ตอนที่ 111 ห้องผ่าตัดในคลีนิค
ตอนที่ 111 การทัศนะศึกษายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆตอนนี้ดนัยและยูมินั้นอยู่ที่โตเกียวทาวเวอร์ “ว้าวนี่น่ะเหรอวิวที่มองเห็นจากโตเกียวทาวเวอร์ยอดไปเลย !!” ดนัยพูดอย่างตื่นเต้นหลังจากเห็นวิวจากชั้นชมวิวของโตเกียวทาวเวอร์ ตอนนี้รอบๆตัวของดนัยนั้นรายล้อมเต็มไปด้วยนักเรียนหญิงหลายคนก็นะดนัยหน้าตาดีอายุน้อยแถมยังมีดีกรีเป็นถึงหมอที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็อนาคตไกลนั่นจึงไม่แปลกที่เด็กผู้หญิงมอปลายวัยช่างฝันจะเล็งดนัยเป็นเป้าหมาย “พี่หมอไม่เคยมาดูเลยเหรอคะ” “ไม่ครับไม่เคยเลยก็นะงานที่โรงพยาบาลยุ่งตลอด” ดนัยตอบนักเรียนหญิงที่ถามเขา “พี่พยาบาลคะถ่ายรูปพวกหนูกับพี่หมอให้หน่อยสิคะ !!” ฮึ่ยถ่ายรูปอีกแล้วนี่เห็นเราเป็นพยาบาลหรือเป็นช่างถ่ายรูปเนี่ย !! ยูมิหงุดหงิดอยู่ในใจซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความหงุดหงิดนี้มาจากไหนแต่เธอก็รับมือถือจากพวกเด็กนักเรียนมาถ่ายรูปให้ตามที่ขอ และในตอนนั้นเองระหว่างที่กำลังถ่ายรูปเล่นกันอยู่จู่ๆเด็กผู้หญิงที่อยู่ข้างดนัยก็ทรุดตัวลงและร้องออกมา “โอ๊ย !!” “หือปวดท้องงั้นเหรอครับน้องมิกะ” ดนัยถามเด็กที่ชื่อมิกะ “คะ...ค่ะ” มิกะตอบกลับดนัยด้วยความยากลำบากตอนนี้ใบหน้าของเธอซีดไปหมดเหงื่อเองก็เริ่มออก “มิกะเธอแกล้งปวดท้องอีกแล้วเหรอช่วงนี้เธอปวดท้องบ่อยจังนะ” “ใช่ๆมิกะเธอแกล้งปวดเพื่อเรียกร้องความสนใจพี่หมอน่ะสิ” ไม่ใช่เธอไม่ได้แกล้งปวดท้อง !! ดนัยมองดูอาการของเด็กที่ชื่อมิกะจึงรู้ว่าเธอไม่ได้แกล้ง ตอนนี้นักท่องเที่ยวและเหล่านักเรียนจากโรงเรียนเดียวกันเริ่มมามุงแล้วดนัยเห็นว่าถ้าปล่อยให้มุงกันอยู่แบบนี้น่าจะทำให้สถานการณ์มันวุ่นวายเขาจึงอุ้มมิกะขึ้นมาและพาไปหาเจ้าหน้าที่ของโตเกียวทาวเวอร์เพื่อขอใช้ห้องเก็บของซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็อนุญาตเพราะพวกเขาก็กลัวนักท่องเที่ยวที่มาแตกตื่นเหมือนกัน “กรี๊ด !!” เพื่อนนักเรียนต่างกรีดร้องด้วยความอิจฉาที่เห็นเพื่อนถูกหมอหนุ่มหน้าตาดีอุ้มด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิง “แผนแกล้งปวดท้องของมิกะได้ผลอีกแล้วล่ะ” “ใช่ๆพี่หมอเดี๋ยวหนูจะแกล้งปวดท้องบ้างอุ้มหนูแบบนี้บ้างนะคะ” “ไม่ใช่ครับน้องมิกะเธอไม่ได้แกล้งพวกเธอพี่รบกวนไปแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาหน่อยนะ” ดนัยบอกก่อนจะมีนักเรียนคนหนึ่งวิ่งไปเรียกอาจารย์ที่ปรึกษามา “เอ๋ !! ไม่ได้แกล้งเหรอคะ !!” พวกเพื่อนของมิกะต่างตกใจเมื่อดนัยบอกว่าไม่ได้แกล้ง “ใช่น้องเขาไม่ได้แกล้งดูเหมือนจะเกี่ยวกับไส้ติ่ง” ดนัยยังไม่กล้าวิเคราะห์เพราะยังไม่ได้ตรวจอย่างละเอียด “คุณยูมิเรียกรถพยาบาล !!” ดนัยหันไปบอกยูมิ “ค่ะ” ยูมิพยักหน้าก่อนจะรีบโทรตามรถพยาบาล ส่วนพวกเพื่อนๆนักเรียนเมื่อรู้ว่าไม่ได้แกล้งก็เริ่มแตกตื่นดีที่อาจารย์ที่ปรึกษาที่ให้ไปตามมาพอดีพวกเขาจึงช่วยกันควบคุมนักเรียนไม่ให้แตกตื่นไปมากกว่านี้ “เด็กคนนี้เป็นอะไรเหรอครับคุณหมอ” อาจารย์ที่ปรึกษาถามดนัย “ดูเหมือนไส้ติ่งจะอักเสบน่ะครับไม่รู้ว่าใกล้จะแตกหรือยังแต่อาการไม่ค่อยดีเลยครับ” ดนัยพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อเด็กสาวที่ชื่อมิกะ (ไรท์ : “ภาวะไส้ติ่งแตก” ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นหลังไส้ติ่งมีการอักเสบแต่ไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที! โดยหลังเกิดการอักเสบ ผนังไส้ติ่งอาจเน่าและแตกทะลุภายใน 24-36 ชั่วโมง และหากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาภาวะไส้ติ่งแตกในทันที อาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้) “ไส้ติ่งอักเสบเหรอครับถ้าอย่างนั้นก็ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลด่วนน่ะสิ” อาจารย์เริ่มหน้าเสียเพราะเขาก็เคยเป็นไส้ติ่งอักเสบเหมือนกันจึงรู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน “ครับผมให้คนโทรตามรถพยาบาลแล้ว” ดนัยบอกตอนนั้นเองยูมิที่ไปโทรตามรถพยาบาลให้ก็วิ่งกลับมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ “เป็นยังไงบ้างครับคุณยูมิ” ดนัยถามเมื่อเห็นยูมิเดินเข้ามา “ฉันโทรเรียกรถพยาบาลให้แล้วค่ะจะมาถึงภายในห้านาทีแต่ทว่ามันมีเรื่องยุ่งยากนิดหน่อย” ยูมิตอบ “เรื่องอะไรครับ ??” ดนัยสงสัย “หลังจากโทรตามรถพยาบาลทางนั้นก็โทรประสานแผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลเราทันทีแต่ดูเหมือนว่าห้องผ่าตัดจะเต็มค่ะ” ยูมิบอก “ว่าไงนะห้องผ่าตัดเต็ม !!” ดนัยอุทานออกมา “ใช่ค่ะพอดีว่าเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายรายถูกส่งไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลเราค่ะฉันโทรไปสอบถามที่โรงพยาบาลดูแล้วเร็วที่สุดห้องผ่าตัดจะว่างในหนึ่งชั่วโมงค่ะ” ยูมิพูด “หนึ่งชั่วโมงบ้าน่าเรารอขนาดนั้นไม่ได้หรอกนะเพราะไม่รู้ว่าไส้ติ่งเด็กคนนี้จะแตกเมื่...” ดนัยยังพูดไม่ทันจบร่างของเด็กนักเรียนที่ชื่อมิกะก็กระตุกลอยขึ้นมา เฮือก !! ตุ่บ !! ร่างของมิกะลอยขึ้นมาจากพื้นก่อนจะแน่นิ่งหมดสติไปทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “ไส้ติ่งแตก !!” ดนัยอุทานออกมาตอนนี้ไส้ติ่งของมิกะได้แตกเรียบร้อยแล้วซึ่งหลังจากไส้ติ่งของเธอแตกปากของเธอก็กลายเป็นสีม่วงทันทีซึ่งนั่นบ่งบอกได้ว่าเธออยู่ในอาการวิกฤติแล้ว “ดนัยเอาไงดีคะไส้ติ่งของเด็กแตกแล้ว !!” ยูมิเครียดทันที