STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)

    ภาคที่ 4 At School ตอนที่ 5 สื่อสาร

    "เอาอีกรอบ !" เสียงดุดันที่ตะโกนอย่างกับจะตะคอกให้กลัว เขากำลังยืนมองพวกฟรานวิ่งไปมาจนฝุ่นกระจาย

    "ค่ะ !"

    "ครับ !" 

    เสียงตอบรับอย่างพร้อมเพรียงดังสนั่น พวกเขาจับคู่สองคนร่ายเวทโจมตีสลบกันไปมาพร้อมกับสัญญาณมือที่ใช้นิ้วบ่งบอกถึงสิ่งที่กำลังจะทำ

    "ดีมาก ! การใช้สัญญาณมือแทนการพูดจะทำให้สื่อสารกันได้โดยที่อีกฝั่งไม่รู้ ถือเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการเข้าปะทะในระยะประชิด"

    หลังจากที่ฝึกแบบเดิมซ้ำ ๆ สลับคู่ไปเรื่อย ๆ จนชินอาจารย์หนุ่มก็ได้เรียกมารวมตัวอีกครั้งเพื่อให้พักหายใจ

    "หลังจากนี้จะทำการอุดหูไม่ให้ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น สัญญาณมือต้องจำและทำให้ชินได้ทั้งหมดไม่ว่าจะการโจมตี ตั้งรับ เดินหน้า ถอยหรือรวมตัว"

    หลังจากที่พักได้สิบนาทีอาจารย์หนุ่มก็เอาที่อุดหูให้กับทุกคน 

    คนที่มีปัญหามากที่สุดคงเป็นเจ้าชายโย เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรที่ซับซ้อนแบบนี้แต่ก็มักจะทำได้ดีเมื่อฝึกฝนเป็นประจำด้วยการใช้ประสบการณ์มากกว่าความจำ

    ฟรานพุ่งแทงด้วยเวทไฟเฉกเช่นเดียวกับโยที่สร้างกำแพงไฟขึ้นมา ไม่ใช่เพราะเขาเห็นสัญญาณมือแต่เพราะเห็นท่าทีของการจับดาบจึงคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า บางครั้งโยก็ส่งสัญญาณผิดบอกว่าจะป้องกันแต่กลับโจมตีแทนทำให้ฟรานที่ตั้งใจจะพุ่งเข้าเกือบพลาดไปโดนดาบของโย ภายใต้ความกดดันที่ต้องทำตามสัญญาณมือยิ่งทำให้โยเป็นกังวลคิดว่าตัวเองจะทำให้เพื่อนร่วมทีมบาดเจ็บหรือไม่

    วันนี้เราคงจะซ้อมการใช้สัญญาณมือเท่านั้น ช่วงบ่ายก็จะพาไปลองของจริงสักหน่อย อาจารย์หนุ่มยืนยิ้มอยู่เงียบ ๆ รู้สึกภูมิใจที่ได้สอนเหล่าลูกศิษย์ที่น่ารักทุกคน

    พวกเขาใช้เวลาฝึกสะสมให้เกิดความชิน ทันทีที่เห็นสัญญาณมือก็จะรู้สิ่งที่เพื่อนร่วมทีมจะทำได้ เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนพระอาทิตย์ส่องแดดจ้าอยู่เหนือหัว พวกเขาก็ได้ย้ายสถานที่ไปยังห้องฝึกพิเศษในเขตเวทมนตร์โดยมีอาจารย์หนุ่มที่ทำเรื่องขออนุญาตเข้าไปใช้งาน

    "ทำความรู้จักซะนะ พวกเขาจะเป็นรุ่นพี่ในเขตเวทมนตร์และเป็นคู่ซ้อมให้ในวันนี้" หลังจากที่อาจารย์หนุ่มพูดจบก็มีเหล่านักเรียนที่อยู่ในเขตเวทมนตร์กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับอาวุธและชุดเตรียมรบ

    "ดีจ้า ! พวกเราเป็นเด็กบ้านฟ้าวันนี้จะมาช่วยน้อง ๆ ซ้อมทีม" หญิงสาวผู้มีลีลาการพูดอันสดใสพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ฉีกกว้างจนเห็นฟัน

    "เธออย่าพูดเด็กบ้านฟ้าสิ ปกติรุ่นน้องคงไม่รู้จักหรอก...พวกเราเป็นนักเรียนของเขตเวทมนตร์จะเรียกกันว่าเด็กบ้านฟ้า ซึ่งแต่ละเขตก็จะมีชื่อเรียกต่างกัน" ชายหนุ่มสูงใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงสุขุมดูเป็นผู้ใหญ่อีกทั้งท่าทางการยืนการเดินยังเรียบร้อยมีมารยาท

    "เลิกพูดมากกันได้แล้วรีบ ๆ ทำให้มันจบเถอะ" ทันใดนั้นก็มีเสียงอันหนักอึ้งของชายคนหนึ่งที่ยืนกอดอกทะมัดทะแมงอีกทั้งยังชักสีหน้าไม่ชอบใจอีก

    "แหม่ ๆ นายเองก็ตื่นเต้นที่จะมาดูน้อง ๆ เหมือนกันนี่" สาวน้อยร่างเล็กที่อยู่ด้านหลังพูดแทรกขึ้นมาแถมยังเอามือตีก้นของเขาอีก

    "ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ได้เจอกันนานแต่ก็ยังสนิทกันดี ฉันขอแนะนำให้รู้จักนะ...พ่อหนุ่มตัวสูงนั่นชื่อว่ายาโตะ แม่สาวข้าง ๆ ที่ยิ้มสวย ๆ ชื่อว่าลิน เจ้านั่นที่ดูอารมณ์ไม่ดี...คาล แล้วก็คนสุดท้าย...ชิว แม้เธอจะตัวเล็กแต่ก็เป็นรุ่นพี่ของพวกเธอนะ" พวกเขาต่างก็โบกมือทักทายยกเว้นแต่คาลที่ยังทำหน้าบูดหน้าบึ้งอยู่ตลอด

    "สวัสดีค่ะฝากตัวด้วยนะคะ" พวกเขาต่างก็เตรียมตัวจับอาวุธของตัวเอง หลังจากที่อาจารย์หนุ่มจัดแจงพื้นที่สำหรับฝึกเรียบร้อยก็ได้ให้ทั้งสองทีมเริ่มต่อสู้กัน

    "เป้าหมายคือการแย่งธงที่ปักไว้ตรงเสื้อ ใครที่ไม่มีธงก็จะต้องออกจากการต่อสู้ส่วนทีมไหนมีธงในครอบครองมากที่สุดก็จะชนะไปเพราะฉะนั้น...เริ่ม !" 

    เมื่อเสียงสัญญาณจากปากของอาจารย์หนุ่มได้ดังขึ้น ลินกระโจนเข้าใส่พร้อมด้วยเปลวไฟลุกไหม้ปิดล้อมจุดที่พวกฟรานยืนอยู่ ยาโตะผู้ซึ่งเดินตามหลังมากำลังร่ายเวทจากคทาในมือสร้างศรเวทขนาดเล็กยิงตรงไปหาพวกเธออย่างต่อเนื่อง

    ถูกจู่โจมสายฟ้าแลบแบบนี้ชักจะรับมือยากแล้วแฮะ ฟรานสร้างโล่มานาป้องกันศรเวทพวกนั้นได้หมดไม่ยากเย็นนัก

    "พวกเขาเลเวลห้าทุกคนถ้าวัดกันที่สเตตัสก็ไม่ต่างกันมาก เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัว" ฟรานพูดปลุกใจพร้อมด้วยสัญญาณมือสั่งบุกซึ่งเธอจะเป็นคนคอยคุ้มกันให้

    ทำไมพีชถึงส่งสัญญาณถอย โยเหลือบไปสบตากับพีชพอดีจึงได้เห็นสัญญาณมือให้ถอยแต่กับคนอื่นนั้นแทบไม่เห็นสัญญาณของพีชเลยสักคน

    "ฉันบอกให้ถอยไง-" ไม่ทันที่พีชจะพูดจบก็มีแรงระเบิดกระแทกพวกเขากระเด็นออกมา พื้นห้องตรงหน้ามีรอยของเศษดินหินตกอยู่และเบื้องหน้าก็ได้เห็นชายหนุ่มที่มีชื่อว่าคาลผู้ใช้เวทดิน

    "กับดักเหรอ ?" ซันนี่พยายามเพ่งสายตามองดูพื้นรอบ ๆ ตัวพวกเธอจนได้เห็นก้อนหินเล็ก ๆ กระจายอยู่

    "ระวัง !" ซากิร่ายเวทโล่มานาช่วยเพื่อนของเขาไว้หลังจากที่มีกระแสลมแรงสูงพัดวนเอาก้อนหินระเบิดพวกนั้นเข้ามา หินที่ทั้งเล็กและมีจำนวนมากทำให้เกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่อง

    "ใจเย็น ๆ แล้วรีบลุกขึ้นมาได้แล้ว" ซากิพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกเหมือนกับตะคอกใส่แต่มันก็ทำให้พวกเธอดึงสติมาได้

    "พวกเขาอยู่ตรงไหน ?" ซากิเอ่ยถามขณะที่ยังยื้อแรงระเบิดที่มีมาไม่หยุดไว้

    "มีคนหนึ่งอยู่ข้างหน้า แล้วก็สาม ห้าและเจ็ดนาฬิกา" ฟรานเพ่งสมาธิกับเวทตรวจจับที่มี

    "ดี..." ซากิส่งสัญญาณมือให้กับทุกคนโจมตีพร้อมกัน

    พวกเธอไม่รอช้าเตรียมเวทของตัวเองพร้อมที่จะซัดใส่ใครก็ตามและช่วงขณะที่ซากิสลัดระเบิดออกไป การโจมตีด้วยเวทมนตร์หลากธาตุพุ่งตรงไปหาชายหนุ่มตรงหน้า แม้การโจมตีมากมายจะพุ่งเข้าหาแต่ยาโตะก็ไม่มีท่าทีที่จะหนีเลยแม้แต่น้อย

    "เลือกฉันเหรอ ? ก็ดีให้คนอื่นจัดการไป" เวทโล่มานาขนาดใหญ่และหนาถูกร่ายรอไว้ล่วงหน้าทำให้การโจมตีทั้งหมดสลายหายไป ทันใดนั้นเพื่อนร่วมทีมของเขาก็เข้าจู่โจมพวกฟรานจากรอบทิศอาศัยจังหวะที่พึ่งยิงเวทมนตร์ออกไปทำให้ตั้งตัวไม่ทัน

    พวกเขาต่างก็ทะลุทะลวงเข้าไปแย่งธงของโย ริสุและเรนไปได้อย่างรวดเร็วทำให้พวกเธอต้องออกจากการต่อสู้ไป ทีมของฟรานนั้นมีธงคนละหนึ่งแต่ทางฝั่งของลินจะมีสองเพราะมีจำนวนสมาชิกทีมน้อยกว่า

    เราถูกล้อมไว้ด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่าเหรอ ? หรือเพราะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ทำให้เคลื่อนไหวได้ยาก ฟรานฟาดสะบัดคมดาบวายุเฉียดหัวของลินไป 

    "ฮิฮิฮิ เกือบไปแล้วไงแบบนี้ถึงตายได้เลยนะท่านผู้กล้า" หัวเราะเยาะเหมือนจะกำลังปั่นประสาทให้คุมอารมณ์ไม่ได้ เมื่อใดก็ตามที่ใช้อารมณ์ในการต่อสู้ก็มักจะถูกเดาทางได้ง่าย

    "อย่าไปแกล้งพวกเขาสิลิน พวกเราเป็นทีมแนวหน้าของโรงเรียนเชียวนะต้องมีความสุขุมและมารยาทให้มาก ๆ" เสียงยาโตะที่ดูเคร่งขรึมจริงจังแต่ลินก็ยังหัวเราะเยาะกับการวางตัวของยาโตะไม่หยุดทำเอาปวดหัวเลยทีเดียว

    "เฮ้อ..." เขาส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจลากยาวแต่มืออีกข้างที่ทิ้งลงต่ำกำลังขยับส่งสัญญาณให้กับเพื่อนร่วมทีมของเขา กระแสลมพัดฝุ่นควันที่ไหนไม่รู้ปกคลุมวิสัยทัศน์ของพวกฟรานจนหมดแต่เธอเองก็ไม่นิ่งเฉยใช้เวทลมของตัวเองพัดสู้ผลักกระแสลมพวกนั้นออกไปเปิดเส้นทางให้สวนกลับได้

    ต้องตอนนี้แหละ ฟรานส่งสัญญาณมือให้แยกกันจู่โจมส่วนตัวเธอนั้นเพ่งสายตาไปยังชิวผู้ที่ทิ้งห่างออกไปไกลกว่าคนอื่น

    เธอคนนั้นเป็นคนใช้เวทลมแน่ ๆ ดูจากออร่ามานาที่หลงเหลืออยู่ ขณะที่ทุกคนพุ่งใส่เป้าหมายของตัวเองฟรานได้เล็งไปยังชิววิ่งเข้าไปพร้อมกับวิชาดาบที่ตัวเองถนัดพุ่งแทง 

    ฟรานชักดาบกลับด้านเอาด้ามกระแทกแทนในช่วงวินาทีสุดท้ายด้วยความรวดเร็วของเธอทำให้ชิวไม่แม่แต่จะตอบโต้กลับ แรงกระแทกของด้ามดาบทำให้ชิวจุกล้มลงนอนไปเลย

    คนอื่นเป็นยังไงกันบ้างนะ ? ฟรานแย่งธงของชิวมาก่อนจะหันหลังมองเพื่อนร่วมทีมของเธอที่ถูกเด็กบ้านฟ้าซัดล่วงไปหมดแล้ว

    "ทีมห้องพิเศษแพ้แล้วเก็บอาวุธกันซะ" แม้จะสู้กันจนห้องมีสภาพเละไปหน่อยแต่ก็ไม่มีใครเจ็บหนักนักช่วยกันรักษาตัวจนหายดี

    "รอบแรกทีมของเด็กบ้านฟ้าชนะ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเราจะยังต้องสู้กันอีกหลายรอบ"

    "มีอะไรจะพูดไหม ?" อาจารย์หนุ่มกล่าวกับเหล่าสมาชิกห้องพิเศษที่ไม่สามารถตอบโต้ได้อย่างที่ฝึก

    "พวกเรายังไม่มีแผน ถึงจะฝึกการสื่อสารด้วยมือได้แต่ก็ไร้แผนการไม่เหมือนกับพวกรุ่นพี่ที่เตรียมแผนมาแล้ว" ซากิพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมทำให้เพื่อนร่วมทีมเริ่มเกร็ง ๆ ไม่กล้าพูดตอบโต้อะไรมากนัก

    "พวกเขาใช้เวทลมคู่กับเวทดินทำให้เกิดฝุ่นจำนวนมากรบกวนการมองเห็น จนทำให้พวกเราตกอยู่ในการควบคุมของพวกเขา...อาจจะเพราะจำนวนคนที่มากทำให้การสื่อสารไปไม่ถึง" ฟรานเสริมต่อทันที

    "อืม ๆ พูดได้ดีงั้นในเมื่อรู้จุดด้อยแล้วก็รีบไปวางแผนกันซะ เดี๋ยวจะให้ทีมรุ่นพี่ช่วยซ้อมให้และหวังว่าจะไม่มีใครเจ็บหนักนะ"

    หลังจากวางแผนกันนานเป็นสิบนาทีซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นซากิและฟรานที่เป็นคนพูดนำและเสนอสิ่งต่าง ๆ เพื่อใช้ในแผน รูปแบบการโจมตี ป้องกันหรือแม้แต่การถอยจนกระทั่งพวกเธอได้ลงสนามกันอีกครั้งพร้อมกับความมั่นใจที่มากขึ้น

    "เริ่ม !" ทันทีที่เสียงของอาจารย์หนุ่มประกาศดังลั่น ทางฝั่งของรุ่นพี่ก็ได้ใช้ลูกไม้เดิมเริ่มด้วยการใช้เวทไฟปกคลุมพื้นที่จำกัดจุดยืน ฟรานที่เห็นแบบนั้นจึงรีบส่งสัญญาณมือให้กับเพื่อน ๆ และร่ายเวทน้ำดับไฟพวกนั้นได้ทัน

    "ตอบสนองได้ไวขึ้นนะเนี่ย" ยาโตะที่ยืนอยู่ตรงหน้าปล่อยให้เพื่อนร่วมทีมออกไปล้อมพวกฟรานแต่เพราะเวทไฟได้หายไปเสียก่อนจึงทำให้เห็นตำแหน่งชัดเจนและยังเห็นเวทโล่มานาที่ร่ายเตรียมไว้

    ฟรานกระโจนเข้าใส่ยาโตะเพียงคนเดียวส่วนที่เหลือได้แยกเป็นคู่เพื่อคอยระวังหลังให้กันวิ่งเข้าใส่พรรคพวกของยาโตะพร้อม ๆ กัน

    ต้องชนะแน่คราวนี้ เราให้ซากิเตรียมเวทศักดิ์สิทธิ์ที่จะทำให้แสบตาไว้และจังหวะนั้นเราก็จะจับตัวได้โดยไม่ต้องใช้เวทแรง ๆ 

    ฟรานจ้องมองเพียงแค่ศัตรูตรงหน้ากวัดแกว่งปลายดาบพร้อมกับร่ายเวทสร้างเปลือกหินหุ้มดาบของตนไว้ ยาโตะเองก็ไม่นิ่งเฉยสร้างคลื่นน้ำขนาดใหญ่พัดกระแทกตัวฟรานพยายามจะต้านไว้แต่เธอก็พุ่งทะลวงแหวกสายน้ำออกเป็นสองซีก

    เพียงชั่วพริบตาก็มีแสงสว่างจ้าไปทั่วห้องเป็นเวลาเดียวกับที่พวกฟรานหันหลังให้กับจุดกำเนิดแสงทำให้ไม่ได้รับผลไม่เหมือนกับเด็กบ้านฟ้าที่หันหน้ามองพอดี แสงพวกนั้นทำให้แสบตาไปครู่หนึ่งเปิดโอกาสให้พรรคพวกของฟรานแย่งธงแต่เบื้องหน้าที่พวกเขากำลังมุ่งตรงไปกลับมีหินระเบิดที่เคยเจอก่อนหน้านี้วางไว้และด้วยความประมาทที่คิดว่าชนะได้แล้วทำให้พวกโยติดกับจนถูกแรงระเบิดกระแทกร่างกระเด็นออกมา

    "อ-อะไรกัน" ไม่ทันที่โยจะตั้งตัวก็ถูกกำปั้นต่อยเข้าที่ท้องและใช้จังหวะนั้นแย่งธงไปได้

    "ทำไมถึง..." มีเพียงแค่ฟรานและซากิที่ยังยืนได้อยู่ 

    ทำไมถึงมีระเบิดพวกนี้อยู่ทั่วเลยล่ะทั้ง ๆ ที่เราก็จับตามองตั้งแต่เริ่มสู้เลยนี่ อย่าบอกนะว่าเตรียมไว้ก่อนที่จะเริ่มอีก ฟรานถอยห่างออกไปช่วยคนที่ยังไม่ถูกแย่งธงไว้แต่มันก็ทำให้พวกเธอกลับไปกระจุกอยู่จุดเดียวอีกครั้ง

    "เป็นอะไรมากไหม ?" พีช ชาญและซากิยังคงหนีออกมาได้ก่อนที่จะโดนแย่งธงไป ฟรานวางโล่มานาป้องกันไว้ถึงจะใช้มานามากเกินความจำเป็นแต่มันก็ทำให้วางใจได้ระดับหนึ่งเพื่อให้เพื่อนร่วมทีมพักฟื้นรักษาตัว

    "พวกเขามีเวทประทับของกันและกัน" เสียงดูเนือย ๆ จากพีชเอ่ยขึ้นดังเข้าไปในหัวของฟราน ทำให้เธอคิดย้อนกลับไปมองออร่ามานามากมายที่กระจายไปทั่ว

    "ชุดที่พวกเขาใช้ต่างก็มีอุปกรณ์พิเศษติดตั้งอยู่ พวกทีมระดับสูงมักจะประทับเวทของเพื่อนร่วมทีมไว้ในกรณีฉุกเฉินอย่างเช่นเมื่อกี้นี้" พีชพูดออกมาด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ไม่มั่นใจในคำพูดเหมือนตอนคุยกับโย

    "หืม ๆ เป็นอย่างงี้นี่เอง" ฟรานนั่งจ้องหน้าพีชพร้อมกับพยักหน้าตอบรับ 

    พายุสะเก็ดระเบิดได้พัดถล่มพวกเขาอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว

    "พวกเขาคงกำลังเตรียมเวทอะไรบางอย่างอยู่ เพราะฉะนั้น..." ฟรานส่งสัญญาณมือให้รวมตัวกันไว้

    "เอาล่ะนะ หนึ่ง...สอง..." ฟรานขว้างศรเวทจะปลายดาบพุ่งทะลุตรงไปยังผู้ใช้เวทลมทำให้พายุสะเก็ดระเบิดสลายหายไปครู่หนึ่งเป็นจังหวะให้ซากิใช้เวทแสงอีกครั้งทำให้พวกเขาแสบตาและต่อด้วยเวทน้ำที่เป็นก้อนกลม ๆ ขนาดใหญ่ห่อหุ้มร่างของเด็กบ้านฟ้าไว้ทำให้หายใจไม่ได้ พวกเธอใช้จังหวะที่กำลังตื่นตระหนกพุ่งจู่โจมทันทีทันใด

    "ทำได้ดีแต่เด็กพวกนั้นไม่ใช่เล่น ๆ หรอกนะ" อาจารย์หนุ่มที่ยืนดูอยู่ไกล ๆ กำลังแสยะยิ้มดูมีเลศนัยแต่ก็รู้สึกได้ถึงความเป็นมิตรไม่นานนักก็มีใครบางคนเดินเข้ามาในห้องเงียบ ๆ เสียจนไม่มีใครรู้ตัว เธอคือหนึ่งในอาจารย์ของเขตเวทมนตร์ ไวโอเล็ท แอสต้า พี่สาวของโย

    "องค์หญิงมาทำอะไรที่นี่ครับ ?" ขณะที่อาจารย์หนุ่มกำลังตกใจอยู่เขาก็ได้เห็นไวโอเล็ทที่กำลังจ้องมองการต่อสู้ของนักเรียนพร้อมกับเผยรอยยิ้มอันภาคภูมิใจออกมา เหล่าเด็กบ้านฟ้าที่ตอบโต้ด้วยทักษะการต่อสู้ระยะประชิดพลิกกลับไปชนะได้อย่างรวดเร็ว 

    ทุกคนเสร็จไปแล้วเหรอ ? ฟรานเอี่ยวตัวหลบคทาที่เคลือบไปด้วยเวทมนตร์ทำเป็นดาบฟาดฟันกับเธอได้อย่างสูสี หลังจากที่หลบการเหวี่ยงดาบนั้นได้ฟรานก็เตะเท้าเข้าที่ขาของของยาโตะทำให้เสียจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนที่จะวาดดาบจากขวา

    "หยุดได้แล้ว" เธอถูกเหล่ารุ่นพี่ทั้งสี่คนล้อมหน้าล้อมหลังอีกทั้งยังมีปลายดาบสั้นที่จ่อคออยู่ทำให้ฟรานต้องทิ้งอาวุธและยอมแพ้ไป

    เสียงถอนหายใจดังกันเป็นหมู่คณะ พวกฟรานนั่งซึมเศร้าคิดมากกับเรื่องที่แพ้

    "พึ่งจะรอบสองเองอย่าพึ่งถอดใจสิ" อาจารย์หนุ่มเดินดุ่ม ๆ เข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เหมือนจะเยาะเย้ยก็ไม่ใช่จะให้กำลังใจก็ไม่เชิงแต่เบื้องหลังนั้นมีใครบางคนเดินตามมาด้วยทำให้โยตกใจตาตื่นทันที

    "พ-พี่ไวโอเล็ท" โยยืนตัวตรงเดะกล่าวสวัสดีด้วยท่าทางลนลาน

    "ไม่ต้องเกร็งก็ได้ ยังไงเราก็ต้องได้เจอกันอีกอยู่แล้ว" เธอชายตามองเหล่าเพื่อนร่วมทีมห้องพิเศษที่แต่ละคนก็เต็มไปด้วยรอยแผลถลอกโชคดีที่ชุดที่ใส่อยู่ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดี

    "ส่วนพวกนายก็ทำได้ดีสมกับเป็นแนวหน้าของโรงเรียน" พวกยาโตะต่างก็ยิ้มน้อมรับคำชม

    "ยังมีเวลาอยู่ก่อนเย็น เชิญซ้อมกันต่อได้ตามสบายเลย" เมื่อพูดจบไวโอเล็ทก็เดินไปนั่งนิ่งอยู่มุมห้อง

    "พวกเธอบางคนยังสู้ระยะประชิดไม่เก่ง อย่างริสุ เรนแล้วก็ซันนี่ รอบนี้ก็ดีตรงที่ให้ซากิเป็นคนคอยคุมเชิงด้วยเวทศักดิ์สิทธิ์ทำให้สามารถสร้างจังหวะในการเข้าถึงตัวได้ง่าย" อาจารย์หนุ่มพูดช้า ๆ พยายามให้พวกเธอเข้าใจแต่แค่ได้ฟังก็ไม่มีทางทำได้อย่างที่หวัง ต้องเกิดจากการฝึกฝนเป็นระยะเวลานานสั่งสมประสบการณ์

    "พวกเธอแต่ละคนจะมีจุดเด่นจุดด้อย บางคนก็แข็งแรงบางคนก็ฉลาดเฉลียว ในการต่อสู้แบบทีมสิ่งที่จำเป็นอีกอย่างก็คือการแบ่งหน้าที่ การใช้ทรัพยากรที่สำคัญอย่างผู้คนต้องจัดแจงและแบ่งไปตามสิ่งที่ถนัดเพื่อเสริมประสิทธิภาพทีมให้มากที่สุด"

    "และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือผู้นำ ถ้าขาดผู้นำที่ดีก็จะทำให้ทีมไปคนละทิศคนละทาง" ฟรานเบือนหน้าหนีชั่วขณะเหมือนกับรู้ตัวว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอ

    "ในมุมมองของครูจะมีอยู่คนหนึ่งที่เล็งเห็นเรื่องพวกนี้ตลอด แต่ดูเหมือนจะมีปัญหาในด้านการสื่อสารทำให้คนอื่น ๆ ในทีมไม่เข้าใจหรือไม่รู้เรื่อง...ใช่ไหมพีช" เธอไม่ตอบอะไรแต่กลับสบตาเพียงอย่างเดียว

    พีชสามารถอ่านแผนการและวิเคราะห์ได้ดีแต่ฟรานเองก็สามารถตัดสินใจในช่วงเวลาวิกฤตได้เฉียบคมกว่า การจะให้ใครมาเป็นผู้นำเลยก็เลือกได้ยากหรือจะให้เป็นสองคนเลยดีล่ะ 

    "งั้นมาลองให้ทั้งสองคนสลับกันเป็นหัวหน้าทีมละกัน" 

    พวกเขาใช้ช่วงเวลากว่าสองชั่วโมงในการซ้อมทีมซึ่งผลก็ยังออกมาพ่ายแพ้ทุกครั้ง

    "อืม...ดูเหมือนจะหมดแรงกันแล้วถ้าอย่างงั้นก็พอแค่นี้"

    "เดี๋ยวก่อนค่ะ !" ฟรานตะโกนเสียงดังในสภาพที่ยังเหนื่อยหอบหายใจไม่คล่อง

    "พอแล้วมั่งเดี๋ยวก็หมดสติกันพอดี" อาจารย์หนุ่มพยายามจะเกลี้ยกล่อมเหล่านักเรียนห้องพิเศษที่กำลังขับแค้นใจ

    "ขออีกรอบเดียว คราวนี้ขอใช้เวทใหญ่ได้ไหมคะ ?" ฟรานจ้องมองด้วยแววตาดุดันที่แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการต่อสู้ครั้งนี้

    "เธอว่าอย่างงั้น...แล้วพวกนายล่ะจะเอาด้วยไหม ?" เขาตะโกนกลับไปถามเหล่ารุ่นพี่

    "ไหน ๆ ก็จะกลับอยู่แล้ว มาใส่กันให้เต็มที่ให้เหมือนกับแข่งจริง ๆ ไปเลยดีกว่า ท่านผู้กล้าเองก็คงจะอึดอัดใช่ไหมที่ต้องออมมือไว้" ทางด้านของรุ่นพี่ก็นึกสนุกอยากปะทะกับห้องพิเศษโดยไม่มีข้อจำกัด

    "เอาอย่างงั้นก็ได้ องค์หญิงครับ ! เราจะให้เด็ก ๆ ใส่แบบจัดเต็มแล้วระวังตัวด้วยนะครับ" ทันใดนั้นเขาก็กางบาเรียขนาดใหญ่คลุมห้องทั้งห้องหลายชั้นเพื่อความปลอดภัย

    "เติมมานากันสักหน่อยก่อน แล้วก็อนุญาตให้ใช้เวทได้ทุกแบบไม่จำกัด" พวกเด็ก ๆ คงไม่มีเวทระดับสูงหรอก พวกเวททลายก็ไม่น่าจะมีที่ให้โอกาสใช้เวทอะไรก็ได้เพราะอยากเห็นเวทแรงโน้มถ่วงบ้าง

    "ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มได้เลย" หลังสิ้นเสียงประกาศคลื่นมานาจำนวนมากเอ๊ยรวมกันที่ปลายคทาของยาโตะ เขาโยนมันขึ้นไปเหนือหัวสร้างร่างมังกรสีฟ้าครามขึ้นมาอีกทั้งยังควบคุมได้อย่างกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

    "โฮ ! เจ๋งว่ะ" ชาญที่กำลังตื่นเต้นจ้องมองมังกรขนาดใหญ่ไม่หยุดก็ถูกวงแหวนไฟพุ่งจู่โจม

    "อย่าเหม่อสิวะ" ซันนี่ใช้เวทน้ำแรงดันสูงพุ่งปะทะกับวงแหวนไฟได้เสียก่อนที่มันจะเผาร่างของชาญ แต่มันก็ยังไม่หายไปไหนและกลับไปหาเจ้าของ

    "แบร่ ! เกือบจะโดนแล้วเชียว" ลินแลบลิ้นปลิ้นตาหยอกล้อพวกชาญขณะที่ใช้อีกมือคุมวงแหวนไฟราวกับกำลังร่ายรำไปพร้อม ๆ กับมัน

    "เอาล่ะนะคาล" ชิววิ่งตีคู่มากับคาล เขากระโดดขึ้นสูงเหนือหัวของชิวในขณะที่เธอชักคันธนูเล็งใส่เท้าของคาล

    "ไปล่ะนะ" เธอยิงศรเวทออกมาพร้อม ๆ กับการกระโดดของคาลส่งตัวเขาพุ่งเข้าหาพวกฟรานได้อย่างรวดเร็ว กำปั้นขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นมากำลังเหวี่ยงหมัดนั่นใส่ริสุ 

    "อ๊าก !" คาลถูกกดลงไปที่พื้นก่อนที่จะถึงตัวริสุ เขากำลังตกใจกระวนกระวายทำอะไรไม่ได้

    ทำไมถึง...เหมือนกับมีอะไรสักอย่างทับตัวอยู่ เวรเอ๊ยลุกไม่ขึ้นเลย

    "จับได้แล้วหนึ่งคน" เรนพูดไม่ทันขาดคำก็มีลูกศรเวทมนตร์ที่มีรูปร่างเหมือนกับดาบยาวพุ่งเฉี่ยวแก้มของเขาไป

    "ไม่ให้จับได้ง่าย ๆ หรอก นี่คงเป็นพลังจากอุปกรณ์เวทที่มือสินะ" ชิวเล็งศรเวทขนาดเล็กไปยังรีโมทที่ริสุถืออยู่ด้วยความรวดเร็วและเล็กทำให้มองเห็นได้ยาก ศรเวทนั่นได้ยิงทะลุรีโมทพังเสียหายใช้งานไม่ได้ไปเลย

    "บ้าน่าระยะจากที่เธออยู่มันสิบกว่าเมตรเลยนะ" ทั้งเรนและริสุต่างก็ตกใจในความแม่นยำของชิวแต่ ณ เวลานั้นคาลก็ได้หลุดจากพื้นที่แรงโน้มถ่วงพร้อมกับปล่อยหมัดยักษ์กระแทกร่างของริสุกระเด็นไปพร้อม ๆ กับเรน

    พวกเขาต่างก็แยกกันไปสู้โดยไม่ได้เป็นเหมือนทีมอย่างครั้งก่อน ๆ อาจเพราะอยากลองวัดกับห้องพิเศษจริง ๆ 

    "ไปเลย!" มังกรสีครามพุ่งทะลวงผ่านโล่ป้องกันของฟรานเข้ามาได้ไม่ยากนักแต่เธอก็ไม่หลบไปไหนกลับกันฟรานกำลังร่ายเวทบางอย่างด้วยมานาจำนวนมากที่แม้แต่อาจารย์หนุ่มและไวโอเล็ทยังสังเกตเห็น

    "[ลงดาบรูปแบบที่ห้า - ฟ้าหลังฝน]" เธอเหวี่ยงดาบไปในแนวนอนเพียงหนึ่งครั้งสร้างคลื่นลมพัดทุกสิ่งทุกอย่างกระเด็นออกไปหมดแม้แต่เจ้ามังกรสีครามนั่นก็ไม่อาจต้านทานได้

    "อ๊าก!" ยาโตะเองก็ถูกคลื่นลมพัดกระเด็นไปชนกับบาเรียที่อาจารย์หนุ่มสร้างไว้จนแตก

    "แย่ละ" ในขณะที่อาจารย์หนุ่มกำลังจะมุ่งหน้าเข้าไปช่วยแต่ก็ถูกคลื่นลมพัดกระเด็นออกมาเหมือนกัน เวทมนตร์ของเธอยังไม่หยุดทำงานมันยังดันร่างของยาโตะไปเรื่อย ๆ จนไปติดกับผนังห้อง แรงดันลมมากมายทำให้การหายใจขัดข้องและหมดสติไปเพราะทนไม่ไหว

    "สงบแล้ว..." ใบหน้าอันโล่งใจที่อาจารย์เผยออกมาแต่ก็ต้องเปลี่ยนไปเมื่อได้เห็นยาโตะนอนหมดสติอยู่ที่ผนังห้อง เขารีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือทันทีโชคดีที่แค่หมดสติไปเท่านั้นไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก

    ใบหน้าของทุกคนในขณะนั้นต่างก็ตกใจยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนรอดูอาการของยาโตะอย่างใกล้ชิด