ชิงหยางเดินร่อนเร่ไปยังถ้ำแห่งหนึ่ง แลหาหินก้อนใหญ่ปิดปากถ้ำไว้
เขาทิ้งร่างลงนั่งยังพิ้นแลกลืนโอสถรวมปราณลงไปยี่สิบเม็ด " อืม "
ชิงหยางคำรามออกมาในลำคอ เมื่อพลังฟ้าดินแผ่กำจายออกทั่วร่าง แลเร่งฟื้นฟูอาการที่เหนื่อยล้า
" วู๊ม " เคล็ดวิชาชิงสวรรค์หมุนวนดูดกลืนพลังฟ้าดิน แลไหลเวียนไปยังจุดชีพจรต่างๆทั่วร่าง
" คล้ายกับว่าพร้อมทะลวงขั้นพลัง " ชิงหยางพึมพำ เพราะเขารู้สึกว่าจุดชีพจรจะใหญ่กว่าเดิม นั่นเป็นสัญญาณที่พร้อมทะลวงขั้นพลัง
ชิงหยางนั่งครุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา เขาเตะศีรษะของศิษย์สำนักลงไปยังหลุมกับดัก
เขาหย่อนร่างไร้ศีรษะของศิษย์สำนักลงไปเพื่อใช้เป็นบันไดปีนขึ้นมา แต่เขากลับขุดหลุมฝังร่างของไอ้หน้าแก่
การกระทำเหล่านี้ ส่งผลต่อจิตใจของเด็กหนุ่มอย่างมากมาย
" เวลานั้นข้ามิเข้าใจว่าทำไปเพื่อสิ่งใดทั้งในใจเวลานั้น มีแต่ความดูหมิ่นดูแคลน " ชิงหยางพึมพำ
" แต่กลับมีความสุขเมื่อได้ประมือกับไอ้หน้าแก่ " ชิงหยางพึมพำ เขาครุ่นคิด
" ข้าเองในเวลานั้นกลับดูหมิ่นดูแคลนผู้ที่อ่อนแอกว่า แต่ข้ากลับรู้สึกยินดีกับผู้ที่แข็งแกร่งกว่า " ชิงหยางพึมพำ
" มันเป็นวิถีแห่งยุทธ " เสียงลึกลับดังขึ้น
ชิงหยางกวาดตามองทั่วถ้ำ แต่ก็มิพบพานสิ่งใด
" มันเป็นวิถีแห่งยุทธ " ชิงหยางพึมพำ
" ข้าเป็นสุขแลอยากจะสู้ อยากจะแข็งแกร่ง " ชิงหยางพึมพำ
" เจ้ามิอาจดูหมิ่นดูแคลนเหยียดหยามคู่ต่อสู้ เพราะมันจะทำให้เจ้าเป็นเหมือนคนที่เกลียดชัง " เสียงเดิมเอ่ยออกมา
เด็กหนุ่มครุ่นคิด พลางพยักหน้า
" ข้าต้องเลิกดูหมิ่น ดูแคลน ข้าต้องเลิกเหยียดหยามผู้ที่อ่อนแอกว่า หาไม่แล้วข้าก็มิต่างอันใดกับไอ้สาระเลวเถียนปี้เหลา " ชิงหยางเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น
" ดี ให้เจ้าหนักแน่นเช่นนี้ แลเจ้าจะข้ามผ่านมันไปได้ " เสียงลึกลับเดิมดังขึ้น
" ขอบคุณ " ชิงหยางเอ่ยออกมา มิว่าเสียงนั้นจะเป็นเสียงของผู้ใดแต่ก็ถือว่าเสียงนั้นชี้แนะแนวทางให้แก่เขา
" จิตใจที่วุ่นวายสับสน จิตใจที่มิคงมั่น " ชิงหยางพึมพำ
" มันคือเจตจำนง " เสียงลึกลับดังก้องอยู่ในห้วของเด็กหนุ่ม
" เจตจำนง " ชิงหยางพึมพำ เขาจดจำวันที่เดินเข้าไปในหอแห่งเจตจำนงได้
เขาเหม่อลอยไร้สติ ในสมองมีแต่เรื่องราวที่เจ็บปวด การถูกย่ำยี่ การเสียสิ้นซึ่งศักดิ์ศรีที่ต้องก้มห้วโขกให้กับเถียนปี้เหลา
การไร้ความรักความเมตตาจากบิดามารดา การต้องอยู่เพียงลำพัง การต้องต่อสู้ชีวิตเพียงผู้เดียวตั้งแต่ยังเล็ก
ทุกอย่างถาโถมเข้ามาหาเขา นั่นจึงทำให้จิตใจของเขาตกต่ำ
" สักวันข้าต้องข้ามผ่านมันไปให้ได้ " ชิงหยางพึมพำ สองหมัดของเขากำแน่น
" ข้าต้องฝึกฝนจิตใจให้กล้าแกร่งกว่านี้ จึงจะสามารถเข้าไปในหอแห่งเจตจำนงได้ " ชิงหยางพึมพำ
" พักผ่อนก่อน เหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน " ชิงหยางพึมพำ
เด็กหนุ่มกางผ้านวมลงแลทิ้งร่างลงนอน เพียงมินานเข้าก็เข้าสู่การหลับไหล
" นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้น " นายพรานล่าสัตว์ถึงกับแตกตื่นเมื่อมาพบกับร่างไร้วิญญาณของศิษย์สำนักตะวัน
" ต้องเร่งแจ้งข่าว " นายพรานหยิบพลุสัญญาณออกมาแลจุด
" ฟิ้ว " พลุสัญญาณพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงนภา
" ตูมมม " พลุสัญญาณระเบิดออก อักษรตัวใหญ่พลันปรากฎกลางนภา
ชายชราผู้หนึ่งมองไปยังต้นเสียงกลางเวหา " ตะวัน " ชายชราพึมพำ
พลุสัญญาณนี้เหล่าสำนักทั้งหลายได้ส่งมอบให้แก่เหล่านายพราณ เพื่อให้เหล่านายพรานช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับสำนัก
ทั้งเมื่อพลุถูกจุดขึ้นเพื่อแจ้งเรื่อง นายพรานผู้นั้นจะได้รับรางวัลในการแจ้งข่าว
" ไปเร็ว " ชายชราเร่งทะยานไปยังทิศทางของพลุสัญญาณอย่างรวดเร็ว
เพียงมินานชายชราแลเหล่าศิษย์สายในมาถึงหลุมกับดัก
" ฮื่อห์ " ชายชราร้องคำรามในลำคอ สองหมัดกำแน่น สองตาของชายชราพลันแดงก่ำ
ชายชรามองไปยังนายพราน เพื่อค้นหาคำตอบ
" ข้ามิรู้ ข้ามาดูหลุมดักสัตว์อสูรของข้า ข้าก็พบศิษย์ของท่านในสภาพเช่นนี้แล้ว " นายพรานเอ่ยออกมา
" อืม " ชายชราพยักหน้าอย่างช้าๆ
" เจ้าไปได้แล้ว " ศิษย์สายในผู้หนึ่งโบกมือไล่
" ผู้อาวุโส ท่านลืมอะไรไปรึไม่ " นายพรานเอ่ยออกมา พลางถูมือ
" เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่ เห็นกันอยู่ว่าศิษย์น้องของพวกเราตายไปมากมายเช่นนี้ เจ้ายังคิดต้องการเงินค่าส่งข่าวอีกรึ " ศิษย์สายในผู้นั้นเอ่ยออกมา
" น้องชาย มันเป็นข้อตกลงที่นายพรานทุกคนได้ทำไว้กับทุกสำนัก " นายพรานเอ่ย
" ผู้อาวุโส หากท่านมิจ่ายก็มิเป็นไร ข้าก็จะไปบอกกับนายพรานทุกคนว่า มิต้องจุดสัญญาณพลุให้กับสำนักตะวันแล้ว " นายพรานเอ่ยออกมา
" ฮื่อห์ " ชายชราถอนหายใจออกมาอย่างแรง พลางโยนเหรียญทองให้สิบเหรียญ
" ขอบพระคุณผู้อาวุโส " นายพรานรับเอาเหรียญทองแลฉีกยิ้มหน้าบาน
" ข้าขอตัว " นายพรานเร่งทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว
" นำศพขึ้นมา " ชายชราเอ่ย
" ขอรับ " ศิษย์สายในทั้งห้ากระโจนลงไปยังก้นหลุม พลางดึงร่างที่เสียบคากับไม้ไผ่ออก
ราวหนึ่งเค่อร่างไร้วิญญาณทั้งเก้าถูกนำมาเรียงรายยังพื้นดิน
ชายชรากวาดตามองยังสามศพแรก " ศิษย์สายนอกสามคนนี้ตกลงไปในหลุมดักสัตว์อสูร แลตกตายในทันใด " ชายชราเอ่ย
" หกคนนี้ถูกกระบี่เดียวปลิดชีพ ตกตายทันที " ชายชราเอ่ย
" กระบี่เดียวปลิดชีพ " ชายชราพึมพำ
" มันกลับมาแล้วรึ " ชายชราพึมพำ
" นำศพของทั้งหกกลับยังสำนัก ภาระกิจครานี้ยกเลิกก่อน ไว้เรื่องราวต่างๆแล้วเสร็จค่อยมาใหม่ " ชายชราเอ่ยออกมา
ชายชรานำผ้าขาวออกมาแลห่อศพทั้งเก้าไว้ แลนำศพทั้งเก้าเข้าในแหวนมิติ
" ไป " ชายชราเอ่ยออกมา แลทะยานร่างออกจากหลุมดักสัตว์อสูร
" ผู้อาวุโส กระบี่เดียวปลิดชีพคือผู้ใดขอรับ " ศิษย์สายในผู้หนึ่งเอ่ยถาม
" ก่อนนี้มันเป็นศิษย์หลักของสำนักกระบี่สวรรค์ ช่วงเวลาที่มันเฉิดฉายนั้นราวเมื่อสิบสองปีที่แล้ว " ชายชราเอ่ย
" มันที่เวลานั้นอยู่ที่เขตแดนผสานวิญญาณระดับเก้า ทั้งเหลือเพียงก้าวเดียวมันก็จะกลายเป็นศิษย์คนแรกในสำนักกระบี่สวรรค์ ที่ก้าวขึ้นเป็นผู้สัมผัสฟ้าดิน " ชายชราเอ่ย
" แต่มิรู้เกิดส่งใดขึ้นมันออกไล่ล่าสังหารผู้คนไปมากมายนับมิถ้วน แล้วกลับหายตัวไปอย่างลึกลับ " ชายชราเอ่ยออกมา
" เช่นนี้แล้วเวลานี้กระบี่เดียวปลิดชีพผู้นี้ สมควรที่จะเป็นผู้สัมผัสฟ้าดินแล้ว " ศิษย์สายในผู้หนึ่งเอ่ยออกมา
" ข้ามิรู้ " ชายชราชราส่ายหน้า
" แต่ดูจากคมกระบี่แล้ว อาจเป็นได้ " ชายชราเอ่ย
" ผู้อาวุโสท่านเพียงดูบาดแผลก็ดูออกแล้วรึ " ศิษย์สายในผู้หนึ่งเอ่ยออกมา
" หากเจ้าอยู่ระดับที่สูงกว่าข้า แลเข้าใจในวิถีกระบี่ เจ้าก็จะดูออก " ชายชราเอ่ยออกมา
" เอ่อ " ศิษย์ผู้นั้นพลับใบ้กิน เพราะคำพูดของตนเมื่อครู่แฝงความเหยียดหยามลงไปอย่างมาก
