ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 76 อวดดีให้ถึงที่สุด

          “ซูมๆ ๆ!”

      ร่างเงาของอสูรเหยี่ยวหิมะกระพือปีกทำให้ทุกอย่างถูกพัดกระจายเศษหินดินทรายปลิวว่อน แผ่ความหนาวเหน็บกัดกินเข้าไปถึงกระดูก

      คลื่นพลังอานุภาพน่าสะพรึงกลัวรุนแรงมากแม้กระทั่งผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ก็ยากที่จะต้านทานไหว

      ขั้นชีพจรพลิ้วไหวและขั้นเบิกนภาแตกต่างกันด้วยระดับขั้นขั้นใหญ่ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาไม่อาจเทียบชั้นขั้นเบิกนภาได้เลย

      “แข็งแกร่งมากจริงๆ กระตุ้นชีพจรลมปราณนี่คือขั้นชีพจรพลิ้วไหวไงล่ะ”

      ตู้เซ่าฝู่เองก็เริ่มขยับแล้วหลังจากที่กระแสคลื่นพลังอักษรยันต์ของร่างเงาของอสูรเหยี่ยวหิมะโถมเข้ามาหาเขาก็จ้องร่างเงาของอสูรเหยี่ยวหิมะตาเขม็งใต้ฝ่าเท้าเขามีประกายแสงสีทองแวบขึ้นมาจากนั้นแสงสีทองก็เข้ามาห่อหุ้มทั่วร่างกาย

      “โครม!”

      นัยน์ตาของผู้ชมทุกคนสั่นไหวจากความตื่นเต้นร่างเงาของอสูรเหยี่ยวหิมะพุ่งเข้าไปชนร่างตู้เซ่าฝู่แล้ว

           สองมือของเฉาฉี่ไท่เป็นเสมือนเป็นกรงเล็บเท้าอันแหลมคมของอสูรเหยี่ยวหิมะสองมือของเขากำลังตวัดไปที่ร่างของตู้เซ่าฝู่ที่มีแสงสีทองห่อหุ้มเขาคว้าบ่าทั้งสองข้างของตู้เซ่าฝู่ไว้ ราวกับอยากจะฉีกกระชากร่างออกเป็นชิ้นๆ

      “ครืดๆ!”

      ทันใดนั้น แผ่นหินที่ตู้เซ่าฝู่กำลังเหยียบอยู่และแผ่นหินรอบๆตัวเขาก็ได้รับพลังโจมตีไปด้วยจนแตกละเอียดเป็นผุยผงพื้นดินเกิดรอยแยกแตกยาวออกไปต่อหลายเส้น

      “ตู้เซ่าฝู่จะแข็งแกร่งเพียงใดสุดท้ายก็ต้องแพ้อยู่ดี”

      “เฉาฉี่ไท่มีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวแข็งแกร่งสุดยอดไปเลย!”

           ทุกคนที่กำลังจ้องมองการต่อสู้ต่างลุ้นกันจนเหงื่อตกต่างรู้สึกสงสารตู้เซ่าฝู่ ในใจของทุกคนวาดผลลัพธ์ออกมาไว้แล้ว

      ขั้นเบิกนภาที่ว่าแข็งแกร่งแล้วแต่จะมาต่อกรขั้นชีพจรพลิ้วไหวได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายคือผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวที่มีวิญญาณติดชีพจรเป็นอสูรเหยี่ยวหิมะเชียว

           ขณะที่พื้นใต้เท้าของตู้เซ่าฝู่แตะละเอียดและเกิดรอยร้าวเศษหินเศษทรายกำลังปลิวตลบอบอวน รอบกายของตู้เซ่าฝู่ก็มีแสงจ้าออกมาผิวของเขามีอักษรยันต์เปล่งแสงปรากฏขึ้น

           พลังปราณที่ดุดันอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งอย่างท่วมท้นออกมาทั่วร่างของตู้เซ่าฝู่บริเวณนั้นแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายของอสูรร้าย เป็นลมปราณที่ทำให้คนรู้สึกอึดอัดจุกจนหายใจติดขัด

           ขณะนั้นเอง ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดแววตาของร่างเงาของอสูรเหยี่ยวหิมะที่ปกคลุมร่างของเฉาฉี่ไท่แสดงความรู้สึกหวาดกลัวออกมาราวกับว่ามันกำลังเผชิญกับพลังปราณที่ร้ายกาจที่สุดที่มันเองก็ไม่อาจต้านทานได้ไหวแม้แต่เฉาฉี่ไท่เองก็สีหน้าเปลี่ยนไปในทันใดเช่นกัน

           คู่ต่อสู้ที่อยู่ด้านหน้าตู้เซ่าฝู่แม้จะคว้าบ่าของเข้าไว้ได้แต่นอกจากชุดที่ถูกฉีกขาดบริเวณหัวไหล่จากกรงเล็บกระชากบ่าแล้วภายในชุดที่เป็นผิวของมนุษย์กลับเป็นประหนึ่งสิ่งสิ่งหนึ่งที่แข็งแรงทนทานดั่งเหล็กกล้าชั้นดีไม่สะทกสะท้านแต่อย่างไรอีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงสิ่งที่น่ากลัวและโหดร้ายกำลังกระโจนออกมาจากในร่างของชายคนนี้“ฉึบ!”

