คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    จากราชาสู่พ่อครัว

    ติ๊ง!

    เสียงระฆังแห่งชีวิตดังก้องขึ้นในความมืด ปลุกอคินให้ตื่นจากนิทราที่ไร้ฝันอีกครั้ง

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 10 มีนาคม]

     

    อคินลืมตาขึ้นมา... แต่สิ่งแรกที่เขารู้สึกไม่ใช่ความสดชื่นเหมือนเมื่อวาน

    กลิ่นเลือด... คืนนี้มันเข้มข้น รุนแรง และสดใหม่กว่าทุกคืนที่ผ่านมาจนแทบจะสำลัก 

    มันลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศผสมปนเปกับกลิ่นสาบสัตว์ป่าที่ดุร้าย

    เขาดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอน ความสังหรณ์ใจบางอย่างทำให้หัวใจเต้นรัวเร็ว 

    เขารีบเดินออกไปที่ลานหน้าบ้าน... และภาพที่เห็นก็ทำให้เขาต้องยืนตะลึง ขวานในมือเกือบหลุดร่วง

    "พระเจ้าช่วย..."

    เบื้องหน้าของเขา... แทนที่จะเป็นลานโล่งๆ มันกลับกลายเป็นลานประหาร

    กองภูเขาซากสัตว์สูงพะเนินเทินทึกยิ่งกว่าเมื่อคืน 

    หนูยักษ์นับสิบตัวนอนกองทับถมกันเป็นฐานเจดีย์แห่งความตาย แต่สิ่งที่วางเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดสุด ไม่ใช่หนู...

    มันคือร่างสีดำทะมึนขนาดใหญ่ ขนหยาบกร้านเปรอะเปื้อนโคลนและเลือด เขี้ยวสีเหลืองขุ่นยาวโง้งโผล่พ้นริมฝีปากที่แสยะค้างไว้

    "หมาป่าทมิฬ!"

    อคินอุทานเสียงหลง เขาจำมันได้ดี กลิ่นอายความตายแบบนี้... 

    มันคืออสูรร้ายที่เคยเกือบฆ่าเขาตายในตอนเลเวลแรกๆ

    แต่บัดนี้... ราชันย์แห่งหมาป่าตัวนั้นนอนแน่นิ่ง 

    สภาพยับเยิน มีรอยเขี้ยวและรอยฉีกกระชากทั่วร่าง ลำคอของมันถูกกัดจนหลอดลมขาดสะบั้น

    รอบๆ กองภูเขานั้น... กองทัพสุนัขทั้ง 10 ตัวของเขานั่งรายล้อมอยู่

    พวกมันไม่ได้กระดิกหางต้อนรับอย่างร่าเริงเหมือนเมื่อวาน 

    แต่นั่งหอบหายใจหนักหน่วง ลิ้นห้อยยาว สภาพของพวกมันดูสะบักสะบอมอย่างเห็นได้ชัด ราวกับเพิ่งผ่านสงครามโลกมา

    "พวกแก..."

    อคินรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของ 'โบ้' จ่าฝูง

    ขนสีน้ำตาลแดงของมันเปียกชุ่มไปด้วยเลือดที่ไม่ใช่ของมันเอง และ... เลือดของมันเอง 

    มีรอยเล็บยาวพาดผ่านหัวไหล่กว้าง เลือดสีสดซึมออกมาตลอดเวลา ติ๋ง... ติ๋ง...

    หันไปมอง 'ด่าง'... ขาหลังข้างซ้ายมีรอยกัดลึกจนเห็นชั้นไขมันสีขาว

    'นิล'... หมาสีดำตัวใหม่ หูข้างหนึ่งฉีกขาดรุ่งริ่ง

    'ลาย'... เดินกะเผลก ขาหน้าบวมเป่ง

    เกือบครึ่งฝูงได้รับบาดเจ็บสาหัส... แต่สิ่งที่ทำให้อคินสะท้านไปทั้งอกคือ 'แววตา' ของพวกมัน

    ไม่มีความเจ็บปวดหรือความกลัวอยู่ในนั้น มีเพียงเปลวไฟแห่งความภาคภูมิใจที่ลุกโชน 

    พวกมันยืดอกขึ้นเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา ราวกับจะบอกว่า 'ดูสิเจ้านาย... พวกเราทำได้ พวกเราปกป้องบ้านได้'

