การต่อสู้ของหยางจื่อและหลี่หู่ต่างก็ทำให้ผู้คนตกตะลึงหลี่หู่ที่เป็นอัจฉริยะของนิกายใหญ่อย่างนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และยังเป็นบุตรของผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหลี่อีกด้วยแต่หลี่หู่กลับแพ้หยางจื่อที่ไม่มีขุมอำนาจขนาดใหญ่หนุนหลังไม่ต้องนึกถึงเรื่องทรัพยากรของหยางจื่อมีจำกัด
"พลังที่หยางจื่อปลดปล่อยออกมาคือปราณจักรพรรดิใช่หรือไม่" บางคนกล่าว
"ใช่ข้าเองก็สัมผัสได้ดูเหมือนว่าหยางจื่อจะทะลวงผ่านสู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่1 เเล้ว" "เป็นไปได้อย่างไรก่อนที่หยางจื่อจะเข้าไปในมิติพิเศษเจ้านั่นอยู่แค่ปราณราชันขั้นที่ 3 เท่านั้น นี่มันไม่พัฒนาไวเกินไปหรอกรึ" ผู้คนต่างก็พูดคุยกันอย่างเมามันแต่ในทางกลับกันอัจฉริยะของแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างก็รู้สึกกดดันอย่างยิ่งหลังจากที่หยางจื่อกลับมานั่งที่ของตนเเล้วเหวินจงจากสำนักกระบี่ภูผาก็ได้ท้าประลองเจียงฟานแล้วเอาชนะเจียงฟานได้อย่างง่ายดาย และหว่านเจียงอี้จากสำนักหว่านโซก็ท้าประลองจี้เสวี่ยแล้วเอาชนะนางได้เช่นกันอัจฉริยะจาก 2 สำนักต่างก็อยู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่ 2-3 พวกเป็นรองเพียงแค่อัจฉริยะจาก 2 นิกายใหญ่เท่านั้นในตอนนั้นเองที่อัจฉริยะจากตระกูลต้วนได้ท้าประลองหยางจื่อ"ข้าต้วนหลงขอท้าประลองเจ้า" ต้วนหลงกล่าว
หยางจื่อเดินขึ้นไปบนเวทีประลองด้วยความรวดเร็วและเผชิญหน้ากับต้วนหลงต้วนหลงนั้นอยู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่ 1 เหมือนกับหยางจื่อ"ให้ข้าได้เห็นพลังนั่นของเจ้าอีกสักครั้งเถอะ" ต้วนหลงกล่าว
หยางจื่อเข้าใจคำกล่าวของต้วนหลงในทันทีเพราะสิ่งที่ต้วนหลังต้องการให้หยางจื่อใช้คือพลังของดาบมังกรสวรรค์ซึ่งจะสร้างผลกระทบให้กับหยางจื่อหลังใช้เสร็จ
"ถ้าเจ้าสามารถบีบบังคับให้ข้าใช้ได้ละก็นะ" หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ปราณมังกรของหยางจื่อโคจรอย่างรวดเร็วพลังปราณที่ทรงพลังและแข็งแกร่งกดดันให้ใบหน้าของต้วนหลงหนักอึ้ง"ดาบวายุอัสนี!!!!!"
"เปรี้ยง!!!!"
การโจมตีของหยางจื่อทำให้ต้วนหลงรับรู้ได้ถึงอันตรายที่ร้ายแรง
"ข้าขอยอมแพ้” ต้วนหลังตะโกน
ซวนหวู่จี๋ที่เตรียมพร้อมเเล้วจึงรีบเข้าไปช่วยต้วนหลงจากการโจมตีของหยางจื่อในทันทีต้วนหลงรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะการโจมตีของหยางจื่อเมื่อกี้สามารถทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอนแต่เหวินจงที่นั่งอยู่กลับสบถออกมาอย่างไม่พอใจ
"เจ้าสวะต้วนหลงนั่นไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆแค่บังคับให้เจ้าเด็กนั่นแสดงพลังที่แท้จริงออกมาก็ไม่สามารถทำได้"เหวินจงกล่าว หยางจื่อในตอนนี้ได้รับชัยชนะไป2 รอบเเล้ว และในที่สุด หลี่ซวงเหยียนก็เคลื่อนใหวนางได้ท้าประลองกับรุ่นเยาว์ตระกูลอันแต่รุ่นเยาว์ตระกูลอันรีบกล่าวยอมแพ้ในทันทีเช่นเดียวกับหลี่ซวงเหยียนและ จี้ฟางและจี้เสวี่ยต่างก็ท้าประลองหยางจื่อแล้วกล่าวยอมแพ้จ้าวเสวี่ยก็ได้รับชัยชนะได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องสู้การต่อสู้เริ่มดุเดือดขึ้นทำให้หยางจื่อต้องพยักหน้าขอบคุณ ในที่สุดการประลองก็มาถึงจุดเดือดเพราะเหลืออัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่ยังไม่ได้ต่อสู้กันได้แก่หลี่ซวงเหยียน ตงไท่ จ้าวเสวี่ย เหวินจง หว่านเจียงอี้ และหยางจื่อ ทั้ง 6คนถือเป็นอัจฉริยะที่ยังไม่เคยได้รับความพ่ายแพ้เหวินจงที่เดินขึ้นเวทีประลองเเล้วชี้ไปทางหยางจื่อ
