ตอนที่ 156 โฮมุนคูส?
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
วงเวทของจอมเวทดูดหมอกควันสีดำเข้าไป พลังดูดของมันกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง
ไม่เพียงแค่ห้องเล็กที่อยู่ด้านหน้าเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงห้องอื่นๆ รวมทั้งห้องโถงใหญ่นี้ด้วย
เวลานั้นเองภาพนูนของสัตว์ประหลาดทั่วทุกผนังพลันเคลื่อนไหวราวกับตกอยู่ในความทุกข์ทรมาน
เมอร์ลินมองดูภาพนี้อย่างตะลึง ในตอนแรกเขาคิดว่าภาพนูนเหล่านั้นเป็นแค่ศิลปะที่วิปลาสเท่า แต่ตอนนี้มันสามารถขยับได้ นั่นทำให้เขาคิดไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่
เด็กน้อยไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์นี้ได้เลย เขาไม่คิดว่าเจ้าแกะน้อยมาวิชจะสามารถใช้วงเวทของจอมเวทได้ และไม่คิดว่าห้องนี้จะมีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่ข้างในนี้ด้วย
ภาพตรงหน้าเขาเหมือนตกอยู่ในขุมนรกที่มีสัตว์ประหลาดมากมายดิ้นรนอย่างทุกข์ทรมาน
แต่ถึงอย่างนั้นสัตว์ประหลาดพวกนั้นก็ไม่สามารถหลุดออกมาจากผนังเหล่านั้นได้
“พวกมันเป็นส่วนหนึ่งของค่ายกลอย่างนั้นหรอ?”
เมอร์ลินคิดถึงความเป็นไปได้นี้ นั่นเพราะค่ายกลวิญญาณที่แข็งแกร่งสามารถอำพรางตัวจากมหาปราชญ์อย่างออสตินได้
“หรือพวกมันเหล่านั้นเป็นโฮมุนคูสที่ถูกสังเวยเป็นส่วนหนึ่งของค่ายกล?”
“หากเป็นแบบนั้น ค่ายกลนี้จะแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?”
เขากวาดมองห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีภาพของสัตว์ประหลาดกำลังขยับไปมาอย่างทุกข์ทรมาน
ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากพวกมันเหล่านั้น
เมอร์ลินไม่รู้เรื่องของศาสตร์วิญญาณมากนัก แต่ก็คิดว่าผู้ที่สร้างค่ายกลนี้คงโหดเหี้ยมและร้ายกาจไม่น้อย
เจ้าแกะน้อยมาวิชใช้เวทดูดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ทั้งหมดรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นก้อนพลังสีดำขนาดเกือบสิบเมตรได้
เวลานั้นเองเจ้าแกะน้อยก็ทำในสิ่งที่เมอร์ลินไม่คาดคิด ร่างเล็กที่เดิมทีมีขนาดเท่าฝ่ามือเล็กๆ ของเมอร์ลิน ตอนนี้มันกลับขยายใหญ่ขึ้น และสิ่งที่ขยายมีเพียงปากของเจ้าแกะเท่านั้น
ปากของมันอ้ากว้างโชว์ฟันแหลมคมเรียงรายอย่างน่าสยดสยอง
ควับ!
มันกลืนก้อนพลังสีดำเหล่านั้นเข้าไป หลังจากนั้นศีรษะของมันก็กลับมาเล็กดังเดิม
เจ้าแกะน้อยลอยมาเกาะบนไหล่ของเมอร์ลินอีกครั้ง
ด้านเมอร์ลินเองก็พึ่งรู้ว่าเขาไม่อาจสัมผัสได้ถึงน้ำหนักของเจ้าแกะมาวิชได้เลยแม้แต่น้อย
เมอร์ลินหยิบมันขึ้นมาดูอย่างไม่เกรงกลัว
“นายเป็นตัวอะไรกันแน่?”