    "พวกแกนี่มัน... บ้าบิ่นจริงๆ"

    อคินส่ายหน้า น้ำเสียงสั่นเครือ แต่ในใจกลับรู้สึกตื้นตันและเจ็บปวดที่เห็นพวกพ้องเจ็บตัวเพราะเขา

    "มานี่... มาหาฉันทีละตัว"

    บทบาทของ 'นักรบ' ถูกพักไว้ชั่วคราว... ถึงเวลาของ 'นักบวช' จำเป็น

    อคินคุกเข่าลงข้างๆ โบ้ วางมือที่สั่นเทาเล็กน้อยลงบนบาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ เขาหลับตาลง ตั้งสมาธิถึงพลังเวทที่ไหลเวียนอยู่ในร่าง

    " [ชำระล้าง] "

    ละอองแสงสว่างวาบขึ้น ชะล้างคราบโคลนและสิ่งสกปรกออกจากปากแผล

    " [ปฐมพยาบาล] "

    ทันทีที่เขาเอ่ยคำเรียกใช้สกิล แสงสว่างก็แผ่ออกมาจากฝ่ามือของเขา

    แต่มันไม่ใช่แสงสีขาวบริสุทธิ์เหมือนในเกมทั่วไป... 

    มันเป็น แสงสีส้มอ่อนๆ ที่ดูอบอุ่นและนุ่มนวล คล้ายกับแสงอาทิตย์ยามเย็น 

    อคินไม่ได้ใส่ใจความผิดปกติของสีเวทมนตร์ เขาจดจ่ออยู่กับการรักษา 

    แสงนั้นห่อหุ้มบาดแผลไว้อย่างอ่อนโยน เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดค่อยๆ ขยับตัวเข้าหากันราวกับมีชีวิต 

    เส้นเลือดเชื่อมต่อ ผิวหนังค่อยๆ สมานปิดสนิท

    เขาย้ายไปรักษา 'ด่าง'... 'นิล'... และ 'ลาย' ทีละตัว... ทีละตัว...

    พลังเวทของเขาลดฮวบฮาบ เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ร่างกายเริ่มรู้สึกโหวงๆ เหมือนคนจะเป็นลม แต่เขาไม่ยอมหยุด

    จนกระทั่งตัวสุดท้ายได้รับการรักษา แผลปิดสนิท เหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ เป็นเกียรติยศ

    ติ๊ง!

     

    [ความชำนาญสกิล [ปฐมพยาบาล] เพิ่มขึ้น]

    [ความสัมพันธ์กับสมาชิกแคลนเพิ่มขึ้นสูงสุด]

    [คุณได้รับฉายา: ผู้เยียวยาแห่งฝูง ]

     

    อคินทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หอบหายใจแฮ่กๆ

    "หายกันแล้วนะ... ไอ้พวกตัวแสบ" 

    เขายิ้มบางๆ ลูบหัวเจ้าขาวที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่เข้ามาเอาหัวดุนไหล่เขาอย่างให้กำลังใจ

    แต่ทว่า... พวกสุนัขที่ได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว กลับไม่ได้ล้มตัวลงนอนพัก

    โบ้ลุกขึ้นยืน สะบัดขนไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเห่าสั่งการลูกฝูงเสียงดัง โฮ่ง!

    สุนัขที่ร่างกายยังสมบูรณ์ และพวกที่เพิ่งหายเจ็บ แบ่งกลุ่มกันอีกครั้ง... พวกมันหันหลังเตรียมวิ่งกลับออกไปในความมืด

    "เฮ้ย! เดี๋ยว! พักก่อนก็ได้! จะไปไหนอีก!?" 

    อคินตะโกนไล่หลัง

    แต่พวกมันไม่ฟัง... สัญชาตญาณนักล่าของพวกมันกำลังพลุ่งพล่าน 

    คืนนี้พวกมันสัมผัสได้ว่า 'ราชา' ของพวกมันต้องการอาหารจำนวนมาก และพวกมันจะไม่ยอมให้ท้องของจ่าฝูงต้องว่างเปล่า

    อคินถอนหายใจยาว มองดูแผ่นหลังของพวกมันหายวับไปในความมืด แล้วจึงหันกลับมามองกองภูเขาซากสัตว์ตรงหน้า

    ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของ 'หมาป่าทมิฬ'

    "เอาล่ะ... หน้าที่ของฉันสินะ"

    เขาไม่ใช่แนวหน้าอีกต่อไปแล้วในคืนนี้... 

    เขาคือกองหนุน... คือฝ่ายพลาธิการ 

    และคือ 'พ่อ' ที่ต้องเตรียมอาหารให้ลูกๆ

    อคินเดินไปหยิบมีดทำครัวและขวาน เดินตรงไปยังร่างของหมาป่า

    หนังของมันหนาและเหนียว แต่ด้วยความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่าง เขารู้ว่าต้องสอดมีดเข้าไปตรงไหน

    ฉึก!

    เขาลงมือเลาะหนังมันออกมาอย่างแม่นยำ 

    เนื้อสีแดงเข้มของหมาป่าดูมีคุณภาพดีกว่าหนูยักษ์มาก มีไขมันแทรกเป็นลายสวยงาม

    "เนื้อเกรดพรีเมียม..." 

    เขาพึมพำ ลิ้นแตะริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว 

    "รสชาติต้องดีแน่ๆ"

    หนึ่งชั่วโมง... สองชั่วโมง...

    อคินกลายร่างเป็นโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เคลื่อนที่อีกครั้ง

    แต่ครั้งนี้งานหนักกว่าเดิมหลายเท่า กองเนื้อหนูยักษ์ถูกกองเป็นภูเขาขนาดย่อมๆ เลือดนองเต็มพื้นลานบ้านจนรองเท้าเขาเปียกชุ่ม

    กลิ่นคาวคลุ้งตลบอบอวลจนแทบจะกลบกลิ่นลมทะเล แต่สำหรับอคินในเวลานี้... กลิ่นนี้คือกลิ่นของความมั่งคั่ง

    "ตากไม่พอแน่ๆ"

    เขามองดูราวตากผ้าเดิมที่เต็มเอี๊ยดจนราวแอ่น

    อคินวิ่งไปหลังบ้าน รื้อไม้ระแนงจากรั้วเก่าๆ และลวดหนามที่เหลืออยู่

    เขาลงมือสร้าง 'โรงตากเนื้อ' ขนาดย่อมๆ ขึ้นมาใหม่อย่างเร่งด่วน

    โป๊ก! โป๊ก! เสียงค้อนตอกตะปูดังเป็นจังหวะ... 

    มือของเขาทำงานระวิง แข่งกับเวลา และแข่งกับปริมาณเนื้อที่กองทัพของเขาขนกลับมาเพิ่มเรื่อยๆ

    ใช่... พวกมันกลับมาอีกแล้ว

    คาบหนูยักษ์มาอีกสามตัว...

    แล้วก็วิ่งออกไปอีก...

    กลับมาพร้อมตะกวด...

    แล้วก็วิ่งออกไปอีก...

    อคินได้แต่ก้มหน้าก้มตาแล่เนื้อ เสียบไม้ และแขวนตาก 

    ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อผสมเลือดสัตว์จนเสื้อผ้าแข็งกระด้าง 

    ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบเขม่าจากกองไฟรมควันที่เขาก่อไว้ไล่แมลง

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 01:30:00]

     

    อคินเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกา... เขาใช้เวลาเกือบทั้งคืนไปกับการเป็นพ่อครัว หมอ และช่างไม้

    เขามองดูผลงานของตัวเองด้วยความทึ่ง

    เนื้อตากแห้งพวงใหญ่ห้อยเรียงรายเต็มราวตากผ้าใหม่ที่ยาวเหยียดเป็นสิบเมตร เนื้อเค็ม... เนื้อรมควัน... หนังหนูตากแห้ง...

    เสบียงเหล่านี้มากพอที่จะเลี้ยงดูกองทัพของเขาไปได้อีกเป็นสัปดาห์... หรืออาจจะสองสัปดาห์

    "พอได้แล้ว!"

    อคินตะโกนบอกฝูงหมาที่กำลังจะตั้งท่าวิ่งออกไปอีกรอบ

    "พอแล้ว! ตู้เย็นเต็มแล้วเว้ย! กินไม่หมดแล้ว!"

    โบ้หันมามอง หอบแฮ่กๆ ลิ้นห้อย ก่อนจะยอมหยุด 

    มันคงเห็นแล้วว่าเจ้านายทำงานหนักแค่ไหน มันจึงเดินกลับมาทิ้งตัวลงนอนหอบรอบๆ กองไฟ ตามด้วยลูกฝูงตัวอื่นๆ

    อคินทิ้งมีดลงกับพื้นอย่างหมดแรง เคร้ง!

    เขามองมือตัวเองที่แดงฉานไปด้วยเลือด... เลือดที่แห้งกรังจนดึงรั้งผิวหนัง

    "สภาพดูไม่ได้เลยแฮะ..."

    เขาลุกขึ้นเดินไปที่ตุ่มน้ำหลังบ้าน ตักน้ำเย็นๆ ราดลงบนตัว ล้างคราบคาวเลือดและเมือกมันออกจากผิวหนัง

    น้ำสีแดงไหลนองลงสู่ท่อระบายน้ำ เขาถูสบู่ก้อนสุดท้ายจนเกิดฟอง พยายามล้างกลิ่นคาวที่ฝังลึก

    เมื่อร่างกายสะอาดสะอ้าน เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เตรียมไว้

    เดินกลับมานั่งที่ระเบียงบ้าน มองดูกองทัพของเขาที่นอนหลับใหลกันเกลื่อนกลาดด้วยความเหนื่อยอ่อน 

    บาดแผลของพวกมันหายดีแล้ว... ท้องของพวกมันอิ่มหนำ... และเสบียงก็เต็มคลัง

    "หน้าที่ของหัวหน้าครอบครัว..."

    อคินยิ้มบางๆ ให้กับตัวเอง เขาทอดสายตามองไปยังเส้นขอบฟ้าที่มืดมิด

    แม้เขาจะไม่ได้ออกไปฟาดฟันศัตรูด้วยดาบในคืนนี้... แต่เขาก็รู้ดีว่าบทบาทของเขาสำคัญแค่ไหน

    ถ้าไม่มีเขา... พวกมันก็แค่หมาจรจัดที่บาดเจ็บและหิวโหย

    ถ้าไม่มีพวกมัน... เขาก็แค่มนุษย์ที่โดดเดี่ยวและไร้ทางสู้ในโลกกว้าง

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:05:00]

     

    อคินเดินกลับเข้าไปในห้องนอน ปิดประตูล็อกกลอน

    เขานั่งลงที่ปลายเตียงนุ่ม ฟูกที่เขาไปลากมาจากห้องนอนใหญ่ชั้นบนยังคงนุ่มสบายเหมือนเดิม

    แต่คืนนี้... ความเงียบภายในห้องกลับทำให้เขารู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ 

    แม้ข้างนอกจะมีเสียงลมหายใจของฝูงสุนัขคอยคุ้มกันอยู่ก็ตาม

    "ระบบ... ขอเช็ครายชื่อสมาชิกหน่อย"

    วิ้ง!

    หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสปรากฏขึ้นกลางอากาศ อคินกวาดสายตาผ่านรายชื่อของ 'โบ้' และพรรคพวกสุนัขที่สถานะเป็นสีเขียวสดใส บ่งบอกถึงสุขภาพที่แข็งแรงและการพักผ่อนที่เพียงพอ

    นิ้วของเขาเลื่อนลงไปด้านล่าง... หยุดอยู่ที่รายชื่อสามชื่อที่แยกตัวออกมา

     

    [ส้มซ่า เลเวล 17]

    [ปลาเผา เลเวล 13]

    [บัวลอย เลเวล 13]

     

    อคินยกมือขึ้นลูบคางเบาๆ สายตาจับจ้องไปที่ชื่อเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

    "ป่านนี้พวกแกจะเป็นยังไงบ้างนะ..."

    เขาหันไปมองรอบห้อง

    มองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นเงาตะคุ่มของรั้วไม้ระแนงสูงและโรงตากเนื้อที่เพิ่งสร้างเสร็จ...

    'ป้อมปราการ' ของเขาแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน เสบียงอาหารก็ล้นเหลือ

    แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์กลางนรกสำหรับผู้รอดชีวิต

    ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว...

    'อยากให้พวกมันมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน ถ้าส้มซ่า ปลาเผา และบัวลอย มาอยู่ที่นี่ เขาคงเลี้ยงดูพวกมันได้อย่างดี ไม่ต้องให้ไปเสี่ยงอันตรายข้างนอก เนื้อหนูยักษ์เกรดพรีเมียมพวกนี้คงทำให้พวกมันอิ่มหนำสำราญได้ทุกมื้อ'

    แต่แล้ว... อคินก็ถอนหายใจออกมา พิงหลังกับผนังห้องอย่างอ่อนใจ

    "แต่ถ้าพวกแกมีบ้านที่ดีอยู่แล้วล่ะ?"

    ความคิดด้านลบเริ่มทำงาน... ส้มซ่าดูฉลาดเป็นกรด ปลาเผากับบัวลอยก็ดูเชี่ยวชาญการเอาตัวรอด

    บางทีพวกมันอาจจะมีเจ้าของที่เป็นยอดฝีมือยิ่งกว่าเขา มีบ้านที่หรูหรากว่าโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เหม็นคาวเลือดแห่งนี้

    "บ้านหลังนั้นจะปลอดภัยเท่าที่ฉันสร้างไหมนะ... เจ้านายของพวกแกจะยอมอดนอนมานั่งแล่เนื้อให้พวกแกกินเหมือนฉันหรือเปล่า..."

    เขามีคำถามมากมายที่ไม่มีคำตอบ ความหวงแหนและความเป็นห่วงตีกันยุ่งเหยิงในอก

    ใจหนึ่งก็อยากดึงดันพามา แต่อีกใจก็กลัวว่าจะเป็นการพรากพวกมันจากความสุขสบาย

    นิ้วของอคินเลื่อนไปแตะที่ว่างข้างๆ ชื่อสมาชิก... พื้นที่ว่างเปล่าที่เขาเว้นไว้ในใจเสมอ

    "แต้ม..."

    ภาพของแมวลายสลิดตัวน้อยที่เขาเคยอุ้ม เคยเกาพุง และนอนกอดทุกคืน ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

    ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาที่ขอบตา

    เขาหวังเหลือเกินว่า 'แต้ม' จะยังมีชีวิตอยู่... จะได้เจอกับคนใจดี หรือหลบซ่อนอยู่ในที่ที่ปลอดภัยสักแห่งบนโลกใบนี้

    "รอฉันก่อนนะแต้ม... ตอนนี้ฉันมีบ้านแล้ว มีลูกน้องเก่งๆ แล้ว เสบียงก็เพียบ..."

    อคินพึมพำกับความว่างเปล่า เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย

    "ถ้าฉันเจอแกเมื่อไหร่... สัญญาเลยว่าแกจะสบายไปทั้งชาติ ไม่ต้องหนีอะไรอีกแล้ว"

    ติ๊ง!

     

    [สมาชิกในปาร์ตี้ทุกรายปลอดภัยดี... และพวกเขาก็รอคอยวันที่จะได้พบนายเช่นกัน]

     

    อคินชะงักไปเล็กน้อย อ่านข้อความนั้นซ้ำๆ รอยยิ้มบางๆ ค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก

    "ขอบใจนะระบบ... บางทีแกก็รู้ใจฉันดีชะมัด"

    อคินปิดหน้าต่างระบบลง ความกังวลคลายตัวลงไปบ้าง เหลือไว้เพียงความมุ่งมั่น

    เขาทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม... ความภาคภูมิใจในฐานะ 'ผู้ดูแล' เต็มเปี่ยมในหัวใจ

    "ราตรีสวัสดิ์นะ... เด็กๆ"

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:00:01]

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

     

    สติของเขาดับวูบลง... ทิ้งไว้เพียงร่างที่หลับสนิท และกลิ่นเนื้อรมควันที่ลอยอวลอยู่ในจมูก... 

    กลิ่นแห่งชัยชนะและความอยู่รอดที่หอมหวานที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสมา

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน