อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 154

    อลินตาคิดใคร่ครวญกับตัวเองถ้าอย่างนั้นการเกิดใหม่เช่นนี้จะใช้ได้กับเป๋าหรือเปล่าเท่าทันความคิดหญิงสาวก็ถามขึ้นรวดเร็ว

                    “การเกิดใหม่แบบนี้ใช้ได้ในกรณีไหนบ้างคะปู่นาค? ต้องหมดอายุขัยอย่างเดียวเหรอคะ? ถึงจะไปเกิดใหม่ในร่างผู้อื่นได้?”อลินตาถามแต่ใจนึกไปถึงเป๋า ลูกน้องคนสนิทของเธอปู่นาคได้ยินก็ส่ายหน้าก่อนจะตอบกลับ

                    “กรณีแบบนี้เกิดได้ยากเพราะร่างที่จะใช้ต้องเป็นคนที่ยังไม่หมดอายุขัย แต่ตายกะทันหันซึ่งร่างที่จะเข้าไปเกิดใหม่ได้ต้องหมดอายุขัยแล้วเท่านั้น” ปู่นาคพูดจบก็หันไปทางนางข้ารับใช้ก่อนจะดีดนิ้วหนึ่งครั้ง อากัปนั้นคล้ายคลึงกับเจ้าภูแสนที่อลินตาเคยเห็นยิ่งนักเมื่อเหล่าบริวารเห็นราชาพญานาคของตัวเองทำอาการเช่นนั้นก็แทบไม่ต้องบอกต่อท่านปถานาคราชต้องการเครื่องดื่ม เมื่อเสิร์ฟน้ำแล้วท่านปถานาคราชก็ดื่มน้ำหลายอึกก่อนจะพูดขึ้น ทั้งที่ยังคงถือแก้วอยู่ในมือ

                    “เจ้า..ถามจนข้าคอแห้ง.. ข้าว่าเจ้าไม่ได้มาเยี่ยมข้าหรอกแต่เจ้ามาเพื่ออยากรู้เรื่องทุกเรื่องที่ค้างคาใจเจ้ามากกว่าตัวข้าเองก็ไม่ได้รู้ไปหมดซะทุกเรื่องหรอกนะอลินตา...” อลินตาบิดตัวไปมาคล้ายกับว่าถูกจับไต๋ได้ก่อนจะทำเกาหัวแกรกๆ แล้วพูดขึ้น

                    “ก็อลินเห็นว่าปู่นาคเป็นบุคคลที่ไว้ใจและเชื่อถือได้ที่สุดอีกอย่างอลินก็เคารพรักปู่นาคในฐานะญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของอลินนี่คะ” ยังไม่ทันจะพูดจบ ปู่นาคก็ยกมือขึ้นโบกสะบัดคล้ายปราม

                    “พอๆ อย่ามาเยินยอข้าข้าไม่ถนัดเรื่องบ้ายอเท่าไหร่นัก” นั่นแหละอลินตาจึงได้เงียบเสียงลงได้แต่ก็เงียบได้แค่ไม่นาน เพราะเจ้าหล่อนก็ถามขึ้นต่อได้อีกเช่นกัน

                    “อลินสงสัยอีกเรื่องหนึ่งค่ะทำไมปู่นาคถึงเอาวิญญาณของแพงอรมาซ่อน ปู่นาครู้จักแพงอรเหรอคะ?” คราวนี้ปู่นาคส่ายหน้าทันที แล้วตอบกลับหลานบุญธรรมของตัวเอง

                    “ข้าไม่รู้จักแพงอร แต่โหรหลวงหนานเมืองอินทร์กับข้ารู้จักกันและข้าก็รู้จักกับจอมเทพสีน้ำเงินเราเคยพบหน้ากันหลายครั้ง โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ส่งกระแสจิตให้ข้าช่วยข้าก็ช่วยตามสมควรและคนที่ข้าไว้ใจในโลกของเจ้าก็มีแต่ผีนางตะเคียนในบ้านเจ้าเท่านั้น” อลินตาพยักหน้าช้าๆ กับความรู้ใหม่ที่เธอเพิ่งจะได้รับรู้ก่อนจะสันนิษฐานอีกครั้ง