      ตู้เซ่าฝู่เหวี่ยงหมัดขวาอักษรยันต์ท่วมท้นออกมาพร้อมประกายแสงสีทอง จากนั้นก็มีคลื่นพลังโถมกระหน่ำดังพายุพุ่งออกไปกระแทกร่างเงาของอสูรเหยี่ยวหิมะไปอย่างจัง

      “ซู่ๆ ๆ!”

        ในอักษรยันต์สีแสงมีไอพลังที่ดุดันแผ่ออกมาจนเกิดเป็นก้อนระเบิดของพลังที่สามารถทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างบริเวณรอบจนสูญสิ้นเป็นพลังที่เผด็จการไร้พลังใดๆ มาเทียบเทียมเลยจริงๆ!

      “แย่แล้ว!”

      เฉาฉี่ไท่รู้สึกตัวได้สีหน้าเปลี่ยน พยายามรีบถอยสุดแรงและหนีให้เร็วที่สุด

           ทว่าขณะที่เฉาฉี่ไท่เริ่มกลัวและอยากถอยไปตู้เซ่าฝู่ใช้เท้าถีบพื้นเบาๆ ร่างของเขาก็พุ่งไปปรากฏต่อหน้าประชิดตัวอีกฝ่ายในทันใดประหนึ่งสายฟ้าแลบไม่ปาน

           เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นใบหน้าที่แสดงความกลัวและขนพองสยองเกล้าของอีกฝ่ายตู้เซ่าฝู่ก็ยิ้มด้วยมุมปากเบาๆ เขาใช้ห้านิ้วเกี่ยวกระชากเสื้อบริเวณหน้าอกของเฉาฉี่ไท่จนเจ้าตัวไม่อาจขยับเขยื้อนหนีไป

      “ฟึบ!”

           จากนั้นตู้เซ่าฝู่ก็ถีบตัวกระโดดลอยขึ้นฟ้าร่างของเขาพุ่งขึ้นมาสูงหลายเมตร พร้อมกับหมุนตัวกลางอากาศเขาใช้แรงขากระโดดดึงเอาร่างของเฉาฉี่ไท่ขึ้นมาด้วยจากนั้นเขาก็เหวี่ยงทุ่มร่างของเฉาฉี่ไท่ลงบนพื้นอย่างแรง ท่าทางของเขาราวกับเหยี่ยวที่ดุร้ายพุ่งกระโจนหาเหยื่ออย่างไร้ความปรานี

       ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวดเร็วมากเร็วดั่งช่วงเวลาเกิดฟ้าแลบ รุนแรงดั่งพลังฟ้าผ่า!

           ราวกับอุกกาบาตตกกระทบบนพื้น ภาพการโจมตีที่เห็นรุนแรงและเฉียบขาดมากจนถึงขีดสุด!

      “โครม!”

           เสียงกระแทกดังโครมกึกก้องสนั่นหวั่นไหวผู้ชมทุกคนต่างหวาดกลัวเมื่อเห็นร่างของเฉาฉี่ไท่ถูกทุ่มราวกับกระสอบทราย พื้นทั้งลานกว้างเกิดรอยร้าวแยกยาวเป็นแนวใหญ่

      “หมัดระบำคลื่น!”

      เมื่อเฉาฉี่ไท่พุ่งกระแทกพื้นไปแล้วตู้เซ่าฝู่ก็ยังไม่หยุดมือ เขากวัดแกว่งแขนรวบรวมพลังหมัดจากนั้นก็ปล่อยพลังหมัดแถมให้ไปอีกครั้ง

           เฉาฉี่ไท่มองดูพลังหมัดที่พุ่งมาอย่างไวในใจรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นเรื่อยๆ ร่างชายของชุดม่วงที่เห็นมัวๆมีรัศมีที่น่ากลัวแผ่ออกมากัดกินใจของเขาสีหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

      “ปึงปึงปึง!”

           กระบวนท่าวิชาหมัดนี้ทำให้เกิดเสียงดังติดกันสิบสามครั้งพร้อมกับเสียงกระดูกแตกร้าวตามมา บริเวณรอบพื้นตรงนั้นแตกร้าวมีรอยแยกเพิ่มขึ้น

      “ฟู้ด……”

           เฉาฉี่ไท่พ่นโลหิตออกมาทางปากร่างของเขาถูกพลังพุ่งชนจนร่างถูกบี้จมลงไปในหลุมที่พื้นที่เกิดจะพลังบดขยี้เกิดเศษหินดินทรายปลิวว่อนไปทั่ว

      เงียบสงัดบริเวณลานกว้างที่มีคนเกินหมื่นไม่มีใครพูดหรือเคลื่อนไหวสักคน

      ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ราวกับเป็นแค่ฝันไปทุกคนกำลังตกอยู่ในห้วงของความคิดที่สับสน

      ยอดฝีมือแต่ละบ้านสกุลตะลึงตาโตอ้าปากข้างหากไม่เห็นเองกับตาก็ไม่น่าจะมีใครเชื่อ!