บ้าจริงเด็กคนนี้ต้องได้รับการผ่าตัดด่วนภายในสิบห้านาทีรถพยาบาลจะมาถึงภายในห้านาทีจากนี่ไปโรงพยาบาลเราอีกประมาณสี่นาทีถ้าห้องผ่าตัดว่างเราสามารถช่วยเธอได้แต่ตอนนี้ห้องผ่าตัดดันเต็มเอาไงดีเนี่ย !! ดนัยเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงแต่ตอนนี้เขาต้องหาห้องผ่าตัดให้เธอเสียก่อน “คุณยูมิฝากเธอให้หน่อยครับแล้วก็คอยติดต่อรถพยาบาลไว้ตลอดด้วย” ดนัยบอกยูมิ “ค่ะ” ยูมิพยักหน้าก่อนจะเข้ามาดูอาการของมิกะแทนดนัย ดนัยรีบลุกขึ้นเดินไปที่มุมห้องหยิบมือถือออกมาโทรไปหาฮิคาริทันที ว่าไงดนัยมีอะไรเหรอ ฮิคาริรับสาย “ฮิคาริที่โรงพยาบาลห้องผ่าตัดไม่มีว่างเลยเหรอ !!” ดนัยถามเธอ หือดูเหมือนว่าจะเต็มหมดแล้วนะเมื่อครู่ไม่ใช่ว่ายูมิโทรมาถามไปแล้วเหรอฉันได้ยินรายงานจากทางห้องฉุกเฉินอยู่เหมือนกัน ฮิคาริตอบ “ใช่ฉันรู้แล้วแต่พอจะมีทางมั้ยล่ะทางนี้มีคนไข้ไส้ติ่งแตกอาการวิกฤติเลยเนี่ยถ้าไม่ได้รับการผ่าตัดภายในสิบห้านาทีแย่แน่” ดนัยบอก เฮ้อ...นายนี่เป็นเทพเจ้าแห่งความโชคร้ายหรือไงนะออกไปไหนมาไหนมีแต่เรื่อง ฮิคาริถอนหายใจออกมา “มันใช่เวลามาพูดแบบนี้มั้ยเล่าว่ายังไงพอจะหาห้องผ่าตัดได้มั้ย !!” ดนัยไม่คิดว่าฮิคาริจะมาพูดอะไรแบบนี้ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานของเขา ขอเวลาสองนาที...ไม่สินาทีนึงนายถือสายรอฉันนาทีนึง ฮิคาริพูดก่อนจะให้ให้ดนัยรอสายซึ่งดนัยรอไม่ถึงนาทีฮิคาริก็ตอบกลับมา ไปที่ถนนสายที่สี่ที่นั่นจะมีคลีนิคอายุรกรรมชื่อยานางีตะอยู่นายให้รถพยาบาลพานายไปที่นั่น !! ฮิคาริพูด “คลินิกอายุรกรรมยานางีตะเนี่ยนะจะให้ฉันไปที่นั่นทำไม” ดนัยสงสัย ก็นายต้องการห้องผ่าตัดไม่ใช่หรือไงที่นั่นน่ะมีห้องผ่าตัดอยู่พาไปซะอ้อแล้วก็นายผ่าตัดเองเลยนะทางนี้ไม่มีบุคลากรเหลือที่จะส่งไปช่วยนายได้ ฮิคาริบอกก่อนจะวางสายไปทันที “ห้องผ่าตัดที่คลินิกอายุรกรรมเนี่ยนะ !!” ดนัยทำหน้างงเพราะไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลยว่าคลีนิคอายุรกรรมที่มีไว้สำหรับตรวจรักษาโรคจะมีห้องผ่าตัด “เป็นไงบ้างคะดนัย” ยูมิถามเมื่อเห็นดนัยคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว “หาห้องผ่าตัดได้แล้วครับรถพยาบาลล่ะ” ดนัยตอบ ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าที่คลินิกนั่นจะมีห้องผ่าตัดจริงมั้ยแต่ฉันเลือกที่จะเชื่อใจเธอแล้วกัน ดนัยคิดในใจ “อีกหนึ่งนาทีจะถึงค่ะ” ยูมิที่คอยติดต่อรถพยาบาลอยู่พูด “ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันครับเราจะพาเด็กคนนี้ไปรักษากัน” ดนัยพูดก่อนจะอุ้มเด็กที่ชื่อมิกะขึ้นมา “ผมฝากอาจารย์รบกวนโทรแจ้งผู้ปกครองของเธอให้หน่อยได้มั้ยครับ” ดนัยบอกอาจารย์ที่ปรึกษา “ได้ครับว่าแต่ผมตามไปด้วยได้มั้ย” อาจารย์ที่ปรึกษาถาม “ได้สิครับ” ดนัยพยักหน้าจากนั้นเขาก็อุ้มมิกะออกมาจากห้องและมุ่งหน้าไปที่ลิฟท์ดีที่มีเจ้าหน้าที่กับอาจารย์ที่ปรึกษาคอยดูแลนักเรียนคนอื่นเอาไว้ให้เรื่องมันจึงไม่วุ่นวายและเมื่อลงมาถึงข้างล่างรถพยาบาลก็มาทันทีดนัยพามิกะเข้าไปในรถพยาบาลก่อนจะบอกคนขับรถ “ไปคลีนิคอายุรกรรมยานางีตะที่ถนนสายสี่ครับ” ดนัยบอกทำเอายูมิและคนขับรถพยาบาลทำหน้างงทันที ปัง !! ปัง !! ปัง !! ดนัยที่เห็นคนขับรถทำหน้างงก็ตบเข้าที่ตัวรถไปหลายที “รีบออกรถสิครับเวลาเหลือไม่มากแล้ว !!” ดนัยพูดย้ำอีกครั้ง “คะ...ครับ” คนขับรถที่ได้สติรีบรับคำก่อนจะขับรถไปทันทีก็นะเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินมีหน้าที่ฟังคำสั่งของแพทย์อยู่แล้ว ถนนสายที่สี่นั้นอยู่ห่างจากโตเกียวทาวเวอร์ไม่ไกลถ้าวิ่งด้วยความเร็วของรถฉุกเฉินคงใช้เวลาไม่ถึงสามนาที “กี่นาทีแล้วครับคุณยูมิ” ดนัยถามเวลา “สิบแล้วค่ะชีพจรเริ่มอ่อนแล้วความดันเองก็ใกล้จะวัดไม่ได้แล้วค่ะ” ยูมิตอบ เอี๊ยด !! เสียงรถฉุกเฉินแตะเบรกทำให้ดนัยและคนในรถรู้ว่ามาถึงที่หมายแล้ว ปัง !! ดนัยเปิดประตูออกก่อนจะรีบเข็นเตียงลงไปทันทีและเมื่อลงไปดนัยก็เห็นอาคารหลังเล็กๆที่มีป้ายคลินิกติดอยู่ คลินิคอายุรกรรมยานางีตะ !! ดนัยอ่านชื่อคลีนิคก่อนจะเข็นเตียงของมิกะไปที่ประตูทางเข้าตอนนั้นเองก็มีชายคนหนึ่งเดินปิดปากหาวออกมาจากคลีนิค “ฮ้าว...หมอดนัยสินะหนูฮิคาริโทรมาบอกฉันแล้วล่ะว่าเธอจะมาขอใช้คลีนิค !!” ชายคนนั้นถามดนัย “ใช่ครับไม่ทราบว่าคุณคือ...” ดนัยพยักหน้า “ฉันยานางีตะ ซาโตชิ เป็นหมอเจ้าของคลีนิคแห่งนี้หือเด็กคนนี้อาการแย่แล้วนี่นา” ยานางีตะพูดพลางมองเด็กบนเตียงเข็น “ใช่ครับต้องผ่าตัดด่วนเห็นฮิคาริบอกว่าที่นี่มีห้องผ่าตัด” ดนัยพูด “ใช่มีเอาล่ะรีบพาเด็กคนนั้นเข้ามาเถอะ” ยานางีตะพูดก่อนจะให้ดนัยรีบพาคนไข้เข้ามาทันทีเมื่อเข้ามาด้านในคลีนิคยานางีตะก็นำทางดนัยไปที่ห้องผ่าตัดของคลีนิค ห้องผ่าตัด แม่เจ้ามีห้องผ่าตัดในคลินิกอายุรกรรมจริงด้วย !! ดนัยมองดูห้องผ่าตัดที่อยู่ภายในตัวคลีนิคซึ่งจากที่เห็นมันมีอุปกรณ์สำหรับการผ่าตัดครบชุดเลยถึงแม้จะไม่มีอุปกรณ์ทันสมัยรุ่นใหม่ๆแต่เพียงเท่านี้มันก็เพียงพอแล้วสำหรับการผ่าตัด “เอ้านี่ถุงมือไปล้างมือแล้วรีบสวมซะแล้วก็คุณหนูพยาบาลน่ะทำหน้าที่วิสัญญีแพทย์ได้ใช่มั้ย” ยานางีตะพูดก่อนจะโยนถุงมือยางที่หยิบมาให้ดนัยและยูมิ “ดะ...ได้ค่ะ’ ยูมิพยักหน้า “เอาล่ะถ้าอย่างนั้นก็เริ่มการผ่าตัดกันเถอะฉันจะเป็นผู้ช่วยให้เอง” ยานางีตะพูดก่อนจะสวมถุงมือและเดินไปประจำที่ “ครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะรีบไปล้างมือสวมถุงมือให้เรียบร้อยและมายืนประจำที่เพื่อเริ่มการผ่าตัด “เอาล่ะครับเริ่มการผ่าตัด !!” ดนัยพูดก่อนจะใช้มีดผ่าตัดกรีดลงไปเพื่อเริ่มการผ่าตัดทันทีและแล้วการผ่าตัดก็เริ่มต้นขึ้น จบ...