วิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน

    บทที่ 6 ฟายฟิน 2/3

    ณ บ้านหลังใหญ่สามชั้นแห่งหนึ่ง ได้มีรถของหน่วยบริการประชาชนขับจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ก่อนที่จะแบกของบางอย่างเขาบ้านหลังนั้นไป


     

    “ขอบคุณมากเลยนะพ่อหนุ่ม”


     

    ชายชราที่กำลังมองดูฟินน์ นำตัวจ่ายพลังงานวิเศษติดตั้งกลับไปที่เดิมของมันก็ได้พูดขอบคุณเขาขึ้นมา


     

    “ไม่เป็นไรหรอกครับคุณตามันเป็นงานของหน่วยบริการประชาชนอยู่แล้ว”


     

    “ไม่ขอบคุณไม่ได้หรอกถ้าฉันไม่พลาดรถสถานีวิเศษ คงไม่ต้องมารบกวนเธออย่างนี้”


     

    “ไม่แปลกหรอกครับ ปกติคนชราก็มักจะไม่ได้ยินเสียงของรถของสถานีวิเศษอยู่แล้ว”


     

    “โซฟานี้ให้ไว้ตรงไหน หรอครับ”


     

    ลีออนที่แบกโซฟาขนาดใหญ่อยู่บ่นบ่าเพียงคนเดียวก็ได้เอ่ยถามชายชราขึ้นขณะที่เขากำลังคุยกับฟินน์อยู่ ทำให้ชายชราที่เห็นการมาของลีออนก็ร้อนรนขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบเดินไปชี้จุดที่วางโซฟาพร้อมกับช่วยทำท่าเดินประคองลีออนไปด้วยความเป็นห่วง


     

    “ตรงนี้เลยตรงนี้เลยตรงนี้เลย”


     

    “ตรงนี้เลยนะครับ”


     

    ลีออนที่ถามย้ำจุดเพื่อความแน่ใจเมื่อเห็นชายชราพยักหน้าให้ก็วางโซฟา ขนาดใหญ่นั้นลงและจัดให้มันเข้าที่เข้าทาง ทำให้ชายชราที่เห็นความแข็งแรงของลีออน อยู่ดีๆ ขึ้นนึกเพ้อฝันไปถึงตอนตัวเองเป็นหนุ่มก่อนที่จะกล่าวชมลีออนออกมา


     

    “แข็งแรงจริงๆ เลยนะ อิจฉาคนหนุ่มจริงๆ เลย ทำเอาฉันนึกไปถึงตอนเป็หนุ่มอยู่เลย ฮาๆๆ”


     

    “ถึงแกย้อนวัยกลับไปเป็นหนุ่มได้ แกคิดว่าแกจะยกโซฟาคนเดียวไหวรึไงหะ”


     

    เสียงของหญิงชราตะโกนดังขึ้นพร้อมกับเดินถือทาดขนมออกมาด้วย แต่ชายชราที่ได้ยินอย่างนั้น ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรเธอกลับไป แต่กลับไปหยิบขนมบนถาดให้กับฟินน์และลีออนแทน


     

    “อย่าไปสนใจป้านั้นเลยนะ เอ้า รีบเอาบัตรประจำตัวของพวกเธอมาสิ ตาจะลงบันทึกผลงานไปให้”


     

    ฟินน์กับลีออนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยื่นบัตรประจำตัว ให้คุณตาได้ลงบันทึกการช่วยเหลือก่อนที่จะรับมันกลับคืนมาจากคุณตา


     

    “เพล้ง”


     

    ไม่ทันที่ทั้งสองคนจะเก็บบัตรประจำตัวเสร็จก็มีเสียงกระจกแตกดังขึ้น

    จากด้านบนบ้านของคุณตาคุณยาย ทำให้อินที่นั่งรออยู่ในรถด้านนอกรีบลงจากรถมาดู และพบกับสายฟ้า ที่พุ่งเป็นเส้นออกมาเป็นระยะๆ ไปทัวร์อยู่ชั้นบนสุดของบ้านที่ฟินน์กับลีออนเข้าไป จนมีเสียงข้าวของที่เสียหาย และเสียงกระจกแตกดังออกมา


     

    “อย่าออกมานะครับอันตราย”


     

    เมื่ออินเห็นว่า ฟินน์และลีออนพร้อมกับคุณตาคุณยายได้เดินออกมาเพื่อจะมองไปข้างบน เขาก็รีบเข้าไปห้ามตายายไว้ไม่ให้ออกมา ก่อนที่จะมองที่ ฟินน์และลีออน พวกเขาก็พยักหน้าให้กันและรีบวิ่งขึ้นบันไดปูนที่ด้านข้างของตัวบ้าน เพื่อไปชั้นบนสุดที่มีเส้นสายฟ้า พุ่งออกมา


     

    เมื่อทั้งสามคนวิ่งขึ้นมา ที่ชั้นสามซึ่งเป็นชั้นบนสุดก็เจอ กลับห้องด้านบนที่มีสภาพพังยับเยิน เพราะสายฟ้าที่ผ่า ไปทั่วบริเวณพร้อมกับหญิงสาวที่ขดตัว นอนสั่นด้วยความกลัวอยู่ตรงพื้นห้องด้วยสภาพที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า


     

    ฟินน์ที่เห็นหญิงสาวอยู่ในอันตรายนั้นก็รีบพุ่งตัว เข้าไปดูผู้หญิงคนนั้นท่ามกลางสายฟ้าที่ผ่ามาเป็นระยะทั่วห้อง แต่ด้วยความเร็วของฟินน์ก็ทำให้ดึงผู้หญิงคนนั้นออกมานอกห้องได้ทันและอุ้มเธอไปหลบอยู่ริมบันได เพื่อไม่ให้โดนสายฟ้าพวกนั้นได้อย่างปลอดภัย


     

    “เป็นอะไรรึเปล่าครับ”


     

    เสียงของฟินน์ที่ถามอาการของเธอออกไป แต่เหมือนเธอไม่ได้ยินและไม่ได้ตอบรับอะไรออกมาจากปากเธอเลย เธอยังคงขดตัวด้วยความกลัว จนกระทั่งอินถอดเสื้อของเข้าไปคุ้มเธอไว้และกระซิบที่ข้างหูเธอ


     

    “สวัสดีครับพวกผมเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนนะ ตอนนี้คุณออกมาภายนอกห้องแล้ว เราได้พาคุณหลบริมกำแพง ซึ่งปลอดภัยจากไฟฟ้าที่ออกมาแล้ว

    แถมตอนนี้ยังมีหน่วยบริการประชาชนสามคนคอยคุ้มครองอยู่ไม่ต้องห่วงนะครับ”


     

    อินค่อยกระซิบข้างหูของเธออยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งเธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาและมองรอบตัวเอง พร้อมกับพบว่าเธออยู่ริมบันไดอย่างที่พูดจริงๆ แต่เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปก็ยังเส้นสายฟ้าพุ่งผ่าออกมาเป็นระยะๆ อยู่จนเธอสะดุ้งกลัว


     

    “ไม่เป็นไรนะครับ ไม่เป็นไรไม่โดนหรอก”


     

    อินที่เห็นอาการกลัวของเธอก็พยายามพูดให้เธอ รู้สึกปลอดภัย จน เธอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่สะดุ้งกลัวไปพร้อมกับมองไปยังฟินน์ลีออนและอิน ก่อนที่จะพยักหน้าให้พวกเขารู้ ว่าเธอได้สติแล้ว


     

    “สายฟ้าพวกนั้นมันเกิดจากอะไรหรอครับ”


     

    ฟินน์ที่เห็นเธอได้สติก็ถามที่มาของสายฟ้าพวกนั้นทันที


     

    “มันเป็นพลังพิเศษของเพื่อนฉันค่ะ เพราะเขาขาดยาบ้านั้นแท้ๆ อยู่ดีๆ เขาก็อาละวาดออกมา”


     

    “ยาฟายฟินหรอครับ”


     

    “ชะ…ใช่คะ”


     

    “พวกเราจะเอาไงกันต่อจะบุกเข้าไปหรือรอกำลังเสริม มาถึงดี”


     

    ลีออนที่ได้ยินคำตอบของหญิงสาวก็หันไปถามความเห็นของอินและฟินน์


     

    “ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ฉันว่าอาจจะอันตรายเกินไปนะ ทางที่ดีหาทางหยุดมันให้เร็วที่สุดจะดีกว่า”


     

    ฟินน์ได้ออกความเห็นของเขาขึ้นมาก่อนที่จะหันไปหาอินและถามออกไปต่อ


     

    “อุปกรณ์ก่อกวนวิเศษนั้นของนายยังมีอยู่ไหมอิน”


     

    “ไม่มีหรอก ฉันส่งคืนไปหมดแล้ว มันแค่ของที่ส่งมาให้ทดลอง ถึงมีก็คงช่วยอะไรไม่ได้รัศมีของมันแคบมากคงจะหยุดสายฟ้าพวกนี้ไม่ได้”


     

    ฟินน์ที่ได้ยินคำตอบของอิน ก็พยายามคอดหาทางอื่นต่อ จนลีออนออกความเห็นขึ้นมา


     

    “พลังของฉัน น่าจะใช้ได้นะ”


     

    “พลังพิเศษข่มขู่ของนาย ต้องมองเห็นคนที่จะใช้ด้วยไม่ใช่เหรอ”


     

    ฟินน์ที่ได้ยินลีออนเสนอจะใช้พลังพิเศษของเขาก็ถามออกไปด้วยความประหลาดใจ


     

    “จะใช้ผ่านเสียงคำรามก็ทำได้อยู่แหละ ขอแค่ได้ยินเสียงคำรามนั้นแต่ว่าก็ทำได้แค่หยุดชะงักแปปเดียวเท่านั้นนะ ไม่ได้ดีเท่ากับจ้องหน้าโดยตรงหรือแข็งแกร่งเท่าพ่อของฉันหรอก”


     

    ฟินน์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันหน้าไปหาอินเพื่อขอความเห็นจากเขา ก่อนที่อินจะพยักหน้าเห็นด้วยกับไป และหันไปถามหญิงสาวที่ฟินน์พึ่งช่วยออกมา


     

    “ล่าสุดเพื่อนของคุณอยู่บริเวณไหนหรอครับ”


     

    “อยู่ห้องนอนค่ะ ตรงเข้าไปด้านในจะมีบันไดขึ้นไปชั้นลอยอยู่ ห้องนอน

    อยู่บนชั้นลอยด้านขวา”


     

    เมื่อทั้งสองคนได้ยินคำตอบของหญิงสาวก็พยักหน้าให้กันอีกครั้ง

    เพื่อให้สัญญาณว่าพร้อมแล้ว ทั้งสามคนได้เตรียมตที่จะวิ่งชาร์จเข้าไปในตัวบ้านเมื่อได้ยินเสียงสัญญา ของลีออน


     

    “โฮกกกกกก”


     

    เสียงคำรามของลีออนดัง ไปทั่วบริเวณนั้น จนหญิงสาวที่ได้ยินรู้สึกตกใจขึ้นมารวมถึงอินและฟินน์ด้วย ที่เกิดอาการสั่นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงคำรามของลีออน แต่ทันทีที่พวกเขาทั้งสองคนตั้งสติได้ฟินน์และอินก็รีบพุ่งเข้าไปในตัวบ้านทันทีทั้งสองคนรีบวิ่งผ่านประตูกระจกที่แตกออกก่อนจะเข้าไปเจอห้องนั่งเล่นของบ้านพร้อมกันกับบันไดที่ขึ้นไปบนชั้นลอย


     

    ฟินน์รีบวิ่งขึ้นบันไดไปทันทีแต่ก็พอดีกับเสียงคำรามของลีออนที่ดังขึ้นมาอีกครั้งทำให้ฟินน์ที่ได้ยินเสียงคำรามนั้น ออกอาการเซออกมาอีกจนอินต้องคอยประคลองร่างให้ พร้อมกับวิ่งขึ้นไปข้างบน ฟินน์ที่ตั้งสติได้แล้วก็รีบพังประตูห้องนอนเข้าไป ก่อนจะเจอกับชายคนหนึ่งที่กำลังเอามือปิดหูของตัวเองอยู่เพราะเสียงคำรามของลีออน ฟินน์รีบวิ่งเข้าไปล็อกแขนทั้งสองข้างของเขาไว้ แล้วให้อินติดอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษไปที่หน้าอกของชายคนนั้น ก่อนที่อุปกรณ์นั้นจะพ้นวิเศษของชายคนนั้นออกมาเป็นเวลาสักพัก เมื่อวิเศษไม่ได้พุ่งออกจากอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษแล้วชายคนนั้นก็หมดแรงและสลบไป


     

    เรียบร้อยดีไหม ลีออนที่เห็นฟินน์และอินเดินออกมาจากภายในบ้านก็เอ่ยถามเขาไป ก่อนที่จะเห็นอินพยักหน้าให้กับเขาเพื่อบอกว่าเรียบร้อยดี ส่วนฟินน์ก็รีบเดินไปหาหญิงสาวพร้อมกับคว้าเครื่องมือบันทึกเสียงออกมา


     