                    “เพราะปู่นาคเป็นสหายกับท่านเทพสีน้ำเงินใช่ไหมคะ? ก็เลยทำให้ผ้าพันธุ์ภพมีด้ายที่มาจากดินแดนสีน้ำเงินและเส้นด้ายที่มาจากดินแดนนาคราช” คราวนี้ปู่นาคส่ายหน้าปฏิเสธเนื่องจากหลานสาวของตนเดาผิด ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงอันทรงอำนาจ

                    “เจ้าสันนิษฐานผิดแล้วอลินตาผ้าพันธุ์ภพมาจากราชาเทพสีน้ำเงิน และลมปราณของพญานาคช่วยกันสละชีวิตอุทิศเลือดของตนถักทอขึ้นมาต่างหากดังนั้นหากผู้สืบเชื้อสายของตระกูลหนานเมืองอินทร์มีหน้าที่ทอผ้าพันธุ์ภพโดยมีทายาทแห่งเทพสีน้ำเงินเจ้าของหยดเลือดนำทางการถักทอผ้าขึ้นมาใหม่ก็จำต้องสืบหาทายาทแห่งพญานาคราชให้มาถอนพิษบนเส้นด้ายเพื่อนำไปให้ผู้สืบเชื้อสายของหนานเมืองอินทร์ถักทอผ้าขึ้นอีกครั้ง..”อลินตาตาโตทันทีที่ได้รู้ว่าความคิดของตนถูกต้องในส่วนของเส้นด้ายที่มาจากเมืองบาดาลแต่อลินตาก็ยังคงมีภาระหน้าที่ตามหาทายาทแห่งนาคราช

                    “ใครกัน? ทายาทแห่งพญานาคราชที่จะมาคลายมนต์พิษนาคาให้กับทายาทของโหราตระกูล?”แต่เมื่ออลินตาคิดมาถึงตรงนี้ เธอถึงกับอุทานตาโตทันที

                    “หรือว่า....!”ปู่นาคพยักหน้าช้าๆเป็นการตอบรับว่าข้อสันนิษฐานข้อนี้ของอลินตาถูกต้อง อลินตาแทบอยากจะกระโจนว่ายน้ำไปหาทายาทคนนั้นเสียเดี๋ยวนี้ติดตรงที่ว่าคำถามยังไม่หมดนี่สิ ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของเมืองมนุษย์ในคฤหาสน์อันหรูหรากลางป่าของเจ้าภูแสน

                    “เจ้าไม่ควรเพ่นพ่านไปมาแบบนี้บ่อยๆเจ้าตายไปแล้ว อย่าลืมสิ” เจ้าภูแสนพูดขึ้นทั้งที่ตัวเองยังนั่งอยู่บนที่นอนโดยมีผ้าห่มคลุมไว้ที่ท่อนขา

                    “การปรากฏตัวบ่อยๆของเจ้ามันไม่ได้ส่งผลดีอะไรเลย” ปราถะนาคราชในร่างของเจ้าภูแสนพูดขึ้นในห้องนอนที่มืดมิดของตนทว่าสายตาของปราถะนาคราชที่เกิดใหม่ในร่างของเจ้าภูแสนกลับจับจ้องไปที่ร่างเรืองแสงร่างหนึ่งซึ่งกำลังยืนเด่นอยู่กลางห้องร่างนั้นก็คือเจ้าภูแสนตัวจริง ที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเซียวไร้เลือดและไร้ชีวิต!วิญญาณของเจ้าภูแสนยืนเอามือไพล่หลังมองไปยังร่างที่เคยเป็นของตัวเองมาก่อน

                    “เจ้าเป็นห่วงใครงั้นเหรอหรือแท้ที่จริงเจ้าเป็นห่วงอลินตา กลัวว่าจะได้พบกับข้า ใช่หรือไม่? ปราถะนาคราช!!”

                    ปราะถะนาคราชนั่งนิ่งบนเตียงนอนอันใหญ่โตมโหฬารสายตามองไปที่ดวงวิญญาณของเจ้าภูแสนเขาระลึกถึงเหตุการณ์อันวิปโยคที่สุดในชีวิตของเขาเมื่อครั้งอดีต ก่อนจะเป็นเจ้าภูแสนเฉกเช่นทุกวันนี้ปราถะนาคราชออกไปว่ายน้ำเล่นในแม่น้ำที่อยู่ติดกับคุ้มเชียงภูแสนส่วนเจ้าภูแสนก็กำลังควบม้าไปตามริมตลิ่งอย่างเร่งร้อนเพียงพระองค์เดียว

                    ปราถะนาคราชเห็นเจ้าภูแสนอย่างชัดเจนด้วยสายตาที่คมกริบยิ่งกว่ามนุษย์คนใดและเส้นทางที่เจ้าภูแสนกำลังมุ่งไปมันเป็นเรือนพักของแม่หญิงแพงอรที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำพอดีปราถะนาคราชไม่รอช้าพุ่งกระโจนว่ายน้ำคู่ขนานไปทางเดียวกับเจ้าภูแสนเพราะรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับแพงอรแต่แล้ว..

