ตอนที่ 3 ที่ไหน?
เรือลำใหญ่แล่นลงสู่ท้องทะเล ผืนน้ำแผ่นทะเลมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ คงไม่มีใครทราบได้แน่ชัดว่า ทะเลมหาสมุทรแห่งนี้ กว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน ผืนที่แห่งนี้มันดูลึกลับเหลือเกิน จนยากจะหยั่งถึง เมื่อทุกอย่างรอบตัวล้วนเต็มไปด้วยปริศนา? ที่ยังคงเป็นคำถามอมตะ ที่ล้วนต้องการผู้กล้ามาท้าทายค้นหาคำตอบ
นายพล เหล่านายทหาร และเรือรบลำใหญ่ กำลังลาลับจากไปแล้ว เมื่อพวกเขาได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว เด็กๆ เหล่านั้นที่ถูกพรากจากอ้อมอก อ้อมกอดของพ่อและแม่ อย่างเยือกเย็น ทิ้งไว้เพียงภาพการจากลา มันเป็นภาพแห่งความรู้สึกเทาๆ ปะปนความทรงจำสีจางๆ ตราตรึงผนึกเอาไว้
ท่ามกลางสายตาแห่งการเว้าวอนของบ้านชาว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วง ถวิลหาเด็กๆ เหล่านั้น ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านพากันมายืนตรู่ อยู่ที่ชายฝั่งเพื่อมาส่งเด็กๆ ผู้ถูกเลือกเหล่านั้น มันเป็นการอำลา ล่ำลาที่เจ็บปวดเหลือเกิน ของหัวอกพ่อแม่ของเด็กๆ ที่เป็นลูกๆ ในไส้ของพวกเขา แต่ตอนนี้เรือลำใหญ่นั้นกำลังค่อยๆ แล่นออกไกลห่างไปไกล จากชายฝั่งของหมู่บ้าน จนในที่สุดเรือลำใหญ่ก็ค่อยๆ หายลับไปกับตา จนวินาทีสุดท้าย ชาวบ้านก็ยังคงยืนดูการจากลานั้น
เฮ้อ........เฮ้อ.............
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของคริส ผู้เป็นผู้นำของหมู่บ้าน เขาเองก็รู้สึกอืออึง ไม่ต่างจากๆ พ่อแม่ของเด็กๆ ที่ถูกเลือกเหล่านั้นสักเท่าไหร่หรอก!!
และอยู่ๆ ตาข้างขวาของเขามันก็กระตุกรัด ถี่หยิบขึ้นมา เคยได้ยินจำๆ กันมาว่า โบราณเคยกล่าวไว้ว่า “ขวาร้าย ซ้ายดี” นั้นมันหมายถึง ถ้าตาของเรากระตุกข้างไหน มันก็จะมีรางสังหรณ์เกิดขึ้น ทั้งดี และ ไม่ดี ตามข้างที่ตากระตุก
“ข้าคิดว่า มันจะเป็นเรื่องที่ดีนะ”
คริสเอ่ยขึ้นในขณะที่ความรู้สึกข้างในของเขากลับสวนทาง กับคำที่เขาสบถออกมา พลางชายตาจ้องมองหมู่เมฆบนท้องนภาเหมือนกำลังแสดงอ้อนวอนต่อหมูทวยเทพบนฟากฟ้า
“เดี๋ยวพวกเขาก็กลับมา ไม่ต้องเป็นกังวล ข้าเชื่อเช่นนั้น”
คริสพูดขึ้นมาลอยๆ ท่ามกลางความเงียบงันนั้นที่ยังกัดกินใจของทุกคน แล้วและสายตาของทุกคนก็หันมามองเขาเป็นจุดเดียว ไม่ต้องพูด ปากไม่ต้องขยับ แต่แววตาทุกคู่นั้น มันกลับเล่าเรื่องราวความรู้สึกออกมาทั้งหมดแล้ว จน คริส ก็รับรู้มันได้ ผ่านแววตาทุกคู่ของชาวบ้าน
ความสะลึมสะลือมันเริ่มเจือจาง แต่ยังคงทิ้งร่องรอยความรู้สึกเจ็บปวดบริเวณที่ท้ายทอยฝั่งลึกเอาไว้ เด็กชายวัย 7 ขวบ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา หลังจากที่เขาสลบไปหลายชั่วโมง ท่ามกลางความรู้สึกเหล่านั้นที่ถาโถมเข้ามาให้เขาได้สัมผัสรับรู้รสชาติของความรู้สึกแปลกๆ ที่ทรมานตราตรึงเอาไว้ตามร่างกาย ความงุนงงมันหมุนล้อมอยู่รอบๆ ตัวของผม ผมเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามันเป็นการจำลองในเหตุการณ์ของความฝันหรือเปล่า
เพลีย เพลีย เพลีย!!
