'เขาหมื่นอสูรเขตชั้นใน'
" นั่นใคร.. "
ซิ่วอิงพลันตวาดออกมาเสียงดัง เมื่อตรวจสอบจนรับรู้ถึงพลังปราณของคนพวกนั้น พร้อมฟันปราณดาบออกไปทันที เพียงแต่ไม่ได้ใส่พลังปราณอย่างเต็มที่นัก เพราะยังไม่รู้ว่าคนพวกนั้นเป็ใคร
‘ตู้มมม’
ปราณดาบปะทะกับต้นไม้ใหญ่เสียงดังสนั่น ฝุ่นควันและกิ่งไม้ใบไม้ซึ่งเกิดจากการะเิ กระจัดกระจายลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ
‘พรึ่บบๆ’
ในเวลาเดียวกันนั้น พลันปรากฏร่างของคนหลายคน ะโออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ ลงมายืนเผชิญหน้ากับซิ่วอิงในทันที
" หึๆๆ.. แปลกประหลาดนัก ร่างของเ้าไม่ปรากฏพลังปราณใดๆ.. แต่เ้ากลับสามารถรับรู้ถึงพวกเราได้ อีกทั้งยังสามารถใช้ปราณดาบได้อีกด้วย.. น่าสนใจจริงๆ "
ชายหนุ่มร่างใหญ่ผู้นึงกล่าวขึ้นมา
“ นี่เป็เื่ของข้า หาได้เกี่ยวข้องกับผู้ใดไม่.. พวกท่านมาทำลับๆล่อๆ ด้วยเื่อันใด”
ซิ่วอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว สายตาดุดันมองคนแปลกหน้าทั้ง 8 แทบไม่กระพริบ สองมือเร่งเร้าพลังปราณเตรียมพร้อม
กลุ่มคนแปลกหน้าทั้ง 8 ต่างมองไปยังสตรีตรงหน้าด้วยความแปลกใจ หญิงสาวชุดดำสวมหน้ากากดำ ดูแล้วคงมีวัยไม่เกิน 14-15 ปีผู้นี้ เหตุใดจึงสามารถเข้ามาถึงส่วนลึกของเขาหมื่นอสูร ทั้งที่มองอย่างไรนางไม่มีพลังปราณแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาวัยไม่เกิน 20 ปี ลักษณะเหมือนจะเป็ผู้นำกลุ่ม จึงเอ่ยถามขึ้น
“ ก่อนหน้านี้.. พวกข้าได้ยินเสียงต่อสู้ของสัตว์อสูร เมื่อมาถึงเห็นเ้ากำลังทำลายร่างสัตว์อสูรระดับ 7 อยู่.. เ้าได้นำผลึกอสูรของพวกมันไปแล้ว.. ใช่หรือไม่ ”
“ ข้าจะเอาไปหรือไม่ หาได้เกี่ยวข้องกับพวกท่าน..”
ซิ่วอิงเอ่ยวาจาเข็งกร้าวด้วยความไม่พอใจ
“ ฮ่ะๆๆ.. เท่าทีดูเ้าไม่มีพลังปราณ คงไม่สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับนี้ได้ เ้าได้มาหลังจากที่พวกมันต่อสู้จนตกตายไปทั้งคู่.. ใช่มั้ย..”
ชายหนุ่มร่างใหญ่คนเดิมเอ่ยขึ้น พร้อมกับใช้สายตาดูิ่มองมาที่ซิ่วอิง
“ นี่ก็ไม่ใช่เื่อันใดของพวกท่าน..”
