วันต่อมาหวังหลินก็ได้ประกาศต่อสาธารณชนถึงเรื่องการเปลี่ยนถ่ายอำนาจของตระกูลหวังทันทีหวังหยวนบุตรชายเพียงคนเดียวของเขาจะขึ้นมากุมอำนาจทุกอย่างแทนเขาต่อจากนี้ไปทุกๆอย่างในหวังกรุ๊ปจะมีเขาเป็นคนดูแลและหัวของจางปิงและคนที่เกี่ยวข้องก็มาวางไส้ที่หน้าคฤหาสน์
แต่หวังหลินก็ไม่พูดอะไรเขาเพียงมองมันสักพักก่อนสั่งออกมาเพียงเอาหัวเหล่านั้นไปให้สุนัขกิน!!
และหลังจากที่หวังหยวนได้รับแต่งตั้งเป็นประธานของหวังกรุ๊ปเขาก็แต่งตั้งหวังหยุนและหวังคุนขึ้นมาเป็นรองประธานทันทีโดยปกติสองต่ำแหน่งนี้นั้นว่างมาโดยตลอดทำให้เหล่าผู้บริหารไม่ค่อยวางใจมากนัก
แต่ด้วยความสามารถของหุ่นยนต์ทั้งสองตัวทำให้พวกเขายอมรับได้ในที่สุด
ดีหน่อยที่หวังหลินเป็นผู้ถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นการโอนถ่ายหุ้นจริงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
หวังหยวนหลังจากนั่งต่ำแหน่งประธานเขาก็หายหน้าหายตาไปสักพักก่อนที่จะโผล่มาอีกครั้งโดยเขาประกาศว่าเร็วๆนี้จะมีการหารือเรื่องการลงทุนเกาะที่เขาซื้อระหว่าง วิลเลี่ยม และเฟเดอร์ลิกทำให้ข่าวเรื่องที่เขาซื้อเกาะกลายเป็นที่ฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง
ที่หวังหยวนคิดจะลุงทุนก็ไม่มีอะไรมากเพราะเงินที่ทางธนาคารโลกตรวจสอบนั้นสามารถใช้การได้แล้วนั้นเองเป็นเงินทั้งสิ้น
105,000,000,000 ล้านดอลล่าสหรัฐ ซึ่งมันมากพอที่จะลงทุนในเกาะ!
หวังหยวนได้โทรหาเฟเดอร์ลิกเกี่ยวกับเรื่องวัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆทันทีส่วนเรื่องโรงแรมและที่ตั้งร้านอาหารเขาได้ส่งไฟล์ข้อมูลให้วิลเลี่ยมดูแล้วอีกฝ่ายสามารถจัดสรรและสร้างได้ทันที
และพอโครงการนี้เริ่มทำงานทำให้เม็ดเงินมหาศาลสะพัดเข้ามาในเบอร์มิ่งแฮมอีกครั้งจนทำให้ค่า GDP ของตัวเมืองดีดสูงขึ้น
เฟเดอร์ลิกก็ไม่ทำให้หวังหยวนผิดหวังเพราะเขาได้เจรจากับบริษัทก่อสร้างต่าง ๆมากมายโดยที่เฟสแรกหวังหยวนจะลงทุนสร้างถนนและท่าเทียบเรือบนเกาะคิดคำนวณคร่าวๆและเขาจะหมดเงินไปกับสิ่งนี้กว่าหมื่นล้านเนื่องจากค่าขนส่งวัสดุปละค่าแรงงานช่างกว่าพันชีวิต
ถ้าไม่ได้เฟเดอร์ลิกเจรจาละก็เขาคิดว่าตัวเลขคงสูงเดินจริงไปกว่านี้
“นายโอเคแล้วใช่ไหม”คิมยองวอนโทรมาถามหลังจากผ่านเหตุการณ์ครั้งนั้นมาราวๆสามวันตามจริงเธอโทรมาตั้งแต่สองวันก่อนแล้วแต่หวังหยวนนั้นยังยุ่งกับหลายเรื่องๆทำให้เขาไม่ได้รับโทรศัพท์
“ช่ายย ผมไม่ได้เป็นอะไรว่าแต่พี่เถอะหลังทัวเสร็จจะทำอะไรต่อ”หวังหยวนกล่าวถามออกไป
“ไม่รู้สิคงเก็บตัวอยู่ที่บ้านสักพักแหละ”คิมยองวอนกล่าว
“ดีเลยช่วงนี้พี่ก็อยู่บ้านไปก่อนแล้วกันส่วนเรื่องคัมแบ็คเพลงใหม่ยืดออกไปก่อนช่วงนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”หวังหยวนกล่าวออกมา
เพราะถ้าเขาจำไม่ผิดช่วงไม่ีกี่วันต่อจากนี้โลกจะเกิดเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนไปทั่วเนื่องจากราคาน้ำมันและทองตกลงจนน่าใจหายจนทำให้หลายๆประเทศเกิดวิกฤตทางการเงิน
โดยเฉพาะเกาหลีใต้!!
