"อีกตั้งกว่า 100 ปี ดวงจันทร์ทั้ง 3 ดวงถึงจะโคจรมาทับกัน ทำไมมันถึงข้ามมิติมาได้ ก่อนจะถึงเวลาที่กำหนด ห๊ะ" !!
หลินเฟยศึกษาบันทึกจักรพรรดิจอมมารปีศาจเป็นอย่างดี เพราะว่าในอนาคตอันไม่ใกล้ไม่ไกล เขาจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์อันตรายอย่างนี้แน่นอน
"ข-ข-ข้า ผิดเองที่ไปหลงเชื่อสัญญาณของปีศาจ มันแอบส่งเข้ามาในตระกูลของข้า งมงายในเรื่องของพลังปราณด้านมืด จนตีตราประทับปลดปล่อยแดนกักขังจอมมาร ทำให้มันใช้โอกาสนี้ออกมาได้ 1 ตน"
ฟางซินใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายสำนึกความผิดที่ตนเองได้ก่อ และยังเล่าอีกว่า ขนาดยังไม่ได้ใช้พลังจากดวงจันทร์ทั้ง 3 มันยังหลุดออกมาได้ 1 ตน
ถ้าใครที่รู้เรื่องตราประทับ และเขียนมันขึ้นมาในอีก 100 ปีข้างหน้าอีกครั้ง วันนั้นจะเป็นวันดับสูญของมวลมนุษย์ทันที
ชางอวิ๋นรู้สึกสะท้านกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาไม่คิดเลยว่าจะหลุดมายังยุคโบราณ ที่มีมหาภัยวิปโยคของมวลมนุษยชาติอย่างนี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการทำให้หลินหลิงปลอดภัย
ชางอวิ๋นโคจรปราณรักษาและดึงพลังจากลูกแก้วมังกรเข้าไปยังร่างของหลินหลิงอีกครั้ง ผ่านไปถึง 100 ลมหายใจ นางก็ไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
หน้าของนางซีดลงอย่างรวดเร็ว ต่างจากตอนที่เขาเริ่มถ่ายเทพลังปราณครั้งแรก ตอนนั้นยังมีเลือดฟาดอยู่
'ข้าไม่ยอมให้คนข้างกายของข้าต้องหายไปอีกคนอย่างแน่นอน'
ชีพจรของหลินหลิงเริ่มตกลง ลมหายใจแผ่วเบา ลมปราณทั้งหมดไม่สามารถพยุงอาการของเธอได้เลยแม้แต่น้อย
"ทำไมอาการถึงสาหัสขนาดนี้" !!
หลังจากที่หลินเฟยร้อนรนตะโกนถาม ก็ได้รับคำตอบจากผู้อาวุโสของตระกูลฟาง คนที่อัดพลังใส่หลินหลิงก็คือจอมมารบาเอล คาดว่าน่าจะเป็นพิษของจอมมารที่กำลังทำลายอวัยวะภายในของเธอ
ชางอวิ๋นทำทุกวิถีทาง ใช้พลังจากแหวนมังกรก็แล้ว ให้ลูกแก้วมังกรดูดพิษก็แล้ว ไม่มีท่าทีว่าอาการของนางจะดีขึ้นเลย ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ อีกไม่เกิน 1 ชั่วยาม หัวใจของเธอคงจะหยุดเต้นอย่างแน่นอน
หลินเฟยทรุดตัวลง และไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่เขาทะนุถนอมมาก เป็นระยะเวลา 16 ปี เหมือนกับเป็นดวงใจอีก 1 ดวงของเขาเลยทีเดียว จะต้องมาแตกสลายในตอนนี้
ภาพในความทรงจำของหลินหลิงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงตอนนี้ วิ่งเข้ามาในหัวของหลินเฟยอย่างบ้าคลั่ง เด็กที่มีความน่ารักร่าเริงแจ่มใส มีความใสซื่อบริสุทธิ์ ด้วยความเป็นพ่อ เขาจึงยืนสะอื้นเก็บอาการไว้ในอก
แต่ด้วยความเป็นแม่ เมื่อชางอวิ๋นกล่าวออกมาอย่างนั้น เธอจึงปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใครทั้งนั้น
"หลิน . . . . หลิงงงงงงง" !!
. . . . . . .
. . . . . . .
!! ชางอวิ๋นนึกขึ้นได้ เขาหวังแต่พึ่งพลังปราณรักษามากเกินไป เลยลืมโอสถมากมายที่พวกเขาทั้งคู่เคยช่วยกันเก็บในถ้ำบรรพกาล
ภาพเก่าๆ ที่ชางอวิ๋นร่วมกันฝ่าฟันกับเธอวิ่งเข้ามาในหัวของชางอวิ๋นเป็นร้อยๆเหตุการณ์ ทำให้ชางอวิ๋นยิ่งรู้สึกคิดถึงและกอดเธอเอาไว้อย่างแนบแน่น ปนไปด้วยหยดน้ำตาของชายหนุ่มผู้หลงรักสาวน้อยอย่างหมดหัวใจ
ถึงระยะเวลาที่พวกเขาได้เจอกันนั้นยังไม่ถึงปี แต่ระยะเวลาไม่เคยกำหนดปริมาณความรัก แต่เป็นเพราะเหตุการณ์ต่างหากหละ ที่กำลังปลูกความรักให้เติบโตงอกงามยิ่งใหญ่ขึ้น พวกเขาทั้ง 3 กำลังจะสูญเสียคนที่พวกเขารักมากที่สุดไป
ชางอวิ๋นรีบเก็บความเสียใจ แล้วค้นโอสถทุกชนิดในกระเป๋ามิติของเขาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาเสียใจ เพราะถ้าเขายังอยู่ มันต้องมีวิธีที่จะสามารถรักษาหลินหลิงได้อย่างแน่นอน
"หือออออ" !! แววตาของชางอวิ๋นเปร่งประกายขึ้น เริ่มมีรอยยิ้มออกมาจากความโศกเศร้านี้
หลินเฟยและหลินเจียฉี เห็นอาการของเด็กหนุ่มแล้ว ก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย
"พวกท่าน จัดการเรื่องของที่นี่ต่อ ข้าขอพาตัวไปในห้องพักผ่อน ต้องการความสงบในการกลั่นโอสถและช่วยเหลือหลิงน้อยของข้า"
เมื่อสุดเสียงชางอวิ๋นไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ทะยานรีบเข้าไปห้องพักแล้วทำการกลั่นโอสถหญ้าฟีนิกส์ทันที
เชื่อกันว่า นกฟีนิกซ์เป็นสัญลักษณ์แห่งความมีชีวิตเป็นอมตะนิรันดร เพราะมันสามารถฟื้นคืนชีพได้ใหม่เสมอ โดยเมื่อจากที่ฟีนิกซ์สิ้นอายุขัย (500 ปีถึง 1461 ปี) ร่างกายของมันก็จะลุกเป็นไฟ จากนั้นลูกนกฟีนิกซ์ตัวใหม่ก็จะฟื้นคืนชีพมาอีกครั้ง
และนี่คือหญ้าฟีนิกส์ที่เจริญเติบโตด้วยการดูดซับพลังจากซากนกฟีนิกส์ถึง 1,000 ปี มันทำให้พลังของหญ้าฟีนิกส์นั้นเข้มข้นอย่างมาก ถ้าใครได้ครอบครองเปรียบเสมือนมีอายุขัยมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า
แต่ชางอวิ๋นยังไม่พอใจเพียงเท่านี้ เขาต้องการโอสถที่มีคุณภาพสูงที่สุดจากนกฟีนิกส์ เขาจึงทำการกลั่นหญ้าฟีนิกส์ในโถสลักวิญญาณทันที
"บูมมม" เสียงของการกลั่นสำเร็จ โอสถรูปนกฟีนิกส์เด้งขึ้นมาจากโถสลักวิญญาณ ชางอวิ๋นนำโอสถโยนเข้าปากของตัวเอง
เขาตัดสินใจนำโอสถป้อนไปที่ปากของนาง ประกบไปที่ปากเพื่อไม่ให้โอสถหกออกมาด้านนอกแม้แต่นิดเดียว
ชางอวิ๋นถ่ายเทพลังปราณของตนผ่านทางปากเข้าไปกระตุ้นให้โอสถเริ่มทำงาน
ทันทีที่โอสถเข้าไปในปากของเธอแล้วได้รับการกระตุ้นจากชางอวิ๋น ร่างกายของหลินหลิงเปร่งแสงสว่างสีแดงตามสีของนกฟีนิกส์ทันที
เมื่อชางอวิ๋นได้รับสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลง เขาจึงรีบถ่ายเทพลังจากลูกแก้วมังกรอีกครั้ง
ระยะเวลาผ่านไป 3 ชั่วยาม ที่ด้านนอก หลินเฟยจัดการนำ 6 ผู้อาวุโสและตัวการสำคัญของเรื่องทั้งหมดอีก 2 คน เข้าไปยัดในคุกน้ำแข็ง ที่เกิดจากบรรพบุรุษพลังปราณระดับสูง ช่วยกันสร้างมันขึ้นมา แข็งแกร่งเกินกว่าที่จะทำให้เกิดรอยขีดข่วนขึ้นได้
เป็นเพราะพวกเขาได้ใช้เกร็ดของมังกรน้ำแข็ง เป็นวัตถุดิบในการกลั่นและสรรสร้างจนกลายเป็นคุกนี้ขึ้นมา เพื่อเอาไว้คุมขังผู้ที่มีพลังปราณเกินการขอบเขตที่จะควบคุมได้
หลินเฟยรักษาอาการเบื้องต้นของ 2 พ่อลูกก่อนจะจับโยนเข้าไปในคุกรอการตัดสินอีกครั้งนึง และจัดการความวุ่ยวายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ภายใน 3 ชั่วยามเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง มีคนจัดการดูแลต่อไป
แล้วทั้งคู่สองสามีภรรยาก็มายืนอยู่หน้าห้องพักที่ชางอวิ๋นกำลังช่วยหลินหลิงอย่างสุดความสามารถ โดยผ่านมาแล้วตั้ง 3 ตอนก็ยังไม่รู้ว่าชีวิตของหลินหลิงจะเป็นตายร้ายดียังไง
ติดตามชมในตอนหน้า "ภัยพิบัติระดับพระเจ้า"