ผ่านไปหนึ่งเดือนในที่สุดรูวก็หายดี เธอกลับมาเป็นปกติอีกครั้งและเป็นคนช่วยจัดการเรื่องอาหารทำให้โจมีเวลาฝึกฝนมากขึ้นไปอีก
“พี่โจอาหารเช้าเสร็จแล้วนะคะ” เสียงเล็กๆของรูวตะโกนออกมาตรงหน้าถ้ำ โจได้ยินก็ยิ้มและหยุดฝึกก่อนจะกลับไปและนั่งลงกินอาหารที่รูวเป็นคนทำ
“อื้ม…อร่อยขึ้นกว่าเดิมอีกนะเนี่ย” โจกล่าวชม
“ถ้างั้นเมื่อก่อนก็ไม่อร่อยสินะ” รูวมองค้อนโจ
“ฮะๆ จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง เมื่อก่อนอร่อยมากแต่วันนี้อร่อยยิ่งกว่าเดิมไง” โจรีบพูด
ทั้งสองคนกินอาหารเช้าอย่างมีความสุข พวกเขาสนิทสนมกันมากและพูดคุยกันเองอย่างเป็นธรรมชาติ
โจโล่งใจที่รูวหายดี เขาได้แต่กังวลทุกวันคืนกลัวว่ารูวจะเป็นอะไรไป
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จโจก็ออกไปฝึกฝนต่อ ในผลลัพท์หนึ่งเดือนมานี้ทำให้เขาพอใจมากเพราะความบริสุทธิ์ของพลังงานอยู่ที่ 18% แล้ว
จากนั้นไม่นานเมื่อรูวเก็บกวาดพื้นที่เสร็จเธอก็ออกมานอกถ้ำและเฝ้ามองโจฝึกฝน หลังจากที่เธอหายดีเธอก็มักจะมาเฝ้ามองเขาอยู่เสมอ ในใจของเธอคิดว่าต่อให้อันตรายแค่ไหนแต่หากมีชายหนุ่มอยู่ข้างๆเธอก็พอใจแล้ว
วันเวลาค่อยๆผ่านไปสามเดือน นี่เป็นเวลานานแล้วตั้งแต่ที่โจกับรูวมาอยู่ในถ้ำท่ามกลางหิมะ ไม่มีวี่แววของพวกแอนตินอสว่าจะมาแถวนี้ โจคิดว่าเขาอาจจะโชคดีที่พวกแอนตินอสไม่สามารถตามรอยมาถึงที่นี่หรือไม่พวกมันก็ออกไปตามหาที่อื่น
นี่ก็ผ่านไปสิบเดือนได้แล้วตั้งแต่ที่เขามาอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้ โจไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่สหพันธ์เป็นอย่างไรบ้าง และคนที่เขารู้จักจะเป็นยังไงกันบ้าง
ฝ่ามือของโจปรากฏลูกไฟสีขาวอมฟ้า ในตอนนี้ความร้อนของลูกไฟที่โจสร้างขึ้นนั้นสูงมากนั่นหมายความว่าพลังทำลายของมันเองก็สูงขึ้นตามไปด้วย
สามเดือนที่ผ่านมาเขาฝึกฝนจนมีความบริสุทธิ์ถึง 50% แล้ว โจรู้สึกได้ถึงพลังงานที่อัดแน่นอยู่ในร่างกาย มันเคลื่อนไหวไปตามร่างกายเขาอย่างช้าๆแต่กลับเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง
ด้วยความสามารถในตอนนี้โจสามารถสู้กับกองทัพแอนตินอสที่มีมากถึงหนึ่งพันตัวได้สบายๆ
มุมปากโจยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ เขาเริ่มมีความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง หากกองทัพแอนตินอสที่ไล่ล่าเขาเมื่อสามเดือนก่อนมาอีกครั้งโจสามารถกำจัดพวกมันได้อย่างง่ายดาย ต่อให้เป็นโล่พลังงานก็ไม่สามารถทนความร้อนของลูกไฟโจได้
ฟู่!!
โจได้ลองรวมเป็นหนึ่งเดียวกับไฟดู ผลปรากฏว่าเปลวไฟที่มือและเท้าเป็นสีขาวอมฟ้าเช่นกัน นอกจากนี้ลูกไฟดวงตาข้างขวาก็เป็นสีเดียวกัน เมื่ออยู่ในร่างรวมกับไฟโจรู้สึกว่าตัวเองสามารถระเบิดภูเขาลูกหนึ่งให้หายไปได้อย่างง่ายดายแต่เขาไม่ทำเพราะมันจะเป็นการส่งที่อยู่ให้พวกแอนตินอสแห่กันมา แม้ตอนนี้จะมีความมั่นใจแต่เขายังไม่อยากเสี่ยง เขาอยากซุ่มเงียบๆและฝึกฝนไปเรื่อยๆ
กำไลข้อมือเปลี่ยนเป็นดาบอีกครั้ง โจส่งพลังงานเข้าไปในดาบประดิษฐ์เปลวไฟขาวอมฟ้าห่มหุ้มตัวดาบและโบกไสวหยอกล้อกับสายลมหนาว
กลางหิมะที่ขาวโพลนและโจที่ลุกเป็นไฟเป็นภาพที่สวยงาม รูวที่เฝ้ามองโจก็ถูกดึงดูดจนไม่อาจละสายตาไปได้ ในสายตาของเธอโจในตอนนี้เปรียบเสมือนเทพพระเจ้าที่มาจากสวรรค์ ทำให้เธอนึกถึงวันที่โจตกลงมาจากฟ้าเธอสงสัยจริงๆว่าโจอาจมาจากสวรรค์
“สมกับความบริสุทธิ์ 50%” โจพึงพอใจอย่างมาก เขาคิดว่าในสหพันธ์อาจไม่มีใครสู้กับเขาได้
โจสลายพลังทิ้งและดาบประดิษฐ์ก็กลับไปเป็นกำไลข้อมืออีกครั้ง เมื่อมองที่กำไลข้อมือทำให้เขานึกถึงเมรี ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง
……
……
ยานอวกาศสีขาวและมีรูปลักษณ์สวยงาม เมรีได้มาถึงจุดที่ยานอวกาศของโจเคยผ่านมา เธอขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“นี่มันอะไรเนี่ยทำไมเขาถึงออกจากสภาวะความเร็วเหนือแสงและเข้าสภาวะความเร็วเหนือแสงอีกครั้งตรงนี้กัน?"