ที่ค่าเงินของพวกเขานั้นอ่อนแอมากเนื่องจากขนาดที่เล็ก
วิกฤตครั้งนี้แม้แต่สหรัฐยังลำบากแต่วิกฤตย่อมมาพร้อมกับโอกาสเนื่องจากวิกฤตทางการเงินทำให้หลายๆบริษัทนั้นเทขายหุ้นของตัวเองแต่ที่หวังหยวนสนใจกับมีเพียงบริษัท PK Ent. ที่พวกเขาเป็นบริษัทเกมขนาดใหญ่ที่อยู่ในวงการมานานกว่ายี่สิบปี ถึงประธานอย่าง เจสัน จะเทขายหุ้นไปและรอจากวิกฤตแต่กว่าพวกเขาจะฟื้นตัวจริงๆคือหลังจากเปิดตัวเกม PlayWord เกมโอเพ่นเวิลด์ จับสัตว์สร้างบ้านแถมยังเปิดเซิฟเล่นกับเพื่อนได้อีกด้วย
วิกฤตนี้เกิดขึ้นจากซาอุดิิาราเบียแหล่งเจาะน้ำมันและเหมืองทองที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพราะระหว่างการขุดเจาะเหมืองทองและเครื่องขุดเจาะนั้นเกิดระเบิดขึ้น
ทำให้เสียหายหลายล้านล้านดอลล่าซ้ำร้ายสหรัฐยังเกิดวิกฤตทางการเงินจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยเช่นกันเพราะความสามารถของไอเบิดร์นั้นมีไม่ถึงทำให้เขาไม่สามารถแก้วิกฤติครั้งนี้ที่สหรัฐต้องเผชิญได้และทำให้ค่าเงินของสหรัฐอ่อนตัวลงและพอเป้นแบบนั้นทำให้กระทบต่อทุกฝ่าย
โดยเฉพาะจีนก็ได้รับผลกระทบไปเช่นกันแต่เนื่องจากนโยบายที่เปิดและสามารถให้บริษัทต่างชาติมาลงทุนได้ทำให้รัฐบาลมีเงินทุนสำรองเพียงพอที่จะกลบหลุมทางการเงินนี้ได้
แต่ไม่ใช่ทุกประเทศที่จะเป็นแบบจีนโดยเฉพาะประเทศเล็กๆ อย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไต้หวัน สวีเดน หรืออื่นๆอีกหลายประเทศที่ไม่ได้เตรียมเงินทุนสำรองไว้
ใครจะไปคิดได้ละว่าวิกฤติทางการเงินจะล้มลงอีกครั้ง?
แต่เรื่องราวนั้นไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นเพราะเรื่องนี้หวังหยวนได้รู้มาอีกทีว่าสิ่งที่ทำให้เหมืองทองและที่จุดเจาะน้ำมันระเบิดนั้นเบื่องหลังมีมือมืดควบคุมอยู่
และมือมืดนั้นก็คือเบื้องหลังของธนาคารโลก!!
เพราะวิกฤตเกิดขึ้นสามวันหลังจากนั้นธนาคารโลกก็เปิดปากออกมาว่าสามารถให้ทุกประเทศที่สิ้นหวังสามารถกู้ยืมเงินจากพวกเขาได้!
ซึ่งหวังหยวนจะไม่ได้เข้าไปขัดขวางแต่อย่างใดเขาจะปล่อยให้มันเป็นไปตามที่อีกฝ่ายต้องการเพราะเป้าหมายของพวกเขานั้นแตกต่างกัน
เขาต้องการเพียงหุ้นของ PK ส่วนอีกฝ่ายต้องการภาษีหรือนี้จากประเทศต่างๆ
พวกเขาเดินเกมกันคนละเส้นทาง!
แต่ระหว่างที่หวังหยวนรอวิกฤติทางการเงินเกิดขึ้นทาง ฟร์อบส ก็ได้ประกาศบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกออกมาโดยที่หวังหยวนอยู่ลำดับที่ 57
ชื่อ หวังหยวน
ทรัพย์สินที่ครอบครอง บริษัทหวังกรุ๊ป หนึ่งแสนล้านดอลล่า
Balti 5,400,000,000 ดอลล่า
สโมสรแอสตันวิลล่า 2,500,000,000 ดอลล่า
JM Ent. 1,000,000,000 ดอลล่า
เกาะอีก 20,000,000,000 ดอล่า
SP 10,000,000,000
ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่น่าจับตามองมากที่สุดในปีนี้ทันทีเพราะทุกบริษัทที่เขาครอบครองนั้นต่างมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมหาศาล
ส่วนบริษัท MIT ของโทนี่นั้นยังไม่ได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ทำให้ไม่มีใครรู้มูลค่าที่แท้จริงของมัน
กริ๊ง กริ๊ง
“ฮืมโทนี่หมอนั้นโทรมาทำไมกัน”หวังหยวนมองเบอร์โทรนี้อย่างแปลกใจ
“ประธานเกรงว่าเร็วๆนี้โลกจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว”โทนี่กล่าวออกมาเพราะเขาที่จ้องตารางหุ้นของแต่ละที่มั่วโลกนั้นได้สังเกตถึงความผิดปกติบางอย่างเพราะตลาดหุ้นตอนนี้กลับพากันดิ่งลงเหว!
แสดงว่าเกิดเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นแต่ข่าวโดนปกปิดไว้!!!
หวังหยวนยิ่งแปลกใจเข้าไปใหญ่มิน่าละตอนนั้น MIT เป็นบริษัทลงทุนเจ้าแรกๆที่ถอนหุ้นออกมาจากวิกฤติครั้งนี้เรื่องนี้ก็เป็นที่พูดถึงมากหลังจากที่บริษัทเติบโตขึ้นมาจนเป็นยักษ์ใหญ่
ใช่ไม่ใช่ว่าวิกฤติครั้งนี้เหล่าบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากค่าเงินดิ่งลงเหวทำให้มูลค่าหุ้นดิ่งลงเช่นกันและเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หลากหลายบริษัทต้องปิดตัวลงเนื่องจากแบกรับค่าจ้างและหนี้สินไม่ไหว
ทั้งๆที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงสามวันเท่านั้น!
“อ่าไม่ต้องห่วงฉันรับรู้แล้วแต่ฉันมีเงินทุนสำรองพอจะผ่านพ้นไปได้แน่นอน”หวังหยวนกล่าวออกมไปอย่างมันใจถึงเขาจะพึ่งใช้เงินไปมากกว่าสองหมื่นล้านแต่เนื่องจากบริษัทที่เขาครอบครองส่วนใหญ่นั้นพึ่งพาตัวเองได้สะส่วนใหญ่ยกเว้นบริษัท SP แต่นั้นก็ไม่น่าห่วงมากนักเพราะพนักงานั้นไม่เยอะและมันแค่สามวันเท่านั้นที่ค่าครองชีพจะผันผวนอย่างหนักและใช้เวลาเจ็ดวันในการกลับคืนสู่ปกติ
เพราะเหล่านานาประเทศนั้นกู้ยืนเงินจากธนาคารโลกทันทีที่เกิดวกฤติ
“อ่าได้ครับ”โทนี่ก็ไม่ซักไซร้อย่างที่บอกเขาคลุกคลีอยู่กับตารางหุ้นทั้งวันจึงรู้ว่าบริษัท SP นั้นกำลังพุ่งทะยานเนื่องจากยอดขายของพวกเขาและจากตัวเลขที่เขาคาดการณ์ได้คร่าวๆคงมีมากกว่าหนึ่งแสนล้านดอลล่า!
หลังจากวางสายไปหวังหยวนก็รอรอโอกาสที่เขาเฝ้ารอเพราะบริษัทของเจมส์นั้นมีมูลค่ามหาศาลกว่าแสนล้านดอลล่าและเนื่องจากเป็นบริษัทใหญ่ทำให้พนักงานมีกว่าหมื่นชีวิต
และค่าใช้จ่ายนั้นสูงเป็นอย่างยิ่งนั้นก็เพราะช่วงเกิดวิกฤตินั้นเป็นช่วงจ่ายเงินเกือนพนักงาน
หวังหยวนคำนวณมาหมดแล้ว เขาได้เงินมากว่าแสนล้าน และรวมเงินเดิมที่เหลืออยู่จะเป็นหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นล้านแต่หลังจากที่เขาลงทุนเกาะไปสองหมื่นล้านก็เหลือเก้าหมื่นล้านดอลล่า
ค่าใช้จ่าเงินเดือนพนักงานทั่วโลกของเขาจะคิดเป็นเพียงสองพันล้านดอลล่าเท่านั้นและมันจะเหลือเงินแปดหมื่นแปดพันล้านดอลล่าและที่มันสูงถึงพันล้านนั้นก็เพราะเขารวมเงินเดือนของนักเตะเของแอสตันวิลล่าเข้าไปด้วย
แต่เจมส์จะยื่นขายหุ้นเขาสูงถึงห้าหมื่นล้านดอลล่าถึงมันจะเป็นช่วงวิกฟติทางการเงินก็ตามเพราะค่าใช้จ่ายที่มหาศาลของเขา
การพัฒนาและการวิจัยเกมต่าง ๆมากมาย!
หวังหยวนคำนวณดูแล้วเขานั้นจะเหลือเงินมากกว่าสามหมื่นล้านดอลล่าแน่นอน
สามวันต่อมาข่างที่ช็อคโลกก็เกิดขึ้น
ราคาน้ำมันร่วง! ราคาทองร่วง! ค่าเงินทั่วโลกอ่อนค่าลงมหาศาลทำให้หลายประเทศเกิดวิฤติทางการเงินขึ้นทันทีค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นเป็นประวิติการณ์
ข้าวหนึ่งจานมีค่ามากกว่าสามร้อยหยวนหวังหยวนได้ยินข่าวนี้เขายังแปลกใจแต่วันต่อมาประเทศจีนก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติเพราะรัฐบาลได้เอาเงินทุนสำรองมาถ่มหลุมทางการเงินนี้ให้เขาสู้สภาวะปกติ
ก่อนที่ธนาคารโลกจะประกาศให้กู้แต่ดอกเบี้ยกับสูงถึงวิบเปอร์เซ็น!!
เรื่องนี้หวังหยวนไม่สนใจและในเครือเขาพนักงานไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะหวังหยวนนั้นจ่ายเงินครบทุกบาททุกสตางค์!
ทำให้เหล่าพนักงานยิ่งเชื่อมันในตัวของหวังหยวน!
แต่หลายๆบริษัทไม่โชคดีเช่นนี้เพราะพวกเขาล้มละลายลงทันทีโดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กและกลางบางแห่งที่มีหนี้สิ้นตกค้าง!
และวันที่เขารอคอยก็มาถึงเพราะเจมส์ คราเกอร์ ประธานบริษัท PK Ent. ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นเอาหุ้นในมือตัวเอง ห้าสิบ เปอร์เซ็นยื่นเข้าขายในตลาดหลักทรัพย์
และทำให้เขาเหลือหุ้นในมือเพัยงยี่สิบเปอร์เซ็นแต่ก็ยังสูงเป็นอันดับสองถ้าขายออกและในทันทีที่มีการยื่นมาแน่นอนว่าหลายๆคนเมินเพราะราคาที่สูงถึงห้าหมื่นล้านดอลล่า
จำนวณมันมหาศาลมากถ้าเทียบกับช่วงเวลาปกติเงินขนาดนี้มีค่ากว่าแสนล้านแน่นอน!
แต่หวังหยวนก็ไม่รอช้ายื่นข้อเสนอไปยังอีกฝ่ายทันที
ห้องทำงานของเจมส์ที่ตอนนี้เขากำลังขวมดคิ้วเป็นปมเพราะข้อเสนอที่เลขาเขาเอามาให้ดู
“ตระกูลหวังขอยื่นซื้อหุ้นนี้ สามหมื่นล้านดอลล่า”เจมส์กล่าวออกมาถึงตัวเบขนี้จะน้อยไปหน่อยแต่ในสถานการณ์แบบนี้คนที่สามารถเอาเงินสามหมื่นล้านมาใช้ได้นั้นไม่ธรรมดาแน่นอน
แต่ตัวเลขนี้สำหรับเขานั้นน้อยไป
“บอกไปถ้าไม่ใช่สี่หมื่นล้านดอลล่าก็ไม่ต้องคุยกัน”เจมส์บอกเลขาเขาไปอย่างจริงจัง!
และสองนาทีต่อมาเขาต้องตกตะลึงเพราะในบัญชีเขาตอนนี้มีเงินสี่หมื่นล้านแล้วเรียบร้อยและสิทธิในการถือหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นก็กลายเป็นของชายหนุ่มตรงหน้าของตัวเอง
เขามองออีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง!
เพราะครั้งนี้เขาพลาดลงไปในหลุมของอีกฝ่ายเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถใช้เงินสี่หมื่นล้านได้ทันทีแบบนี้!!