ตอนที่ 69: อาวุธชิ้นใหม่
ประตูกระจกนิรภัยของห้องแล็บปฏิบัติการลับทางไซเบอร์ที่ตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ดินของคลินิก "Secret Trance Therapy" เปิดออกอีกครั้ง ริน หรือ นรินทร์ แฮกเกอร์หนุ่มอัจฉริยะก้าวเข้ามาภายในห้องด้วยท่วงท่าที่กระฉับกระเฉงและเปี่ยมไปด้วยพลังงานที่แตกต่างจากเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วอย่างสิ้นเชิง อาการอ่อนล้า ปวดหัวไมเกรน และกล้ามเนื้อกระตุกเกร็งที่เคยเล่นงานเขาจนแทบจะหมดสติ หายไปเป็นปลิดทิ้ง สมองของเขาตอนนี้ปลอดโปร่งและทำงานได้รวดเร็วราวกับเซิร์ฟเวอร์ระดับควอนตัมที่เพิ่งได้รับการเคลียร์แคช (Clear Cache) ขยะออกไปจนหมดเกลี้ยง
รินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้เกมมิ่งตัวโปรด เขามองข้ามกระป๋องเครื่องดื่มชูกำลังที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะ เขาไม่ได้แตะต้องมันอีกเลย เพราะสารเอ็นดอร์ฟินและโดปามีนปริมาณมหาศาลที่ได้รับจากการบำบัด 'Cognitive Restore' ของดร.น้ำฟ้า ยังคงไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด มันเป็นแหล่งพลังงานชั้นยอดที่ปลุกสติปัญญาของเขาให้เฉียบคมถึงขีดสุด ความรู้สึกเสียวซ่านที่ยังคงตกค้างอยู่ที่ปลายประสาทสัมผัสแปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันมหาศาลในการทำงาน
"เอาล่ะรัชชา... มาจบเกมจ้องตานี่กันเถอะ" รินพึมพำกับหน้าจอมอนิเตอร์ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนมุมปาก
นิ้วเรียวยาวของรินพรมลงบนคีย์บอร์ดรัวเร็วจนแทบมองไม่ทัน เขาไม่ได้กลับไปรันโค้ดไวรัสเจาะระบบเซิร์ฟเวอร์ LUST Note ที่เคยทำพลาดในตอนแรก เพราะเขารู้ซึ้งแล้วว่ามันคือกับดักลูปเวลา (Time-Loop Trap) ที่รัชชาจงใจสร้างขึ้นมาดักควายให้แฮกเกอร์ฝั่งตรงข้ามต้องเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตก แต่สิ่งที่รินสนใจในตอนนี้ คือ Log ข้อมูลความผิดพลาด (Error Logs) ของเครื่องป้องกัน V1 ตัวเก่า ที่ผู้พันวุฒิเสี่ยงตายงัดแงะออกมาจากใบหูของตัวเองและนำกลับมาให้เขา
เครื่องป้องกัน V1 เป็นเหมือนเกราะกำบังทางจิตวิทยาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อกันการสะกดจิตด้วยเสียง แต่ในการปะทะครั้งล่าสุดในโกดังร้าง มันกลับพ่ายแพ้ราบคาบให้กับเทคนิคขั้นสูงของรัชชาที่ใช้ 'คลื่นความถี่ฟีโรโมนสังเคราะห์' (Synthetic Pheromone Frequency) แทรกซึมเข้ามาทางประสาทสัมผัสอื่นๆ และลัดวงจรเข้าสู่สมองส่วนอมิกดะลา (Amygdala) โดยตรง
รินดึงข้อมูลความล้มเหลวเหล่านั้นมาวิเคราะห์บนหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติ ภาพจำลองการทำงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและโครงสร้างเส้นประสาทของมนุษย์ถูกกางออกเต็มจอ
"เครื่อง V1 มันมีจุดอ่อนตรงที่มันทำหน้าที่แค่เป็น 'กำแพงกั้น' (Blocker) เสียงที่มาจากภายนอก..." รินอธิบายให้ตัวเองฟังขณะลากเส้นเชื่อมโยงข้อมูลสีแดงบนหน้าจอ "มันเหมือนเราเอามือปิดหูเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงสั่งการ แต่เมื่อรัชชาเพิ่มคลื่นฟีโรโมนเข้ามา... กำแพงกั้นมันก็เอาไม่อยู่ เพราะฟีโรโมนมันกระตุ้นสัญชาตญาณดิบ ไม่ใช่การใช้ตรรกะเหตุผล ดังนั้น... การจะสู้กับฟีโรโมนและคลื่นสะกดจิตระดับนี้ เราจะใช้แค่กำแพงปิดกั้นแบบเดิมไม่ได้ เราต้องใช้ 'กระจกสะท้อน' (Reflector) ที่สามารถสะท้อนการโจมตีกลับไป!"
ด้วยสมองที่แล่นฉิวไร้ขีดจำกัด รินเริ่มร่างแบบแปลนวงจรไมโครชิปตัวใหม่ทันที เขาตั้งชื่อโปรเจกต์นี้ว่า **"แอนตี้รัสต์ รุ่นที่ 2 (Anti-RUSH Version 2)"**
"ฉันจะเสริมแผงวงจรกรองสัญญาณความถี่ย้อนกลับ (Reverse-Frequency Filter Matrix) เข้าไปที่แกนกลางของตัวรับสัญญาณ" รินรัวแป้นพิมพ์สั่งการเครื่องพรินเตอร์ 3D ชนิดพิเศษที่มุมห้องให้เริ่มหล่อชิ้นส่วนโลหะไทเทเนียมขนาดจิ๋ว "หลักการทำงานของมันคือ ทันทีที่เซนเซอร์ตรวจจับคลื่นสะกดจิตระดับอัลฟ่า หรือฟีโรโมนสังเคราะห์ของรัชชาได้... ชิปตัวนี้จะไม่แค่บล็อกมันแบบทื่อๆ แต่มันจะคำนวณความยาวคลื่นภายในศูนย์จุดศูนย์หนึ่งวินาที แล้วสร้าง 'คลื่นหักล้าง' (Phase Cancellation Wave) ในความถี่ที่ตรงข้ามกันเป๊ะๆ ยิงสวนกลับไปที่โสตประสาทของผู้สวมใส่ทันที!"
รินจ้องมองแบบจำลองคลื่นบนหน้าจอ เมื่อคลื่นสองลูกที่มีลักษณะตรงข้ามกันมาเจอกัน มันจะหักล้างกันเองจนกลายเป็นศูนย์ ผลลัพธ์ของการหักล้างคลื่นความถี่นี้ คือความเงียบสงัดทางระบบประสาท (Neural Silence) มันจะลบล้างคำสั่งของรัชชาให้กลายเป็นเพียงเสียงคลื่นลมพัดผ่านหู ป้องกันไม่ให้สัญญาณใดๆ เข้าไปกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าหรือปลูกฝังความหวาดกลัวได้อีก
ไม่เพียงแค่นั้น รินยังตระหนักถึงปัญหาของการสวมใส่ จากเดิมในรุ่น V1 ที่เป็นชิปฝังซ่อนในรูหู ซึ่งนอกจากจะเอาออกยากแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กระยะประชิดหรือถูกคลื่นแทรกแซง เขาร่างดีไซน์ใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนมันมาเป็นรูปแบบ 'เอียร์คัฟ (Ear Cuff)' โลหะสีดำเงางาม กระชับติดกับใบหูด้านนอกโดยไม่ต้องเจาะหรือฝัง มันเชื่อมต่อกับแผ่นซับซอร์บ (Absorber Pad) พิเศษที่แนบติดกับหลังใบหู แผ่นนี้จะทำหน้าที่ตรวจจับชีพจรและส่งผ่านคลื่นหักล้างเข้าสู่กะโหลกศีรษะผ่านกระดูก (Bone Conduction Technology) โดยตรง ทำให้การส่งสัญญาณแม่นยำและตอบสนองได้ไวกว่าเดิมถึง 2 เท่า!
เวลาผ่านไปเพียงสองชั่วโมงเศษ ท่ามกลางเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดที่ดังต่อเนื่อง เครื่องพรินเตอร์ 3D ก็ส่งเสียงเตือนตี๊ดๆ พร้อมกับพ่นควันจางๆ ออกมา รินรีบสวมถุงมือกันความร้อน ปลดล็อกฝาครอบ หยิบเอาชิ้นส่วนของ "Anti-RUSH V.2" ที่เพิ่งหล่อเสร็จใหม่ๆ ร้อนๆ ออกมาวางบนโต๊ะประกอบชิ้นส่วน
รินใช้แว่นขยายที่มีกำลังขยายสูงและหัวแร้งบัดกรีเลเซอร์ ค่อยๆ ประกอบแผงวงจรระดับไมโครเมตรเข้าด้วยกันอย่างระมัดระวัง มือของเขาที่เคยสั่นเทาจากความเครียด บัดนี้นิ่งสนิทราวกับศัลยแพทย์ประสาท เขาบัดกรีเชื่อมต่อเซนเซอร์ตรวจจับเข้ากับชิปประมวลผล ก่อนจะนำไปเสียบเข้ากับแท่นเชื่อมต่อเพื่ออัปโหลดเฟิร์มแวร์ป้องกันการแฮ็กซ้อนทับลงไปถึงห้าชั้น (5-Layer Encryption Protocol) ซึ่งเป็นโค้ดที่เขาเขียนขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง รับรองว่าแม้แต่แฮกเกอร์ระดับโลกก็ไม่สามารถเจาะเข้ามาได้ภายในเวลาไม่ถึงปี
ในที่สุด บนโต๊ะทำงานของแฮกเกอร์หนุ่มก็มีอุปกรณ์เอียร์คัฟโลหะสีดำทะมึน ดีไซน์ล้ำยุค สวยงาม และดุดัน จำนวน 5 ชุด วางเรียงรายอยู่ มันคืออาวุธชิ้นใหม่ที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกกระดานสงครามระหว่างทีมตำรวจและนางมารร้ายรัชชา
"เสร็จสมบูรณ์..." รินปาดเหงื่อที่หน้าผาก ถอนหายใจด้วยความภาคภูมิใจขณะมองดูผลงานชิ้นเอก
ไม่กี่อึดใจต่อมา ประตูห้องแล็บก็ถูกผลักเปิดออกด้วยความรวดเร็ว ผู้พันวุฒิ ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษก้าวเข้ามาภายในห้องในชุดเครื่องแบบปฏิบัติการยุทธวิธีสีดำเต็มยศพร้อมรบ เสื้อเกราะกันกระสุนรัดรูปเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่หนั่นแน่น แววตาของเขาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่ล็อกเป้าหมายเหยื่อ รังสีความกดดันและอำนาจบารมีที่แผ่ออกมาแตกต่างจากค่ำคืนที่เขาพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง บาดแผลในใจที่เคยถูกทำลายศักดิ์ศรี บัดนี้ได้รับการเยียวยาด้วยการร่วมรักบำบัดจนหายสนิทแล้ว เหลือเพียงความแค้นที่ร้อนระอุและรอวันสะสาง
ตามหลังผู้พันวุฒิเข้ามา คือลูกน้องมือขวาสองคนในหน่วยรบพิเศษ พวกเขามีสีหน้าที่มุ่งมั่นและพร้อมทำตามคำสั่งจ่าฝูงอย่างถวายหัว
"ได้เรื่องว่ายังไงบ้างริน ของพร้อมสำหรับปฏิบัติการคืนนี้หรือยัง?" วุฒิเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำและเด็ดขาด น้ำเสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจความเป็นผู้นำ (Alpha Presence)
"พร้อมรบเต็มพิกัดเลยครับผู้พัน!" รินยิ้มกว้าง พลางหยิบเอียร์คัฟ Anti-RUSH V.2 ขึ้นมาโชว์ให้ผู้บัญชาการดู "นี่คือเวอร์ชันอัปเกรดล่าสุดที่ผมเพิ่งประกอบเสร็จเมื่อกี้นี้เลย ผมเรียกมันว่า 'Anti-RUSH Version 2' ผมเปลี่ยนจากการฝังในหูมาเป็นเอียร์คัฟเกาะใบหูแทน สวมใส่ง่ายขึ้นและทำงานผ่านการสั่นสะเทือนของกระดูก"
วุฒิรับเอียร์คัฟสีดำนั้นมาพิจารณาใกล้ๆ น้ำหนักของมันเบาหวิวแต่กลับให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม "แล้วเรื่องการป้องกันล่ะ? ยัยรัชชามันเก่งเรื่องการหาช่องโหว่ โดยเฉพาะไอ้คลื่นฟีโรโมนบ้าๆ นั่น ที่ทะลวงเข้ามาควบคุมสติสัมปชัญญะได้"
"เรื่องนั้นหมดห่วงได้เลยครับผู้พัน" รินอธิบายด้วยความมั่นใจ พร้อมกับฉายภาพกราฟิกบนหน้าจอให้ดู "ในรุ่น V1 ผมใช้หลักการสร้างกำแพงกันเสียง แต่มันกันคลื่นฟีโรโมนไม่ได้ ในรุ่น V2 นี้ ผมเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ ผมใส่ 'ระบบคลื่นหักล้าง' (Phase Cancellation) เข้าไป ทันทีที่เซนเซอร์จับคลื่นของรัชชาได้ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นเสียงสะกดจิตระดับต่ำ หรือฟีโรโมนกระตุ้นสัญชาตญาณ ชิปตัวนี้จะสร้างคลื่นที่มีลักษณะตรงข้ามกันเป๊ะๆ ยิงสวนกลับไปหักล้างกันทันที!"
วุฒิเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาทอประกายความทึ่ง "คลื่นหักล้าง... หมายความว่ามันจะลบคำสั่งของรัชชาออกไปเลยงั้นเหรอ?"
"ถูกต้องครับ!" รินพยักหน้ารับ "มันจะบล็อกทั้งคำสั่งเสียงและฟีโรโมนของรัชชาได้แบบสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ต่อให้ยัยนั่นกรี๊ดใส่หูผู้พัน หรือปล่อยฟีโรโมนออกมาคลุมทั้งวิลล่า มันก็จะกลายเป็นแค่เสียงคลื่นแทรกโง่ๆ หรือเสียงลมพัดผ่านหูเท่านั้นครับ มันไม่มีทางเข้ามาแตะต้องสมองส่วนอมิกดะลาของผู้พันได้อีกแล้ว"
วุฒิยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นและน่ากลัว "ดี... ทดสอบมันเดี๋ยวนี้เลยริน"
"จัดไปครับ"
รินสั่งให้ผู้พันวุฒิสวมเอียร์คัฟโลหะนั้นเข้าที่ใบหู มันกระชับแนบแน่นพอดีกับสรีระ ไม่เกะกะการสวมหมวกกันน็อกยุทธวิธี วุฒิพยักหน้าให้สัญญาณ รินจึงเดินไปที่แผงควบคุมและเปิดระบบลำโพงทดสอบ (Simulation Speaker) ระดับไฮเอนด์ในห้องแล็บ ซึ่งเขาได้แอบบันทึก 'คลื่นคำสั่งเสียงสะกดจิตระดับสูงสุด' ของรัชชาเอาไว้จาก log ข้อมูลที่กู้คืนมาได้
"ผมจะเปิดคลื่นจำลองของรัชชาที่ระดับความรุนแรงสูงสุด (Max Amplitude) นะครับผู้พัน... คลื่นตัวนี้แหละที่ทำลายเครื่อง V1 คราวที่แล้ว... เตรียมตัว... สาม สอง หนึ่ง!"
