บทที่ 43 เป็นที่จับตามอง
อันซูหยวนออกไปพร้อมกับนักเรียนกลุ่มแรกที่ออกจากห้อง เธอไม่ได้เสียเวลาในการฝึกซ้อมไปเลย หลังจากที่แยกย้ายมาแล้ว หญิงสาวก็กลับไปยังห้องพักของเธอที่เต็มไปด้วยนักเรียนชั้นปีที่สี่ ดูเหมือนว่าพวกรุ่นพี่ประจำห้องเองก็น่าจะไปเที่ยวเล่นกับพวกเพื่อนๆเหมือนกัน ทำให้เวลานี้ในห้องพักของเธอยังคงเงียบสงบอยู่
เพื่อที่จะฝึกขั้นศรพริบตาให้สำเร็จ อันซูหยวนจะต้องฝึกฝนทักษะลบจิตสังหารและทักษะการควบคุมพลังงานเพื่ออำพรางลูกศร สำหรับทักษะในการลบจิตสังหารมีคำอธิบายและวิธีการฝึกที่ไม่ซับซ้อนใดๆ ซูหยวนสามารถเริ่มฝึกฝนมันได้เลย เพียงแต่ไม่ซับซ้อน ไม่ได้หมายความว่าไม่ยาก
เพื่อที่จะลบจิตสังหารของตนเองได้ ซูหยวนจะต้องเข้าให้ถึงจิตใจของตนเองก่อน วิธีการก็คือการทำสมาธิ การเข้าให้ถึงสมาธิและรับรู้ตัวตน รู้ทุกจิตและทุกความคิดของตนเอง ถ้าว่อกแว่กแม้แต่นิดเดียวก็จะทำให้จิตเปลี่ยนไปทันที
ซูหยวนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องทำก็คือการนั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจ ค่อยๆสัมผัสไล่จากหัวไปถึงเท้า ทำเช่นนี้จนกว่าจะกลายเป็นความชำนาญ โดยวิชานี้ไม่ต่างอะไรกับการทำสมาธิของเหล่านักบวชเลย ถึงในยุคที่เธอจากมาจะไม่ค่อยมีคนฝึกฝนเช่นนี้นอกจากพระ กระนั้น...อันซูหยวนก็ไม่ใช่คนที่จะไม่มีสมาธิ
เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำงานมาก อดีตพนักงานดีเด่นอย่างเธอถือเป็นอีกคนที่มีสมาธิดีมาก ต่างจากคนในรุ่นเดียวกันหรือพวกรุ่นน้องที่ถูกมองว่าเป็นพวกสมาธิสั้นที่ถูกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเนื่องจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากมาย
อันซูหยวนสามารถทำงานเดิมได้ตลอดทั้งวัน ตราบเท่าที่มันยังไม่สำเร็จ เธอก็จะนั่งยุ่งอยู่กับการตรวจสอบงานและเอกสารอยู่แบบนั้น ดูเหมือนว่าการนั่งสมาธิเพื่อตรวจสอบจิตของตนเองก็ไม่ต่างอะไรกับงานของเธอ แค่เปลี่ยนจากการตรวจสอบเอกสารที่ยุ่งเหยิงมาเป็นการตรวจสอบจิตใจเท่านั้น
แน่นอนว่าการตรวจสอบจิตใจนั้นยากยิ่งกว่าการตรวจสอบเอกสารหลายเท่า หนึ่งเป็นเพราะลึกๆแล้วเธอมีความทะเยอทะยานสูงมาก การที่จะหยุดความทะเยอทะยานนั้น ซ่อนมันเอาไว้ไม่แสดงออกมา มันจึงกลายเป็นเรื่องยาก ตอนนี้จิตของเธอมุ่งแต่จะประสบความสำเร็จในการฝึกฝน ทว่าการฝึกฝนนี้กลับต้องการให้ควบคุมมันให้ได้ สุดท้ายแล้วมันจึงเป็นความย้อนแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
หญิงสาวใช้เวลาตลอดทั้งคืนในขณะที่พวกรุ่นพี่ยังไม่กลับมาเพื่อฝึกฝน อันซูหยวนมีแหล่งพลังงานชั้นยอดอยู่กับตัวแล้ว เธอจึงไม่ต้องไปหาซื้ออาหารจากข้างนอก หรือไม่จำเป็นต้องกินอาหารเม็ดใดๆ
เมื่อเช้าวันต่อมา นักเรียนหลายคนเริ่มเข้าสู่การฝึกฝนอย่างแท้จริงแล้ว นักเรียนรุ่นพี่ทั้งสามคนที่กลับมืดค่ำในคืนก่อน วันนี้ก็ยังลุกขึ้นแต่เช้า เมื่อซูหยวนตื่นขึ้นมา เธอก็เห็นพวกรุ่นพี่กำลังดูดซับแกนพลังงานกันแล้ว
“รุ่นน้อง เช้าๆแบบนี้เธอควรจะต้องดูดซับแกนพลังงานก่อนเป็นอันดับแรกนะ มีการทดสอบออกมาแล้วว่าผลของการดูดซับแกนพลังงานในตอนเช้าจะทำได้ดีกว่าดูดซับในเวลาอื่นๆ” รุ่นพี่เมิ่งซีซีแนะนำเมื่อเห็นว่าซูหยวนกำลังจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว
“ขอบคุณค่ะรุ่นพี่ แต่ฉันยังไม่ได้ซื้อแกนพลังงานมา เช้านี้จึงตั้งใจว่าจะไปออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายก่อนค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธออกไป
“โอ้ ถ้าอย่างนั้นจะยืมของฉันก่อนก็ได้นะ แม้ว่าเธอจะอยากฝึกฝนร่างกายขนาดไหน แต่ค่าพลังงานก็สำคัญมากเลยนะ”
“ขอบคุณมากค่ะรุ่นพี่ แต่เดี๋ยวฉันค่อยเริ่มดูดซับพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ”
“อืม อย่างนั้นก็ตามใจนะ อ้อ...ฉันได้ยินว่าเธอเลือกอาจารย์เติ้งเป็นอาจารย์ของเธองั้นหรอ ฝึกฝนกับอาจารย์เติ้งนั้นค่อนข้างอันตรายเลยนะ ระวังตัวหน่อยก็ดี ได้ยินว่าเขาเคยทำให้ศิษย์ต้องตายในระหว่างทำภารกิจด้วยกันเชียวนะ” รุ่นพี่เมิ่งขมวดคิ้วในขณะที่พูดเกี่ยวกับอาจารย์เติ้งคนนั้น
นักเรียนทุกคนรู้ว่าเขาน่ากลัวขนาดไหน อีกฝ่ายเป็นถึง “พันเอก” ในกองทัพ ดังนั้นภารกิจของเขาย่อมเป็นภารกิจระดับสูงด้วย ใครจะไปคิดว่าอาจารย์ที่อยู่ระดับสูงขนาดนั้นกลับพานักเรียนไปต่อสู้ทุกครั้ง เขาไม่คิดหรือว่านักเรียนของเขาอาจจะได้รับความยากลำบากจากการฝึกที่โหดเหี้ยมเช่นนั้นน่ะ
“เข้าใจแล้วค่ะ” อันซูหยวนเองก็เคยอ่านข่าวเรื่องนี้มาแล้วเหมือนกัน ดังนั้นเธอจึงไม่ได้แสดงท่าทางประหลาดใจออกมา
“ดีแล้ว อย่างนั้นก็ตั้งใจฝึกฝนหน่อยล่ะ แล้วก็ในชั้นเรียนของเธอเมื่อวานนี้ มีใครรังแกเธอเพราะว่าเธอเป็นนักเรียนทุนหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ ฉันทำตามที่รุ่นพี่แนะนำ บอกว่ามาจากองค์กรนักล่าสกุลจางโดยมีท่านประธานจางเลือกเข้าองค์กรด้วยตนเอง จากนั้นเพื่อนนักเรียนก็ปฏิบัติต่อฉันค่อนข้างดีค่ะ” อันซูหยวนตอบกลับตามความจริง เมื่อเมิ่งซีซีได้ยินแบบนั้น เธอก็คลี่ยิ้มออกมา
“ฮ่าๆ อย่างนั้นก็ยอดเยี่ยมเลย ปกติแล้วพวกนักเรียนทุนมักจะถูกผู้คนอคติใส่อยู่เสมอ ก็นะ...แม้แต่ฉันเองก็ไม่ได้ชอบนักเรียนทุนเท่าไรนักหรอก ก่อนหน้านี้เพื่อนของฉันเคยจับคู่ได้นักเรียนทุนในการทำภารกิจ เพื่อนของฉันบอกแค่ว่านักเรียนทุนคนนั้นเป็นตัวปัญหามาก นอกจากจะเป็นตัวถ่วงเพราะไม่มีความแข็งแกร่งแล้ว ก็ยังทำให้ภารกิจวุ่นวายมากกว่าเดิมอีก”
“ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้สัมผัสกับพวกนักเรียนทุนโดยตรง แต่ก็พอจะเข้าใจว่าเพื่อนของฉันรู้สึกยังไงนะ พวกนักเรียนทุนน่ะเป็นพวกที่ไม่พร้อมกับการเป็นนักล่าจริงๆ นอกจากนี้ความคิดของพวกนั้นก็ค่อนข้าง...น่าดูถูกด้วยนั่นแหละ”
“พวกนั้นชอบวิ่งหนีก่อนเป็นอันดับแรก แต่เธอก็น่าจะรู้ว่าการหนีไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกอย่าง ยิ่งถ้าต่อสู้กันกับเพื่อนร่วมทีมแล้วเพื่อนๆกำลังรอให้นักเรียนทุนสนับสนุนอยู่ สุดท้ายแล้วอีกฝ่ายก็หวาดกลัวและเลือกที่จะวิ่งหนี เพื่อนๆที่กำลังต่อสู้ไม่แย่หรอกหรอ?”
“ถ้าพวกนักเรียนทุนไปอยู่ในกองทัพ พวกเขาก็ต้องได้รับโทษในการประหารอย่างแน่นอน ความสำคัญของการปฏิบัติตามคำสั่งและแผนสำคัญมาก เพราะมีชีวิตของเพื่อนร่วมทีมอยู่ในเงื่อนไขเหล่านั้นด้วย รุ่นน้องซูหยวน...ถึงฉันจะรู้ว่าเธอไม่ใช่คนแบบนั้น แต่ฉันก็ยังอยากพูดเตือนเธออยู่ดี” เมิ่งซีซีคลี่ยิ้มเมื่อพูดจบ
วันปฐมนิเทศของพวกเด็กใหม่ เธอได้เห็นการถ่ายทอดสดนั้นแล้ว และใช่! ทุกครั้งที่มีการทดสอบนักเรียนชั้นปีที่หนึ่ง ทางสถาบันจะมีการถ่ายทอดสดการทดสอบของพวกนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งให้ได้เห็นด้วย ถ้าต้องการดูก็สามารถรับชมได้เลย
เมิ่งซีซีที่ตอนนั้นกำลังรออาจารย์ที่ปรึกษากลับมาตรวจสอบความคืบหน้าในการฝึกฝนก็ใช้เวลาเพื่อดูว่ามีนักเรียนปีหนึ่งคนไหนที่มีพรสวรรค์น่าสนใจบ้าง บางทีในอนาคต...เธออาจจะกลับมาเพื่อให้พวกเขาทำภารกิจบางอย่างให้ก็ได้ เวลานี้เธออยู่ปีสี่แล้ว หลังผ่านปีนี้ไปก็จะกลายเป็นนักล่าเต็มตัว ซึ่งการเป็นนักล่าที่แท้จริงนั้นอาจจะต้องไปยังพื้นที่ล่าที่ห่างไกล
เหมือนกับตอนนี้ เมิ่งซีซีเองก็รับภารกิจจากพวกรุ่นพี่ที่จบไปแล้วเพื่อรวบรวมทรัพยากรในเขตชั้นนอกที่ปลอดภัยยิ่งกว่า พูดให้ถูกก็คือ...พวกที่จบไปแล้วไม่อยากเสียเวลาในการรวบรวมทรัพยากรระดับต่ำด้วยตนเอง พวกเขาจึงสร้างเส้นสายผ่านรุ่นน้องที่น่าสนใจเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
ตอนแรกเมิ่งซีซีไม่ได้สนใจรุ่นน้องร่วมห้องพักของตน ถึงแม้ว่าประธานจางคนนั้นจะเลือกอีกฝ่ายเข้าองค์กรด้วยตัวเอง ทว่าในความคิดของเธอ พวกสกุลจางคงจะให้ความสนใจกับรุ่นน้องคนนี้อยู่แล้ว ดังนั้นหากมีภารกิจใดๆ รุ่นน้องอันก็คงจะรับภารกิจของตระกูลจางมากกว่า
ทว่า...ในขณะที่เธอกำลังมองดูนักเรียนคนหนึ่งที่น่าสนใจ ตอนที่เขาเกือบจะถูกโจมตีจากทางด้านข้างที่เป็นช่องโหว่ จู่ๆศรที่แม่นยำก็พุ่งออกมา มันผ่านหน้านักเรียนที่เมิ่งซีซีกำลังดูอยู่ ปักเข้าที่หัวของหุ่นซ้อมอินทรีย์เข้าที่จุดตายอย่างแม่นยำ
หากเป็นสัตว์กลายพันธุ์ระดับต่ำจากเขต A เชื่อได้เลยว่าพวกมันจะต้องบาดเจ็บหนักแน่ แต่ถ้าเป็นพวกที่มีระดับสูงกว่าก็อาจจะแค่บาดเจ็บเล็กน้อย นี่เป็นเพราะเจ้าของศรนั้นยังไม่ได้เรียนรู้วิธีการถ่ายเทพลังงานของตนเองลงไป อีกทั้งศรที่ใช้ก็ยังเป็นแค่ศรไม้ธรรมดาๆด้วย
พอเห็นว่ามีนักเรียนที่มากความสามารถแบบนี้ เมิ่งซีซีจึงเปลี่ยนมุมมองของตนเองไปยังเป้าหมายใหม่ และนั่นก็ทำให้เธอได้เห็นว่าใครกันอยู่เบื้องหลังลูกศรที่แม่นยำนั้น
ไม่ใช่แค่เมิ่งซีซีเท่านั้นที่ติดตามเสน่ห์ของศรที่แม่นยำและช่วยจัดการปิดช่องโหว่ให้กับเพื่อนในกลุ่ม นักเรียนระดับสูงหลายคนเองก็ได้เห็นภาพนี้ พวกเขาต่างก็อึ้งไปกับทักษะสนับสนุนของอีกฝ่าย ซึ่งทันทีที่เห็นอาจารย์ก้าวออกมาสองท่าน และหนึ่งในนั้นก็คืออาจารย์เติ้ง นักเรียนทุกคนจึงพยักหน้าเข้าใจได้ทันที
ปีที่แล้ว อาจารย์เติ้งไม่แม้แต่จะอยู่ดูการรับศิษย์ด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นว่าทักษะการใช้ธนูของนักเรียนชั้นปีที่สองในเวลานี้ไม่เข้าตาเขา และมันก็หมายความว่าทักษะการใช้ธนูของอันซูหยวนยอดเยี่ยมมากจริงๆ
เมื่อวานมีกระแสเกี่ยวกับนักเรียนทุนอันซูหยวนคนนี้มากมาย ขนาดเมิ่งซีซีที่ไปกินอาหารเย็นกับเพื่อนๆฉลองวันเปิดเรียนวันแรกก็ยังได้ยินพวกนักเรียนกลุ่มอื่นพูดถึงอันซูหยวนกันทั้งนั้น เพียงแค่วันเดียว...อันซูหยวนก็กลายเป็นคนที่โดดเด่นและถูกจับตามองเสียแล้ว
แน่นอนว่านักเรียนทุนคนอื่นๆก็ถูกพูดถึงเหมือนกัน แต่การพูดถึงล้วนเป็นไปในทิศทางเลวร้ายมาก ซึ่งก็เหมือนกับทุกๆปีที่นักเรียนทุนพวกนั้นสร้างปัญหา ปีนี้ยังดีที่นักเรียนทุนพวกนั้นขี้ขลาด ปีก่อนๆเธอได้เห็นการแสดงที่น่าขบขันยิ่งกว่านี้อีก