                    “ฉึก!!” มีเล็กคมกริบที่ลอยแหวกอากาศพุ่งมายังหัวใจของเจ้าภูแสนปักลงตรงกลางหัวใจของเจ้าภูแสนทันทีเจ้าภูแสนหล่นจากหลังม้า ม้าตัวนั้นวิ่งกระเจิงหนีหายไปในเขตรั้วกำแพงคุ้มเชียงภูแสนปราถะนาคราชมองไปยังต้นทางของมีดก็พบเห็นเพียงหลังของใครคนหนึ่ง และเห็นเพียงลางๆเป็นเงาๆ

                    ปราถะนาคราชเดาไม่ออกว่าเป็นใครแต่เขานึกในใจทันทีมีผู้ลอบสังหารองค์รัชทายาท!ทันกับความคิดปราถะนาคราชเคลื่อนกายขึ้นจากน้ำและขณะที่ร่างของปราถะนาคราชแตะพื้นดินบนตลิ่งพลันปราถะนาคราชก็กลายเป็นมนุษย์รูปงามนุ่งโจงกระเบนสีเขียวหม่นท่อนบนเปลือยเปล่าร่างกายสูงโปร่ง สมส่วน องอาจ ปราถะนาคราชมองไปที่ร่างของเจ้าภูแสนและเห็นวิญญาณของเจ้าภูแสนยืนจ้องมาที่ร่างของตนด้วยความตื่นตะลึงเจ้าชายหนุ่มแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าตัวเองจะโดนลอบสังหาร

                    แต่แล้วขณะที่ปราถะนาคราชกำลังยืนดูร่างอันไร้วิญญาณของเจ้าภูแสนอยู่นั้นอยู่ๆ ปราถะก็ค่อยๆ กลายร่างเป็นพญานาค ชายหนุ่มรู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม มือไม้ชาเบาหวิวไปทั้งร่าง จากนั้นก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนอะไรบางอย่างดูดตัวเข้าไปในโพลงใหญ่ลึกและเย็นเยียบปราถะนาคราชร้องออกมาด้วยเสียงอันดังเพราะความเย็นดุจน้ำแข็งนั้นมันแทรกเข้าทุกอณูวิญญาณของเขาพลัน.. ปราถะนาคราชก็ได้ยินเสียงเสียงหนึ่งเป็นเสียงอันทรงอำนาจยิ่งกว่าปู่ของเขาเสียอีก

                    “ท่านปราถะ ท่านหมดเวลาในภพพญานาคราชแล้วและด้วยวิบากแห่งบุญกรรมที่เคยช่วยชีวิตมนุษย์และสัตว์มากมายนับไม่ถ้วน รวมทั้งภารกิจที่ท่านต้องไปกระทำในฐานะมนุษย์ดังนั้นท่านได้รับโอกาสให้ไปเกิดอีกครา แต่ท่านยังมีฤทธาพญานาคอยู่ครบถ้วนเพราะอิทธิฤทธิ์เหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ท่านบำเพ็ญสร้างติดตัวไว้หลายภพชาติต้องมีสติทุกการกระทำจงจำไว้ให้ดี” จากนั้นเสียงอันเปี่ยมด้วยอำนาจก็หายวับไปจากโสตแห่งการได้ยินปราถะนาคราชลืมตาขึ้นทันทีแล้วมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว เขาพบว่าตัวเองนอนอยู่ สายตาเห็นแต่ท้องฟ้าและกิ่งไม้ใบไม้เต็มไปหมดปราถะลุกขึ้นสำรวจสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างระแวดระวัง พลัน.. สายตาก็พบวิญญาณของเจ้าภูแสนที่กำลังยืนเพ่งมาที่เขาดวงตาเบิกโพลงอย่างตกใจปราถะนาคราชก้มลงมองตัวเองช้าๆ

                    “อ้าว เฮ้ย!! เกิดเป็นคนเร็วงั้นเชียว!!”

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน