และในขณะที่เย่เทียนกำลังจะจากไป เสียงหนึ่งก็ดังก้องในหูของเขา “เอาชีวิตรอดเป็นเวลาสิบวัน หรือฆ่าจักรพรรดิสิบคน เจ้าถึงจะสามารถออกจากที่นี่ได้!”
เห็นได้ชัดว่ากฎการทดสอบของมิติที่แตกต่างนี้ คล้ายกับของมิติของมอร์โรก่อนหน้านี้
วู๊ซ!
เย่เทียนบินออกไป!
หลังจากนั้นไม่นาน เย่เทียนก็พบผู้แข็งแกร่งในระดับจักรพรรดิ
ระดับจักรพรรดิผู้นี้มีรูปร่างค่อนข้างคล้ายกับมนุษย์ แต่เขาไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน ผิวหนังของเขาเป็นทองคำซีด ราวกับว่าเขาสวมเกราะทองคำเอาไว้ กระนั้นมันก็ไม่ใช่เกราะทองคำ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของเขา
พรึบ!
พรสวรรค์ในการคัดลอกของเย่เทียนแผ่ขยายปกคลุมตรวจสอบพรสวรรค์ของอีกฝ่ายทันที
[เผ่านักรบเกราะทอง : เถี่ยหม่า
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับจันทรา
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับลึกลับ
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับลึกลับ ปลอม (80%)
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน : ระดับลึกลับ ปลอม (30%)
พรสวรรค์ด้านฝ่ามือ : ระดับดารา
พรสวรรค์เกราะทองคำ : ระดับสูงสุด]
เย่เทียนมองไปที่พรสวรรค์ของอีกฝ่ายและรู้ได้ทันทีว่ามิติแห่งนี้เป็นมิติของสิ่งมีชีวิตแบบไหน
“เผ่านักรบเกราะทอง เราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!”
เย่เทียนมีการติดต่อกับเผ่าพันธุ์ต่างดาวน้อยมาก ดังนั้นเขาจึงไม่ทราบว่ามีเผ่าพันธุ์ต่างดาวมากมายแค่ไหนนอกเหนือจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ในจักรวาล มีเผ่าพันธุ์ต่างดาวมากมายที่เขาไม่รู้จัก ไม่แปลกที่เขาจะไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเผ่านักรบเกราะทองนี้
“ในเมื่อระดับจักรพรรดิผู้นี้คือเผ่านักรบเกราะทอง ดูเหมือนว่ามิติแห่งนี้เป็นมิติกักขังเผ่านักรบเกราะทอง!” เย่เทียนพึมพำ
จากนั้นเขาก็เปิดใช้พรสวรรค์ด้านการปลอมตัว เปลี่ยนร่างกายของเขาเป็นจักรพรรดิเผ่านักรบเกราะทองทันที
วู๊ซ!
เย่เทียนเคลื่อนย้ายไปยังด้านหน้าของจักรพรรดิเผ่านักรบเกราะทอง โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก็ใช้พรสวรรค์สะกดจิตเพื่อสะกดจิตอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
จักรพรรดิผู้นี้อ่อนแอมาก เขาเพิ่งจะทำลายขีดจำกัดของร่างกายเพียง 6 ครั้ง ดังนั้นเย่เทียนจึงสะกดจิตเขาได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นเย่เทียนก็เริ่มถามคำถามทันที
ไม่นานเขาก็ได้รู้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับมิติแห่งนี้
มิตินี้เป็นมิติที่แตกต่างของเผ่านักรบเกราะทอง และเผ่านักรบเกราะทองนั้นก็ยังทรงพลังอย่างมาก
จากข้อมูลที่เย่เทียนได้รับ เผ่านักรบเกราะทองมีระดับเทพมากกว่าสิบคน และมีตัวตนในระดับจักรพรรดิมากกว่าห้าร้อยคน
นอกจากนี้เผ่านักรบเกราะทองยังมีบุตรแห่งสวรรค์อยู่ด้วย!