"เจ้าหนะลุกขึ้นมา" เหวินจงกล่าวอย่างเย็นชา
หยางจื่อลุกออกมากที่นั่งของตนแล้วเดินขึ้นเวทีประลองอย่างเชื่องช้าแต่บรรยากาศของหยางจื่อที่ปลดปล่อยออกมายังคงทรงพลังและแข็งแกร่งอย่างยิ่ง "ข้ายอมรับเลยว่าพวกชั้นต่ำอย่างเจ้าสามารถเข้ามาถึงรอบนี้ได้ก็ถือว่าทำได้ดีแต่ว่ามันถึงเวลาที่พวกชั้นต่ำอย่างเจ้าต้องออกไปจากเวทีไปเเล้ว" เหวินจงกล่าว"ถ้าเจ้าทำได้ละก็นะ" กยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ตายไปซะ" เหวินจงกล่าว
ปราณกระบี่ที่ทรงพลังได้ตัดผ่านอากาศพุ่งตรงมาทางหยางจื่อแต่หยางจื่อกลับยังคงยืนอย่างสงบและตวัดดาบออกไปปราณดาบที่ทรงพลังของหยางจื่อทำลายปราณดาบของเหวินจงได้อย่างง่ายดาย"งั้นเจอนี่ จิตวิญญาณกระบี่" เหวินจงกล่าว
หยางจื่อเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจเพราะตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในทวีปศักดิ์สิทธิ์เขายังไม่เจออัจฉริยะคนใหนเลยที่สามรถใช้จิตวิญญาณกระบี่หรือดาบได้เลยเหวินจงคือคนแรกที่ใช้จิตวิญญาณกระบี่ได้"อย่านึกว่ามีเจ้าคนเดียวที่ใช้จิตวิญยาณได้" หยางจื่อกล่าว
"จิตวิญญาณดาบ!!!" หยางจื่อกล่าว
ใบหน้าของเหวินจงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเหตุผลที่เหวินจงเป็นอัจฉริยะของสำนักกระบี่ภูผาได้เพราะเหวินจงได้บรรลุจิตวิญญาณแห่งกระบี่ได้สำเร็จทำให้ทางสำนักให้ความสำคัญกับเหวินจงอย่างมากและคอยตามองตามใจเหวินจงทุกอย่างเสมอมาเพราะงั้นเหวินจงจึงเป็นคนหยิ่งยโสและมักจะมองคนที่มาจากทวีปเล็กๆแบบหยางจื่อว่าเป็นคนชั้นต่ำไม่มีค่า "เป็นไปไม่ได้ ทำไมเจ้าคนชั้นต่ำถึงใช้ได้ เป็นไปไม่ได้"เหวินจงกรีดร้อง "เรามาดูกันดีกว่าระหว่างจิตวิญญาณดาบของข้าหรือจิตวิญญาณกระบี่ของเจ้าใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน"หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม ดาบสีทองและกระบี่สีทองเริ่มเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงแรงกดดันจากจิตวิญญาณดาบและกระบี่ทำให้จิตใจของอัจฉริยะที่เหลือต่างสั้นสะท้าน "ช่างเป็นจิตวิญญาณที่ทรงพลังยิ่งนัก"ผู้คนกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น "ไม่ได้การแล้วจิตวิญญาณดาบของเด็กคนนั้นอยู่จุดสูงสุดและใกล้จะเข้าสู่การวิวัฒนาการเเล้ว"ผู้อาวุโสของสำนักกระบี่ภูผากล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนก"เเกร๊กๆ"
เสียงแตกร้าวปรากฏบนกระบี่สีทองไม่นานกระบี่สีทองก็แตกสลาย เหวินจงล้มลงพื้นและกระอักเลือดออกมาหลายครั้งเหวินจงมองไปทางหยางจื่อด้วยความเกลียดชัง แต่หยางจื่อหาได้สนใจสายตานั่นไม่และกลับไปนั่งที่ตนเองอย่างเฉยเมย "เจ้าเด็กนี่ชักจะน่าสนใจขึ้นมาเรื่อย ๆเเล้วละสิ"ประมุขนิกายเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม-------------------------------------------------------------------------------------