บทที่34: เสียงกระซิบจากอดีต
เฟยชินใช้เวลาอีกสองสามวันในถ้ำลาวาเพื่อปรับสภาพและทำความคุ้นเคยกับพลังในขั้นก่อเกิดแก่นแท้อย่างสมบูรณ์เขาทดลองใช้ "กรงเล็บร้อยเงา" จนสามารถควบคุมมันได้อย่างใจนึกเรียกออกมาและสลายไปได้ในพริบตา ตอนนี้เขามีทั้งวิชาเคลื่อนไหวที่ไร้ร่องรอยและวิชาสังหารที่ทรงพลังเขามั่นใจแล้วว่าตนเองมีพลังมากพอที่จะเผชิญหน้ากับโลกภายนอกได้
เขาเก็บข้าวของไม่กี่ชิ้นที่จำเป็นก่อนจะเดินกลับขึ้นมาตามบันไดหินที่ร้อนระอุเป็นครั้งสุดท้ายเขาวางมือบนประตูหินลับ กล่าวขอบคุณสถานที่ที่มอบพลังให้เขาแห่งนี้ในใจก่อนจะใช้กุญแจออบซิเดียนปิดมันลงอย่างแน่นหนา
เมื่อโผล่ออกมาในห้องเก็บเหล้าที่เย็นชื้นของโรงเตี๊ยมขวานบิ่นอีกครั้งเฟยชินก็รู้สึกราวกับได้เกิดใหม่ เขาไม่ได้ตั้งใจจะจากไปอย่างเงียบๆ...เขายังมีเรื่องที่ต้องทำอีกหนึ่งอย่าง
เขาเดินขึ้นไปยังชั้นสองของโรงเตี๊ยมอีกครั้งเถ้าแก่เนี้ยหงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเช่นเดิม ราวกับกำลังรอคอยการมาของเขาอยู่แล้วนางเงยหน้าขึ้นมองเฟยชิน และดวงตาที่เฉียบคมของนางก็หรี่ลงเล็กน้อยนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังที่เปลี่ยนไปของเขา มันสงบนิ่งและลึกล้ำกว่าเดิมมากแต่ภายใต้ความสงบนิ่งนั้นกลับซ่อนเร้นพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวเอาไว้
"ดูเหมือนว่าถ้ำลาวาของข้าจะรับใช้คุณชายได้เป็นอย่างดี"นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม
"ข้าจะออกเดินทาง"เฟยชินกล่าวอย่างตรงไปตรงมา "แต่ข้าไม่รู้ว่าควรจะไปที่ใด"
"นักเดินทางที่ไร้จุดหมายก็ไม่ต่างอะไรกับใบไม้ที่ลอยไปตามลม" เถ้าแก่เนี้ยหงกล่าวอย่างมีความหมาย"แล้วคุณชายอสูรเล่า... ท่านกำลังมองหาสิ่งใดในการเดินทางครั้งนี้? โอกาส?หรือสถานที่ที่จะทดสอบฝีมือ?"
"ทั้งสองอย่าง"เฟยชินตอบ
เถ้าแก่เนี้ยหงลุกขึ้นยืนเดินไปที่แผนที่ขนาดใหญ่บนผนังนางใช้นิ้วที่เรียวยาวชี้ไปยังจุดหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากเทือกเขาเขี้ยวอสูรออกไปมาก"ถ้าเช่นนั้น ท่านควรจะมุ่งหน้าไปยัง 'นครเมฆาล่อง'(Floating Cloud City)"
"ที่นั่นเป็นหนึ่งในนครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักรเป็นศูนย์กลางการค้าที่มั่งคั่งเป็นที่ตั้งของตระกูลผู้ฝึกตนที่ทรงอำนาจและสำนักศึกษาต่างๆ มากมายยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศต่างมารวมตัวกันที่นั่น ที่นั่น...มีทั้งโอกาสและความท้าทายที่ท่านตามหาอย่างแน่นอน"
นครเมฆาล่อง...ชื่อนี้ดังก้องอยู่ในใจของเฟยชิน มันคือเป้าหมายใหม่ที่ชัดเจน
ขณะที่เขากำลังจะกล่าวขอบคุณและจากไปเถ้าแก่เนี้ยหงก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง "คุณชายอสูร...มีข่าวลือชิ้นหนึ่งที่ข้าคิดว่าท่านอาจจะสนใจ"
เฟยชินหยุดชะงักและหันกลับไปมอง
"สมาคมการค้าหมื่นสมบัติยังคงตามล่า'เงาแห่งหุบเขาเงาจันทร์' อย่างบ้าคลั่ง...แต่ข่าวที่น่าสนใจกว่านั้นมาจากเมืองเมฆาชาด... จากตระกูลหลิว"
เพียงได้ยินชื่อ"ตระกูลหลิว" หัวใจของเฟยชินก็กระตุกวูบไปชั่วขณะแต่สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยราวน้ำนิ่ง
เถ้าแก่เนี้ยหงจ้องมองปฏิกิริยาของเขาก่อนจะเล่าต่อ "ดูเหมือนว่าคุณหนูสี่ของพวกเขา 'หลิวชิงอี'จะแสดงความสามารถที่ก้าวหน้าไปอย่างน่าอัศจรรย์หลังจากกลับมาจากการล่าโอสถว่ากันว่านางทะลวงสู่ขั้นหลอมรวมกายาระดับสูงได้ในเวลาอันสั้น และที่สำคัญ...นางได้ประกาศว่าจะเข้าร่วม 'การประลองยุทธ์ระหว่างตระกูล' ที่จะจัดขึ้นณ นครเมฆาล่องในอีกหกเดือนข้างหน้า"
นางเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่มีความหมายลึกซึ้ง "น่าแปลก...พรสวรรค์ของนางดูเหมือนจะ 'ตื่น' ขึ้นมาอย่างกะทันหันหลังจากเหตุการณ์ที่เทือกเขาเขี้ยวอสูร...ที่ที่ว่ากันว่าทาสรับใช้คนสนิทของนางได้สละชีวิตเพื่อช่วยนางไว้"
เฟยชินยืนนิ่งเงียบ...ข้อมูลนี้หนักอึ้งกว่าที่เขาคาดคิด หลิวชิงอีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว...ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นเพราะเห็ดหลินจือชิ้นนั้นที่เขามอบให้การกระทำที่เขาทำไปเพื่อตัดปัญหาในวันนั้นกลับกลายเป็นการสร้างคู่แข่งที่แข็งแกร่งขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
และโชคชะตาก็กำลังจะลากพวกเขาให้กลับมาพบกันอีกครั้ง...ที่นครเมฆาล่อง
"ขอบคุณสำหรับข้อมูล"เฟยชินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเช่นเดิมเขาโค้งคำนับเล็กน้อยให้เถ้าแก่เนี้ยหงก่อนจะหันหลังและเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
เขาก้าวออกจากโรงเตี๊ยมขวานบิ่นเป็นครั้งสุดท้ายและเดินออกจากสถานีการค้าป่าดำ ดินแดนเถื่อนที่มอบทั้งอันตรายและโอกาสให้แก่เขา
เบื้องหน้าของเขาคือทางแยก...ทางหนึ่งทอดกลับเข้าไปในป่ารกชัฏส่วนอีกทางหนึ่งคือเส้นทางยาวไกลที่มุ่งหน้าสู่โลกกว้าง... สู่"นครเมฆาล่อง"
เฟยชินไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อยเขานึกถึงข่าวของหลิวชิงอี มันไม่ได้ทำให้เขากลัวแต่กลับจุดประกายบางอย่างในใจของเขา... ความท้าทาย
อดีตที่เขาเคยพยายามจะหนี...บัดนี้เขากลับเลือกที่จะเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับมันด้วยตนเอง
เขาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกและเริ่มก้าวเดิน...ก้าวแรกบนเส้นทางยาวไกลสู่มหานครที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือและเสียงกระซิบจากอดีตที่รอคอยเขาอยู่