“พี่อาทิตย์ เร็วๆ สิคะ”
ลินินเร่งอาทิตย์ที่กำลังหิ้วกระเป๋าลงจากรถพลางมองรอบๆ ไร่อย่างถูกใจ จนกระทั่งคนในบ้านออกมาต้อนรับ.
“ใครน่ะ สวยจัง” ป้าน้อมที่กำลังเดินออกมาพยายามเพ่งมอง.
“คุณลินิน” นางจำลินินได้เพราะสมัยเรียนกริชมักพาเพื่อนๆ ของเขากลับมาเยี่ยมแม่ที่ไร่อยู่บ่อยครั้ง
“ป้าน้อม สวัสดีค่ะ”
ลินินพนมมือไหว้นางและนั่นก็ทำให้ป้าน้อมรีบรับไหว้เพื่อนของเ้านายแทบไม่ทัน ลินินยังคงอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่อยู่เสมอ หญิงสาวผู้นี้คงถูกผู้เป็พ่อแม่สอนสั่งมาอย่างดีแน่ๆ ป้าน้อมคิดในใจ .
“นี่คุณลินินกำลังมีน้องหรอคะ” ป้าน้อมรีบถามลินินด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นท้องนูนๆ ของเธอ
“ใช่ค่ะ” ลินินยิ้มน้อยๆ พลางััที่ท้องของตัวเองอย่างแ่เบา .
“เจ็ดเดือนกว่าแล้วล่ะค่ะป้าน้อม” เธอพูดต่อ .
“นี่พี่อาทิตย์ค่ะ สามีของนิน” ลินินแนะนำอาทิตย์ให้นางรู้จัก
“แล้วไอ้กริชล่ะคะ อยู่ไร่รึเปล่าคะป้าน้อม” ลินินถามถึงกริช
“อ่อ คุณกริชเข้าไปในไร่ั้แ่กลางวันแล้วล่ะค่ะ ป่านนี้ก็คงใกล้กลับมาแล้วล่ะค่ะ” ป้าน้อมบอกเธอพลางเรียกให้เด็กๆ มาช่วยอาทิตย์ยกกระเป๋า
“เดี๋ยวป้าให้คนไปตามคุณกริชให้นะคะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะป้า” ลินินรีบห้าม .
“อันที่จริงนินกับพี่อาทิตย์มาที่นี่ก็ไม่ได้บอกไอ้กริชมันล้วงหน้าหรอกค่ะ”
“อยู่ๆ ก็อยากมา แล้วก็มาซะเกือบค่ำเลย” เธอยิ้มแหยะๆ ก็คนมันย้ายไปอยู่เมืองนอกเสียตั้งนาน กลับมาก็คิดถึงเพื่อนบ้างเป็ธรรมดาแหละ.
.
.
.
กลับมาที่กระท่อมริมหน้าผา พริ้มพราวนั่งมองคนใจร้ายที่กำลังจับขาเธอมัดไว้กับโซ่ที่เคยใช้มัดสุนัขเส้นเขื่องด้วยแววตาว่างเปล่า
“อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น”
กริชสั่งเธออย่างไม่พอใจเมื่อเห็นแววตาของคนตรงหน้าที่มองมายังตน พริ้มพราวจึงเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เมื่อได้ย่ำยีเธอจนสมใจแล้วยังไม่พอยังคิดเอาโซ่มาล่ามพันธนาการไว้จนเหมือนหมูเหมือนหมาอีก ในสายตาของเขาคงไม่เคยเห็นเธอเป็คนบ้างเลยสินะ .
“นี่คือโทษฐานที่เธอไม่เคยเชื่อฟังฉัน”
กริชพูดต่อพร้อมกับเอากุญแจใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง ดูซิว่าคราวนี้ยังจะกล้าขัดคำสั่งตนออกไปนัดพบกับอนุกูลอยู่อีกมั้ย แต่คนตรงหน้าก็ยังคงเงียบเหมือนอย่างเคย เธอไม่ขอโทษและไม่ร้องความเมตตาจากตนเลยแม้แต่สักประโยคเดียว ดังนั้นในเมื่อหยิ่งผยองนักก็เก็บความรู้สึกคืนนี้ไว้เป็บทเรียนก็แล้วกัน….
“อ้อ….แล้วก็จำไว้ด้วยล่ะว่าน้องสาวของเธอยังรอความยุติธรรมอยู่”
พูดจบเขาก็จากไปอย่างคนใจดำ น้ำตาของพริ้มพราวจึงค่อยๆ ไหลออกมาหยดแล้วหยดเล่า แต่กลับไร้ซึ่งเสียงสะอื้น หลายเดือนมานี้ชีวิตของเธอก็เหมือนตายทั้งเป็อยู่แล้วนับั้แ่พักตร์พริ้มตายไป
“คุณกริช….”
พริ้มพราวสะดุ้งเมื่อมองผ่านกระจกแล้วเห็นกริชยืนจ้องตนอยู่เงียบๆ อย่างน่ากลัวจากด้านหลัง เขาเข้ามาในห้องของเธอได้ไงกัน….?
พริ้มพราวที่นั่งอยู่หน้ากระจกรีบลุกขึ้นแล้วตรงไปหาเสื้อผ้ามาสวมทับทันที เธอเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จและมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเท่านั้นที่พันร่างเปลือยเปล่าของตัวเองไว้
“ว๊าย คุณกริช!” แต่เขากลับเข้ามากระชากแขนเล็กๆ ของเธอไว้และบีบมันไว้แน่น
“คาดไม่ถึงว่าเธอยังกล้ากลับมาอยู่ที่นี่อีก” เขาพูดพร้อมกับสายตาที่จับจ้องใบหน้าของเธออยู่ตลอดเวลา
“คุณกริชดื่มมามากแล้วนะคะ”
พริ้มพราวบอกพร้อมกับพยายามแกะมือของเขาออก แต่ทว่ายิ่งพยายามแกะออกเท่าไหร่อุ้งมือของเขาก็ยิ่งบีบแขนเธอแน่นขึ้นเท่านั้นจนมันแดงเป็รอยช้ำไปหมดแล้ว .
“ปล่อยพริ้มเถอะค่ะ”
เธอขอร้อง กลิ่นเหล้าจากตัวเขามันแสบจมูกของเธอไปหมดแล้ว คืนนี้ชายหนุ่มคงดื่มหนักมาเหมือนกับทุกๆ วัน นับแต่พักตร์พริ้มตายไป ป้าน้อมคอยเตือนเธอให้ระวังเขา ซึ่งพริ้มพราวก็ระวังอยู่ตลอดแล้วแท้ๆ
“นี่คุณกริชจะทำอะไร!” พริ้มพราวกลัวมากเมื่อเขาลากเธอออกมา แล้วเหวี่ยงเธอลงเตียง ยังโชคดีที่เตียงมันนุ่มรองรับแรงกระแทกได้อยู่ ไม่เช่นนั้นกระดูกของเธอคงได้แตกหักไปแล้วบ้างแน่
“คุณกริช ไม่นะคะ!” พริ้มพราวพยายามร้องห้ามเมื่อเขาขึ้นมาคล่อมตัวเธอไว้โดยไม่พูดคำใดแม้แต่น้อย
“ม่ายยยยยยยยย”
จากนั้นคนใจร้ายก็กระชากผ้าเช็ดตัวออกจากร่างของเธอ เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏอยู่ตรงหน้า กริชก้มลงซุกไซร้ซอกคอเธออย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่มือข้างหนึ่งก็บีบเค้นทรวงอกอิ่มไปด้วยอย่างป่าเถื่อน พริ้มพราวได้แต่นอนน้ำตาไหลหยดแล้วหยดเล่า แรงอันน้อยนิดของเธอน่ะหรือที่จะสู้แรงแค้นมหาศาลจากเขาได้
“อื้ออออ!” เสียงครวญครางดังเล็ดลอดออกมาริมฝีปากบางที่พยายามกลั้นมันไว้เพราะความเสียวซ่านพร้อมกับใบหน้าเหยเกเมื่อแกนกลางกายถูกเขารุกล้ำเข้ามาอย่างป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ.
“ก็เคยมาแล้วนี่ คิดจะเล่นตัวให้ตัวเองมีค่าขึ้นมารึไง” คำดูแคลนเปล่งออกมาจากปากคนใจร้ายทันทีที่รู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเธอ .
“มันใช้กับฉันไม่ได้หรอกเพราะเธอมันน่าขยะแขยงไง” ปากก็บอกว่าขยะแขยง แต่กลับสวนทางกับการกระทำ
พั่บ พั่บ พั่บ พั่บ
เสียงเนื้อกระทบกันลั่นห้อง คนใต้ร่างได้แต่นอนน้ำตาไหลรับฟังถ้อยคำที่มีแต่บาดลึกให้แผลเดิมที่มีอยู่แล้วยิ่งเหวอะหวะขึ้น ในขณะที่หัวสั่นคลอนไปตามแรงโยกของคนคุมเกม ยิ่งเธอพยายามกลั้นเสียงไว้เท่าไหร่เขาก็ยิ่งป่าเถื่อนมากขึ้นเท่านั้น
“อ๊ะ!”
จนสุดจะกลั้น เสียงครวญครางจึงได้เล็ดลอดออกมาจากปากบาง ร่างของพริ้มพราวกระตุกอยู่สองสามครั้ง กริชมองอย่างพอใจเพราะเขาเองก็ถึงฝั่งฝันเหมือนกัน แล้วพริ้มพราวก็รู้สึกได้ถึงน้ำอุ่นๆ ที่เขาเอาออกมาปล่อยบนหน้าท้องที่แบนราบของเธอท่ามกลางเสียงหายใจถี่ๆ ของทั้งคู่
แล้วเพียงไม่นานเขาก็ผละจากร่างของเธอ ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ไร้ซึ่งคำขอโทษและปลอบใจต่างจากครั้งนั้น….กริชลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าทันทีราวกับว่านึกขยะแขยงเธอขึ้นมาเหมือนอย่างที่ปากพูด ส่วนพริ้มพราวก็ได้แต่พลิกตัวหนีนอนหันหลังให้คนเขา แต่หลังจากจัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินออกจากห้องของเธอไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น พริ้มพราวที่นอนสะอื้นอยู่เงียบๆ จึงปล่อยโฮอออกมาทันที
นั่นคือที่มาของหน้าที่นางบำเรอที่เขานึกจะเรียกใช้เธอในเวลาไหนก็ได้เมื่อ้าและเฉดหัวออกมาหลังจากได้ระบายความกำหนัดจนสมใจแล้ว….
.
.
.
ด้านกริช….
“เซอร์ไพรส์!!”
จู่ๆ ลินินก็โผล่ออกมาในขณะที่เขากำลังเดินเข้ามาในบ้าน ส่วนอาทิตย์ก็ได้แต่คอยประคองเมียรักที่แสนจะแก่นเฟี้ยวอยู่ห่างๆ เพราะห้ามลินินไม่ได้.
“เห้ย! ไอ้นิน?” กริชทั้งเซอร์ไพรส์และดีใจมากเมื่อลินินปรากฏตัวที่ไร่ของเขา .
“นี่กลับมาั้แ่เมื่อไหร่วะ” กริชรีบถาม .
“สองวันได้ละ”
“คิดถึงพวกแกก็เลยมาหา”
ลินินบอกเขา เพื่อนคนอื่นในกลุ่มทั้งจันทร์เ้าและคีรินต้างก็แยกย้ายไปเรียนต่อแล้วใช้ชีวิตต่างประเทศ แต่ตอนนี้คีรินต้องเปลี่ยนแผนกลับไทยด่วนเพื่อมางานศพของเ้าสัวคิดผู้เป็พ่อ ส่วนจันทร์เ้าจะกลับมาแต่งงานกับมาร์คแฟนหนุ่มในเดือนหน้า
“ไม่บอกล่วงหน้าวะ จะได้เตรียมตัวต้อนรับให้ดีกว่านี้” กริชถามอย่างเสียดาย เพื่อนรักมาหาทั้งทีเขาจะต้องต้อนรับขับสู้ให้เป็ที่ประทับใจแน่นอน.
“ฉันกับพี่อาทิตย์ อ้อ….หลานของแกด้วย เราสามคนจะค้างที่นี่สักสองสามวัน”
“แกต้อนรับพวกเราดีๆ ล่ะ โดยเฉพาะหลานคนแรกของแก นี่ไงฉันบอกล่วงหน้าละ”
ลินินบอกพร้อมกับลูบท้องนูนๆ ของตัวเองอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่อาทิตย์กำลังขยิบตาให้เขาอย่างรู้ทัน ที่จริงแล้วลินินแพ้ท้องอยากกินทุเรียนในไร่ของตนมาก กว่ากริชจะกลับมาเธอก็ฟาดไปลูกหนึ่งแล้ว สร้างความปวดหัวให้กับสามีซึ่งเป็หมออยู่นักหนา.
“ได้” กริชยักไหล่อย่างชิว ระดับเขาแล้วลินินจะฟาดทุเรียนให้หมดไร่ไปเลยยังได้
“เออ ว่าแต่คนอื่นในบ้านล่ะ?” ลินินถามเขาอย่างนึกขึ้นได้
“ที่นี่ก็มีแค่ฉัน แกจะถามหาใครอีกวะ” กริชย้อนถามพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ที่ใช้รับแขก
“ก็….”
ลินินอึกอักเพราะไม่รู้จะถามถึงพริ้มพราวดีมั้ย เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนลินินก็พอรู้อยู่และตอนนี้เด็กคนนั้นก็พ้นข้อกล่าวหาแล้ว โดยส่วนตัวลินินเองก็คิดว่าพริ้มพราวไม่น่าจะทำแบบนั้นอย่างที่หลายๆคนเชื่อเช่นกัน เท่าที่คลุกคลีสองพี่น้องมา พริ้มพราวที่พูดน้อยดูจะรักน้องสาวฝาแฝดมากกว่าที่พักตร์พริ้มรักพี่สาวของตัวเองเสียอีก ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีเหตุจูงใจใดที่ที่พริ้มพราวจะลวงพักตร์พริ้มไปฆ่าได้….หรือเพราะสองพี่น้องตกหลุมรักผู้ชายคนเดียวกันงั้นหรอ??
“เออ ช่างมันเถอะ” ลินินจึงเลือกที่จะไม่ถามและมันก็เป็เวลาเดียวกับที่แม่บ้านตั้งโต๊ะพอดี ทุกคนจึงไปนั่งที่โต๊ะเพื่อรับประทานอาหารมื้อค่ำพร้อมกัน.
………….
ฝากกดติดตามและกดถูกใจนิยายเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