แทนที่จะเลือกอยู่เฉยๆเหมือนนักเรียนทุนปีนี้ นักเรียนทุนปีที่แล้ววิ่งไปรอบๆ ปากบอกว่าอยากจะช่วยเหลือ แต่กลับคิดว่าตนเองควรจะทำคะแนนบ้าง ดังนั้นจึงโจมตีออกไปมั่วๆ ถูกนักเรียนร่วมรุ่นจนได้รับบาดเจ็บกันไปหลายคน เรียกได้ว่าเป็นความวุ่นวายที่น่าโมโหจริงๆ
ซูหยวนไม่ได้รู้ว่าเมิ่งซีซีและนักเรียนชั้นปีอื่นๆสามารถดูการทดสอบของพวกเธอได้ ก็เหมือนกับที่พวกรุ่นพี่ชั้นปีสองที่เพิ่งรู้ว่าการทดสอบของตนเองถูกถ่ายทอดสดในปีที่แล้ว เพราะแบบนั้นจึงรู้สึกอับอายเป็นอย่างมากเมื่อนึกย้อนกลับไป ถือว่าเป็นสีสันอีกวันหนึ่งของการเปิดภาคการศึกษาล่ะนะ
“แม้ว่ารุ่นน้องซูหยวนจะเป็นนักเรียนทุนคนหนึ่งเหมือนกัน ฉันก็อยากให้เธอเว้นระยะห่างจากนักเรียนทุนคนอื่นๆเข้าไว้ คนพวกนั้นจะสร้างปัญหาให้เธอเมื่อไรก็ได้”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ซูหยวนรับคำอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าซูหยวนไม่ได้มีความคิดตื้นเขินอย่างเช่น การคิดว่าตนเองจะต้องรับผิดชอบต่อสังคม รับผิดชอบต่อนักเรียนที่มีฐานะเป็นนักเรียนทุนเหมือนกัน เมิ่งซีซีก็เบาใจไปมาก
“เอาล่ะ ฉันไม่รบกวนเธอแล้ว ถ้ามีปัญหาอะไรอยากจะให้ฉันช่วยก็ได้เลยนะ ปีนี้ฉันคงจะอยู่ห้องพักแค่ 5 วันเท่านั้น คนอื่นๆเองก็น่าจะ 5 วัน หรือไม่ก็ 7 วัน พวกเราขึ้นปีสี่ก็เจอกับภารกิจโหดกันเลย เฮ้อ ฉันคาดหวังว่าฉันจะรอดกลับมาได้จนจบชั้นปีสี่นะ” เมิ่งซีซีได้เห็นตารางภารกิจที่ต้องทำแล้ว ตอนนี้เธอถึงเข้าใจว่าทำไมพวกรุ่นพี่ถึงไม่ค่อยได้กลับมาที่สถาบันเลย
“พยายามนะคะรุ่นพี่”
“นั่นมันแน่อยู่แล้ว นี่เป็นชะตากรรมที่ทุกคนต้องเจอ เธอก็รออีกแค่ 3 ปีเท่านั้นแหละ”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ซูหยวนตอบกลับอย่างจริงจังอีกครั้ง ทำเอาเมิ่งซีซีที่แค่ต้องการพูดเล่นหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้
พวกเธอไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก รวมถึงการที่เมิ่งซีซีก็ไม่ได้พูดเกี่ยวกับการติดต่อกันในอนาคต เธอเพิ่งสนิทกับซูหยวนได้ไม่นาน แถมวันแรกที่อีกฝ่ายมาที่ห้องพักก็เป็นเธอที่รังแกอีกฝ่าย ดังนั้นเมิ่งซีซีจึงไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถมอบภารกิจรวบรวมทรัพยากรในอนาคตให้อีกฝ่ายได้ ตอนนี้ขอแค่พวกเธอไม่เก็บความรู้สึกคับข้องหมองใจต่อกันไว้ก็พอแล้ว
ดูจากความแข็งแกร่งของซูหยวน เมิ่งซีซีเชื่อว่ารุ่นน้องคนนี้คงจะกลายเป็นตำนานอีกคนแน่ ในอนาคตถ้าได้เจอกันในเขตล่าข้างนอก เธออาจจะต้องขอคามช่วยเหลือจากอีกฝ่ายก็เป็นได้...
ซูหยวนไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้พวกรุ่นพี่กำลังคิดการณ์ไกลอะไรอยู่ หญิงสาวเพียงเดินออกมาข้างนอกเพื่อฝึกฝนร่างกาย เพิ่มความกระชับให้กับกล้ามเนื้อ พร้อมกันนั้นก็ยังฝึกสมาธิไปด้วย
แม้ว่าท่วงท่ามาตรฐานในการทำสมาธิก็คือการนั่งขัดสมาธิไปเลย แต่ซูหยวนมาจากโลกที่แสนสงบสุข ผู้คนมากมายสรรหาวิธีการทำสมาธิจนแม้แต่นอนก็ยังมีวิธีการฝึกฝนเลย ดังนั้นซูหยวนจึงต้องการที่จะใช้ทุกช่วงเวลาที่เป็นไปได้ในการฝึกฝนทักษะของตนเอง บ่ายวันนี้เธอมีนัดกับอาจารย์เติ้ง ยังอยากให้อาจารย์ได้เห็นความก้าวหน้า แม้จะเล็กๆน้อยๆก็ตาม
“เดี๋ยวก่อนนักเรียนทุนอัน!!”
ในขณะที่อันซูหยวนกำลังสูดลมหายใจเข้าเพื่อทำสมาธิ จู่ๆเสียงหนึ่งที่คุ้นหูก็ดังขึ้น ทำลายสมาธิของเธอได้ในทันที
คิ้วเรียวของอันซูหยวนขมวดแน่น เช้าขนาดนี้ก็ยังเจออีกฝ่ายได้ นับว่าวันนี้เป็นอีกวันที่โชคร้ายได้หรือเปล่า...
“.....................”
“เพราะได้ยินว่าเธอมาพักกับพวกรุ่นพี่แทนที่จะพักกับปีหนึ่งเหมือนกับพวกเรา ฉันก็เลยมาที่นี่เพื่อดักรอพบเธอ” นักเรียนทุนหญิงกล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“มีอะไรหรือเปล่า”
“แน่นอนว่าต้องมีอยู่แล้ว”
“อืม อย่างนั้นก็ว่ามาสิ ฉันกำลังฟังอยู่” อันซูหยวนไม่อยากจะสนทนาด้วย แต่ในเมื่อคนตั้งใจมารอขนาดนี้ ฟังอีกฝ่ายพูดจุดประสงค์ของตนเองเสียหน่อยก็ไม่ได้เสียหายอะไร
แน่นอนว่าอันซูหยวนไม่ได้คิดเลยว่าการที่เธอเปิดใจรับฟังคำของอีกฝ่ายจะทำให้เช้าวันนี้ทั้งวันไม่สามารถเข้าสมาธิได้เลย เพราะทุกครั้งที่นึกถึงบทสนทนาตอนเช้า เธอก็อดที่จะหัวเราะด้วยความรู้สึกดูถูกไม่ได้
“ฉันอยากให้เธอย้ายออกจากห้องพักของรุ่นพี่ แล้วไปขอทางอาจารย์เพื่อที่จะมาลงทะเบียนพักกับพวกเรา”
“....?......” อันซูหยวนเลิกคิ้ว เดิมทีคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรจนทำให้อีกฝ่ายต้องมารอเธอแต่เช้าตรู่ ทว่าเธอคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้ยินเกี่ยวกับห้องพักแทน
……………………………………..