ใช่แล้ว มันคือบุตรแห่งสวรรค์ ในมิติที่แตกต่างที่ซึ่งขาดแคลนทรัพยากรเช่นนี้ เผ่านักรบเกราะทองกลับสามารถบ่มเพาะบุตรแห่งสวรรค์ขึ้นมาได้
สำหรับวิธีการเช่นไรนั้น จักรพรรดิที่ชื่อเถี่ยหม่าก็ไม่รู้เช่นกัน เขาเพียงคิดว่าพรสวรรค์ของบุตรแห่งสวรรค์ผู้นั้นสูงมาก คนผู้นั้นจึงสามารถกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ได้
แต่เย่เทียนรู้ดีว่าในมิติที่แตกต่างซึ่งทรัพยากรขาดแคลน หากไม่มีโอกาสพิเศษย่อมไม่มีทางที่จะให้กำเนิดบุตรแห่งสวรรค์ขึ้นมาได้!
เย่เทียนยังถามเกี่ยวกับวิหารสมบัติด้วย เขาเดาว่าในที่แห่งนี้ควรจะมีวิหารสมบัติอยู่เช่นกัน
ทุกๆ 2-3 ปี เผ่านักรบเกราะทองจะส่งระดับจักรพรรดิที่แข็งแกร่งเข้าไปในวิหาร
สำหรับสมบัติที่เผ่านักรบเกราะทองได้นำออกจากวิหาร จักรพรรดิผู้นี้ไม่ได้ล่วงรู้ ดูเหมือนว่าเผ่านักรบเกราะทองจะปกปิดเรื่องนี้ไว้
นอกเหนือจากนั้น
เย่เทียนยังได้รู้ว่าก่อนหน้านี้เคยมีบุตรแห่งสวรรค์ที่เข้ามาในมิตินี้เช่นกัน แต่มีสองสามคนที่ถูกฆ่าโดยเผ่านักรบเกราะทอง และสำหรับบุตรแห่งสวรรค์คนอื่นๆ พวกเขาได้หายตัวไป ดูเหมือนว่าพวกเขาจะหลบหนีไปได้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเผ่านักรบเกราะทองได้สูญเสียระดับจักรพรรดิไปมากมาย ดังนั้นการลาดตระเวนของเผ่านักรบเกราะทองจึงเข้มงวดมาก แต่ละเมืองของเผ่านักรบเกราะทองมีการจัดวางค่ายกลตรวจสอบสายเลือดก่อนจะเข้าเมือง
อะไรก็ตามที่ไม่ใช่เผ่านักรบเกราะทองหากผ่านค่ายกลนี้จะถูกตรวจพบทันที
เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะถูกตามล่าโดยตัวตนระดับเทพ
“เผ่านักรบเกราะทองมีรูปแบบค่ายกลที่สามารถตรวจสอบสายเลือดได้ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถใช้พรสวรรค์ด้านการปลอมตัวลอบเข้าเมืองได้แล้ว!” เย่เทียนขมวดคิ้ว
พรสวรรค์ด้านการปลอมตัวสามารถอำพรางรูปลักษณ์และปกปิดกลิ่นอายได้เท่านั้น แต่มันไม่สามารถที่จะปลอมแปลงสายเลือดได้ ไม่อย่างนั้นมันจะต่อต้านสวรรค์เกินไป!
ตัวอย่างเช่นตอนนี้แม้ว่าเขาจะปลอมตัวเป็นเผ่านักรบเกราะทอง แต่เขาก็ไม่มีสายเลือดของเผ่านักรบเกราะทอง
ถึงยังไงเขาก็ยังคงเป็นมนุษย์
ในเวลานี้เย่เทียนก็ยังถือได้ว่าโชคดีที่เขาได้พบกับระดับจักรพรรดิของเผ่านักรบเกราะทองก่อน และได้ตรวจสอบข้อมูลจากปากของอีกฝ่าย มิฉะนั้นเขาคงจะมุ่งหน้าเข้าเมืองทันที
บางทีเกรงว่าไม่นานเขาจะต้องเผชิญกับระดับเทพ
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา ระดับเทพทั่วไปเขาย่อมไม่จำเป็นต้องกลัว แต่เขากลัวว่าบางทีในมิติแห่งนี้อาจจะมีระดับเทพที่แข็งแกร่งอยู่ หากเป็นเช่นนั้น แม้เขาจะคิดหนีก็คงทำไม่ได้
เย่เทียนถามคำถามอื่นๆ อีกหลายคำถาม และหลังจากไม่มีข้อมูลใดๆ อีก เขาก็ลงมือฆ่าระดับจักรพรรดิผู้นี้ในกระบวนท่าเดียว
หลังจากฆ่าเขาเสร็จ เย่เทียนก็จากไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานยอดฝีมือระดับเทพของเผ่านักรบเกราะทองก็มาถึง เมื่อเขาเห็นศพของเถี่ยหม่า ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยโทสะ
“ต้องเป็นฝีมือของบุตรแห่งสวรรค์ของมนุษย์แน่!!!”
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพของเผ่านักรบเกราะทองคำรามอย่างเกรี้ยวกราด
ไม่นานหลังจากที่เขารู้ว่ามีมนุษย์อีกคนเข้ามาในมิติแห่งนี้ เขาก็เริ่มมองไปรอบๆ เพื่อหาร่องรอยของบุตรแห่งสวรรค์มนุษย์
จากนั้นข่าวการตายของระดับจักรพรรดิก็แพร่กระจายไปทั่วเผ่านักรบเกราะทอง
ระดับจักรพรรดิของเผ่านักรบเกราะทองเหลืออยู่ไม่มากแล้ว พวกเขาล้มตายกันเป็นจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การสูญเสียระดับจักรพรรดิไปอีกคนสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อเผ่านักรบเกราะทอง
มิติของเผ่านักรบเกราะทองบนยอดเขาแห่งหนึ่ง
เย่เทียนเลือกพักอยู่ที่นี่ชั่วคราวเพื่อวางแผน
“เผ่านักรบเกราะทองมีค่ายกลที่สามารถตรวจสอบสายเลือดได้ บางทีค่ายกลดังกล่าวอาจถูกติดตั้งไว้ใกล้วิหารสมบัติโดยมีระดับเทพที่ทรงพลังคอยเฝ้าระวังอยู่ แม้จะเป็นบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทานก็อาจจะไม่สามารถผ่านไปได้! คาดว่าบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทานที่เคยมาที่นี่ต้องใช้วิธีหลบซ่อนเป็นเวลาสิบวันหรือฆ่าจักรพรรดิสิบคนเพื่อออกไป” เย่เทียนเดาเอา
สำหรับเขาแล้วการซ่อนตัวเป็นเวลา 10 วันไม่ใช่เรื่องยาก แต่เขาไม่ต้องการเสียเวลาโดยเปล่า เขาต้องการที่จะเข้าไปในวิหารเผื่อจะได้รับสมบัติบางอย่างมา
แม้จะไม่มีสมบัติล้ำค่า แต่เขาคิดว่าหากสามารถผ่านด่านทดสอบของวิหารสมบัติได้ เขาจะต้องได้รับเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาอย่างแน่นอน ผลลัพธ์เช่นนี้นับว่าคุ้มค่า!
ทันใดนั้น เย่เทียนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่อันตราย เขาจึงปกปิดกลิ่นอายแสร้งเป็นเผ่านักรบเกราะทองระดับราชาทั่วไป
ไม่นานกระแสจิตสำนึกอันทรงพลังของจิตสำนึกอันศักดิ์สิทธิ์ได้แผ่ขยายกวาดผ่านไปทั่วบริเวณ เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้สนใจเขาผู้ซึ่งมีกลิ่นอายเพียงระดับราชาของเผ่านักรบเกราะทอง
“เป็นตัวตนระดับเทพของเผ่าเกราะทอง!”
เย่เทียนตระหนักถึงตัวตนของคนผู้นี้ทันที
เห็นได้ชัดว่ายอดฝีมือระดับเทพของเผ่านักรบเกราะทองเริ่มลงมือแล้ว พวกมันกำลังตรวจสอบร่องรอยของเขาในทุกพื้นที่
ในเวลาเดียวกัน
เผ่านักรบเกราะทอง ภายในเมืองใหญ่
ในห้องโถงอันหรูหราแห่งหนึ่ง บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเดินออกจากประตู
ชายหนุ่มผู้นี้เป็นเพียงคนเดียวในเผ่านักรบเกราะทองที่มีความแข็งแกร่งในระดับบุตรแห่งสวรรค์ บุตรแห่งสวรรค์เถี่ยซาน!