ซิ่วอิงยังคงตอบด้วยน้ำเสียงเ็าเช่นเดิม
“ หึ.. ปากดีนักน่ะ”
ชายหนุ่มร่างใหญ่ผู้นั้น เมื่อถูกซิ่วอิงกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า ด้วยความโมโหจึงเดินออกมาจากกลุ่ม มือขวากำหมัดแน่นพลางโคจรพลังปราณ ก่อเกิดกำปั้นขนาดั์ที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณ จากนั้นพุ่งทะยานเข้าหาซิ่วอิง พร้อมต่อยกำปั้นเข้าใส่อย่างรุนแรง
‘พรึ่บบ’
ซิ่วอิงที่ระวังตัวอยู่แล้วหาได้หวาดกลัว ควบแน่นปราณในอากาศเป็ดาบปราณขึ้นมาบนฝ่ามือ แล้วฟาดเข้าไปปะทะกับพลังหมัดที่พุ่งเข้าหาทันที
‘ตู้มมม’
‘ปังงงง'
เสียงะเิดังสนั่นไปทั่วทั้งผืนป่า จากการปะทะกันอย่างรุนแรงของพลังหมัดและปราณดาบ พื้นดินเบื้องหน้าพลันปรากฏฝุ่นควันลอยคละคลุ้ง
" อ๊ากก.."
ในเวลานั้นเอง เสียงร้องโหยหวนดังลั่นออกมาจากกลุ่มควัน สีหน้าของกลุ่มคนที่มาใหม่เปลี่ยนแปลงไปในทันที เมื่อสิ้นเสียงร้องกลุ่มฝุ่นควันจางหาย ทุกคนเห็นร่างๆหนึ่งนอนอยู่บนพื้นดิน เสื้อผ้าฉีกขาดร่างกายกระตุกอย่างรุนแรง ก่อนจะนอนแน่นิ่งไป
" หึๆ.. ไม่ถึงกับตายหรอก แต่คงจะหมดสติไปอีกนาน"
น้ำเสียงซิ่วอิงที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้กลุ่มคนเบื้องหน้าที่ยืนนิ่งตลึงงันรู้สึกตัวขึ้นมาทันที
ชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็หัวหน้ากลุ่ม มองเด็กสาวสวมหน้ากากในชุดจอมยุทธ์สีดำ ที่ดูยังไงก็ไม่ปรากฏพลังปราณใดๆ แต่กลับใช้ฝ่ามือเดียวฟาดคนของเขาจนพ่ายแพ้หมดรูป ตอนนี้เขาต้องประเมินเด็กสาวตรงหน้าใหม่อีกครั้ง
" เ้าเป็ใครกัน.."
น้ำเสียงดุดันแฝงไปด้วยแรงกดดันระดับยอดยุทธขั้นสูง ดังขึ้นมาจากชายหนุ่มผู้ที่เป็หัวหน้ากลุ่ม
" เมื่อสักครู่.. ข้าจำได้ว่าข้าถามพวกเ้าก่อน แต่แทนที่จะตอบกลับโจมตีข้า.." น้ำเสียงอันเ็าดุดันของซิ่วอิง กล่าวสวนออกมาแทบจะในทันที
ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มคิ้วกระตุกด้วยความโกรธ
" หึ.. เ้าคิดหรือว่า.. เ้าที่เป็เพียงสตรีเพียงคนเดียว จะสามารถเอาชนะพวกข้าทั้งหมดได้.. คนที่เ้าเพิ่งเอาชนะไป เป็ผู้ที่อ่อนแอที่สุดในพวกข้าด้วยซ้ำ "
ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มกล่าววาจาเสียงดัง แม้จะประหลาดใจกับตัวตนของเด็กสาวตรงหน้า แต่เขาก็มีความมั่นใจในพลังของพรรคพวกและตัวเองอย่างเปี่ยมล้น เพราะฝ่ายตรงข้ามเป็ผู้หญิงเพียงคนเดียว คงไม่อาจเอาชนะพวกเขาทั้งกลุ่มได้เป็แน่
" ใครจะไปรู้ว่ามันอ่อนแอถึงเพียงนี้.. เห็นพุ่งเข้าใส่ข้าเต็มแรงเสียขนาดนั้น ข้าก็ต้องสวนกลับเป็ธรรมดา.. หรือพวกเ้าจะให้ข้ายืนนิ่งให้มันลงมืออยู่ฝ่ายเดียว "
ซิ่วอิงพูดพลางมองหน้าคนทั้งกลุ่ม สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ เ้า..”
ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มเอ่ยพลางจ้องเขม็งมาทางซิ่วอิง แรงกดดันของทุกคนรอบด้านถูกส่งมาให้เธออย่างจงใจ แต่กลับทำอะไรซิ่วอิงไม่ได้แม้แต่น้อย จนคนในกลุ่มพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดขึ้นมา
‘ สาวน้อย..เ้าคงคิดว่าเ้าแข็งแกร่งมากงั้นสินะ ถึงกล้าตีฝีปากกับพวกเรา ’
‘ เ้าอย่าคิดว่าเพียงแค่แข็งแกร่งกว่ามัน แล้วจะชนะพวกเราทุกคนได้ ’
‘ เ้าคงมาจากเมืองัฟ้าสินะ เ้ารู้จักเ้าตระกูลหยางหรือไม่ พวกเราเป็คนตระกูลหยาง เ้าคิดว่าจะแข็งแกร่งกว่าตระกูลหยางเช่นนั้นหรือ ’
เสียงทุกคนพูดออกมาแทบจะพร้อมกัน
" หึๆๆ.. มีกันถึง 8 คนแต่กลับใช้ชื่อเสียงตระกูลมาข่มขู่ข้า.. พวกเ้านี่มัน.."
ซิ่วอิงเอ่ยพร้อมกับแกล้งส่ายหน้าไปมาด้วยความสมเพช แล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า
“ พวกท่านเป็คนตระกูลหยางสินะ.. ”
" ถูกต้อง.. ข้าหยางต้วนเฉิงขอท้าสู้กับเ้า.. ชักอยากรู้เสียแล้วว่าฝีมือของเ้าจะดีดั่งปากหรือไม่"
ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน เขาไม่อาจทนรับกับท่าทางเหยียดหยามของซิ่วอิงได้อีกแล้ว
" ข้าจ้าวซิ่วอิง.. ถ้าเ้าอยากสู้กับข้า เช่นนั้นก็มาลองดูกัน "
ซิ่วอิงตอบกลับอย่างไม่หวาดหวั่น ด้วยเธออยากทดสอบการต่อสู้ของตัวเองเช่นกัน เพราะั้แ่ฝึกฝนมาหลายปีจนถึงระดับนี้ เธอไม่เคยต่อสู้กับผู้ใดอย่างจริงจังแม้แต่ครั้งเดียว
‘ วู๊สสส’
หยางต้วนเฉิงชายหนุ่มผู้เป็หัวหน้ากลุ่มไม่รอช้า เขาปล่อยพลังปราณออกมาราวกับหมอกควัน ปกคลุมร่างกายตนเองจนมืดมิด พร้อมกับปล่อยแรงกดดันระดับยอดยุทธ์ขั้นสูงออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง ฝ่ามือก็เปล่งแสงสีเขียวเป็ประกายกลืนไปกับป่ารอบข้าง
‘ฟรึ่บบบ’
ซิ่วอิงไม่ประมาททักษะของคู่ต่อสู้ เร่งโคจรลมปราณดารา์ของตนเองอย่างรวดเร็ว จนมีรัศมีสีขาวเจิดจ้าแผ่ออกมารอบกายของเธอ พลังปราณระดับยอดยุทธ์ขั้นสูงถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ ( ความจริงนางอยู่ในระดับปฐีขั้นต้น แต่ลดระดับตนเองให้เท่ากับคู่ต่อสู้ )
เมื่อพวกตระกูลหยางเห็นพลังปราณยอดยุทธ์ขั้นสูงของซิ่วอิง ก็ถึงกับตกตลึงแต่ละคนอ้าปากค้าง ก่อนจะส่งเสียงคล้ายรำพึงกับตัวเองออกมา
‘อะไรกัน ทำไมนางมีพลังปราณถึงระดับนี้ได้’
‘นี่นางเป็ปีศาจหรืออย่างไร’
‘นางชื่อจ้าวซิ่วอิงสินะ.. ตระกูลจ้าวในเมืองัฟ้าข้าไม่เคยได้ยิน’
ซิ่วอิงได้ยินคำพูดของคนตระกูลหยางแต่เธอก็หาได้สนใจไม่ กลับเอ่ยกับหยางต้วนเฉิงว่า
" ข้าหวังว่า.. เ้าจะแข็งแกร่งกว่าคนก่อนหน้านี้นะ"
" หึ.. ถึงแม้นว่าเ้าจะมีระดับพลังปราณที่น่าใ แต่รอดูได้เลยข้าจะไม่ทำให้เ้าผิดหวัง"
สิ้นเสียงอันกราดเกรี้ยวของหยางต้วนเฉิง ร่างของเขาพลันเร้นหายในหมอกควัน ที่ถูกปลดปล่อยออกมาปกคลุมทั่วร่างเขาและซิ่วอิง เมื่อประกอบกับความรกครึ้มของป่าหมื่นอสูรชั้นใน สถานที่แห่งนี้จึงเป็เหมือนอาณาเขตของเขา
‘นี่.. พี่ใหญ่ถึงกับต้องใช้ทักษะไม้ตายั้แ่เริ่มต่อสู้เลยงั้นหรือ..’