    “พวกผมติดต่อรถพยาบาลมารับตัวเพื่อนคุณให้แล้วนะครับอีกสักพักก็คงมาถึง ผมขออนุญาตสอบถามรายละเอียดเหตุการณ์หน่อยนะครับ ไม่ทราบว่าทำไมเพื่อนของคุณถึงคุ้มคลั่งออกมาหรอครับ”


     

    “ก็ต้องเป็นเพราะยาฟายฟินนั้นอยู่แล้ว เค้าชอบเสพมันประจำ แต่ตั่งแต่ประกาศปราบปรามของหน่วยบริการประชาชนออกมา ก็ทำให้เขาหาซื้อมันไม่ได้เลย ทำให้เขาอาละวาดออกมา”


     

    หญิงสาวที่ตื่นกลัวก่อนหน้านี้เมื่อเห็นสถานการณ์สงบลงแล้ว ท่าทีตื่นกลัวก็หมดไปทันที เปลี่ยนท่าทีเป็นคนที่ยื่นกอดอกอยู่อย่างไม่พอใจ


     

    “ไม่ได้มีเรื่องส่วนตัว ที่ทะเลาะกันมาก่อนหน้านี้เลยหรอครับ”


     

    “ไม่มีหรอกค่ะ แต่หลังจากนี้ไปมีแน่ฉันจะไม่ยุ่งกับพวกอันตรายแบบนี้เด็ดขาด”


     

    “เออแล้วทำไมคุณถึงแก้ผ้าอยู่ภายในบ้านละครับ”


     

    “ก็ไอ้บ้านั้นมันอาละวาดหลังจากพึงมีอะไรกันเสร็จนี้น่า”


     

    “เอ้ะ”


     

    ฟินน์ที่กำลังใช้เครื่องบันทึกเสียงเพื่อบันทึกคำของหญิงสาวอยู่ก็แสดงสีหน้างุนงงออกมาจากคำพูดของเธอ


     

    “มีอะไรกันก็เป็นแฟนกันนิครับ ทำไมถึงบอกว่าเป็นเพื่อนกันละ”


     

    “แค่คู่ขาค่ะ ไว้มีอะไรกันเฉยๆ ไม่ใช่แฟน แค่นี้ก็แยกไม่ออกหรอ”


     

    “เอ้ะะะะ”


     

    หญิงสาวที่ยังเห็นฟินน์ทำหน้างุนงงอยู่ก็เริ่มอารมณ์เสียขึ้นมา


     

    “แค่ช่วยกันระบายความต้องการทางเพศ คุณไม่เข้าใจอะไรละ ไม่ได้รักกันจะเป็นแฟนกันได้ไง”



     

    อินที่เห็นท่าทีของหญิงสาวเริ่มไม่พอใจฟินน์ ก็ปิดเครื่องบันทึกเสียงในมือฟินน์ลงเพราะคิดว่าคงไม่ได้รับคำตอบอะไรมากไปกว่านี้ พร้อมกับเดินลากฟินน์ออกมาจากหญิงสาวที่พึงช่วยไว้ และลงไปหาตายายที่แอบยื้นหน้ามามองอยู่พร้อมกับอธิบายสถานการณ์ให้พวกเข้าฟัง โดยปล่อยให้ฟินน์ยังงุนงงกับความสัมพันธ์ที่เขาไม่เข้าใจอยู่ ก่อนที่อินจะเห็นโรเบิร์ตที่ทำงานกับหน่วยสืบสวนเดินไปเขาไป


     

    “คุณโรเบิร์ตครับ”


     

    “อ้าว…พวกเธอนี่เอง”


     

    โรเบิร์ตที่มีท่าทางงัวเงีย เมื่อได้ยินเสียงทักของอินก็หันมามองที่อินและลีออนที่ยืนอยู่ ก่อนจะจำพวกเขาขึ้นมาได้


     

    “คุณโรเบิร์ตมาทำอะไรหรอครับ”


     

    “ก็ตั้งแต่รวมแผนกเขากับคุณแอน เพราะวีรบุรุษนั้น เวลามีคนที่อาละวาดเพราะอาการขาดยาฟายฟิน ฉันก็ต้องมาเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบนะสิ พอนึกถึงคุณแอนแล้วก็น่ากลัวเป็นบ้า ถ้าชั้นเป็นวีรบุรุษนั้นคงหนีกลับประเทศไปนานแล้ว”


     

    ทั้งอินและลีออนที่เห็นโรเบิร์ตบ่นถึงแอนก็หันมามองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมา และปล่อยให้โรเบิร์ตทำงานไปต่อ


     

    คล้ายกับเรื่องวิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน ที่คุณอ่าน