เมื่อบุตรแห่งสวรรค์เถี่ยซานได้ทราบข่าวว่าบุตรแห่งสวรรค์เผ่ามนุษย์ได้เข้าสู่มิติปิดแยกแห่งนี้ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ตัวเขานั้นไม่สามารถออกจากมิติแห่งนี้ได้ ระดับจักรพรรดิคนอื่นๆ ก็อ่อนแอเกินไป ไม่มีใครเลยที่จะทำให้เขาสนุกสนานได้
เคยมีบุตรแห่งสวรรค์มนุษย์เข้ามาในมิติแห่งนี้เช่นกัน แต่ในขณะนั้นเขากำลังปิดด่านฝึกฝน เขาจึงพลาดที่จะต่อสู้กับมนุษย์ผู้นั้นไป
แต่คราวนี้เขาไม่อยากพลาดอีกแล้ว
แต่ขณะที่เขากำลังจะออกจากเมืองไป ชายชราที่มีระดับการบ่มเพาะในระดับเทพก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขา
“บุตรแห่งสวรรค์เถี่ยซาน! เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอก!” ชายชราระดับเทพเอ่ยขึ้น
“ไท่หลง เจ้าต้องการจะหยุดข้าอย่างนั้นหรือ? หึ แม้เจ้าจะเป็นระดับเทพ แต่เจ้าก็เป็นแค่คนที่ยกระดับมาจากจักรพรรดิ 5 ดารา อีกทั้งเจ้าก็เพิ่งทะลุผ่านเมื่อไม่นานมานี้ ตัวข้าเป็นบุตรแห่งสวรรค์ 5 ดารา ในแง่ของความแข็งแกร่ง เจ้านั้นด้อยกว่าข้ามาก เจ้ามีคุณสมบัติอะไรที่จะหยุดข้า” บุตรแห่งสวรรค์เถี่ยซานกล่าวอย่างโอหัง
สำหรับบุตรแห่งสวรรค์เถี่ยซาน แม้คำพูดนี้จะเป็นการเย้ยหยัน แต่ถึงอย่างนั้นเทพไท่หลงก็ไม่สามารถสรรหาคำพูดใดมาหักล้างได้ แต่เขาก็ยังกัดฟันกล่าวต่อไป “เมื่อเร็วๆ นี้มีบุตรแห่งสวรรค์ของเผ่ามนุษย์เข้ามาในมิตินี้ ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายไม่ชัดเจน เจ้าเป็นบุตรแห่งสวรรค์เพียงคนเดียวของเผ่าเรา และมีโอกาสที่จะกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ 6 ดาราได้ เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของเราที่จะทะลวงออกจากมิติแห่งนี้ พวกเรายังไม่ชัดเจนว่าบุตรแห่งสวรรค์มนุษย์ผู้นั้นเป็นบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทานหรือไม่ เจ้าไม่ควรออกไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็น”
“เจ้าคิดว่าข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของบุตรแห่งสวรรค์มนุษย์อย่างนั้นหรือ? หึ ข้าไม่กลัว ข้ามีทักษะเอาตัวรอด แม้ว่าข้าจะพบกับบุตรแห่งสวรรค์ระดับ 6 ดารา ข้าก็มั่นใจว่าข้าสามารถหนีได้ มิติแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก ระดับเทพที่แข็งแกร่งของเผ่าเราก็มีไม่น้อย แล้วมีอะไรที่ข้ายังต้องกลัวอีก?”
“เฮ้อ! เช่นนั้นข้าจะไปกับเจ้า!” ไท่หลงกล่าว
“ไม่ เจ้าอ่อนแอเกินไป หากข้าพบบุตรแห่งสวรรค์ของเผ่ามนุษย์ เจ้าจะกลายเป็นตัวถ่วงข้า!” บุตรแห่งสวรรค์เถี่ยซานกล่าวออกมา และไม่ลืมที่จะพูดประชดประชัน
เมื่อฟังคำเหล่านี้ ไท่หลงก็รู้สึกอึดอัดมากเช่นกัน
“ถ้าเจ้าอยากไปนักก็ไปซะ!”
ไท่หลงโบกแขนเสื้อของเขา จากนั้นหันหลังกลับโดยไม่สนใจเกี่ยวกับบุตรแห่งสวรรค์เถี่ยซานอีกต่อไป
ในความเป็นจริง เขาก็ไม่คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับบุตรแห่งสวรรค์เถี่ยซาน อีกทั้งบุตรแห่งสวรรค์เถี่ยซานยังพูดจาไม่ไว้หน้าเขา ดังนั้นอยู่ห่างจากคนเช่นนี้เป็นเรื่องที่ดีที่สุด
เมื่อไท่หลงจากไป บุตรแห่งสวรรค์เถี่ยซานก็ก้าวออกจากเมืองและพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกันจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็คอยตรวจสอบสภาพแวดล้อม มองหาร่องรอยของเย่เทียน
อย่างไรก็ตามเขาไม่รู้เลยว่า คนที่เขากำลังตามหานั้นคือบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทาน!