อี้เฉินเขาไม่ได้เอ่ยพูดพลางอธิบาย อะไรออกมาอีกต่อไป ครั้นรับรู้ว่า สถานที่อี้เฉินอยู่ในยามนี้ กลายเป็นจุดสนใจ ของผู้มีอำนาจภายในดินแดน5อาณาจักร กระทั่งคนของราชวงศ์จันทรา ที่เตรียมจะสืบฝีเท้า มารับหน้า ยังสำนักมังกร อยากจะรู้ผู้ที่สำแดงพลังยิ่งใหญ่ ผู้นั้นเป็นผู้ใดกันแน่
ไม่ช้าสำนักมังกร ต้องเกิดความวุ่นวายแน่ แม้แต่รายชื่อของอี้เฉิน ที่เคยสลักชื่อทิ้งไว้ ภายในสำนักมังกร ในวัยเยาว์ ทว่าบัดนี้มันสว่างขึ้นมา จนพร่างพราว ลอยเด่น บนแท่นหินศิลาหอคอย15ชั้น
ครั้นอี้เฉินหายวับไปยืนข้างๆ หลินเฟย เห็นประกายตาห่วงหาอาทร ของหญิงสาวในกรอบสายตา อี้เฉินยกฝ่ามือ ลูบแก้มขาวเนียนละเอียดหลินเฟย อยู่เล็กน้อย เอ่ยพูดน้ำเสียงเจือไว้ด้วยคำขอโทษ “น้องหญิงข้าไม่เป็นไร ทำให้เจ้าต้องเป็นห่วงแล้ว”
ด้านล่างสำนักมังกร บริเวณหอคอย15ชั้นเอง ก็เกิดความวุ่นวายไม่น้อย ครั้นเห็นรายชื่อหนึ่ง สว่างพร่างพราวขึ้นมา เด่นกว่ารายชื่อศิษย์สำนักมังกรคนอื่นๆ ที่ทิ้งชื่อไว้บนแท่นหินศิลาหอคอย15ชั้น
“เขา! หรือว่า! เขาจะเป็นศิษย์ของสำนักมังกรเรา” เหล่าศิษย์สำนักมังกร ต่างก็ชี้มือชี้ไม้มาที่อี้เฉิน ไม่คิดสำนักมังกรของพวกเขา จะสร้างผู้ยิ่งใหญ่ ระดับนี้ได้ ถือเป็นความภาคภูมิใจ ของสำนักมังกรไม่น้อย แม้แต่เหล่าผู้อาวุโส บางคนครั้นได้ยินนามของอี้เฉิน พวกเขายังหวนนึกถึงความทรงจำเก่าๆ
ด้านอี้เฉินส่งคำพูดออกไปหา สงครามน้อย อาเม่ย เจียวหยาง ให้พวกเขาทั้งสามตั้งใจฝึกปรือ น้ำเสียงของอี้เฉิน แฝงไว้ด้วยความคาดหวัง ในตัวพวกเขาทั้งสาม ดังก้องเข้าไปภายในโสตประสาท ของพวกเขา ก่อนพวกเขาทั้งสาม จะพยักหน้าขานรับคำของผู้เป็นอาจารย์ อย่างพร้อมเพรียง
ไข่มุกเม็ดงาม หงอัน ที่เห็นอี้เฉินเก็บเตาหลอมฟ้าดิน เตรียมจะสืบฝีเท้า จากไปจากความวุ่นวาย เหมือนว่านางจะมองชายหนุ่มผมขาวผู้นี้ผิดไป นางเอ่ยปากพูดออกมา ด้วยใบหน้าแดงน้อยๆ “ท่านผู้อาวุโส ท่านจะไปแล้วเช่นนั้นหรือ?”
อี้เฉินที่กุมมือหลินเฟยไว้ พยักหน้าให้เด็กสาว เอ่ยเสียงเรียบนิ่งออกมา “ข้าไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป”
ภายในสายตาของเด็กสาว แฝงไว้ด้วยความคาดหวังเล็กๆ ก่อนเอ่ยถามอี้เฉิน ออกมาด้วยใบหน้าแดงน้อย ทำให้อี้เฉินรู้สึกแปลกใจ “ข้ากับท่านเราจะได้พบเจอกันอีกหรือไม่”
อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ ไม่ได้ให้คำตอบเด็กสาว แต่อย่างใด ก่อนฝ่ามือของอี้เฉินจะโบกฝ่ามือ ออกมาด้านหน้าอย่างรุนแรง แหวกอากาศจนเกิดห้วงมิติแตกร้าว ปรากฏออกมาเป็นช่องว่างใหญ่ แล้วสืบฝีเท้าจากไปพร้อมกับหลินเฟย
ไม่นานหลังจากอี้เฉินจากไปเสียงฝีเท้า ฝึบ!! ฝึบ!! ฝึบ!! ของเหล่าเทพสวรรค์ ก็ดังออกมาก้องทั่วสำนักมังกร กลับกลายเป็นงานชุมนุมเล็กๆ ของเหล่ามหาอำนาจ ภายในดินแดน5อาณาจักร ในทันใด จนต้องให้หญิงชรา เจ้าสำนักมังกร กวนซี ต้องออกมารับหน้าเหล่าผู้มาเยือน
พวกเขาต่างก็พากันไต่ถามหญิงชรา ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ผู้ใดกันแน่ ที่สำแดงพลังออกมา บางมหาอำนาจถึงกับคิด จะดึงตัวของอี้เฉิน สร้างกลุ่มมหาอำนาจยิ่งใหญ่ ขึ้นมาภายในดินแดน5อาณาจักร
ทำให้หญิงชราเจ้าสำนักมังกร กวนซี เริ่มจะเข้าใจอี้เฉินขึ้นมานิดๆ เหตุใดอี้เฉินต้องหนีจากไป กะทันหันเช่นนี้ ทว่านางอดไม่ได้ ที่จะลอบถอนหายใจออกมายาว ที่ไม่ลงมือกับอี้เฉิน ไม่เช่นนั้น จะกลายเป็นพวกเขา เหล่าคนสำนักมังกรที่ถูก กลบฝังเสียเอง
ครั้นเมื่อเหล่าผู้อาวุโส มหาอำนาจต่างๆ ได้ยินนามของอี้เฉิน พร้อมสิ่งที่หญิงชราเล่าออกมา นามของอี้เฉินก็กลับมาหลอกหลอน พวกเขาเหล่าชายแก่หญิงชรากันอีกครา
มีแม้บางมหาอำนาจ เลื่อมใสในตัวอี้เฉินออกมาอยู่ในกรอบสายตา โดยเฉพาะคนของราชวงศ์จันทรา พวกเขาครั้นได้ยินนามของอี้เฉิน ต่างก็บินทะยานจากไป ก่อนชายแก่ จะลอบถอนลมหายใจออกมายาว “เกรงว่าภายในดินแดนเบื้องล่าง คงจะไม่มีสิ่งใด ฉุดรั้งอี้เฉินผู้นี้เอาไว้ได้”
...อี้เฉินที่เดินทางจากไปจากสำนักมังกร พร้อมกับหลินเฟย พวกเขาเดินทางไปยังสุสานจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น อย่างไม่ลังเล
บัดนี้ไม่รู้ว่าพี่อี้ฟางหรง ที่เข้าทดสอบโลงศพร้อยเคราะห์กรรม ไม่รู้ยามนี้ นางจะเป็นเช่นไรแล้วบ้าง นี่ก็ผ่านมา9ปีเศษแล้วที่สงคราม ดินแดนเทพจบลง
ไหนจะเรื่องผู้พิทักษ์ทั้งสี่ ที่สูญเสียถูกช่วงชิงอายุขัย ไม่รู้บัดนี้อายุขัยของพวกเขา จะฟื้นคืนกลับมาได้มากเท่าไหร่ ในยามนี้
สี่สำนักใหญ่ที่มีความบาดหมางกับตัวเขาเองก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างโจ่งแจ้งแล้วเช่นกัน เกรงว่าคงจะปล่อย คนทรยศดินแดนเทพเหล่านี้ ลอยนวลไม่ได้อีกต่อไป
ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดพึมพำออกมาน้อยๆ “คงจะถึงเวลาที่เขาต้องปิดขั้นพลังอย่างจริงจัง แล้วกระมัง”หากเมื่อเทียบพลัง กับเหล่าราชาอมตะพวกนั้น อี้เฉินก็ยังถือว่าห่างชั้นอยู่ก้าวใหญ่
‘ไหนๆ ก็พาหลินเฟย มาหาชายแก่เฝ้าสุสานจักรพรรดิแล้ว ให้ปู่ดวงเฮง ช่วยตรวจดูหลินเฟย หน่อยแล้วกัน เหตุใดนางถึงยังอยู่ในขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ ไม่ขยับไปไหน ข้อนี้ทำให้อี้เฉิน คาใจอยู่ไม่น้อย’
ก่อนภาพในครรลองสายตาหลินเฟย จะดูแปลกตาลงไป ครั้นเห็นภาพเบื้องหน้า เต็มไปด้วยซากโบราณเก่าแก่ นางไต่ถามอี้เฉินออกมาทันที เมื่อรับรู้ถึงปราณพลังฟ้าดิน ของสถานที่แห่งนี้หนาแน่นกว่าปกติ
แถมดินแดนที่เงียบสงบนี้ ยังเต็มไปด้วย เต๋า ธรรม มากมายที่แตกกระจัดกระจาย “มันคือสถานที่ใด เช่นนั้นหรือ? ท่านพี่ ข้าไม่รู้มาก่อน ว่าดินแดนเบื้องล่าง จะมีดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เช่นนี้อยู่ด้วย”
อี้เฉินคลี่ยิ้มทอประกาย เอ่ยพูดพลางอธิบาย บอกกล่าวหลินเฟย อย่างไม่ปิดบัง “สถานที่นี้มันถูกเรียกว่า สุสานจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น น้องหญิงเราเดินเข้าไปด้านในเถอะ”
ไม่นานอี้เฉินก็พบเจอเหล่าผู้พิทักษ์ชราทั้ง4 บัดนี้เหมือนว่าอายุขัยของพวกเขาทั้ง4 จะฟื้นคืนกลับมาได้หลายส่วนแล้ว ฝ่ามืออี้เฉินประสานเข้าหากัน ทักทายชายแก่ในทันที เมื่อไม่เห็นพี่ซีเผิง อยู่ยังสถานที่แห่งนี้ “ขอแสดงความยินดี ผู้พิทักษ์ชราทั้ง4 เหมือนว่าพวกท่านจะฟื้นคืนอายุขัย ที่สูญเสียไปกลับมาได้ไม่น้อยเลย”
ครั้นเหล่าชายแก่ เปิดเปลือกตาขึ้นมาในรอบหลายปี ส่งแรงกดดันขั้นราชาอมตะออกมา มันก็ทำให้หลินเฟย ที่ประสานฝ่ามือคำนับ ต้องแบกรับกับแรงกดดันไม่น้อย
ก่อนชายแก่เหล่านั้น จะเก็บปราณพลังกลับไป ส่งรอยยิ้มกว้าง ออกมาให้แม่นาง หลินเฟย ด้วยสายตาเอ็นดู พยักหน้าให้หญิงสาวในกรอบสายตา อย่างไรนางก็เป็นราชินี ผู้ปกครองดินแดนเทพ “ต้องขอบคุณเจ้าอี้เฉินที่พาพวกเรา มาสถานที่แห่งนี้ ไม่เช่นนั้นเกรงว่า อายุขัยของพวกเราจะเหลือไม่มาก” ชายชราเทียนหมิง แห่งแดนพุทธกล่าวพูด ทว่าประกายตา ชายชรามีความกังวลไม่น้อย เมื่อไม่มีตัวเขาอยู่ แดนพุทธน่าจะถูก กลุ่มมหาอำนาจอื่นเข้าแทรกแซงอย่างหนักเป็นแน่
อี้เฉินเอ่ยไต่ถาม ชายชรามู่ไป๋ในทันที “พี่ซีเผิงจากไป จากสถานที่แห่งนี้ แล้วเช่นนั้นหรือ?”
ชายแก่ผ่อนลมหายใจออกมาน้อยๆ “เห็นลูกศิษย์ข้าบอกว่า สำนักยอดเขาบรรพชน เกิดความวุ่นวายนิดหน่อย เขาจึงเดินทางจากไป จะร่วมปีแล้วกระมังอี้เฉิน”
ครั้นอี้เฉินได้ยินเขาได้แต่ขำแห้งๆ ออกมา รู้สึกผิดกับเหล่าศิษย์ สำนักยอดเขาบรรพชนไม่น้อย ก่อนชายชรา มู่ไป๋ จะกล่าวพูดออกมาอีกครา ด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น “จักรพรรดิอี้เฉิน อย่างไรเราต้องจัดการ คนทรยศ ภายในดินแดนเทพให้ได้”
“อืมๆ ข้าเองก็คิดเฉกเช่นเดียวกับท่าน แต่ยามนี้พวกท่านตั้งใจ ฟื้นคืนอายุขัยก่อนเถอะ พวก4สำนักใหญ่พวกเขา ยังไม่เคลื่อนไหวอะไรมากในยามนี้ หากแหวกหญ้าให้งูตื่น เกรงว่าจะเป็นฝ่ายเราที่พลาดท่า”
ครั้นเหล่าผู้พิทักษ์ชราได้ยิน พวกเขาต่างก็พยักหน้า ให้จักรพรรดิหนุ่มของพวกเขา บัดนี้พวกเขา ไม่ได้เปรียบพวก4สำนักใหญ่มากนัก องค์หญิงอี้ฟางหรง เองก็ยังเข้าทดสอบ โลงศพ ร้อยเคราะห์กรรมไม่สำเร็จ
ทันใดที่อี้เฉินประสานฝ่ามือ เตรียมจะสืบฝีเท้า ไปทักทายปู่ดวงเฮง พวกเขาต่างก็กายาสั่นเทิ้ม ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล่าผู้พิทักษ์ชรา ครั้นรับรู้ ผู้ยิ่งใหญ่แท้จริงเตรียมจะเคลื่อนไหว อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
**วันนี้มีตอนเดียวนะครับ