‘นางแข็งแกร่งถึงขนาดนั้น.. หากไม่ใช้ท่าไม้ตายจะไปชนะนางได้อย่างไรกัน’
ชายหนุ่มหน้านิ่งกล่าวตอบชายคนนั้น
‘การต่อสู้ครั้งแรก’
ภายในม่านหมอกเขตแดนของหยางต้วนเฉิง ซิ่วอิงที่อ่อนประสบกาณ์ก็รู้สึกกดดันขึ้นมาเล็กน้อย เพราะดูเผินๆวิชาของหยางต้วนเฉิงเป็การพรางกายธรรมดา ทว่าเมื่อเธอปลดปล่อยพลังจิติญญาตรวจสอบหมอกหนารอบกาย จึงรู้ว่าหมอกหนาเหล่านี้ ถูกหลอมรวมขึ้นจากปราณิญญาระดับสูง
หยางต้วนเฉิงผู้นี้สมควรแล้วที่เป็คนตระกูลใหญ่ เพียงลงมือก็ใช้ทักษะระดับสูงทันที ช่างเป็การต่อสู้ครั้งแรกที่ทำให้เธอรู้สึกกดดันอย่างมาก
‘แม้เราจะััได้ถึงตัวตนของเขาในม่านหมอก แต่ก็เป็ััที่จางมาก.. คงต้องระวังให้ดีแล้วละ’
ซิ่วอิงคิดพร้อมกับเร่งโคจรพลังปราณ เพื่อต่อต้านอาณาเขตหมอกหนาทึบรอบข้าง ด้วยระดับพลังปราณที่แข็งแกร่งของเธอ จึงสามารถสกัดกั้นกลุ่มหมอกหนาไว้ได้
แต่ว่า..
" มันไม่ง่ายเช่นนั้นหรอก"
เสียงของหยางต้วนเฉิงดังขึ้นจากหมอกหนารอบด้าน หมอกหนาทึบพลันหมุนวนรอบตัวซิ่วอิงอย่างรุนแรง ยังไม่ทันที่ซิ่วอิงจะแก้ไข้สถานการณ์เบื้องหน้า
‘ฟิ้ววว’
ในฉับพลันนั้น เสียงอาวุธแหวกอากาศดังขึ้นแ่เบา ก่อนจะโจมตีเข้าใส่ลำคอของซิ่วอิงอย่างรวดเร็ว ซิ่วอิงที่เพิ่งระบุทิศทางได้รีบเบี่ยงตัวหลบอย่างเร็ว
‘ฉัวะ’
คมกระบี่จากทักษะของหยางต้วนเฉิง พุ่งเฉียดต้นคอซิ่วอิงไปเพียงแค่ปลายนิ้ว แต่ปลายกระบี่กลับโดนหัวไหล่ของเธอจนรู้สึกได้ถึงความเ็ป หากหลบไม่ทันคมกระบี่ต้องตัดผ่านลำคอเธออย่างแน่นอน
โลหิตไหลซึมออกมาจากาแที่ไหล่ของซิ่วอิง ถึงจะเป็เพียงาแเล็กน้อย แต่บอกได้ว่าเพียงแค่การต่อสู้เริ่มขึ้น ซิ่วอิงกลับตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบเสียแล้ว
ซิ่วอิงยกมือลูบาแที่หัวไหล่พร้อมกับคิดในใจ
‘อืม.. ประสบการณ์การต่อสู้ของเราเป็รองเขาสินะ.. น่าเจ็บใจจริงๆ..’
ถึงจะโกรธที่ได้าแจากต่อสู้ครั้งแรก แต่ซิ่วอิงหาได้แสดงอาการใดๆออกมา เพราะถึงแม้นจะไม่มีประสบการณ์ต่อสู้มากนัก แต่ความยากลำบากที่ผ่านมาตลอด4ปี สร้างความแข็งแกร่งให้เธอไม่น้อยเช่นกัน
ซิ่วอิงเผยรอยยิ้มน้อยๆออกมา ราวกับมิได้กริ่งเกรงในตัวคู่ต่อสู้สักนิดเดียว
" อืม.. ไม่เลวเลย.. ท่านแข็งแกร่งกว่าคนก่อนหน้าจริงๆด้วย ในเมื่อท่านมีความสามารถเพียงพอ ข้าจะแสดงพลังที่แท้จริงให้ท่านดู.."
‘ดาราประกายแสงงง’
สิ้นเสียงร่างของซิ่วอิงพลันเปล่งแสงออกมาอย่างบ้าคลั่ง ปราณธาตุแสงของเธอพุ่งออกไปรอบทิศทาง กำจัดปราณที่ควบแน่นเป็หมอกหนาของหยางต้วนเฉิงแทบทั้งหมด จนอาณาเขตรอบตัวของซิ่วอิงพลันสว่างจ้า ในไม่ช้าหมอกหนาถูกปราณแสงทดแทนจนหายไปหมดสิ้น
" อะไรกัน.. นี่นางมีธาตุแสงเช่นนั้นหรือ "
หยางต้วนเฉิงเอ่ยออกมาด้วยความตื่นตลึง พร้อมกับทะยานร่างถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเขารับรู้ได้ถึงอันตรายจากเด็กสาวตรงหน้า
" ถึงทีข้าบ้างละ.. รับมือ.."
กล่าวจบร่างในชุดดำของซิ่วอิงที่อัดแน่นด้วยพลังปราณระดับยอดยุทธ์ขั้นสูง พุ่งทะยานเข้าหาหยางต้วนเฉิงด้วยความเร็วและดุดัน สองมือกำรวบสร้างปราณดาบขนาดใหญ่ ก่อนจะฟันเข้าใส่ร่างหยางต้วนเฉิงราวประกายแสง
‘ดาบวายุทะลายฟ้าๆๆ’
สิ้นเสียงอันแผดก้องปราณรูปดาบขนาดใหญ่ พุ่งเข้าหาหยางต้วนเฉิงอย่างรวดเร็วและรุนแรง เป็ครั้งแรกที่ซิ่วอิงใช้พลังปราณอย่างเต็มที่ั้แ่ออกจากูเา ด้วยความโกรธที่คนพวกนี้มายุ่งเกี่ยวกับเธอ ด้วยความโกรธที่บังอาจทำให้เธอเสียเื จึงใช้วิชาที่เคลื่อนไหวโจมตีอย่างรวดเร็วและรุนแรง หากไม่สามารถต้านไว้ได้ต้องตายอย่างแน่นอน
‘ฟรึ่บบบ’
หยางต้วนเฉิงรู้ดีว่าตนเองไม่สามารถต้านรับได้ พยายามใช้ท่าร่างในการหลบหลีก ทว่าปราณดาบของซิ่วอิงนั้นหนาแน่นเป็อย่างยิ่ง พลังกดดันของมันทำให้เขาไม่อาจหลบหนีได้ ทำได้เพียงสร้างเป็เกราะปราณด้วยพลังที่มี เพื่อตั้งรับอย่างสุดกำลังเท่านั้น
‘เกราะิญญาๆๆ’
‘วู๊สสสสส'
‘ปังงงงงง’
“ อ๊ากกๆๆ..”
