ข้านี่แหละเทพ

    ตอนที่ 33 จินเข่ออี๋


    จ้าวฟางหรูเมื่อลอบสังเกตุดูอี้เหรินเฟิ่งมากว่าครึ่งวันแล้ว ในที่สุดก็เดินหายไปยังชั้นบน พอนางกลับมาก็ตรงไปหาอี้เหรินเฟิ่งในทันได


     


    "คุณชายน้อย ทางเราขอรบกวนเวลาของคุณชายสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ" จากนั้นจึงเชิญชวนอี้เหรินเฟิ่งขึ้นไปยังชั้นที่สี่ของหอ


     


    อี้เหรินเฟิ่งเดินตามหญิงสาวไปยังชั้นที่สี่ของจินซานฟู่กุ้ย ตรงไปยังห้องๆหนึ่ง ภายในห้องประดับประดาไปด้วยของวิเศษ ของมีค่ามากมายนับไม่ถ้วน แสดงไห้เห็นถึงความโอ่โถงร่ำรวยของจินซานฟู่กุ้ยได้เป็นอย่างดี


     


    จ้าวฟางหรูเดินนำอี้เหรินเฟิ่งมายังด้านหลังของฉากกั้นขนาดใหญ่บานหนึ่ง ด้านหลังฉากกั้นนี้มีโต๊ะทำงานอยู่หนึ่งตัว เป็นโต๊ะไม้สำดำมะเมื่อมฝังประดับมุขเป็นรูปหงส์มังกรร่ายรำ  ดูโอ่อ่ายิ่ง


     


    "เชิญคุณชายนั่งรอสักครู่ ข้าจะเข้าไปเรียนนายท่านว่าท่านมาถึงแล้ว" สิ้นเสียงจ้าวฟางหรูได้เดินหายเข้าไปยังห้องด้านหลัง สักพักนากก็เดินออกมาพร้อมด้วยเด็กสาวผู้หนึ่ง


     


    เด็กสาวเดินเข้ามานั่งยังโต๊ะอีกด้านหนึ่ง พร้อมกับแนะนำตัวเองกับอี้เหรินเฟิ่ง


     


    "คาราวะคุณชาย ตัวข้ามีนามว่า จินเข่ออี๋ เป็นเจ้าของจินซานฟู่กุ้ยแห่งนี้"


     


    "คาราวะแม่นางเข่ออี๋ ข้ามีชื่อว่า อี้เหรินเฟิ่ง"อี้เหรินเฟิ่งตอบกลับไป


     


    "ท่านเรียกข้าเข้าพบ มีอะไรจะพูดคุยอย่างนั้นหรือแม่นางเข่ออี๋"อี้เหรินเฟิ่งถามออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม


     


    เด็กสาวเมื่อได้ยินดังนั้นจึงตอบออกไปว่า


     


    "เรียนคุณชาย วันนี้ท่านเล่นพนันได้โดดเด่นยิ่ง ทางเราจึงเห็นว่าวันนี้คุณชายควรจะพอแค่นี้เป็นอย่างไร"


     


    "เอาไว้วันหน้าท่านค่อยมาเล่นใหม่ดีหรือไม่"


     


    "ทางเราไม่ขอไห้ท่านหยุดเล่นเปล่าๆ ท่านสามารถเลือกของวิเศษจากคลังสมบัติของทางหอได้หนึ่งชิ้น"


     


    "คุณชายท่านคิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง"เด็กสาวกล่าวออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


     


    "ถ้าข้าไม่ตกลงเล่า เล่นพนันเป็นท่านที่รับแทง เป็นข้าที่เล่นชนะ มีอย่างที่ไหนมาไล่แขกออกไปกัน"อี้เหรินเฟิ่งกล่าวออกไปอย่างยิ้มแย้ม


     


    "ถ้าท่านไม่ตกลง ทางเราก็อาจจะต้องลากท่านออกไปโดยใช้กำลัง ไม่แน่เงินสักแดงที่ท่านเล่นชนะ อาจจะไม่ได้นำออกไปก็เป็นได้" เด็กสาวยิ้มแย้มตอบกลับไป แต่สายตานั้นกลับคมปราบมองมาที่อี้เหรินเฟิ่ง


     


    "เหอะ ช่างไร้กฎเกณฑ์นัก คนอื่นดวงกำลังขึ้นอยากไล่ก็ไล่อย่างนั้นหรือ"


     


    "เป็นเช่นนั้นและคุณชาย ท่านก็รู้ดินแดนแห่งนี้ความแข็งแกร่งคือกฎเกณฑ์ ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร"เด็กสาวยิ้มตอบ


     


    "ก็ได้ๆ เด็กตัวเล็กๆเช่นข้าก็ได้แต่ทำตามท่านที่เป็นเจ้าบ้านแล้ว" อี้เหรินเฟิ่งได้แต่ตอบตกลงไปอย่างว่าง่าย อย่างน้อยๆเขาก็กำไรมหาศาลแล้วในวันนี้ ไหนจะได้ไปเลือกของวิเศษออกมาอีกหนึ่งชิ้นจากคลังสมบัติอีก


     


    "เช่นนั้นเชิญคุณชายทางนี้"จ้าวฟางหรูเดินนำอี้เหรินเฟิ่งและจินเข่ออี๋ไปยังห้องเก็บสมบัติที่อยู่ชั้นที่ห้าของหอ


     


    บนชั้นที่ห้านี้เต็มไปด้วยค่ายกลสังหาร และผู้คุ้มกันระดับหลอมจิตขั้นสูงมากมาย แสดงไห้เห็นถึงความสำคัญของห้องสมบัติแห่งนี้ อี้เหรินเฟิ่งคิดในใจดีแล้วที่จำยอมแต่โดยดี มิเช่นนั้นอาจจะไม่ได้อะไรกลับออกไปเลย อย่างที่จินเข่ออี๋บอกก็เป็นได้


     


    จินเข่ออี๋เดินไปยังหน้าประตู ใช้กุญแจซึ่งทำมาจากหยกที่แกะสลักค่ายกลพิเศษเอาไว้บนหยก เพื่อเปิดประตูค่ายกล จากนั้นจึงพาอี้เหรินเฟิ่งเข้าไปด้านในกับนางเพียงลำพัง


     


    พอเข้ามาถึงด้านในนั้น อี้เหรินเฟิ่งก็ตาลุกวาวในทันที ด้านในเต็มไปด้วยของวิเศษฟ้าดิน แร่หายากต่างๆ สมุนไพรวิญญาณ อาวุธวิเศษ แม้กระทั่งก้อนหยกที่ยังไม่ได้ผ่า กล่องสมบัติต่างๆที่ไม่ได้เปิดออกวางเอาไว้ทั่วทุกมุมห้อง


     


    เด็กสาวหันกลับมาแล้วกล่าวกับอี้เหรินเฟิ่ง


     


    "ท่านมีเวลาเลือกสามสิบนาที ท่านสามารถเลือกสมบัติชิ้นไดก็ได้ในนี้หนึ่งชิ้นที่อยู่ภายในห้องนี้ เชิญคุณชาย"


     


    ได้ยินดังนั้นอี้เหรินเฟิ่งก็เดินเข้าไปสำรวจด้านใน จินฉานด้วยความตื่นเต้นตัวมันนั้นรีบมุดออกมาจากอกเสื้อในทันที กล่าวด้วยความตื่นเต้นกับอี้เหรินเฟิ่งไปว่า


     


    "โอ้โห โอ้โห ท่านพี่ ที่นี่มันสวรรค์ชัดๆ ข้ากินหมดนี่เลยได้ไหม"


     


    "เหอะๆ กินอันไดเจ้าไม่เห็นกลุ่มคนที่อยู่ด้านนอกหรือ คืนกินเข้าไปพวกเราสองคนคนจะโดนผ่าท้องเอาสมบัติออกมาอยู่ดี"


     


    "เจ้าช่วยเลือกเร็วเข้า ดูดีๆ ว่าอันไหนมีค่าที่สุดในนี้"


     


    "ได้เลยท่านพี่" ทั้งสองเดินสำรวจอย่างละเอียดโดยมีจินเข่ออี๋ตามมาอยู่ด้านหลัง


     


    ส่วนจินเข่ออี๋เมื่อเห็นจินฉานมุดออกมาจากอกเสื้อของอี้เหรินเฟิ่งนั้น ตัวนางก็แอบตกใจขึ้นมาทันที นางจำได้จากตำราโบราณ เจ้าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ก็คือ คางคงสามขาในตำนานนั่นเอง ว่ากันว่าพวกมันได้หมดไปจากโลกนี้นานแล้ว


     


    สัตว์วิเศษชนิดนี้ ว่ากันว่าสามารถเสกเงินเสกทองได้ สามารถตามหาของวิเศษ และใช้เงินทองของวิเศษในการบ่มเพาะ เมื่อพวกมันมีระดับขั้นที่สูงล้ำเมื่อได ว่ากันว่าเพียงอ้าปากก็สามารถดูดกลืนตะวันจันทราได้เลยทีเดียว


     


    นางเดินเข้าไปมองดูใกล้ๆ แล้วคุยกับอี้เหรินเฟิ่งว่า


     


    "คุณชายเฟิ่ง สัตว์เลี้ยงของท่านคือคางคกทองสามขาใช่หรือไม่"


     


    "ว่ากันว่ามันสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้นานแล้ว แล้วมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? "


     


    อี้เหรินเฟิ่งได้ยินดังนั้นจึงหันมาตอบกลับไปว่า


     


    "ใช่แล้วแม่นางเข่ออี๋ เจ้าตัวนี้คือคางคกทองสามขา มันเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าเอง ข้าบังเอิญได้มันมาจากการเดินทางหน่ะ"


     


    จินเข่ออี๋ได้ยินดังนั้นก็ตาลุกวาว นางชอบสัตว์วิเศษชนิดนี้ยิ่ง ยิ่งเป็นผู้ร่ำรวยอย่างนางแล้ว การได้เลี้ยงคางคกทองสามขา ยิ่งจะเป็นเหมือนเสือติดปีกเลยก็ว่าได้ 


     


    "ท่านอยากจะขายมันไห้ข้าหรือไม่ ข้ารับรองได้ว่าจะไม่ทำไห้ท่านขาดทุน"นางพูดออกไปอย่างอายๆ นางรู้ดีว่าการทำเช่นนี้มันเสียมารยาท แต่นางอยากที่จะครอบครองคางคกทองสามขาตัวนี้จริงๆ


     


    จินฉานเมื่อได้ยินดังนั้นก็หันขวับกลับมา มันตะโกนใส่หญิงสาว


     


    "นี่แม่นาง ท่านหน่ะไม่มีวันได้ครอบครองข้า จำไว้เลย ข้าและท่านพี่มีสายเลือดเดียวกัน ข้าไม่มีวันไปกับคนอื่น !! จำไว้อย่าได้คิดหมายปองข้า"


     


    "นี่ๆๆๆ เจ้าพูดได้อย่างนั้นหรือ"จินเข่ออี๋ตกใจ เนื่องจากต้องเป็นสัตว์อสูรระดับเจ็ดขึ้นไปถึงจะสามารถสื่อสารออกมาได้ ระดับแปดสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้


     


    "ใช่ ข้าพูดได้ แล้วเจ้าจะทำไม เกิดมาข้าก็พูดได้แล้ว"จินฉานเชิดหน้าอวดโอ่ความสามารถไปหนึ่งที


     


    จินเข่ออี๋ดวงตาเป็นประกายด้วยความหลงไหล 


     


    "เสียใจด้วยแม่นางเข่ออี๋ ด้วยจินฉานนั้นใช้โลหิตของข้าในการฟักตัวไห้กำเนิด คงจะเป็นการยากที่จะยกมันไห้ใคร"


     


    "ข้าต้องขอโทษท่านด้วย ข้าขอตัวไปเลือกสมบัติก่อนนะ"


     


    "อืม เชิญคุณชายเฟิ่ง"นางพูดด้วยความเสียใจ


     


    อี้เหรินเฟิ่งและจินฉานค่อยๆเดินไปด้านในห้องอย่างช้าๆ จนในที่สุดจินฉานก็กล่าวออกมา


     


    "ท่านพี่ ข้ารู้สึกได้ถึงพลังสายเลือดของข้า ในกล่องไม้สีดำใบนั้น ข้ารู้สึกได้ว่ามันเรียกหาข้า"


     


    ทั้งสองเดินเข้าไปหยิบกล่องไม้สีดำขึ้นมา อี้เหรินเฟิ่งพยายามเปิดมัน แต่ก็เปิดไม่ได้ เขาจึงหันกลับมามองจินเข่ออี๋


     


    "แม่นางเข่ออี๋ ท่านสามารถเปิดมันได้หรือไม่ หรือท่านทราบหรือไม่ว่าสิ่งไดอยู่ด้านในกล่องนี้"


     


    จินเข่ออี๋นึกดูสักพักก็จำได้ว่า เจ้ากล่องนี้มีที่มาอย่างไร


     


    "กล่องใบนี้นั้น ได้มาจากยอดฝีมือท่านหนึ่ง เขาได้มันมาจากแดนต้องห้ามโบราณเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว ตัวเขาเองก็ไม่สามารถเปิดมันได้เช่นกัน จึงนำมันมาวางเป็นเงินเดิมพันที่นี่"


     


    "ส่วนผู้ดูแลก็ไม่มีใครเปิดมันได้สักคน ทางเราจึงเก็บมันไว้ในนี้ตลอดมา"


     


    อี้เหรินเฟิ่งได้ยินดังนั้นก็คิดว่า ของสิ่งนี้มาจากแดนต้องห้ามโบราณ น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับสัตว์โบราณเช่นจินฉานแน่แล้ว กลับไปค่อยศึกษาของสิ่งนี้อีกทีแล้วกัน


     


    "ถ้าเช่นนั้น ข้าขอเลือกกล่องไม้ใบนี้ได้หรือไม่"อี้เหรินเฟิ่งตัดสินใจที่จะเลือกของสิ่งนี้


     


    "เชิญคุณชายเฟิ่ง"จินเข่ออี๋ตอบกลับไป พร้อมพาทั้งสองกลับออกมาจากห้องสมบัติ