รินสับสวิตช์ ลำโพงซับวูฟเฟอร์รอบทิศทางในห้องแล็บกระจายคลื่นความถี่ต่ำที่หนาหนักจนทำให้แก้วกาแฟบนโต๊ะสั่นสะเทือนจนเกือบตกลงพื้น เสียงแหลมสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของรัชชาดังก้องขึ้นในห้อง พร้อมกับความถี่ฟีโรโมนจำลองที่พุ่งเป้าไปที่การกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าและการสยบยอม มันเป็นความกดดันที่ทำให้ลูกน้องสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังต้องยกมือขึ้นอุดหูและหน้าซีดเผือด
ทว่า... ผู้พันวุฒิกลับยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินแกรนิต ท่ามกลางพายุคลื่นสะกดจิตที่บ้าคลั่ง ไม่มีอาการเกร็งกระตุกของกล้ามเนื้อ ไม่มีแววตาเลื่อนลอย หรือความพยายามที่จะดิ้นรนขัดขืนต่อต้านใดๆ ทั้งสิ้น สติสัมปชัญญะของเขายังคงคมกริบและควบคุมร่างกายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่กระดูกหลังใบหู ซึ่งเป็นผลจากการทำงานของคลื่นหักล้างที่ชิปกำลังคำนวณและยิงสวนออกไป
วุฒิหันซ้ายหันขวา ทดสอบการเคลื่อนไหว ทุกอย่างปกติดี
"เป็นยังไงบ้างครับผู้พัน?" รินถามพลางสับสวิตช์ปิดระบบเสียง
วุฒิถอดเอียร์คัฟออก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความกระหายชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้า "สมบูรณ์แบบ... ฉันไม่ได้ยินคำสั่งอะไรของมันเลย มีแค่เสียงหึ่งๆ เหมือนยุงบินผ่านเท่านั้น... นี่แหละคือเกราะป้องกันที่ฉันต้องการ มันทำให้ฉันสามารถบุกทะลวงเข้าไปเด็ดหัวมันได้โดยไม่ต้องพะวงเรื่องการถูกล้างสมองอีก"
"ผมเตรียมไว้ให้ทั้งหมดห้าชุด สำหรับผู้พัน ผู้กองเมย์ และทีมหน่วยรบพิเศษแนวหน้าที่เก่งที่สุดครับ" รินชี้ไปที่อุปกรณ์ที่เหลือบนโต๊ะ "แบตเตอรี่แบบควอนตัมขนาดจิ๋วใช้งานได้ต่อเนื่องเจ็ดสิบสองชั่วโมง ระบบปิดกั้นการรบกวนสัญญาณภายนอก แฮ็กไม่ได้ ล้วงข้อมูลไม่ได้... ตอนนี้เรามีภูมิคุ้มกันเวทมนตร์ของนางมารนั่นแล้วครับ"
วุฒิพยักหน้าอย่างพึงพอใจอย่างยิ่ง เขาตบไหล่แฮกเกอร์หนุ่มเบาๆ เป็นการชื่นชมจากใจจริง "ทำได้ดีมากริน ผลงานชิ้นนี้ของนาย จะช่วยชีวิตลูกน้องฉัน และกอบกู้ศักดิ์ศรีของกรมตำรวจกลับมาได้... นายพักผ่อนซะ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของพวกฉันเอง"
วุฒิหันกลับไปหาลูกน้องหน่วยรบพิเศษทั้งสองคน น้ำเสียงของเขาดังและก้องกังวาน "แจ้งผู้กองเมย์และทีมจู่โจมชุดอัลฟ่าให้มารวมตัวกันที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้าในอีกสิบห้านาที... โหลดกระสุนจริงและระเบิดมือไปให้เต็มอัตราศึก!"
"รับทราบครับผู้พัน!" ลูกน้องทั้งสองทำความเคารพอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งออกไปปฏิบัติหน้าที่
สายตาของผู้พันวุฒิทอประกายดุดัน มุ่งมั่นทะลุพิกัด และเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการไล่ล่า เขาคว้าปืนไรเฟิลจู่โจมคู่กายมาเช็กสภาพความพร้อมเป็นครั้งสุดท้าย ดึงสไลด์เพื่อฟังเสียงกลไกที่ทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ
"ถึงเวลาที่เราจะบุกไปลากคอรัชชาออกมาจากวิลล่ารังลับนั่นแล้ว..." วุฒิพึมพำกับตัวเองเสียงต่ำ ทว่าทรงพลัง "คืนนี้... จะไม่มีใครหน้าไหน หรือคลื่นมนตราใดๆ มาบงการจิตใต้สำนึกของตำรวจอย่างพวกเราได้อีก... เตรียมตัวรับกรรมที่แกก่อไว้ได้เลย รัชชา!"
การเตรียมความพร้อมทางเทคโนโลยีและยุทธวิธีของฝั่งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เสร็จสมบูรณ์แล้ว ด้วยอาวุธชิ้นใหม่ที่เหนือชั้นกว่าเดิม ผนวกกับสภาวะจิตใจที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ พวกเขาพร้อมที่จะโต้กลับนางมารร้ายด้วยการโจมตีที่รุนแรง เหี้ยมโหด และเฉียบขาดที่สุด สงครามจิตวิทยาและไซเบอร์กำลังจะถูกตัดสินด้วยกระสุนปืนและสติสัมปชัญญะที่ไร้เทียมทานของทีมตำรวจ!