เกราะิญญาที่สร้างขึ้นมาต้านรับ แหลกสลายไปในดาบเดียวของซิ่วอิง ร่างของหยางต้วนเฉิงกระเด็นถอยหลังไปหลายวา เขากระอักเืออกมาหน้าซีดเล็กน้อย แม้จะไม่ถึงกับตกตายแต่อวัยวะภายในกลับกระทบกระเทือนไม่น้อย เขาหายใจอย่างเหนื่อยหอบ สายตาที่มองมายังซิ่วอิงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ความมั่นใจในตอนแรกหายไปหมดสิ้น
“ อั่กก..”
ซิ่วอิงมองหยางต้วนเฉิงด้วยสายตาเ็า หากไม่ได้โจมตีต่อแต่อย่างใด กลุ่มคนตระกูลหยางทั้งหมดพากันทะยานไปรวมตัวกันอยู่ข้างๆหยางต้วนเฉิง
" ท่านเป็อย่างไรบ้าง..”
ชายหนุ่มหน้านิ่งเอ่ยถามออกมา
" ข้ายังทนได้.. แต่ระดับฝีมือของนางสูงมาก อีกทั้งทักษะของนางนั้นน่ากลัวเป็อย่างยิ่ง"
เสียงแ่เบาสั่นๆของหยางต้วนเฉิงดังออกมา สีหน้าของเขาเมื่อมองไปยังซิ่วอิงพลันมืดมิดลงหลายส่วน พลางครุ่นคิด
‘ ผู้หญิงคนนี้เป็ใครกันแน่ ทำไมอายุแค่นี้แต่กลับร้ายกาจยิ่งนัก นางเป็คนของสำนักัฟ้าเช่นนั้นหรือ’
แม้หยางต้วนเฉิงจะกล่าวว่าไม่เป็อะไรมาก แต่ทุกคนรู้ว่าเขานั้นาเ็หนักและสูญเสียลมปราณไปทั้งหมด ในการตั้งรับกระบวนท่าเดียวของเด็กสาวในหน้ากากตรงหน้า
หญิงสาวหน้าตาสวยงามวัยประมาณ 17-18 ปี ซึ่งเป็ผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่ม มีพลังปราณในระดับปรมาจารย์ขั้นสูง นางมองซิ่วอิงด้วยสายตาโกรธกริ้ว พร้อมกับเอ่ยขึ้นมาว่า
" เ้าเป็ใครกันแน่.."
หญิงสาวคนนั้นเอ่ยปากออกมา น้ำเสียงของเธอแข็งกร้าวไร้ซึ่งความหวาดหวั่นใดๆ ถึงแม้นซิ่วอิงจะอยู่ในชนชั้นยอดยุทธขั้นสูง แต่ในความคิดของนางพวกนางมีจำนวนมากกว่า หากเข้าต่อสู้พร้อมๆกันต้องเอาชนะคนๆเดียวได้แน่
" แล้วเ้าคือใคร.. "
ซิ่วอิงถามกลับด้วยสีหน้าราบเรียบ
" ข้าหยางรั่วฉิน.. คุณหนูใหญ่ตระกูลหยางและนักปรุงโอสถระดับเหรียญทอง เ้ากล้าดีอย่างไรถึงทำร้ายคนตระกูลหยาง”
หญิงสาวคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงอันดังท่าทีหยิ่งผยอง
" โอ้.. ที่แท้คุณหนูหยางนี่เอง.. แต่ท่านปัญญาอ่อนหรือยังไง หรือลืมไปแล้วว่าพวกท่านโจมตีข้าก่อน..”
ซิ่วอิงกล่าวพลางส่ายหน้าเหมือนจนใจ
ในที่สุด.. แทนที่จะมีเื่กันหลังจากที่เธอเปิดร้านขายโอสถ กลับมีเื่บาดหมางกับพวกตระกูลหยางเสียก่อนแล้ว แต่ซิ่วอิงหาได้เกรงกลัวเท่าใดนัก เพราะพวกเธอก็หาใช่คนอ่อนแอไม่
" หึ.. ในเมื่อเ้ากล้าเป็ศัตรูกับตระกูลหยางของพวกเรา คงไม่อาจละเว้นโทษให้กับเ้าได้.."
หญิงสาวคนนั้นพูดต่ออย่างมั่นใจ ราวกับไม่เห็นซิ่วอิงอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
" เฮ้อ.."