เจ้าแกะมาวิชทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ทว่ามันกลับไม่มีเสียง นั่นทำให้เมอร์ลินไม่เข้าใจในสิ่งที่มันจะสื่อ
ไม่เท่านั้นเจ้าแกะมาวิชยังคงขยับปากอย่างกระตือรือร้น ดวงตาของมันมองเมอร์ลินอย่างซื่อสัตย์
แม้เมอร์ลินจะไม่รู้เรื่องแต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจและความซื่อสัตย์ของมัน
“เอาล่ะๆ ฉันกับนายในตอนนี้พวกเรายังสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง เอาไว้หลังจากนี้ฉันจะหาวิธีเข้าใจคำพูดของนายเอง”
ดูเหมือนว่าเมอร์ลินจะยอมรับเจ้าแกะมาวิชได้อย่างรวดเร็ว
เหตุผลย่อมเป็นเพราะเจ้าแกะน้อยตัวนี้ตอบสนองความต้องการของเขา ทั้งๆ ที่เขาบ่นว่าต้องการกำจัดกลิ่นเหม็นเท่านั้น แต่มันก็ทำให้เขาในทันที มิหนำซ้ำยังแสดงเวทระดับห้าออกมา
เมอร์ลินเองก็สงสัยเช่นกันว่าเจ้าแกะตัวนี้จะใช้ได้แค่เวทอำนวยความสะดวกหรือไม่ หากมันสามารถใช้เวทโจมตีได้ เช่นนั้นเขาก็ไม่ต้องห่วงความปลอดภัยของตัวเองอีกต่อไปแล้ว เพราะนั่นถือว่ามีตัวตนระดับจอมเวทอยู่ข้างกาย
มาวิชเป็นเจ้าแกะตัวเล็ก เขาสามารถพกมันไปไหนมาไหนได้ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตามเมอร์ลินก็พอจะคาดเดาอะไรไว้ในใจ เขาสงสัยว่าเจ้านี่จะเป็นโฮมุนคูสหรือไม่?
แล้วมันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประหลาดในตอนที่เขาลูบหัวรูปปั้นเจ้าแกะครั้งแรกหรือไม่?
ทั้งหมดนี้มีเบาะแสของมันอยู่ แต่น่าเสียดายที่เมื่อครู่สติของเขาติดอยู่ในภวังค์ ไม่อาจรับรู้เหตุการณ์ได้
“ดูเหมือนกลิ่นพวกนั้นจะหายไปแล้ว มาวิชนายเก่งมาก” เมอร์ลินเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเจ้าแกะน้อย
เจ้ามาวิชใช้ศีรษะถูมือของเมอร์ลินอย่างชอบใจ
สถานที่แห่งนี้ไม่มีกลิ่นเหม็นสาปอีกต่อไป ไม่เท่านั้นดูเหมือนว่าบรรยากาศของห้องนี้ไม่น่าหวาดกลัวอีกต่อไปด้วย สัตว์ประหลาดกลายเป็นภาพนูนแบบเดิมไม่ขยับอีกต่อไป ราวกับว่าภาพเมื่อครู่เป็นเหตุการณ์ในความฝัน
“ว่าแต่นายใช้เวทโจมตีหรือป้องกันอะไรพวกนี้ได้หรือเปล่า?” เมอร์ลินเอ่ยถาม
เจ้ามาวิชพยักหน้ารัวๆ นั่นทำให้มุมปากของเมอร์ลินเผยรอยยิ้มออกมา
จากที่เขาศึกษาประวัติศาสตร์ของผู้ใช้ศาสตร์วิญญาณ แม้จะมีไม่มากแต่โฮมุนคูสนั้นมีกล่าวถึงบ้าง
พวกที่ใช้ศาสตร์วิญญาณเหล่านั้นได้ผสมผสานศาสตร์วิญญาณเข้ากับศาสตร์เล่นแร่แปรธาตุ นั้นเกิดเป็นโฮมุนคูสขึ้นมา แล้วพวกเขาเหล่านั้นก็ใช้โฮมุนคูสเป็นหุ่นเชิดสังหาร สามารถสั่งการได้ตามใจชอบ เพราะมันมีความสามารถของเจตจำนงของอัศวินและพลังเวทของนักเวท
ทั้งนี้ก็มีหลายข่าวเช่นกันที่รายงานว่าผู้สร้างไม่อาจควบคุมโฮมุนคูสของตัวเองได้แล้วถูกสังหาร จนโฮมุนคูสตัวนั้นหลุดจากการควบคุมแล้วอาละวาดไปทั่ว
เมอร์ลินที่เห็นแววตาอันซื่อสัตย์ของเจ้ามาวิชแล้ว นั่นทำให้เขาไม่ได้กังวลในเรื่องนั้น อีกทั้งเจ้ามาวิชยังปฏิบัติตามคำสั่งของเขาอย่างเชื่อฟัง นั่นทำให้เขาวางใจในตัวมัน
“เอาล่ะยังเหลืออีกห้องหนึ่ง ตอนนี้ฉันมีความมั่นใจแล้วว่าตนเองจะไม่ได้รับอันตรายจากการสำรวจห้องพวกนี้”
เมอร์ลินเดินตรงไปห้องที่สามอย่างมาดมั่น
ตอนนี้ไม่มีกลิ่นมารบกวนเขาแล้ว และทันทีที่แสงสว่างส่องเข้าไปข้างในห้อง ดวงตาของเมอร์ลินก็เป็นประกายขึ้นมา หัวใจพลันเต้นรัวแรง
“ฉันนึกว่าจะไม่มีในสถานที่แบบนี้ซะแล้ว!” เมอร์ลินกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง
นั่นเพราะห้องนี้คือห้องทำงานที่เต็มไปด้วยหนังสือ
ชั้นหนังสือมากมายเรียงรายเต็มผนังทั้งสองข้าง ภายในห้องมีแค่โต๊ะและเก้าอี้เท่านั้น นอกนั้นดูเหมือนจะเป็นเอกสารและหนังสือ
เมอร์ลินไม่ลังเลที่จะเดินตรงไปยังชั้นหนังสือทันที
หนังสือพวกนี้เล่มหนามาก เขาหยิบมันออกมาจากชั้น เพียงแค่สัมผัสก็พบว่าหนังสือเหล่านี้ไม่ได้ทำมาจากกระดาษ แต่มันทำมาจากหนังของสิ่งมีชีวิต และเป็นไปได้มากว่าพวกมันจะเป็นหนังของมนุษย์!
ทว่าเมอร์ลินไม่ได้รังเกียจหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด
“โชคดีที่มันยังเป็นภาษาที่อ่านได้ แต่เดี๋ยวก่อนนี่มันหนังสือเกี่ยวกับพลังจิตไม่ใช่หรอ?” เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างประหลาดใจ
ห้องลับใต้ดินแห่งนี้ดูเหมือนเป็นห้องทดลองโฮมุนคูสที่เกี่ยวกับศาสตร์วิญญาณ แต่ทำไมถึงมีหนังสือศาสตร์พลังจิตอยู่ที่นี่
เมอร์ลินหยิบหนังสืออีกชั้นออกมา แล้วเขาก็พบว่ามันไม่ใช่หนังสือศาสตร์วิญญาณเช่นกัน แต่มันเป็นหนังสือเล่นแร่แปรธาตุ
ด้วยความสงสัยเขาจึงหยิบหนังสืออีกขั้นก็พบว่ามันเป็นหนังสือศาสตร์ฝึกสัตว์
“ดูเหมือนว่าที่นี่จะเก็บหนังสือไว้หลากหลาย มิหนำซ้ำมันยังเป็นหนังสือหนังมนุษย์อีกด้วย”
เมอร์ลินพลิกดูเนื้อหาของหนังสือศาสตร์ฝึกสัตว์ในมือ เขาก็พบว่ามันเป็นวิธีการที่ค่อนข้างโหดเหี้ยม มิหนำซ้ำมันยังเป็นวิธีชี้แนะการควบคุมสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังจิตและพลังวิญญาณ
หนังสือพวกนี้ไม่เหมือนกับหนังสือที่เมอร์ลินอ่านในห้องสมุดมหาวิทยาลัย แต่มันเป็นหนังสือที่ระบุวิธีปฏิบัติตามเป้าหมายอย่างชัดเจน