ในตอนที่ยานอากาศของโจโดนมัลแวร์มันบังคับยานของเขาออกจากความเร็วเหนือแสงและเปลี่ยนทิศทางก่อนจะเข้าสู่ความเร็วเหนือแสงอีกครั้ง
เมรีตามรอยยานของโจมาถึงที่นี่ด้วยอุปกรณ์ตามรอยที่ถูกคิดค้นโดยเผ่าคนแคระ เธอได้รับมันมาสองเครื่องหลังจากต่อรองกับพวกคนแคระอยู่นานแต่เธอก็จ่ายเครดิตไปไม่น้อยเลยทีเดียว
เครื่องแรกเธอใช้ตามรอยจากสหพันธ์จนไปถึงสถานีเติมเชื้อเพลิงที่โจแวะ และเครื่องที่สองเธอใช้มันตามรอยมาถึงที่นี่
อุปกรณ์ตามรอยนี้เป็นเทคโนโลยีแบบใหม่ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น มันยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง หนึ่งเครื่องสามารถตามรอยความเร็วเหนือแสงได้หนึ่งครั้ง
อย่างไรก็ตามหากเมรีมีอีกเครื่องเธอจะสามารถหาโจพบแน่นอนแต่น่าเสียดายที่เธอไม่มี
“จะกลับไปตอนนี้ก็ไม่ได้” เมรีกัดริมฝีปากสีชมพู เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องหลายเดือนและเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เธอเพิ่งได้รับอิสระ เธอใช้เวลาหลายเดือนเพื่อค้นหาวิธีตามหาโจและได้พบกับอุปกรณ์ตามรอยจากนั้นเธอก็หนีออกมาจากสหพันธ์
ถ้าหากเธอกลับไปตอนนี้เพื่อหาซื้อเครื่องตามรอยเธอจะต้องถูกพ่อจับไปขังในห้องเหมือนเดิมแน่ๆ
สุดท้ายเธอตัดสินใจมุ่งหน้าไปชายแดน
……
……
หลังจากความบริสุทธิ์ของพลังงาน 50% โจไม่ได้ทำการดูดซึมพลังงานเพื่อเพิ่มความบริสุทธิ์ต่อ เขากลับไปฝึกฝนวิชาต่อสู้ของตน เขามีวิชาต่อสู้หลายอย่างและต้องใช้เวลาสักพักถึงจะสามารถใช้วิชาเหล่านั้นให้คุ้นชินกับพลังที่แข็งแกร่งขึ้น
แม้ว่าพลังของโจจะแข็งแกร่งขึ้นแต่เขาก็ต้องคอยกลับไปฝึกวิชาที่ตัวเองมีเพื่อให้ชินกับพลังในปัจจุบัน อย่างเช่นวิชาแยกร่างไฟ ในตอนอยู่บนดาวร้างโจสามารถควบแน่นพลังงานให้มันออกมาได้แค่หนึ่งตัว แต่หลังจากฝึกด้วยพลังที่มากขึ้นเขาสามารถเรียกมันออกมาได้สองตัวแถมสีของไฟยังเป็นขาวอมฟ้าและยังมีพลังต่อสู้มากขึ้นอีกด้วย
โจควบแน่นให้เป็นดาบไฟในมือ ดาบไฟสีขาวอมฟ้าตวัดไปมาในอากาศ ทุกครั้งที่มันฟันผ่านอากาศจะต้องเกิดบิดเบี้ยวราวกับมันไม่สามารถทนความร้อนของไฟได้
ฟวั่บ ฟวั่บ!!
โจตวัดดาบเป็นรูปกากบาท เปลวไฟครี่งดวงจันทร์ไขว้เป็นรูปกากบาทพุ่งผ่านตัดต้นไม้จนเรียบเนียนและสุดท้ายพลังของมันก็พุ่งชนกับเนินเขาและฝากรอยกากบาทลึก 5 เมตรเอาไว้
แปะๆๆๆ!!
“พี่โจเก่งที่สุด” รูวปรบมือพร้อมกับตะโกนหัวเราะชอบใจ
“ธรรมดาน่า” โจทำสีหน้าเคร่งขรึม