ซิ่วอิงถอนหายใจยาวอย่างเบื่อหน่าย สายตาคมกริบมองไปยังหญิงสาวเบื้องหน้าช้าๆ ก่อนจะปล่อยแรงกดดันระดับปราณปฐีขั้นต้น แผ่กระจายออกมาครอบคลุมทั่วทั้งอาณาเขต เหมือนจะบอกว่าเธอเบื่อการโต้เถียงนี่เต็มที กำลังจะเริ่มต่อสู้อย่างสุดกำลังแล้ว
เมื่อรับรู้ถึงพลังปราณที่แท้จริงของซิ่วอิง ร่างของคุณหนูหยางและพวกสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้
‘น่ะ นี่ ..ที่แท้นางอยู่ในระดับปราณปฐีเชียวหรือ’
หยางต้วนเฉิงกับพวกถึงกับอ้าปากค้างไม่อาจพูดสิ่งใดได้อีก
" เอาละ.. ข้าเสียเวลากับพวกท่านมามากแล้ว ที่ผ่านมาแม้คุณชายหยางจะทำให้ข้าาเ็ แต่ข้ายังยั้งมือให้กับพวกท่าน เพราะเราไม่เคยมีความบาดหมางกันมาก่อน.. แต่.. ในเมื่อคุณหนูใหญ่้าลงโทษข้า เช่นนั้นข้าจะแสดงให้รู้ว่าพลังที่แท้จริงนั้นเป็เช่นไร.."
น้ำเสียงของซิ่วอิงเต็มไปด้วยความดุดัน แววตาที่มองไปยังคนทั้งกลุ่ม เป็แววตาที่แสดงถึงเจตนาฆ่าอย่างแท้จริง จิตสังหารของซิ่วอิงที่แผ่ออกมา แทบจะทำให้ทุกคนสลบลงไปก่อนลงมือด้วยซ้ำ
" จะ จะ เ้า... เ้าจะฆ่าพวกเราทั้งหมดหรือ "
น้ำเสียงหวาดหวั่นดังขึ้นมาจากร่างหยางต้วนเฉิง ร่างที่าเ็ของเขาสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้ เพราะจากการประมือทำให้เขารู้ถึงพลังของซิ่วอิงเป็อย่างดี อีกทั้งพวกเขาที่เหลือทั้ง 7 คน อยู่ในระดับยอดยุทธขั้นต้นและขั้นปรมาจารย์ขั้นสูงเท่านั้น หากซิ่วอิง้าฆ่าจริงๆถึงจะร่วมมือกันทั้ง 7 คน คงไม่สามารถรับมือนางได้อย่างแน่นอน
“ ดะ เดี๋ยวก่อน.. พวกเรายังคุยกันได้..”
หยางต้วนเฉิงเอ่ยเสียงสั่น พยายามต่อรองเพื่อยับยั้งโทสะของซิ่วอิง
ร่างในชุดดำของซิ่วอิงยืนนิ่งไม่ไหวติง แววตาของเธอมองพวกเขาเรียบเฉย ท่าทางเหมือนไม่ได้ให้ความสนใจ แต่ภายในใจกลับเยือกเย็นลงไปไม่น้อย เพราะเธอเองไม่เคยฆ่าใครและยังไม่้าฆ่าผู้ใด อีกทั้งในความรู้สึกส่วนลึกบอกตัวเองว่า การกระทำของพวกเขายังไม่ถึงขั้นที่ต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างนึง
" แล้วพวกท่านจะเอาอย่างไร.. "
ซิ่วอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ไม่ปรากฏแววล้อเล่นแม้แต่น้อย
“ เื่ทั้งหมดเป็ความผิดของพวกข้าเอง ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเ้าก่อน.. ข้าต้องขออภัยเ้าด้วย ”
หยางต้วนเฉิงถอนหายใจเบาๆพร้อมกับกล่าวรับผิดออกมา
“ แต่.. พี่ใหญ่.. พวกท่านาเ็เพราะนาง จะเลิกรากันง่ายๆได้หรือ..”