      “ท่านชายน้อย”

      “บังอาจลงมือรุนแรงเช่นนี้เลยหรือแกอยากตายหรือไง!”

           ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังเงียบกริบก็มีเสียงของคนสองคนดังขึ้นมาจากทางซุ้มของบ้านสกุลฉินพวกเขาไม่ใช่คนของบ้านสกุลฉิน เป็นชายวัยกลางคนตัวสูงคนหนึ่ง ตัวเตี้ยคนหนึ่งพวกเขาสองคนกระโจนเข้ามาหาตู้เซ่าฝู่ที่อยู่กลางสนามประลองพร้อมกับปล่อยพลังปราณอันน่ากลัวออกมาพลังของพวกเขาร้ายกาจมากสามารถทำให้ชั้นอากาศเกิดเป็นคลื่นสะเทือนบริเวณรอบๆ ได้

      พวกเขาสองคนนี้มีระดับฌานที่สูงกว่าเฉาฉี่ไท่ไม่รู้กว่ากี่เท่าตัว

      “ใครบังอาจจะมาลงมือกับคนของบ้านสกุลตู้ของข้า!”

      “หากแตะต้องหลานชายของข้าเจ้าไม่ตายดีแน่!”

      เสียงสองเสียงนี้ก็ดังออกมาติดๆกัน ขณะที่บุรุษวัยกลางคนตัวสูงตัวเตี้ยกำลังกระโจนเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่ ตู้เจิ้นอู่กับตู้จื้อสยงทั้งสองคนก็พุ่งออกไปเช่นกันพลังปราณแผ่ออกมาทั่วร่างเงาของทั้งสองคนนี้พุ่งเข้าไปโจมตีบุรุษสองคนนั้นจากทางด้านหลัง

           บุรุษตัวสูงและตัวเตี้ยสัมผัสได้ถึงรัศมีพลังร้ายกาจที่พุ่งมาจากข้างหลังก็หันหน้าไปเปลี่ยนจากท่ากระโจนเข้าไปโจมตีตู้เซ่าฝู่กลายเป็นตั้งรับปะทะพลังกับตู้เจิ้นอู่และตู้จื้อสยงแทน

      “ปึงปึง!”

      พลังปราณอานุภาพที่ร้ายแรงเหนือคำบรรยายกระทบกันเกิดเป็นเสียงดังขึ้นมาราวกับระเบิดและคลื่นลมซัดกระจายออกไปอย่างแรงจากวงรัศมี

      “ฟู่ๆ ๆ……”

      เงาทั้งสี่เงากระเด็นถอยหลังตู้เจิ้นอู่และบุรุษตัวสูงคนนั้นต่างถอยหลังกันไปคนละห้าก้าวพลังสูสีกันมากไม่สามารถแยกคนที่เหนือชั้นกว่าได้ออก

           บุรุษตัวเตี้ยปะทะกับตู้จื้อสยงพวกเขาเองต่างก็เซถอยหลังมาห้าก้าว แต่จากนั้นชายตัวเตี้ยก็กำหมัดหวดตามไปเบาๆเห็นหยดเลือดตกลงมาสามสี่หยด ตู้จื้อสยงถูกพลังหมัดเมื่อกี้โจมตีจนได้รับบาดเจ็บเห็นได้ชัดว่าตู้จื้อสยงเสียเปรียบอยู่เล็กน้อย

      “เซ่าฝู่เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?” ตู้เจิ้นอู่ไปถึงตัวตู้เซ่าฝู่ได้ก่อนคนแรก

      “ท่านลุงใหญ่ ข้าไม่เป็นอะไร”

      ตู้เซ่าฝู่ส่ายหัวสีหน้าเปลี่ยนไป เขาถือโอกาสที่บุรุษร่างสูงร่างเตี้ยไม่ทันตั้งตัว คว้าตัวเฉาฉี่ไท่ที่บาดเจ็บสาหัสหมดสตินอนจมแนบพื้นอยู่เมื่อสักครู่นี้

      “เจ้าหนู เจ้าคิดจะทำอะไร?”

           บุรุษร่างสูงร่างเตี้ยสองคนนั้นตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนหากท่านชายน้อยของเขาเป็นอะไรไป พวกเขาคงแย่แน่

      ตู้เซ่าฝู่ทำสีหน้าเคร่งเครียดจ้องไปยังบุรุษร่างสูงร่างเตี้ยสองคนนั้น กล่าวว่า “เมื่อกี้พวกเจ้าจะลงมือทำร้ายข้ายังจะถามว่าข้าจะทำอะไรอีกหรือ?”

      “เจ้าหนู หากเจ้ากล้าแตะต้องท่านชายน้อยแม้แต่นิดเดียวเจ้าไม่ได้ตายดีและไม่เหลือร่างไว้ให้ฝังแน่!”บุรุษวัยกลางคนตัวสูงตะโกนออกมาด้วยความโกรธเขานึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายเป็นแค่เด็กอายุแค่นั้นกลับบังอาจกล้ามาข่มขู่เขาได้

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน