ซาลิม่าโผเข้าสวมกอดบุตรชายคนโตทันทีเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้าบ้านมาตลอดเวลาที่รู้ข่าวท่านเป็ห่วงลูกชายมาก นี่ถ้าฟาเดลกับอะติฟาไม่ห้ามไว้ท่านคงไปหาที่โรงพยาบาลแล้ว
“โอ้...ขอบคุณพระผู้เป็เ้าที่ท่านทรงคุ้มครองให้ลูกชายของแม่ปลอดภัย” ซาลิม่ารำพึงรำพันออกมาก่อนจะรีบคลายอ้อมแขนออกเมื่อได้ยินเสียงสูดปากเบาๆของบุตรชาย “เป็อะไรอุสมาน เอ๊ะ! นี่ลูกาเ็ด้วยเหรอตายแล้ว! เป็อะไรมากมั้ยลูก”ท่านรีบถามอย่างห่วงใยและทำท่าจะร้องไห้ออกมาอีก อุสมานจึงต้องรีบปลอบใจ
“ผมไม่เป็อะไรมากหรอกครับแม่ะุมันแค่ถากๆ เท่านั้นเอง”
“มันเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ” คำที่ซาลิม่าพูดออกมาทำให้ทุกคนนิ่งเงียบไปชั่วขณะ “คราวนี้โดนแค่นี้ อีกหน่อยคง...”
“แม่คะ” อะติฟาเดินเข้ามาโอบประคองร่างมารดาไว้ “มันไม่เกี่ยวกับเื่นั้นหรอกค่ะ”
“ใช่ครับเื่นี้มันเป็ฝีมือของคนครับแม่” ฟาเดลเห็นด้วยกับน้องสาวเขาไม่อยากให้มารดาคิดรวมเื่ทุกอย่างว่าเกี่ยวกับเื่นั้นไปซะหมด
ซาลิม่านิ่งเงียบเพราะใจท่านเชื่ออย่างที่คิดเต็มเปี่ยมในตอนนี้ไม่ว่าเื่ร้ายๆ อะไรที่เกิดขึ้นกับบุตรชายคนโตท่านก็เหมารวมว่ามาจากสิ่งชั่วร้ายไปหมดแล้ว
“คราวนี้นับว่าโชคดีนะคะที่พี่อุสมานรอดชีวิตมาได้ต่อไปพี่ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้นะคะ”อะติฟาเตือนด้วยความเป็ห่วง อุสมานยิ้มอ่อนโยนให้น้องสาวแล้วก็อดนึกถึงหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่อยู่โรงพยาบาลไม่ได้ป่านนี้ไม่รู้ว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาหรือยัง
“ใช่ พี่โชคดีที่มีคนเข้ามาเตือนให้รู้ตัวเสียก่อนไม่อย่างนั้นพี่อาจตายไปแล้ว” แล้วอุสมานก็เล่าถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของเนตรนภาให้ทุกคนฟัง
“โอ้โฮ...เธอช่างกล้าหาญมากเลยนะคะนี่ถ้าเป็น้องละก็คงได้แต่ยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกแน่ๆ เลยค่ะ” อะติฟาเอ่ยชื่นชมด้วยความจริงใจ
“ตอนนี้เธอเป็อย่างไรบ้างล่ะลูก” ซาลิม่าเองก็นึกทึ่งหญิงสาวนามว่าเนตรนภาเช่นกันและเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายได้รับาเ็ก็อดเป็ห่วงไม่ได้
“ตอนนี้เธอปลอดภัยดีแล้วครับแม่ความจริงคืนนี้ผมตั้งใจจะนอนเฝ้าเธอที่โรงพยาบาลด้วยซ้ำ”
คำพูดของอุสมานสร้างความแปลกใจให้แก่ทุกคนทั้งหมดจึงมองหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาแปลกๆ ทำเอาอุสมานอดถามไม่ได้
“มองอะไรกันหน้าผมมีอะไรติดงั้นเหรอ” ถามพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเพราะคิดว่ามีอะไรติดจริงๆฟาเดลกับอะติฟาหันมามองหน้ากันยิ้มๆ ส่วนซาลิม่าก็มีรอยยิ้มอ่อนโยนติดอยู่ที่ริมฝีปากเช่นกัน
“หน้าลูกไม่มีอะไรติดหรอกจ้ะเื่เฝ้าไข้หนูคนนั้นปล่อยให้พยาบาลพิเศษที่ลูกจ้างไว้ทำหน้าที่ไปเถอะนะลูกคืนนี้ลูกอย่าออกไปไหนอีกเลยนะแม่เป็ห่วง อีกอย่างลูกเองก็าเ็อยู่ด้วย คืนนี้นอนพักผ่อนเสียก่อนเถอะแล้วพรุ่งนี้ค่อยไปเยี่ยมแม่หนูคนนั้นแต่เช้าแม่จะไปกับลูกด้วยจ้ะ”
“ครับ” เมื่อมารดาลงทุนขอร้องด้วยตัวเองมีหรืออุสมานจะใจแข็งอยู่ได้ ทั้งหมดนั่งคุยกันอยู่อีกพักใหญ่ๆก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน อุสมานกลับเข้าห้องนอนตัวเองโดยมีฟาเดลเดินตามเข้ามาด้วยอีกคน
“ว่าแต่จับตัวคนร้ายได้มั้ยครับ” ฟาเดลถามพี่ชายอย่างเข่นเขี้ยว
“ไม่ได้แต่พี่กำลังให้บาห์จะสืบว่าเป็ฝีมือของใครอยู่”
“ความจริงก็เดาได้ไม่ยากว่าเป็ฝีมือใครนะครับ”
“อย่าเพิ่งด่วนสรุปสิฟาเดล จำที่พี่เคยบอกไม่ได้หรือว่ามิตรอาจเป็ศัตรูตัวฉกาจก็ได้คนที่เฉยๆ ทำเหมือนไม่สนใจก็อาจคอยจ้องแทงข้างหลังเราอยู่ตลอดเวลาเช่นกันเื่ร้ายแรงแบบนี้เราต้องสืบให้แน่ใจเสียก่อนถ้าเราไม่อยากตกเป็เครื่องมือของใคร” อุสมานสั่งสอนน้องชายแม้จะมั่นใจเกินครึ่งว่าน่าจะเป็คนของฮาลิมแต่ชายหนุ่มก็ไม่อยากประมาทตกเป็เครื่องมือตัดแข้งตัดขาให้ใคร
“ครับ จริงสิผมมีเื่จะถามพี่หน่อย”เมื่อนึกขึ้นได้ฟาเดลก็พูดออกมาทันที
“เื่อะไร” อุสมานถามพลางเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟานุ่มที่ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของห้องนอนฝาผนังด้านข้างนั้นเป็กระจกใสจึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้อย่างชัดเจนฟาเดลเดินตามมาแต่ไม่นั่งกลับเท้าแขนลงบนพนักของโซฟาอีกตัวแทน
“เื่ของคนที่ช่วยชีวิตพี่ไว้น่ะเธอชื่ออะไรน้า...”เขาทำท่านึกเพราะชื่อค่อนข้างเรียกยากทีเดียว
“เนตรนภา” อุสมานตอบช้าๆ เพราะ้าออกเสียงชื่อหญิงสาวให้ชัดที่สุดแต่ก็ยังมีเพี้ยนบ้างอยู่ดี
“ชื่อเรียกยากจังไม่มีชื่ออื่นเลยเหรอ”
“ไม่รู้สิ”
“อ้าว ทำไมไม่รู้ล่ะผมนึกว่าพี่สนิทกับเธอซะอีก”
“อะไรทำให้นายคิดอย่างนั้น” อุสมานถาม คิ้วเข้มขมวดมุ่นเพราะสงสัย ฟาเดลอมยิ้มั์ตาคมที่เหมือนกับพี่ชายเปี๊ยบดูแพรวพราวมีแววหยอกเย้าอยู่ในนั้นยามเอ่ยถึงสิ่งที่คิดออกมา
“ก็ดูพี่เป็ห่วงเป็ใยเธอเหลือเกินถึงขนาดจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลแถมยังให้รีมไปเฝ้าอีกและที่สำคัญตัวพี่เองก็อยากไปเฝ้าด้วยเหมือนกันเอ...ผู้หญิงคนนี้เป็คนพิเศษของพี่หรือเปล่าน้า”
“เฮ้ย! เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว”อุสมานโวยวายปฏิเสธเสียงดังแต่กลับหลบตาน้องชายด้วยการเสหันไปมองทิวทัศน์เบื้องนอกแทน“พี่ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับผู้หญิงคนนี้หรอกที่ดูแลเขาเป็อย่างดีเพราะอยากตอบแทนที่เขาช่วยชีวิตพี่ไว้ต่างหากล่ะ”
“งั้นเหรอ” ฟาเดลพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจแต่ดวงตากับเต้นระริกแฝงแววรู้ทัน “ผมเข้าใจผิดไปเองสินะ เฮ้อ...หลงดีใจแทบแย่ว่าจะมีพี่สะใภ้เสียที”
“ชาตินี้นายคงไม่มีพี่สะใภ้หรอกฟาเดล”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเ็ปและอ้างว้างของพี่ชายทำให้ฟาเดลอยากชกปากเสียๆของตัวเองนัก
“พี่อุสมาน...ผมขอโทษที่...”
“ไม่ต้องขอโทษพี่หรอกช่างมันเถอะ พี่ทำใจได้แล้วล่ะ” อุสมานลุกขึ้นเดินมาตบบ่าน้องชายหนักๆพลางส่งยิ้มให้ก่อนจะชวนเปลี่ยนเื่คุย ฟาเดลมองพี่ชายอย่างเห็นใจพลางสาบานกับตัวเองในใจว่าหากมีหนทางที่สามารถช่วยพี่ชายให้หลุดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายนี้ได้เขาจะไม่รีรอที่จะช่วยเลย
ในเวลา่เดียวกันนั้นฮาลิมกำลังอาละวาดอย่างหนักเหตุเพราะลูกน้องทำงานไม่ได้ดั่งใจที่สำคัญยังเกือบพลาดทำลายของรักของหวงของเขาอีกด้วย
“ไอ้โง่!” ชายหนุ่มตบหน้าลูกน้องที่ส่งไปฆ่าอุสมานอย่างแรงด้วยความเดือดดาล “ฉันสั่งให้แกไปฆ่าไอ้อุสมานนะโว้ย! ไม่ได้สั่งให้แกไปฆ่าแนนนี่ของฉัน! มันน่าฆ่าให้ตายนัก เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ”ฮาลิมตบหน้าอีกฉาดใหญ่ก่อนจะสั่งลูกน้องที่เหลือเสียงกร้าว “เอามันไปทิ้งซะ!”
ลูกน้องที่ทำงานพลาดตาเหลือกเพราะคำว่า‘เอามันไปทิ้ง’ ของเ้านายนั้นทุกคนรู้ดีว่าหมายถึงอะไรมันจึงลนลานอ้อนวอนขอชีวิตสุดฤทธิ์
“เ้านาย...โปรดให้อภัยผมด้วยเถอะขอผมแก้ตัวอีกสักครั้งเถอะครับ ได้โปรด!”
“เ้านายครับ” ยัดซิมที่ยืนดูอยู่เงียบๆ เอ่ยขัดขึ้น “ให้โอกาสมันอีกสักครั้งเถอะครับไอ้นี่มันมีฝีมือดีคงทำประโยชน์ให้กับเ้านายได้อีกหลายอย่าง”
“มีฝีมือแต่โง่มันเกือบทำให้แนนนี่ของฉันตาย” ฮาลิมยังโมโหไม่หายทันทีที่เขาทราบเื่ก็ใจเสียนึกเป็ห่วงเนตรนภายิ่งนัก
“มันไม่รู้ว่าคุณแนนนี่เป็ผู้หญิงของนายเลยไม่ได้ระวังอีกอย่างตอนนี้คุณแนนนี่ก็ปลอดภัยแล้วเ้านายก็น่าจะให้โอกาสมันแก้ตัวอีกสักครั้งนะครับ”
ฮาลิมมองหน้าลูกน้องคนสนิทเขานิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะยอมใจอ่อน
“ก็ได้ ฉันจะไว้ชีวิตมัน”
“ขอบคุณครับนายขอบคุณครับลูกพี่”คนรอดชีวิตอย่างหวุดหวิดรีบกล่าวขอบคุณทันที
เมื่อหมดเื่แล้วฮาลิมก็ไล่ลูกน้องออกจากห้องไปจนหมดก่อนจะเดินไปที่บาร์เครื่องดื่มอย่างหัวเสียชายหนุ่มชงเครื่องดื่มย้อมใจตัวเองพร้อมบอกกับตัวเองว่าครั้งหน้าอุสมานไม่มีทางโชคดีแบบนี้อีกอย่างแน่นอน
เปลือกตาบางค่อยๆลืมขึ้นก่อนจะกะพริบอยู่สองสามครั้งเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างยามรุ่งอรุณของวันใหม่ใบหน้านวลใสที่บัดนี้ค่อนข้างซีดเซียวหันไปมองทางขวามือของตนเองเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด
“ตื่นแล้วหรือคะรู้สึกอย่างไรบ้างคะ” นางพยาบาลวัยสี่สิบเศษๆ ถามคนไข้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเนตรนภามีอาการงุนงงเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มเซียวๆ ให้เมื่อจดจำเื่ราวทุกอย่างได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“โอ๊ย!”
“อย่าเพิ่งขยับมากค่ะแผลของคุณยังปิดไม่สนิทดีเลย” นางพยาบาลรีบเข้ามาห้ามปรามเมื่อเห็นคนไข้ทำท่าจะลุกขึ้นนั่ง
“รู้สึกปวดแผลจังเลยค่ะ” เนตรนภาบอกเสียงอ่อยๆ สีหน้าเหยเกราวกับจะร้องไห้
“งั้นทานยาแก้ปวดก่อนนะคะเดี๋ยวดิฉันจะจัดการเช็ดหน้าให้คุณจะได้รู้สึกสดชื่นขึ้น”
“ขอบคุณค่ะ” คนไข้สาวรับยามาทาน จากนั้นก็ปล่อยให้นางพยาบาลเช็ดหน้าให้จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อยก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะถูกเปิดเข้ามาอุสมานเดินเข้ามาพร้อมกับผู้เป็มารดาสีหน้าของชายหนุ่มเปี่ยมไปด้วยความยินดีเมื่อเห็นเนตรนภาลืมตาตื่นอยู่
“คุณฟื้นแล้วเป็ยังไงบ้างครับ”อุสมานเดินปรี่เข้ามายืนชิดเตียงคนป่วยพร้อมสอบถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“เจ็บสิคะถามได้” หญิงสาวตอบไปอย่างที่ใจคิด
“ผมขอโทษนะเพราะผมคุณถึงได้ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้” อุสมานเอ่ยอย่างรู้สึกผิดเห็นสีหน้าเสียใจของเขาแล้วเนตรนภาก็ส่งยิ้มอ่อนๆ ให้
“ฉันไม่โทษคุณหรอกค่ะฉันเลือกที่จะเจ็บตัวเองนี่นาคุณไม่ได้บังคับซะหน่อย เจ็บตัวแค่นี้ฉันถือว่าคุ้มค่าที่สุดแล้วที่สามารถช่วยชีวิตคุณเอาไว้ได้”
อุสมานมองหญิงสาวด้วยสายตาซาบซึ้งใจความรู้สึกชนิดหนึ่งที่อ่อนหวานและสุขล้ำสุดจะบรรยายได้กำลังบุกรุกหัวใจแข็งกร้าวของเขาอย่างรวดเร็วซึ่งดูเหมือนผู้เป็เ้าของก็เต็มใจให้รุกรานเสียด้วย
“หนูมีน้ำใจที่งดงามเหลือเกิน” ซาลิม่าที่ยืนฟังอยู่นานเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มปรานีแววตาของท่านเปล่งประกายแห่งความซาบซึ้งอย่างชัดเจนอุสมานนึกขึ้นได้ว่ามีมารดามาด้วยเขาจึงเดินเข้าไปประคองท่านมาที่เตียงคนเจ็บ
“นี่คุณแม่ของผมครับ”
“สวัสดีค่ะ” เนตรนภากล่าวทักทายอย่างนอบน้อม
“สวัสดีจ้ะฉันมาเยี่ยมหนูและจะมาขอบคุณหนูด้วยที่ช่วยชีวิตลูกชายของฉันเอาไว้” ซาลิม่าว่า “ขอบคุณหนูจริงๆถ้าไม่ได้หนูช่วยเตือนอุสมานคงตายไปแล้ว หนูมีบุญคุณกับพวกเรามาก”
“อย่าถือเป็บุญเป็คุณเลยค่ะที่หนูทำไปก็แค่อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้นเองค่ะ”
“แต่สิ่งที่หนูทำมันกล้าหาญมากนะจ๊ะคงไม่มีใครยอมเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงถ้าคนๆ นั้นไม่ได้มีจิตใจที่มีความเมตตาสูงส่ง”
เนตรนภายิ้มอย่างเขินๆ ที่ถูกชมเธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะลอยได้ก็ไม่ปานถ้าขืนท่านยังพูดชมเธอต่อไปเธอคงลอยได้จริงๆ แน่
“หนูไม่ได้เป็คนดีอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ”
ซาลิม่าอมยิ้มพลางมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดูและรู้สึกถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน
“ฉันเชื่อในความรู้สึกของฉันจ้ะฉันจะจดจำความดีของหนูไว้ตลอดไปและหากหนูมีเื่เดือดร้อนอะไรขอให้หนูมาหาฉันนะจ๊ะฉันยินดีช่วยเหลือหนูเต็มที่เพื่อตอบแทนน้ำใจที่หนูมีให้กับครอบครัวของฉัน”
“ขอบพระคุณค่ะ”
“ส่วนเื่ค่ารักษาพยาบาลไม่ต้องเป็ห่วงนะจ๊ะอุสมานจะจัดการให้เอง หนูอยู่รักษาตัวจนกว่าจะหายได้เลยจ้ะ”
“ขอบพระคุณค่ะ”
“อาหารเช้าค่ะ” นางพยาบาลพิเศษที่ออกจากห้องไปเมื่อไรไม่รู้เข้ามาอีกทีก็มีถาดอาหารเช้าติดมือมาด้วย
“อุสมานแม่ว่าเรากลับกันก่อนดีกว่านะ จะได้ไม่รบกวนเวลาทานอาหารของหนูเนตรนภา” ซาลิม่าออกเสียงชื่อคนเจ็บอย่างลำบากเพราะไม่คุ้นลิ้น เนตรนภาฟังแล้วอดขำไม่ได้จึงบอกให้ท่านเรียกอีกชื่อหนึ่งของเธอแทน
“เรียกหนูว่าแนนนี่ก็ได้ค่ะ”
“ฉันเรียกชื่อหนูไม่ถูกใช่มั้ยจ๊ะต้องขอโทษด้วยนะมันออกเสียงยากสำหรับฉันเหลือเกิน งั้นต่อไปนี้ฉันขอเรียกหนูว่าแนนนี่ก็แล้วกันนะจ๊ะ”
“ค่ะ”
“แม่ครับแม่กลับไปคนเดียวนะครับ ผมขออยู่ดูแลแนนนี่ที่นี่”ได้ทีอุสมานก็อุบอิบเรียกชื่อนี้แทนซะเลยทั้งที่เ้าของชื่อยังไม่ได้อนุญาตซาลิม่ามองหน้าบุตรชายอย่างแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นลูกมีท่าทางกระตือรือร้นที่จะดูแลผู้หญิงคนไหนนอกจากคนในครอบครัวมาก่อนความที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและมีประสบการณ์ด้านนี้มาแล้วก็ทำให้ท่านเข้าใจได้ไม่ยากนักซาลิม่าจึงยิ้มให้ก่อนตอบ
“เอาอย่างงั้นก็ได้ความจริงลูกอยู่ดูแลหนูแนนนี่ก็สมควรแล้วเพราะลูกเป็ต้นเหตุทำให้เธอเจ็บเอาเป็ว่าลูกควรอยู่ดูแลหนูแนนนี่จนกว่าเธอจะออกจากโรงพยาบาลเลยก็แล้วกัน ดีมั้ย” นอกจากเข้าใจแล้วท่านยังส่งเสริมให้อีกต่างหากทำเอาอุสมานนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะแย้มยิ้มรับอย่างยินดี
“ครับ”
“เอ่อ...ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะ” คนที่ค้านกลับเป็คนเจ็บซะเอง “หนูเกรงใจค่ะ”
“อย่าเกรงใจเลยจ้ะให้อุสมานคอยดูแลหนูน่ะดีแล้วฉันจะได้สบายใจ เป็อันว่าตกลงตามนี้นะจ๊ะถ้างั้นฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนแล้ววันหลังฉันจะมาเยี่ยมหนูใหม่นะจ๊ะ” ซาลิม่าพูดเองเออเองเสร็จสรรพแล้วเดินออกจากห้องไปเนตรนภานั่งอ้าปากค้างตาปริบๆ พูดไม่ออกและค้านไม่ทันอุสมานเห็นกิริยาของคนเจ็บแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้
“อย่าถือสาแม่ผมเลยนะท่านก็เป็แบบนี้แหละ ตัดสินใจอะไรแล้วใครค้านก็ไม่ฟังหรอก”
“ค่ะ ฉันเข้าใจแต่คุณไม่ต้องทำตามคำสั่งของท่านก็ได้นะคะ”
“ไม่ได้หรอก ผมเป็ลูกของท่านก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งท่านสิ” ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกเวลาได้พูดคุยกับหญิงสาว
“แหมน่ามอบรางวัลลูกดีเด่นให้เสียจริง”เนตรนภาเผลอพูดออกมาเป็ภาษาไทยด้วยความหมั่นไส้อุสมานเลิกคิ้วสูงพลางถามอย่างสนใจ
“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะครับ”
“เปล่าหรอกค่ะ” เธอปฏิเสธก่อนหันไปพูดกับพยาบาล “คุณพยาบาลคะฉันหิวแล้วล่ะค่ะ”
“ได้ค่ะ” นางพยาบาลเข็นโต๊ะสำหรับทานอาหารบนเตียงมาให้ อุสมานเห็นก็รีบบอก
“เดี๋ยวผมจัดการดูแลเธอเองครับคุณมีอะไรก็ไปทำได้เลยไม่ต้องห่วง” ชายหนุ่มเข้ามารับหน้าที่ต่อนางพยาบาลจึงออกไปจากห้องเนตรนภาจะลุกขึ้นนั่งแต่รู้สึกเจ็บแผลที่ไหล่เลยต้องลงนอนอีกครั้งลืมที่พยาบาลบอกไว้แต่แรกไปเสียสนิท
“ลุกไม่ไหวใช่มั้ยเดี๋ยวผมไขหัวเตียงขึ้นให้นะ”
“ค่ะ”
อุสมานจัดการไขจนกระทั่งอยู่ในระดับที่้าเนตรนภาเปิดฝาชามอาหารก็พบว่าเป็โจ๊กกลิ่นหอมฟุ้ง หญิงสาวจะใช้มือขวาตักทานแต่แขนกลับรู้สึกชาแถมเวลายกก็จะะเืไปถึงาแที่หัวไหล่อีกด้วยเธอจึงตัดสินใจใช้มือซ้ายข้างที่ไม่ถนัดแทน เนตรนภาตักโจ๊กกินด้วยความเชื่องช้ามากและทุลักทุเลพอสมควรอุสมานมองอยู่นานแล้วทนเห็นคนอวดเก่งไม่ยอมขอความช่วยเหลือไม่ไหวอีกต่อไปเขาจึงยื่นมือเสนอตัวช่วยเสียเอง
“มาผมช่วย”
“ไม่ต้องหรอกค่ะฉันทานเองได้” หญิงสาวไม่ยอมรับความช่วยเหลือเื่อะไรจะให้เขาป้อนล่ะเขากับเธอไม่ได้สนิทสนมกันซะหน่อยอีกอย่างเธอก็ไม่ได้เจ็บสาหัสจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นี่นา
“ผมรู้ว่าคุณทานเองได้แต่กว่าคุณจะทานเองหมดก็คงถึงเวลาอาหารเที่ยงพอดี” เขาอดเหน็บแนมไม่ได้จึงได้รับค้อนวงใหญ่จากหญิงสาว
“พูดเว่อร์เกินไปแล้วค่ะ”
อุสมานยิ้มไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยอีกเขายึดช้อนมาจากมือบางแล้วจัดการตักโจ๊กป้อนให้ถึงปากหนุ่มสาวมองหน้ากันเหมือนจะวัดใจอะไรบางอย่างก่อนหญิงสาวจะยอมอ้าปากทานในที่สุด
“เก่งมาก”
“ฉันไม่ใช่เด็กนะ”
อุสมานอมยิ้มแล้วตักป้อนเธอคำต่อไปเนตรนภาก็อ้าปากรับอย่างเขินๆแก้มนวลเริ่มแดงระเรื่อขึ้นเพราะไม่เคยมีผู้ชายคนไหนนอกจากบิดาทำให้แบบนี้มาก่อน และวันทั้งวันทั้งสองอยู่แต่ในห้องจึงไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้ได้ตกเป็หัวข้อสนทนาของเหล่านางพยาบาลไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วซึ่งหัวข้อสนทนามีชื่อว่า
นายพยาบาลกิตติมศักดิ์กับคนไข้สาวผู้โชคดี!
ตกเย็นเพื่อนๆในแผนกที่รู้ข่าวก็ต่างพากันมาเยี่ยมเนตรนภาที่โรงพยาบาล เข้าห้องมาได้ทุกคนก็ต่างแปลกใจกันใหญ่เมื่อเห็นเ้าของบริษัทจามินราไดมอนนั่งอยู่ในห้อง แถมยังเป็เก้าอี้ข้างๆคนป่วยเสียด้วย แม้จะไม่ใช่พนักงานในบริษัทของอีกฝ่ายแต่ทุกคนก็รู้จักชายหนุ่มผู้นี้ดีเพราะนอกจากจะเป็เ้าของบริษัทคู่แข่งของพวกเธอแล้วเขายังเป็ชายหนุ่มสุดฮอตติดอันดับหนึ่งในยี่สิบของประเทศที่สาวๆ ต่างคลั่งไคล้อีกด้วย
“สวัสดีค่ะคุณอุสมาน” แซนด้าเป็ตัวแทนของเพื่อนๆ กล่าวทักทายชายหนุ่ม
“สวัสดีครับ” อุสมานส่งยิ้มให้ก่อนหันมาพูดกับคนเจ็บ “เพื่อนๆคุณมาเยี่ยมงั้นผมขอตัวไปรอข้างนอกนะ พวกคุณจะได้คุยกันได้สะดวก” กล่าวจบชายหนุ่มก็หันมายิ้มให้กับบรรดาเพื่อนๆ ของเนตรนภาอีกครั้งแล้วเดินออกจากห้องไปหลังจากอุสมานออกไปแล้วบรรดาสาวๆ ในแผนกที่มาเยี่ยมก็ต่างรีบเดินมารุมล้อมรอบเตียงของเนตรนภาพร้อมกับยิงคำถามชวนเวียนหัวใส่ไม่ยั้ง
“แนนนี่ ทำไมคุณอุสมานถึงมาอยู่ในห้องเธอล่ะ”
“เธอรู้จักกับเขาด้วยเหรอ”
“นี่ไปรู้จักกันตอนไหนเนี่ยทำไมพวกเราไม่รู้เลยล่ะ”
และอีกมากมายหลายคำถามจนเนตรนภาต้องยกมือข้างที่ไม่าเ็ขึ้นห้าม
“หยุดๆ ถามทีละคำถามได้มั้ยฉันตอบไม่ถูกแล้ว”
“ทำไมคุณอุสมานถึงมาอยู่ในห้องนี้กับเธอสองต่อสองได้ล่ะ” แซนด้ายิงคำถามใส่ทันทีด้วยความอยากรู้ เนตรนภานิ่งเงียบเพราะรู้สึกอึดอัดกับสายตาสงสัยใคร่รู้ของบรรดาเพื่อนร่วมงานทั้งชายและหญิงก่อนจะถอนใจยาวแล้วเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟังอย่างไม่ปิดบังยกเว้นเพียงเื่ที่อุสมานมายื่นข้อเสนอเื่งานให้เอาไว้
“เธอนี่กล้าหาญมากเลยนะที่ไม่กลัวตาย”
เนตรนภายิ้มรับทว่าในใจนึกเบื่อหน่ายเต็มทนเพราะั้แ่ลืมตาขึ้นมาเธอก็ได้ฟังคำชมเช่นนี้จนเบื่อแล้ว
“ว่าแต่คุณอุสมานมาเยี่ยมเธอเฉยๆหรือว่ามาอยู่ดูแลล่ะ” แซนด้าถามอีก
“เขาก็...มาช่วยดูแล...บ้าง” หญิงสาวตอบพลางหลบตาเพราะไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่ากำลังโกหกเนื่องจากอุสมานไม่ได้มาดูแลบ้างแต่มาดูแลตลอดต่างหากที่เธอเลือกไม่พูดความจริงเพราะไม่อยากตกเป็หัวข้อนินทาในเื่ชู้สาว แต่เนตรนภาไม่รู้หรอกว่าต่อให้พูดเลี่ยงอย่างไรเธอก็ยังตกเป็หัวข้อสนทนาของเพื่อนๆในวันรุ่งขึ้นอยู่ดี
“ดูๆ แล้วเขาเป็ห่วงเธอจังนะ”
“ก็ฉันช่วยเขาไว้นี่นานี่...พวกเธอที่มาที่นี่จะมาเยี่ยมฉันหรือจะมาซักไซ้เื่คุณอุสมานกับฉันกันแน่เนี่ย” คนเจ็บแสร้งโมโหใส่เพราะอยากออกจากหัวข้อสนทนานี้เต็มทน
“โอเคๆ ไม่ถามแล้วก็ได้” แซนด้าเอ่ยง้องอนก่อนจะถามเื่อาการาเ็ “แล้วนี่เธอเป็ยังไงบ้างล่ะรู้มั้ยว่าตอนแรกที่พวกเรารู้เื่ใกันมากแค่ไหนนึกว่าเธอจะเป็อะไรมากเสียอีกมาเห็นอย่างนี้ก็โล่งใจ”
เพื่อนคนอื่นพากันพยักหน้าสนับสนุนคำพูดของแซนด้าเนตรนภาขมวดคิ้วมุ่นก่อนถามด้วยความแปลกใจ
“พวกเธอรู้เื่นี้ได้ยังไงกัน”
“ซูริคเป็คนบอกน่ะสิเขาว่าเขามาโรงพยาบาลแล้วเห็นเธอถูกหามเข้ามาพอดีน่ะ”
“อ๋อ...ขอบใจทุกคนมากนะที่มาเยี่ยม”
“แล้วนี่หมอให้กลับบ้านได้เมื่อไรล่ะ” เพื่อนชายในแผนกเอ่ยถามบ้าง
“คงอีกสามสี่วันมั้งจนกว่าแผลจะแห้งนั่นแหละ” เนตรนภาตอบก่อนจะหันมาขอความช่วยเหลือจากแซนด้า“แซนด้า เธอช่วยลางานให้ฉันสักสามสี่วันหน่อยนะ”
“ได้ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
พูดคุยกันอยู่ครึ่งชั่วโมงเพื่อนๆก็ขอตัวกลับ พอคล้อยหลังทุกคนไม่กี่วินาทีอุสมานก็เดินหน้าชื่นเข้ามาหาพร้อมกับถาดอาหารเย็นที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้
“ได้เวลาทานอาหารเย็นแล้วครับ”
“อ้าว ทำไมยกมาเองล่ะคะ” หญิงสาวถามอย่างแปลกใจพลางมองอุสมานวางถาดอาหารลงบนโต๊ะทานข้าวยกสูงแบบมีล้อเลื่อนจากนั้นชายหนุ่มก็เข็นมันมาอยู่ตรงหน้าเธอด้วยกิริยานุ่มนวล
“ผมเจอเขาเข็นมาพอดีก็เลยรับอาสาเอาเข้ามาเองน่ะ่ฟื้นตัววันแรกคุณคงต้องทนทานอาหารเหลวๆ ไปก่อนนะครับ”ชายหนุ่มบอกหลังจากเปิดฝาชามแล้วพบว่าเป็ซุปกลิ่นหอมน่าทานอุสมานทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงแล้วหยิบช้อนขึ้นมาตักซุปข้นๆ ป้อนให้คนเจ็บทานเนตรนภายิ้มเขินก่อนจะอ้าปากรับสิ่งที่เขาป้อนให้จนกระทั่งหมดชาม จากนั้นเธอก็รับน้ำมาดื่มและตามด้วยยาที่หมอสั่งจัดให้
เนตรนภามองชายหนุ่มจัดการเลื่อนโต๊ะอาหารออกไปด้วยความรู้สึกหลากหลายแต่ความรู้สึกที่เด่นชัดในขณะนี้คือความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจซึ่งเธอก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้
“ขอบคุณนะคะ”
“ขอบคุณผมเื่อะไรครับ” อุสมานเดินเข้ามาถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่นชวนให้วูบวาบในหัวใจยิ่งนักผู้ชายคนนี้ดูดีทุกส่วนจริงๆ ยิ่งเวลาเขายิ้มยิ่งดูมีเสน่ห์เข้าไปใหญ่
“ก็ขอบคุณที่อุตส่าห์สละเวลามาดูแลฉันยังไงล่ะคะความจริงแล้วคุณไม่ต้องมาดูแลฉันด้วยตัวเองก็ได้ เพราะอาการของฉันไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรและที่สำคัญคุณจ้างพยาบาลพิเศษเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือคะ”
เนตรนภาวกเข้าเื่นี้อีกครั้งเพราะรู้สึกเกรงใจจริงๆชายหนุ่มอยู่ดูแลเธอมาั้แ่เช้าแล้วซึ่งเธอก็รู้ว่าเขามีงานที่ต้องรับผิดชอบมากมายเลยไม่อยากให้เขามาเสียเวลากับเธออีกจริงอยู่ว่าหญิงสาวาเ็เนื่องจากช่วยเขาไว้แต่เขาก็ได้รับผิดชอบในเื่ค่ารักษาพยาบาลแล้วและยังจ้างพยาบาลพิเศษให้คอยดูแลเธออีกเพียงเท่านี้เธอก็พอใจแล้วไม่ได้้าอะไรจากเขาอีกเลยเพราะเธอช่วยโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนอะไร
“ผมเปลี่ยนใหม่แล้ว ผมจ้างเขาเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้นเพราะผมคิดดูแล้วว่าถ้าผมมาดูแลคุณเองตอนกลางคืนคงไม่เหมาะสมสักเท่าไร” เขาอธิบาย “ส่วนตอนกลางวันผมจะเป็คนมาดูแลคุณเองคุณไม่ต้องเกรงใจผมหรอกนะแนนนี่ ผมเต็มใจดูแลคุณคุณมีน้ำใจช่วยเหลือผมทำไมผมจะมีน้ำใจดูแลคุณบ้างไม่ได้ล่ะ”
“แต่ฉันไม่อยากให้คุณเสียเวลาทำงานของคุณ”
“เื่งานของผมคุณไม่ต้องเป็ห่วงหรอกผมมีคนที่ไว้ใจได้ดูแลแทนให้อยู่แล้วเอ...ที่พูดมานี่รังเกียจผมหรือเปล่าหรือว่ารำคาญที่ผมมาอยู่ดูแล” เขาแสร้งถามอย่างน้อยใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ” เธอรีบปฏิเสธเพราะกลัวเขาเข้าใจผิด “ฉันแค่ไม่อยากให้คุณเสียงานเพราะฉันเท่านั้นอีกอย่างฉันก็เกรงใจด้วย”
“ไม่ต้องเป็ห่วงและเลิกเกรงใจผมซะทีเถอะผมเต็มใจดูแลคุณ...ผมอยากดูแลคุณจริงๆ นะแนนนี่”
ดวงตาที่มุ่งมั่นและน้ำเสียงที่จริงจังของอุสมานสร้างความสั่นะเืให้กับหัวใจดวงน้อยของเนตรนภาความจริงมันก็สั่นะเืเป็ระลอกๆ ั้แ่เช้าแล้วแหละ หัวใจเธอเต้นแรงแก้มรู้สึกร้อนผ่าวแถมยังรู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวจึงแสร้งหันไปมองวิวนอกหน้าต่างแทนการสบตากับดวงตาคมกริบดังนั้นเธอจึงไม่ได้เห็นแววตาชนิดหนึ่งและรอยยิ้มพึงพอใจของเขา
บ้าจริงทำไมใจเต้นแรงนักนะ เขาบอกแค่อยากดูแลไม่ได้บอกรักเราซะหน่อยเนตรนภาเอ็ดตัวเองในใจอย่างหงุดหงิด
น่าจูบจัง เฮ้ย...คิดอะไรบ้าๆอย่างนี้วะอุสมานเองก็ต้องเอ็ดตัวเองในใจเหมือนกันเมื่อดันเห็นแก้มแดงๆของหญิงสาวแล้วนึกอยากััขึ้นมาดื้อๆ
หนุ่มสาวทั้งสองต่างนิ่งเงียบไปอึดใจใหญ่ก่อนอุสมานจะเป็ฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนเมื่อก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือของตนเอง ซึ่งบอกเวลาหนึ่งทุ่มกว่าแล้ว
“ผมคงต้องขอตัวกลับก่อนนะแล้วพรุ่งนี้ผมจะมาเยี่ยมคุณใหม่”
“ค่ะ กลับบ้านดีๆ นะคะ” หญิงสาวหันมาบอกอย่างห่วงใย
อุสมานส่งยิ้มขอบคุณให้ เพราะรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่ได้รับความห่วงใยจากหญิงสาวชายหนุ่มกล่าวลาอีกครั้งแล้วเดินจากไปด้วยอาการเชื่องช้าจนผิดปกติราวกับว่าไม่อยากจากไปพอลับร่างของอุสมานร่างของนางพยาบาลพิเศษก็ก้าวเข้ามาแทนทันที เนตรนภาส่งยิ้มให้แล้วเอาแต่นอนมองเพดานด้วยความรู้สึกหงอยเหงาอย่างบอกไม่ถูกเธอเหงาทั้งๆ ที่นางพยาบาลก็ชวนคุยด้วยเป็ระยะๆ แถมยังเปิดทีวีให้ดูอีกแต่ทำไมความรู้สึกนี้กลับยังคงอยู่ก็ไม่รู้
เนตรนภาคิดก่อนจะว่าตัวเองว่าเธอคงปวดแผลจนเป็บ้าไปแล้วแน่ๆเลย