เป็หยางรั่วฉินที่เอ่ยออกมาอย่างไม่ยินยอม
“ พอเถิดน้องพี่.. ที่พวกเราาเ็เ้าก็เห็นอยู่ว่าเพราะเหตุใด.. อย่างที่นางว่า.. ที่ผ่านมาเป็นางออมมือให้กับพวกเรามากแล้ว.. พวกเ้าว่าอย่างไร ”
หยางต้วนเฉิงกล่าววาจากับน้องสาว แล้วหันไปมองทุกคนที่ยืนฟังกันอย่างเงียบๆ
“ ข้าเห็นด้วย.. พวกเราเป็ฝ่ายก่อเื่ ในเมื่อนางเห็นด้วยว่าสมควรหยุดแค่นี้.. ก็พอเถอะ”
หนุ่มหน้านิ่งกล่าวออกมา ซึ่งชายหนุ่มทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย ในใจทุกคนคิดด้วยความหวาดหวั่น
'ล้อเล่นเหรอ.. นางมีพลังปราณเหนือกว่าพวกเขา 1 ขั้นใหญ่ คนที่เก่งที่สุดในกลุ่มพ่ายแพ้จนาเ็.. ต่อให้พวกเขาที่เหลือจะร่วมมือกัน ก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะได้เปรียบนางแม้แต่น้อย.. นางยอมยุติเพียงแค่นี้ ถือว่ามีเมตตามากแล้ว'
คุณหนูตระกูลหยางเมื่อเห็นเช่นนั้น จึงหันหน้าหลบไปอีกด้านไม่กล่าวอะไรอีก
“ ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน.. เอิ่ม.. ข้ารู้ว่าพวกท่านเป็ตระกูลนักปรุงโอสถ แต่นี่เป็ของท่านทั้งสอง ”
ซิ่วอิงที่นึกถึงแผนการในภายหน้า เมื่อกล่าวจบจึงโอสถวารีชำระออกมา 2 เม็ดส่งให้หยางต้วนเฉิง ก่อนจะโคจรพลังปราณใช้ทักษะทะยานเวหาจากไปอย่างรวดเร็ว
‘พรึ่บบ’
เมื่อร่างของซิ่วอิงหายวับไปจากสายตาของทุกคน ทั้งหมดมองหน้ากันแล้วถอนหายใจ เพียงแค่วิชาตัวเบาของนางก็เหนือกว่าพวกเขาไปมาก
หยางต้วนเฉิงก้มลงมองโอสถในมือถึงกับอุทานออกมา
“ นะ นี่.. โอสถระดับนภาความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วน.. แม้แต่ผู้าุโในตระกูลเราก็ยังปรุงออกมาไม่ได้..”
“ อะไรกัน.. นางเป็ใครกันแน่..โอสถพวกที่มีค่าพวกนี้นางกลับมอบให้อย่างง่ายดาย..”
หยางรั่วฉินอุทานออกมาเหมือนคนหมดแรง นางรู้สึกถึงความพ่ายแพ้หมดรูป ที่ผ่านมานางนับว่าเป็อัจฉริยะของเมืองัฟ้า แต่เมื่อมาพบพานซิ่วอิงที่ดูอย่างไรก็ยังเป็เด็กสาววัยไม่เกิน 15 ด้วยซ้ำ แต่ระดับพลังปราณช่างแตกต่างกับอายุไปไกลนัก
“ นางบอกว่าชื่อจ้าวซิ่วอิง.. กลับไปพวกเราค่อยให้คนไปสืบก็แล้วกัน ตอนนี้พวกเรากลับตระกูลกันเถอะ”
หยางต้วนเฉิงเอ่ยวาจาด้วยท่าทีท้อแท้
“ พี่ใหญ่.. ท่านไม่กินโอสถรักษานี่ก่อนเหรอ ”
หยางรั่วฉินเอ่ยถามพี่ชายคนโตออกมา
“ โอสถนี่ล้ำค่ามาก.. ข้าจะเอาไปให้ผู้าุโในตระกูลตรวจดู..”
“ อืม กลับกันเถอะ..”
……………………………………………………
+ เปิดฉากต่อสู้ครั้งแรก นางได้เืเสียแล้ว.. แต่ที่นางยังใจเย็นเพราะมีแผนการณ์ค่ะ +