Astral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว)

    ตอนที่ 45 มอบอิสระ

            ตอนที่ 45 มอบอิสระ

             

            “นั่นดอกหอมม่วงกลิ่นมันหอมมาก ฉันชอบสร้างมันเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้สดชื่น นั่นดอกฟ้าดูดกลิ่นกลิ่นเหม็นทั้งหมดจะถูกมันดูดไป นั่นดอกแหลมกินแมลง ศัตรูพืชส่วนใหญ่จะถูกมันล่าและเป็นแหล่งอาหารของมัน…

            ...นั่นดอกเหลืองมึนเมากลิ่นมันน่าดึงดูดที่สุด นั่นต้นยางกรด ส่วนนั่น....นั่น และนั่น”รุกขเทวดาอธิบายอย่างกระตือรือร้น เหมือนคนดีใจที่ได้พูดถึงสิ่งชอบให้คนใกล้ชิดได้รับฟัง

            แอนดรูว์รับฟัง บางครั้งก็พยักหน้าในเวลาเดียวกันเขายังแอบคิดในใจ

            ‘วิเวียนไม่มีความอันตรายต่อตัวเราอีกต่อไปบางทีไม่จำเป็นต้องให้อยู่ในพื้นที่คุมขัง หากว่าเราลองทดสอบเธอนิดหน่อย เพื่อช่วยในการตัดสินใจคงจะดีกว่า’

            ระหว่างทางที่รุกขเทวดาพาแอนดรูว์เดินชมสวนของเธอแอนดรูว์จงใจเปิดช่องว่างอยู่หลายครั้ง หวังให้รุกขเทวดาเล็งเห็นแล้วโจมตีใส่ บางครั้งแอนดรูว์ยังใช้ดวงตาเขามองทะลุผ่านต้นไม้และใต้ดินน่าเสียดายที่เขาไม่พบการเปลี่ยนแปลงหรือถูกโจมตีใส่

            “นายท่านคุณไม่สบายรึเปล่า ฉันเห็นคุณทำท่าทางแปลก ๆ อยู่หลายครั้ง”รุกขเทวดาหันมาถามแอนดรูว์ เธอไม่กล้าแตะเนื้อต้องตัวแอนดรูว์ได้แต่มองอย่างเป็นห่วง

            ‘ผลจากการกินสมองตัวทดลองซีโนมรูปแบบพิเศษต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานส่งผลต่อความคิดและจิตสำนึกทั้งหมดในอนาคตคงต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เธอไปกินสมองตัวอะไรมั่วซั่ว ไม่งั้นอาจเปลี่ยนให้เป็นพวกโรคจิตเพราะผลจากบุคลิกภาพซ้อนทับได้’

            “ฉันสบายดี เธอพาฉันดูสวนของเธอต่อเถอะ”แอนดรูว์ตอบด้วยน้ำเสียงสงบ รุกขเทวดาไม่คิดถามซักไซ้และเริ่มพาแอนดรูว์ชมสวนของเธอต่อไป

             

            ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง

            แอนดรูว์ไม่ได้เห็นแค่ความจริงใจของรุกขเทวดาเขาได้เห็นความเอาใจใส่ ที่เธอนำผลไม้มาให้เขาทานในบางครั้ง ซึ่งเขาตรวจสอบผลไม้ก่อนทานทุกครั้งแล้วไม่พบความเป็นพิษต่อร่างกาย จึงได้สัมผัสถึงรสชาติหวานละมุนและหอมหวานจากผลไม้หลายชนิดอย่างสบายใจ

            แอนดรูว์ยังพบอีกว่ารุกขเทวดามีความสามารถในการเพาะปลูกสิ่งมีชีวิตตระกูลพืชหลากหลายชนิดและมีความสามารถในการเร่งการเจริญเติบโตของพืช

            “นายท่านเราไปนั่งใต้ต้นบ๊วยต้นนั่นกัน”รุกขเทวดาชี้นิ้วไปยังต้นไม้ใกล้ ๆ

            “เอาสิ”แอนดรูว์ตอบรับพร้อมมองไปยังต้นบ๊วยสูงสี่เมตร มีกิ่งก้านงอกเต็มต้นบนต้นมีดอกสีชมพูอ่อนอยู่เต็มต้น ใต้ต้นบ๊วยยังมีดอกไม้ไม่คุ้นตาส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆโชยมา

            จากนั้นไม่นานแอนดรูว์ได้เดินไปนั่งอยู่ใต้ต้นบ๊วยกับรุกขเทวดาหลังนั่งไปได้ไม่นาน รุกขเทวดาลุกขึ้นยืน ยื่นมือไปหักกิ่งบ๊วยมากิ่งหนึ่งบนกิ่งมีดอกบ๊วยเรียงกันเต็มไปหมด

            ตอนแรกแอนดรูว์ไม่รู้ว่ารุกขเทวดากำลังคิดจะทำอะไรแต่พอรุกขเทวดานั่งลงข้างเขา เขาจึงเห็นดอกบ๊วยบนกิ่งเริ่มเปลี่ยนไปเป็นผลบ๊วยสุกกำลังดีส่งกลิ่นหอมลอยเตะจมูก

            “นายท่านลองทานดูฉันคิดว่าคุณน่าจะชอบมัน” รุกขเทวดายื่นกิ่งบ๊วยที่เต็มไปด้วยผลมาให้แอนดรูว์ เขาจึงเด็ดบ๊วยเม็ดหนึ่งมาชิมดู

            กร๊อบกรุบ!

            แอนดรูว์กัดบ๊วยคำแรกเขาสัมผัสได้ถึงความกรอบและรสชาติหอมหวาน ไม่รู้ว่าเพราะอยู่ในสวนที่มีบรรยากาศรื่นรมย์ด้วยรึเปล่าเขาจึงสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลาย

            “อร่อยดี”แอนดรูว์เอ่ยปากชม รุกขเทวดามีท่าทางดีใจแสดงออกมาชัดเจนเธอวางกิ่งบ๊วยลงด้านข้างและเด็กดอกไม้บนพื้นใกล้ตัวมาดม ก่อนยื่นให้แอนดรูว์

            “นายท่านดอกไม้ดอกนี้เรียกว่าดอกรักสุดหอม กลิ่นหอมช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย”

            แอนดรูว์รับดอกรักสุดหอมมาจากมือรุกขเทวดาครั้งนี้เขารู้สึกว่ามันมีอะไรแปลก ๆ ไม่ใช่ความอันตรายหรือจิตมุ่งร้ายแต่มันซับซ้อนอย่างบอกไม่ถูก เป็นเพราะรุกขเทวดายื่นหน้าเข้ามาใกล้คล้ายมีความต้องการบางอย่างแอบแฝง

            ‘รู้สีกไม่ชอบมาพากลกับความรู้สึกคุ้นเคยที่ดูไม่คุ้นเคยนี้’แอนดรูว์คิดว่าการกระทำของรุกขเทวดาแปลกเกินไปแต่เขาคิดยังไงก็คิดไม่ออกว่ามันเกิดจากอะไร

            “วิเวียนเธออยากไปข้างนอกไหม” แอนดรูว์ถามรุกขเทวดาขึ้นมารุกขเทวดาเผยสีหน้าไม่เข้าใจคล้ายกับกำลังงุนงง

            “ฉันหมายถึงเธออยากมีอิสระไหมแน่นอนว่าต้องอยู่ภายในขอบเขตของฉัน”

            “ฉันยินดีรับสิ่งที่คุณมอบให้นายท่าน” สายตารุกขเทวดาหวานหยดย้อย ท่าทางเธอแสดงออกชัดเจนว่ากำลังดีใจนี่ทำให้แอนดรูว์ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับพูดขึ้น

            “ฉันจะมอบอิสระให้เธอ...ตามฉันมาฉันจะพาเธอไปยืนยันตัวตนเข้าสู่ระบบ”

            “นายท่าน...คุณช่วยรอสักครู่ได้ไหมฉันขอเวลาเก็บสวนไม่นาน”

            ได้ยินคำพูดของรุกขเทวดาแอนดรูว์พยักหน้าเป็นการตกลงในใจกลับอยากเห็นว่าเธอจะเก็บสวนที่เหมือนป่าขนาดย่อมยังไง

            แอนดรูว์มองรุกขเทวดาที่มีท่าทางดีใจย่อตัวลงพร้อมใช้ฝ่ามือสัมผัสพื้น ต่อมาก็พึมพำขึ้นว่า ‘พฤกษาใต้รังสรรค์ ย้อนคืนสู่อ้อมกอดผู้สร้าง’

            สิ้นประโยคพึมพำของรุกขเทวดาพืชพรรณต่างเกิดการสั่นไหว ป่าขนาดย่อมเริ่มหดตัวเล็กลงจนหายไปเพียงครู่เดียวป่าขนาดย่อมกลายเป็นความว่างเปล่า เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยของหลุมบ่อหลายขนาด

            “หวนคืน”รุกขเทวดาพูดภาษาเฉพาะของเธอไม่เกินสามวินาทีเมล็ดพรรณพืชหลายหมื่นเมล็ดเรืองแสงสีแตกต่างกัน พุ่งขึ้นจากพื้นดินตรงเข้าไปในร่างกายรุกขเทวดา

            ช่วงเวลานี้เองแอนดรูว์มองเข้าไปในร่างกายรุกขเทวดาเขาเห็นว่าพลังงานในร่างกายเธอเพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาล มองอวัยวะภายในไม่ชัดเจนเหมือนตอนแรกเขาเห็นแค่ความเลืองรางของรูปร่างอวัยวะ เพราะถูกพลังบดบังแบบเดียวกับเดมิก็อต

            ‘กลายเป็นว่าพืชทั้งหมดคือพลังของเธอการแสดงพลังให้อีกฝ่ายหนึ่งเห็นโดยไม่มุ่งร้ายโดยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตระดับสูงในจักรวาล หมายถึงการแสดงความจริงใจ…’

            ระหว่างแอนดรูว์กำลังคิดถึงสิ่งที่รุกขเทวดาแสดงให้เห็นรุกขเทวดาได้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับหันมาพูดอย่างสุภาพ

            “เรียบร้อยแล้วนายท่านฉันพร้อมไปกับคุณ”

            “นั่นเป็นพลังของเธอ”แอนดรูว์ถามพร้อมแสดงดอกรักสุดหอมในมือขึ้นมา ดวงตารุกขเทวดาเป็นประกาย

            “ใช่ คุณชอบมันรึเปล่าฉันสามารถสร้างสวนให้คุณได้ทุกที่ทุกเวลา ถ้ามีฉันอยู่ข้างกาย”รุกขเทวดาพูดจบดอกรักสุดหอมในมือแอนดรูว์พลันกลายเป็นละอองแสงลอยเข้าสู่ร่างกายรุกขเทวดา

            “นั่นขึ้นอยู่กับความสามารถของเธอว่าคู่ควรอยู่ข้างกายฉันรึเปล่า” แอนดรูว์เดินนำรุกขเทวดาเธอทำหน้าสงสัยพร้อมกับเดินตามแอนดรูว์ไป

            .

            .

            หลังจากพารุกขเทวดาออกมาจากพื้นที่คุมขังพร้อมกับตัวเองแอนดรูว์นึกถึงแผนที่บนดาวรกร้างอีกครั้ง เขาตั้งใจไปยังพื้นที่ส่วนกลางบนดวงดาวจากนั้นจึงใช้เวลาเดินไปอีกครึ่งชั่วโมง

            ในที่สุดแอนดรูว์ก็มาถึงพื้นที่ส่วนกลางมันเป็นตึกทันสมัยทรงสูงคล้ายตึกบนโลก ไม่ได้ถูกสร้างมาให้แข็งแรงเหมือนพื้นที่คุมขังแต่ถูกสร้างมาแบบเรียบง่ายเพื่อประโยชน์ใช้สอย

            เมื่อเดินไปถึงทางเข้าพื้นที่ส่วนกลางแอนดรูว์เห็นประตูกระจกสะท้อนร่างกายเขา ซึ่งด้านข้างสองฝั่งมีชีวจักรกลยืนรักษาความปลอดภัย

            ‘ไม่น่าล่ะรุกขเทวดาถึงมองเราแปลก ๆ ดันลืมไปว่าไม่ได้สวมอะไร’ แอนดรูว์บ่นในใจหลังพบว่าร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเขาสะท้อนอยู่ในประตูกระจก

            ‘วิเวียนไม่ได้คิดว่าเราจะทำอะไรกับเธอใช่ไหมไม่น่าถึงรู้สึกแปลกพิกลเหมือนตอนนั้น’

            แอนดรูว์หยุดคิดแค่นั้นก่อนก้าวเท้าเดินในท่าทางนิ่งสงบ ประตูกระจกก็เปิดทางให้เขาอัตโนมัติรุกขเทวดายังตามติดเขายังกับเงาตามตัว แต่ว่าสายตารุกขเทวดาจับจ้องแผ่นหลังแอนดรูว์ขึ้นลงอย่างไม่วางตา

            เมื่อเข้ามาสู่ด้านในชีวจักรกลตัวหนึ่งเดินนำชุดมาให้แอนดรูว์ เหมือนกับถูกเตรียมไว้ให้ล่วงหน้าเขาจึงสวมชุดที่ตรงนั้นในทันที

            การเปลี่ยนชุดของแอนดรูว์รวดเร็วในไม่กี่สิบวินาทีบนร่างก็มีชุดรัดรูปล้ำสมัยสีขาวเรียบง่ายปกปิดทุกส่วนของร่างกาย รุกขเทวดาจึงหยุดมองแผ่นหลังแล้วเดินมาอยู่ด้านข้าง

            “หาชุดให้เธอใส่สักชุดขนาดชุดอ้างอิงตามฐานข้อมูลในระบบ” แอนดรูว์บอกชีวจักรกลตรงหน้า

            “รับทราบ!” ชีวจักรกลตอบรับและเดินจากไป

            “ติดต่อระบบหลัก”แอนดรูว์พูดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มีเสียงดังออกมาจากผนังรอบด้าน

            “ระบบหลัก โมบิทรายงานตัว”

            “โมบิทเปลี่ยนข้อมูลวิเวียนในฐานข้อมูล มอบสถานะ อิสรภาพ ให้เธอพร้อมสิทธิระดับพื้นฐานในกองกำลัง”แอนดรูว์ออกคำสั่ง

            “ยืนยันตอบรับคำสั่งของโฮส เนื่องจากพฤติกรรมรุกขเทวดาเปลี่ยนจากภัยคุกคามกลายเป็นมิตรอย่างสมบูรณ์ เธอจะเชื่อฟังและเป็นกำลังสำคัญให้โฮสในอนาคต”

            “จัดเตรียมแผนรับมือกับสงครามเตรียมให้กองกำลังเข้าสู่สภาวะสงครามล่วงหน้า ยานรบทุกลำหุ่นยนต์และชีวจักรกลต้องพร้อมรบ” แอนดรูว์ออกคำสั่งอีกครั้ง

            “ยืนยันโมบิทได้เตรียมการตามคำร้องของโฮสไว้ล่วงหน้าเมื่อสองปีก่อนเกิดจากแหล่งผลิตทรัพยากรบางแห่ง ได้รับความเสียหาย จากเผ่าพันธุ์บลัดเอลเดอร์จึงทำการโยกย้ายพื้นที่ความเสี่ยงสูงและสำคัญทั้งหมดไปยังจุดปลอดภัย บางครั้งจะส่งกองยานไปทำการกวาดล้างกองยานขนาดเล็กของบลัดเอลเดอร์ในจักรวาลเป็นระยะเพื่อปล้นชิงทรัพยากร”

            “ทำได้ดีมากเดี๋ยวให้ชีวจักรกลเอาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในโลกภายนอกให้วิเวียนและให้เธอพักฉันมีบางอย่างอยากเห็นด้วยตาของตัวเอง”พูดจบแอนดรูว์หันไปบอกให้รุกขเทวดารอชีวจักรกลพาเธอไปพัก แล้วกำชับให้เธอเปลี่ยนไปสวมชุดที่ชีวจักรกลนำมาให้ก่อนจะเดินไปยังชั้นบนสุดของตึก

             

            ชั้นบนสุดของตึก

            แอนดรูว์ยืนอยู่ในห้องทึบรอบกำแพงมีเทคโนโลยีฉายภาพสามมิติเสมือนจริงกำลังเริ่มทำงาน

            “โมบิท ฉายภาพกองยานทุกกองยานหลัก ยานแม่ และฐานลับที่ได้พัฒนาในระยะเวลาสามปีให้ฉันดู” สิ้นเสียงแอนดรูว์ภาพยานนับไม่ถ้วนพร้อมรายละเอียด ได้แสดงอยู่ในอากาศ

            แอนดรูว์เห็นกองยานและรูปแบบขบวนรบเปลี่ยนไปตัวยานรบทั่วไปมีสีดำรูปร่างแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อยมีแค่ยานแม่ที่พัฒนาด้วยโลหะพิเศษไม่กี่ลำที่พัฒนาไปไกลแต่เทียบกับยานหลักสีแดงที่ใช้ทรัพยากรพัฒนาเต็มที่ไม่ได้ ฐานลับทั้งหมดยังมีการขยายตัวสิ่งที่อยู่ด้านในก็พัฒนาไปอีกขั้น

            ‘ยานรบทนทานต่อปืนลำแสงระดับสูงใช้พุ่งชนตรง ๆ คงมีแค่ยานแม่ของพวกเผ่าระดับสูงที่ทนได้ยานแม่พัฒนารอบด้านด้วยความแข็งแรงคงส่งไปในพื้นที่มิติบิดเบี้ยวได้แบบไม่ได้รับความเสียหาย...

            …ยานหลักคงใช้เดินทางไปพื้นที่ใจกลางมหาจักรวาลได้อย่างปลอดภัยขนาดมันใหญ่พอบรรจุยานแม่เข้าไปเจ็ดลำและยานรบอีกหลายแสนลำส่วนฐานลับพัฒนามาถึงจุดนี้เสียทรัพยากรไปไม่น้อยคงตอบโต้อสูรดวงดาวระดับเอสได้สบาย ๆ’

            “โมบิทคิดว่ากองกำลังทำหมด เคลื่อนตัวไปอีกมิติจะสามารถตั้งตัวในพื้นที่โหดร้ายได้ไหม”แอนดรูว์ตั้งคำถาม ระบบหลักจึงตอบกลับด้วยข้อมูลเชิงสถิติ

            “ไม่ได้เนื่องจากผลการวิจัยเกี่ยวกับจักรวาลในยุคโบราณมีน้อยจากบันทึกบางส่วนเกี่ยวกับจักรวาล กองกำลังทั้งหมดอาจได้รับความเสียหายแนะนำให้พัฒนาต่อไปอย่างมั่นคง”

            “ถึงเรายังไม่สามารถไปอีกมิติที่สูงกว่าได้แต่เข้าไปสำรวจใจกลางมหาจักรวาลล่ะ คิดว่าไง” แอนดรูว์ถามความเห็นจากโมบิท

    คล้ายกับเรื่องAstral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว) ที่คุณอ่าน