“อะไร!” หยางเซี่ยลุกขึ้นพรวดด้วยความตกใจ “ท่านพูดว่าอะไร!?”
มันรู้ดีว่าแม้ว่าความสามารถทางประสาทการรับกลิ่นของเทียนเหยาที่สองไม่เคยผิดพลาดมาก่อน แต่มันก็ยังยากที่จะเชื่อได้ลง
จมูกของเทียนเหยาที่สองยังคงกระดิกต่อไป ก่อนที่มันจะพยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น “ไม่ผิดแน่! แม้ว่าข้าจะเคยเดินเฉียดกับเขาแค่ครั้งเดียว แต่ข้าก็จดจำกลิ่นอายของเขาได้ดี ผู้ที่อยู่ในรถม้าการค้าคันนั้นคือจางหลิน!”
ดวงตาของหยางเซี่ยเบิกกว้าง พร้อมกับย่นคิ้วลงด้วยความสงสัย “จางหลินขึ้นรถม้าของพ่อค้างั้นรึ? เจ้านั่นคิดจะทำอะไรกันแน่?”
เพราะโดยปกติหากจางหลินออกจากตระกูลจางด้วยรถม้า ส่วนใหญ่เขาจะใช้รถม้าที่เป็นของตระกูลจางเองเพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มกองโจรหรือกลุ่มที่ไม่หวังดีที่จะเข้ามาสร้างปัญหา เพราะท้ายที่สุดรถม้าของพ่อค้าต่างแดนมักจะเป็นเป้าหมายหลักๆของกลุ่มโจรและผู้ไม่ประสงค์ดี
แต่เหตุใดวันนี้จางหลินถึงได้ตัดสินใจนั่งรถม้าของพ่อค้าต่างแดน ทั้งๆที่รู้ว่าอาจจะเกิดอันตรายขึ้นกับตน?
จู่ๆ แสงแห่งความเข้าใจก็วาบผ่านดวงตาของหยางเซี่ย!
คำตอบก็คือจางหลินไม่ต้องการให้มีผู้ใดรับรู้การเคลื่อนไหวของเขาด้วยเหตุผลบางประการ!
ทว่าหยางเซี่ยก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ “ช้าก่อน หากเขาแค่ขึ้นรถม้าพ่อค้าเพื่อปกปิดการเคลื่อนไหวก็พอจะเข้าใจได้ แต่เหตุใดเขาจึงไปทางทิศใต้ของเมืองหยางโจวซึ่งเป็นพื้นที่กันดารห่างไกลจากความเจริญ? ที่แห่งนั้นไม่ควรจะมีสิ่งที่จางหลินต้องการ…”
“และตั้งแต่ข้าเฝ้ามองมา ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่จางหลินจะเดินทางไปยังทิศใต้ของเมืองหยางโจวที่เปี่ยมไปด้วยความอันตรายของกองทหารรับจ้างและกลุ่มหัวรุนแรง..."
“การเคลื่อนไหวนี้มีบางอย่างผิดปกติ!” หยางเซี่ยได้ข้อสรุปในทันที
แต่มันนึกไม่ออกเลยว่าจางหลินมีจุดประสงค์อะไรในการเดินทางไปยังทิศใต้ของเมืองหยางโจวที่เป็นเขตอันตราย
เทียนเหยาที่สองเองก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน เพราะการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ผิดปกติจากที่มันสอดส่องมาสองวันเต็มๆ
หยางเซี่ยหันไปมองเทียนเหยาที่สอง และกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ตื่นเต้น “ท่านเทียนเหยาที่สอง โอกาสของท่านมาถึงแล้ว! ในช่วงเวลาที่จางหลินไม่ได้อยู่ที่ตระกูลจางย่อมหมายความว่า ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับชายชราลึกลับคนนั้นอีกต่อไป!”
“ตอนนี้ตระกูลจางไม่มีปราการป้องกันอยู่อีกแล้ว! ด้วยระดับพลังยุทธ์ของคนในตระกูลจาง พวกมันไม่สามารถเทียบกับท่านได้อย่างแน่นอน!” หยางเซี่ยพูดอย่างชั่วร้าย
คำพูดของหยางเซี่ยทำให้ความลังเลใจของเทียนเหยาที่สองเริ่มสั่นคลอน
การสังหารคนแค่ไม่กี่คน แต่แลกมากับการได้รับเม็ดยาระดับ 6
นี่คือเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่มันได้กำไรเห็นๆ!
ประกายไฟในดวงตาของเทียนเหยาที่สองทำให้ใบหน้าของหยางเซี่ยค่อยๆดีขึ้น มันรีบราดน้ำมันลงกองไฟซ้ำเติมเข้าไปอีก “ท่านเทียนเหยาที่สอง นี่คือโอกาสเดียวสำหรับท่านในการฆ่าล้างตระกูลจาง! และยังเป็นโอกาสเดียวสำหรับท่านในการได้รับเม็ดยาระดับ 6 เพื่อพัฒนาระดับพลังยุทธ์ของท่าน หากท่านไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ ข้าเกรงว่าท่านอาจจะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว”
เทียนเหยาที่สองกลืนน้ำลายหนึ่งเฮือกพลันเงยหน้าขึ้นมา และยื่นข้อเสนอ “เอาล่ะ แต่ข้ามีข้อแม้… ข้อแม้ก็คือสมบัติทั้งหมดในตระกูลจางต้องเป็นของข้า”
แม้ว่าโดยปกตินักฆ่าจะมีภารกิจเพียงแค่การลอบสังหาร แต่การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ทำให้มันรู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่างที่หลบซ่อนอยู่ในมุมมืด ฉะนั้นแล้วจะเป็นการดีที่สุดหากสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนกับว่าตระกูลจางถูกปล้นโดยกองโจรลึกลับและจัดฉากหาแพะรับบาป
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของหยางเซี่ยก็เปลี่ยนไป มันครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ตกลง... แต่ข้ามีเงื่อนไขอีกอย่าง”
คิ้วของเทียนเหยาที่สองเลิกขึ้น “เงื่อนไขอะไร?”
หยางเซี่ยยิ้มออกมาอย่างสดใส “ข้าต้องการสิ่งของบางอย่างจากตระกูลจาง มันเป็นสิ่งของที่ควรจะเป็นของคนรักของข้าในตอนที่เคยหมั้นหมายกับตระกูลจางในอดีต... บังเอิญว่านางต้องการสิ่งของชิ้นนั้น ข้าขอมันได้หรือไม่?”
“มันคืออะไร? และมีมูลค่าเท่าใด?” เทียนเหยาที่สองกล่าวถามด้วยแววตาที่เฉียบคม
“มันเป็นเพียงเครื่องประดับสำหรับสตรี นั่นคือกำไลหยกสีเลือด…” หยางเซี่ยตอบอย่างรวดเร็ว “ในตอนแรกจางหยินเซียวตัดสินใจที่จะมอบมันให้แก่ชิงเยว่คนรักของข้า แต่เนื่องจากพิธีแต่งงานล้มเหลว นางจึงไม่ได้ครอบครองมัน”
“ทว่าตอนนี้นางเป็นผู้หญิงของข้า ข้าต้องการมอบมันให้แก่นาง…” หยางเซี่ยเว้นวรรคครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แค่เครื่องประดับของสตรีชิ้นเดียว ข้าหวังว่าท่านจะไม่ตระหนี่”
เทียนเหยาที่สองย่นคิ้วเล็กน้อยเพราะสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นที่ผิดปกติในน้ำเสียงของหยางเซี่ย แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ปฏิเสธ “หากเพียงแค่ชิ้นเดียวก็ไม่มีปัญหา แต่อย่าลืมข้อตกลงระหว่างเรา”
“เอาล่ะ…” เมื่อได้ยินดังนั้นหยางเซี่ยก็ยิ้มออกมาอย่างจริงใจ “ท่านจะยอมรับภารกิจของข้าใช่หรือไม่?”
เทียนเหยาที่สองยกยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงเม็ดยาระดับ 6 ที่มันจะได้รับหลังจากนี้ “แน่นอน ข้ายอมรับภารกิจของเจ้า—”
แต่ทันทีที่เทียนเหยาที่สองรับปาก จู่ๆราวกับว่ามีภาพปรากฏขึ้นในหัวของมันในชั่ววูบ...
ในภาพที่เลือนลางนั้น คือร่างของชายในชุดคลุมสีขาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางร่างไร้วิญญาณนับร้อย ซากศพไร้ชีวิตนอนเกลื่อนกลาดโดยมีโลหิตไหลพรากเป็นทางยาวราวกับนรกบนดิน!
เจตนาฆ่าปกคลุมรอบตัวของชายในชุดคลุมสีขาว! ราวกับมันเป็นแรงกดดันที่ทำให้หายใจไม่ทั่วท้อง!
ด้านหลังของชายในชุดคลุมสีขาวเผยให้เห็นต้นไม้สีทองที่ส่องสว่างอย่างเลือนลาง มีคนหลายสิบคนลอยอยู่กลางอากาศ โดยมีเถาวัลย์หนามสีทองจากต้นไม้นั้นทะลวงผ่านร่างของคนทั้งหมดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่อย่างน่าสยดสยอง!
ใบหน้าของคนทั้งสิบแสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวังถึงขีดสุด รูม่านตาของพวกเขามีเพียงความหวาดกลัวและความไม่เชื่อ! ปากของพวกเขายังมีเลือดที่ไหลพรากพร้อมกับอวัยวะภายในที่ถูกคายออกมา!
ฉึก!
ชายในชุดคลุมสีขาวที่กำลังหันหลังสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง ก่อนที่เถาวัลย์หนามสีทองจะถูกกระชากออกจากร่างคนทั้งสิบอย่างแรงจนโลหิตไหลกระฉูดพุ่งออกมาราวกับน้ำพุ!
เสียงร่วงหล่นของซากศพดังขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใต้สภาพแวดล้อมที่ตลบอบอวลด้วยกลิ่นคาวเลือด!
เมื่อเทียนเหยาที่สองจ้องมองไปที่ซากศพนับร้อยที่นอนเกลื่อนกลาด จู่ๆดวงตาของมันก็เผยให้เห็นถึงความตกใจ เมื่อพบว่าผู้ที่นอนตายอย่างน่าอเนจอนาถคือเหล่าลูกน้องของมันในศาลาเทียนเหยาที่สอง!
“พะ-พวกเจ้า!—” เทียนเหยาที่สองเกือบจะสติแตก เมื่อเห็นว่าทุกคนที่เป็นซากศพล้วนแล้วแต่เป็นคนใกล้ชิดของมันทั้งสิ้น!
ดวงตาของมันแหงนขึ้นมองสูง ก่อนที่รูม่านตาของมันจะเบิกโพลงด้วยความตกใจจนวิญญาณเกือบจะหลุดออกจากร่าง!
เพราะด้านบน มีป้ายขนาดใหญ่ซึ่งเขียนว่า【ศาลาเทียนเหยาที่สอง】ซึ่งเป็นองค์กรลอบสังหารที่มันสังกัด!
ในเวลาเดียวกันนั้นร่างชายในชุดคลุมสีขาวค่อยๆหันหลังกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าและแววตาที่เย็นชาที่คุ้นเคย...
นั่นคือจางหลิน!