แรงกระแทกเต็มฝ่ามือฟาดลงกระพวงแก้มของผมถึง สาม ครั้งติดต่อกัน แรงฟาดมันแรงพอที่ทำให้แก้มของผมของสั่น และยังลุกลามสะเทือนจนผมรู้สึกชา ไปทั่วบริเวณรอบๆ ใบหน้า ผมแค่ตบหน้าตัวเองเพื่อต้องการเช็คดูว่านี้คือความจริง ในใช่โลกในความฝันหรือจินตนาการใช่ไหม และแล้วผมก็พิสูจน์แล้วว่า มันคือโลกในความจริง เมื่อความเจ็บปวดมันเริ่มออกฤทธิ์ ที่แก้มของผม และมันก็ทำให้หน้าของตัวผม เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมาจริงๆ
ผมเงยหน้าขึ้นมองสำรวจรอบๆ ตัว และแล้วผมก็มองเห็นเด็กชายคนหนึ่งนอนหลับอยู่เบื้องหน้าของผม ห่างไม่กี่เมตร แต่ที่ทำให้ผมตกใจไปมากกว่านั้น ก็ข้างๆ ตัวเขา ก็มีเด็กชายคนหนึ่ง และถัดมาอีกทางด้านซ้าย ก็มีเด็กหญิงอีกคน นอนหลับอยู่ ทั้งสามคนนอนหลับเหมือนกัน ผมพอคุ้นๆ หน้าพวกเขาอยู่บ้าง ก็พวกเขาทั้งสามคนเป็นลูกๆ ของชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันกับผม
แต่สิ่งที่ทำให้ผมตกใจจนถึงขั้นอกสั่นขวัญผวาก็คือ ผมเริ่มรู้สึกว่าที่นี้มันแปลกๆ ดูไม่คุ้นตา ในขณะเดียวกัน ที่นี้ก็ดูไม่คุ้นเคยเช่นกัน สักพักศีรษะของผมมันเริ่มโยก เหมือนกับคนกำลังรู้สึกอินตามเนื้อเพลงและเสียงท้วงทำนองของดนตรี และแล้วร่างกายของผมทุกส่วนมันก็โยกเยก โซเซ โซซัด ไปมา
“พายุใหญ่กำลังจะมา ทุกคนเตรียมพร้อม”
เสียงทุ้มๆ เน้นเสียง ฟังแล้วดูหนักแน่นและดุดัน เหมือนกำลังมีชายคนหนึ่งกำลังสั่งการ คนของเขาอยู่ข้างนอก ชายคนนั้นเขาน่าจะมีอำนาจ หรือไม่ก็เป็นกัปตันเรือ ตัวของผมและเด็กชาย เด็กหญิง ที่นอนไม่รู้เรื่องราว พวกเราอยู่ในห้องๆ หนึ่ง มองไปรอบๆ เป็นห้องสี่เหลี่ยมและมีประตูปิดแน่นหนาเอาไว้ ภาพทุกอย่างรอบๆ ตัวของผม และน้ำเสียงตะโกนดังลั่นนั้น ของชายแปลกหน้าที่อยู่ด้านนอก และยังบวกกับความรู้สึกของร่างกายของผมที่มันเริ่มเปลี่ยนไป ทุกอย่างยืนยันได้แน่นอนแล้วว่า ตอนนี้ตัวของผมเองอยู่บนเรือ และเรือลำนี้กำลังแล่นไปที่ไหนสักแห่ง ที่ตัวของผมเองก็ไม่รู้เช่นกัน?
ผมไม่รู้อะไรเลย ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น ว่าตอนนี้กำลังเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับผม?
ออกผจญภัยไปกับความตื่นเต้นของพวกเขาและเธอได้ใน
ท้าชะตา หนีตาย ตอนหน้าจ้า
เราจะอยู่ด้วยกันในโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้รู้สึกอย่างไร เอามาแชร์กัน