิเทศอยู่ตรงไหน" เด็กหนุ่มคนนึงถามขึ้น คงจะเป็เด็กใหม่เหมือนกัน
นุดี ยิ้มเหย๋ๆ เพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน
"เรา คิม นะ เธอชื่อไร"
" เรา นุดี "ทั้งคู่ยิ้มให้กันนิดนึง
"นั่งด้วยคนนะ รอเพื่อน" คิมบอกพร้อมกับนั่งลงตรงข้าม วางกระเป๋าลงและโน๊ตอะไรสักอย่างอยู่คนเดียวเงียบๆ พอเงยหน้าไปเจอกันเป็ระยะก็ค้อมศรีษะให้กันยิ้มน้อยๆ แบบทักเล็กๆ แต่ก็ไม่กล้าคุยไรกันมาก สักพักเพื่อนที่รอก็มาถึงและเรียกเขา เด็กหนุ่มที่ชื่อ คิม ลุกขึ้นทันที
"เราไปก่อนนะ นุดี ยินดีที่ได้รู้จักนะ" นุดียิ้มให้นิดนึง
"คิมๆ ลืมสมุดโน๊ตอ่ะ" นุดี ะโเรียก เขารีบกลับมาเอา เพื่อนคนนั้นส่งเสียงแซวยิ้มๆ
"เฮ้ย! รู้จักกันด้วย"
"เพื่อนใหม่เว้ย! ชื่อ นุดี "คิมแนะนำให้รู้จักส่วนเพื่อนของเขาชื่อ แม็ก
เพื่อนของ นุดี มาถึงในเวลาต่อมา เมื่อปฐมนิเทศน์เสร็จก็แยกย้ายกันไปยังห้องเรียนใหม่ และมีการแนะนำตัวกัน นุดี กับเพื่อนอีก 2 คนคือ พริม กับ ชมพู่ อยู่ชั้น ม. 4/2 ทั้งหมดมีอยู่ 5 ห้อง
แต่ละห้องถึงแม้จะอยู่ติดกันแต่ก็ใช่จะรู้จัก ยิ่งนุดี เป็คนไม่ค่อยจะสนใจใครมากนัก
เรียนเสร็จกลับบ้าน พักเบรกทานข้าวขึ้นห้องสมุด แม้แต่ระเบียงรวมหน้าชั้นเรียนเธอยังไม่เคยนั่ง
ใช้ชีวิตในแต่ละวันนั่งที่โต้ะของตัวเอง หรือลากเก้าอี้ไปรวมกลุ่มกันคุยสัพเพเหระ ไม่มีใครจีบเธอและเธอก็ไม่สนใจใคร โลกส่วนตัวสูง
เทอมแรกกำลังผ่านไป นุดีมีเพื่อนใหม่อีก 5 คนรวมเป็ 8 จึงตั้งชื่อ แก๊งค์โป๊ยเซียน
เห็นเพื่อนร่วมชั้นผัดหน้าด้วยแป้งพับดูเนียนสวยใสตบท้ายด้วยอุทัยทิพย์ระหว่างเปลี่ยนคาบเรียน แต่กฏระเบียบของโรงเรียนKนี่ห้ามเด็ดขาด ให้ใช้แค่แป้งฝุ่นกับลิปมัน อาจารย์ฝ่ายปกครองดุมากกก ลากเสียงยาวเชียวหล่ะ ที่นี่ขึ้นชื่อเื่กฏระเบียบต่างๆ ที่เคร่งครัด เธอได้ยินชื่อเสียงมานานแต่ก็เลือกที่จะเรียนที่นี่
แก๊งค์โป๊ยเซียนชิลล์ๆ สมาชิกกลุ่มเป็ไปในทิศทางเดียวกัน หน้าสดกันเสียมากกว่า จะปะแป้งฝุ่นแค่ตอนพักเบรกกลางวันและเลิกเรียน
นุดี ไม่เคยใช้แม้แต่ครีมประทินโฉม งามแบบธรรมชาติลงโทษในแบบฉบับของเธอ สาวน้อยตัวเล็กผิวขาว ดวงตากลมโตดุดัน เครื่องหน้าที่โดดเด่นคือคิ้วของเธอที่ดูเหมือนราวกับถูกวาดเขียนไว้บนใบหน้า อาจารย์ที่ปรึกษาเคยเรียกไปพบแล้วพินิจดูจึงรายงานต่อฝ่ายปกครองว่าคิ้วธรรมชาติ
คิ้วดุจวาดของ นุดี กลายเป็วาระแห่งชาติ เอ๊ย! วาระแห่งโรงเรียนK
พริม เพื่อนที่มาจากโรงเรียนเก่าด้วยกันเจอเื่ทำสีผม พริม มีผมสีน้ำตาลออกแดงมาั้แ่เด็ก ก็เป็วาระที่พูดถึงอีกเคสนึง
แน่นอนแก๊งค์โป๊ยเซียนมีแต่คนแปลกๆ ทำให้เป็ที่รู้จักของน้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ และอาจารย์มากทีเดียว
เพื่อนร่วมแก๊งค์เป็นักกีฬาโรงเรียนทั้งนั้น ชมพู่ ก็นักวอลเล่ย์บอลฉายามือตบเทวดา มีเพียง นุดี ที่ไม่ถนัดทางนี้
เธอจะไปทางวิชาการมากกว่า อาจจะไม่ใช่คนเก่งระดับท๊อป แต่เธอก็โดดเด่นเป็ดาวภาควิชาการในชั้น ม.4/2 ละกันน่า อาจาย์หลายท่านมักจะชมอยู่บ่อยๆ
และเธอก็ดูเหมือนจะตัวเล็กกว่าใครในแก๊งค์ พอถึงคาบวิชาเคมี ที่ทุกคนต้องย้ายไปเรียนในห้องแลปอีกอาคารนึง
นุดี เดินนำหน้า วิชานี้ต้องยกให้เธอ เธอชอบทำการทดลองสะสารต่างๆ และตอบคำถามอาจารย์ได้ดีเธอจึงเป็หัวหน้ากลุ่มตลอด วิชานี้เป็วิชาเดียวที่ทุกคนในแก๊งค์สบายใจเพราะไม่ต้องแยกกันนั่ง ทั้ง 8 คน
อาจารย์ภาควิชาเคมีทั้งหล่อและใจดีอีกตะหาก นักเรียนหญิงที่แก่นเซี้ยวหน่อยก็มักจะชอบแซวอาจารย์หนุ่ม นักเรียนชายก็มักแซวอาจารย์สาวเป็ปกติของโรงเรียนต่างๆ บรรยากาศก็คงประมาณนี้ ยิ่งอาจารย์ที่พึ่งจบใหม่หรืออาจารย์ที่เป็นักศึกษาฝึกงานนี่ก็จะโดนแกล้งโดนจีบโดนแซวสาระพัดละ
่พักเบรกเปลี่ยนคาบเรียนตามเสียงสัญญาณ นุดีมองลอดผ่านหน้าต่างอาคารเรียนไปอีกอาคารนึงที่หน้าตึกหันมาทางอาคารเรียนของเธอ เป็อาคารเรียนของเด็ก มัธยมต้น
เธอสังเกตดูหลายหนแล้วว่าเห็นน้องๆ ชูข้อความในกระดาษแผ่นใหญ่หันมาทางอาคารนี้ ที่เห็นบ่อยสุดก็ ' ชอบพี่เจ ค่ะ ' บางทีก็เขียนแค่ชื่อ 'พี่ เจ' ข้อความอื่นๆ ที่ลงชื่ออื่นก็มีบางทีน้องๆ ผู้ชายก็จะชูกระดาษเขียนชื่อรุ่นพี่ผู้หญิงในอาคารนี้ ก็เป็อีกเื่ราวของวัยรุ่นวัยเรียน
"ใครนะชื่อเจ ท่าจะฮอตน่าดู"นุดีคิดในใจ
ส่วนทางฝั่งระเบียงรวมหน้าอาคารเรียนของเธอ เพื่อนๆ บางคนที่ก๋ากั่นก็นำกระดาษมาเขียนชื่อรุ่นพี่ที่ชอบแล้วชูขึ้นไปทางหน้าต่างอาคารเรียนอีกตึก ใครชอบใครปลื้มใครก็เล่นกันแบบนี้เลย นุดีก็ขำๆ ไม่รู้ว่าที่โรงเรียนอื่นเป็แบบนี้ไหมนะ เลิกเรียนตอนเย็นนุดีก็ไปหาเมล์เพื่อนรักของเธอ
ต่างคนต่างคิดถึงกันแต่ต่างคนก็ต่างอยู่ในชุดของสถานศึกษาของตัวเอง ชุดเราใส่ก็ต่างกัน เื่เรียนก็ไปกันคนละทางไม่รู้จะคุยอะไรกันนอกจากเื่ราวของตนเองฝ่ายเดียวจากที่เคยคุยสนุกสนานในเื่ราวเดียวกันก็กลายเป็เหมือนห่างเหิน จุดเล็กๆ แต่ก็ทำให้เฮิร์ทได้ ทุกอย่างค่อยๆ เปลี่ยนไปตามสังคมที่ตนอยู่ นุดีต้องไปทำรายงานกับเพื่อนๆ ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เมลล์ก็มีเพื่อนๆ มาหาหรือไปหาเพื่อนใหม่ร่วมสถานศึกษาของเธอ ต่างคนก็ต่างไปทำกิจกรรมและงานของตัวเอง และทำให้ทั้งคู่ห่างกันไปทุกทีๆ "เมล์ กูรักเมิงนะ คิดถึงเหมือนเดิมแต่เมิงคงลืมกูแล้ว"นุดีพูดกับตัวเอง เธอไม่เคยลืมเมล์อยากให้เพื่อนคนนี้มาอยู่ข้างๆ เธอเสมอแม้เวลาจะผ่านไปไม่ได้ติดต่อกันนัก
จากเพื่อนรักกลายเป็คนแปลกหน้าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ภาพความทรงจำเก่าๆ สมัยอนุบาลถึงมัธยมต้นผุดขึ้นมา นุดีแอบร้องไห้ อาจเป็เื่เล็กๆ ของใครหลายๆ คนแต่สำหรับเธอบอกเลยว่าเธออ่อนไหวมากกับเื่แบบนี้มาก