บทที่1 : อาการกำเริบ
บทที่1 (อาการกำเริบ) (บันทึกของคริส) “เอาละน้องๆครับ มารวมตัวกันตรงนี้นะครับ” เสียงของรุ่นพี่เอ่ยดังลั่นเรียกให้เฟรชชี่ที่กระจายตัวกันอยู่ไปรวมตัวกัน“อ้าวไอ้คริส มึงไม่ไปรวมกลุ่มกับพี่ๆอ่อวะ” เสียงของเก้า เพื่อนสนิทสุดซี้ของผมเอ่ยทักขึ้น “ไม่อะ กูไม่โอเคว่ะ” ผมเอ่ยพลางสูดยาดมในมือเข้าจมูก แดดที่มหาลัยแรงมากจนผมอยากจะเป็นลมขึ้นมาทันที“งั้นมึงรออยู่นี่นะ เดี๋ยวกูไปทำกิจกรรมก่อน” ว่าพลางวางกระเป๋าไว้ข้างๆผมก่อนจะวิ่งออกไปรวมตัวกับคนอื่นๆสวัสดีครับผมชี่อคริส อายุ19ปี เป็นเฟรชชี่ของคณะวิศวะ ถามว่าทำไมผมไม่ไปร่วมกิจกรรมน่ะเหรอ ผมอ่อนแอเกินกว่าจะไปนั่งกลางแดดร้อนๆแบบนั้นอ่ะนะ ตั้งแต่จำความได้ผมมีโรคประจำตัวมากมายจนทำให้ผมขาดเรียนบ่อยมากๆ พ่อเลยต้องจ้างอาจารย์มาสอนที่บ้านตั้งแต่ผมอายุเก้าขวบกว่าๆจนผมอายุ19แล้วถ้าถามว่าผมอ่อนแอแล้วทำไมเลือกเรียนวิศวะ ตอบว่าผมชอบคณะนี้มาก ชอบอยากบอกไม่ถูกจริงๆ และที่สำคัญผมอยากจะสานต่อความฝันของผู้เป็นพี่ชายระหว่างที่ผมกำลังนั่งสูดยาดมในมืออยู่นั้น ผู้ชายสองสามคนก็เดินมาหยุดตรงหน้าผม สังเกตว่าพวกเขาใส่เสื้อช็อปสีแดง โดยมีผู้ชายคนนึงที่ดูโดดเด่นเพราะบนคอเขามีสร้อยรูปเกียร์สวมอยู่ ซึ่งให้ผมเดาพวกเขาคงเป็นรุ่นพี่แน่ๆ“ปีหนึ่งใช่ไหม” พี่ร่างสูงยืนล้วงกระเป่าก่อนจะเอ่ยถามผม“ครับ” ผมเอ่ยตอบก่อนจะขยับออกห่างพี่เขาเพราะรู้สึกหายใจไม่ออก“แล้วทำไมไม่ไปประชุมกับคนอื่นๆ” พี่คนนั้นขยับตามผมก่อนจะเอ่ยถาม“เอ่อคือ ผมไม่ชอบแดดร้อนครับ” ผมเอ่ยตอบก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพราะพี่เขาขยับมาใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่โชยมา“ไม่ชอบแดด?” พี่เขาทวนคำพุดของผมก่อนจะมองหน้า“ครับ” ผมพยักหน้ารับเบาๆ“ไม่ชอบแดดแล้วมาเรียนวิศวะทำไม ลูกคุณหนูนักก็เชิญไปคณะอื่นครับ” พี่เขาเอามือผ่ายหลังก่อนจะตะโกนอยู่ตรงหน้าของผม“เอ่อ คือ...” ผมเอ่ยเสียงแผ่วเบา พลางพยายามสูดลมหายใจลึกๆเมื่อรู้สึกหายใจไม่ออก“คืออะไร สำออยก็ไปคณะอื่นสิครับ” พี่เขาไม่ตะคอกเปล่า พลางกระชากคอเสื้อผมให้เข้าไปใกล้อีกด้วย“อึก” ผมกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ เมื่ออยู่ๆผมก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาดื้อๆ หรืออาจจะเป็นเพราะกลิ่นบุหรี่ที่ติดตัวพี่เขา“ไอ้สิงห์ มึงใจเย็น ฟังน้องมันก่อน” พี่คนข้างๆเข้ามาดึงมือพี่ที่ชื่อสิงห์ไว้ ทำให้พี่เขาปล่อยผมลงสู่พื้น“เห้ย ไอ้คริส มึงใจเย็นๆ” ผมได้ยินเสียงของไอ้เก้าตามด้วยอาการที่สั่นคลอน นี่อาการผมกำเริบอีกแล้วสินะ ทรมานจังแฮะ พลันทุกอย่างตรงหน้าก็ดับมืดไป