" พวกเจ้าอายุยังน้อย ไร้ประสบการณ์ จึงต้องพึ่งพาข้าเหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายให้คอยสอนสั่ง " ชายชราเอ่ย
" ผู้อาวุโสข้าต้องขออภัย หากคำพูดของข้าทำร้ายจิตใจของท่าน " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" ช่างมันเถิด " ชายชราโบกมือไปมา
" ผู้อาวุโสต้องดูที่ใดขอรับ " ศิษย์อีกคนเอ่ยออกมา
" บาดแผลของศพทั้งหกนั้นเรียบเนียน ราวกับว่าใช้กระบี่ที่บางเฉียบตัดขาดในคราเดียว " ชายชราเอ่ย
" ทั้งกระบี่ที่ใช้ออกนั้นก็ยังมิมีพลังวิญญาณแฝงอยู่ด้วย ซึ่งมันตรงกันกับกระบี่เดียวปลิดชีพเมื่อวันวาน " ชายชราเอ่ย
" อืม " เหล่าศิษย์ต่างพยักหน้า
" ผู้อาวุโสหากผสานพลังวิญญาณเข้าไปด้วยจะเป็นเช่นใดขอรับ " ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ยถาม
" บาดแผลจะกินลึกแลมิเรียบเนียบ " ชายชราเอ่ยออกมา
" อืม " ศิษย์ผู้นั้นพยักหน้า
" ต้องเก่งกาจระดับใดขอรับจึงสามารถใช้กระบี่เดียวปลิดชีพได้ " ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ยถาม
" มิต้องเก่งกาจมาก เพียงเจ้าเข้าใจวิถีแห่งกระบี่ ก็เพียงพอแล้ว " ชายชราเอ่ย
" ทุกอาวุธนั้นมีวิถีของมัน หากเจ้าสามารถเข้าใจในวิถีของอาวุธ แลหลอมรวมเป็นหนึ่งกับมัน " ชายชรามองยังเหล่าศิษย์
" เมื่อถึงวันนั้น เจ้าจะรู้ว่า ขั้นฝึกที่มีมากมายนั้นไร้ซึ่งความหมาย " ชายชราเอ่ย
ชายชรารั้งร่างของตนไว้พลางกำหมัดแลชูสองนิ้วออกมา ชายชราสะบัดแขนออกสุดแรง
" ฟิ้ว " คมกระบี่บางเฉียบพุ่งทะยานเข้าหาต้นไม้ใหญ่
" ฝึด " คมกระบี่ตัดโค่นต้นไม้ใหญ่ล้มตึง
" ไปดูที่แผลตัดขาด " ชายชราเอ่ยออกมา
เหล่าศิษย์เร่งทะยานร่างไปยังต้นไม้ที่เหลือแต่ตอ พวกเขาถึงกับเบิกตากว้าง
" เรียบเนียนไร้เสี้ยน " ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ย
" ผู้อาวุโสนี่คือวิถีกระบี่ใช่รึไม่ขอรับ " ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ยถาม
" ใช่ นั่นคือวิถีกระบี่ " ชายชราตอบ
" พวกเจ้าลองใช้กระบี่ฟันดู " ชายชราเอ่ยออกมา
เหล่าศิษย์พยักหน้า แลเรียกกระบี่ของตนออกมา พลางหมุนควงกระบี่แลระเบิดพลังวิญญาณ
" เปรี้ยงง " ปราณผสานวิญญาณฟันฉับไปยังต้นไม้ที่นอนที่พื้น
ศิษย์ผู้หนึ่งเร่งเข้าไปดู " ผิวขุรขระแลมีรอยระเบิดเล็กๆอยู่ที่ส่วนปราณผสานวิญญาณฟันลง "