เมื่อทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมแล้วแต่กลับไม่มีใครกล้าพูดอะไรเลยแม้เพียงสักคนเดียวทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ เมื่อชิออนเห็นว่าทุกคนเงียบแล้วก็เลยพูดขึ้น
“ถ้าไม่มีใครจะแย้งแล้วฉันก็ขอส่งต่อหน้าที่ต่อไปให้คนอื่นก็แล้วกัน”
หลังจากพูดจบชิออนก็เดินถอยหลังออกจากด้านหน้าเวทีก่อนจะเดินลงจากเวทีด้วยท่าทีแบบปกติของเธอ
หลังจากที่ชิออนเดินลงจากเวทีแล้วก็ได้มีลูกน้องของเธอก้าวออกมาด้านหน้าเวทีหนึ่งคนและพูดขึ้น
“ตามที่ท่านชิออนได้พูดไปแล้วว่าเราจะมีการสอบเพิ่มเข้ามาหนึ่งอย่าง เพราะฉะนั้นการสอบรอบโควตาปีนี้จะแบ่งเป็นสองช่วงด้วยกัน โดยช่วงเช้านี้เราจะให้ทุกคนมาประเมินพลังที่จุดทางด้านซ้ายมือนี้ว่าถึงเกณฑ์พลังที่ทางเรากำหนดไว้หรือเปล่า ส่วนในช่วงบ่ายขึ้นไปนั้นจะเป็นการสอบรูปแบบกจำลองการต่อสู้ซึ่งเราจะเตรียมสถานที่ให้พร้อมแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกทีครับ กำหนดการคร่าวๆมีเพียงเท่านี้ ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมอีก 10 นาทีจะเริ่มทำการสอบครับ”
เมื่อพูดจบชายที่มาพูดอธิบายไม่ได้ยืนรอให้คนถามคำถามด้วยซ้ำทันทีที่พูดจบทั้งชายคนนั้นและคนอื่นๆก็เดินลงจากเวทีด้วยเหมือนกันกับชิออนปล่อยให้ทุกคนที่อยู่นั้นประมวลผลสิ่งที่ได้ยินกันเอาเอง
ทางด้านของนอสและเฟิงนั้นทั้งคู่ถือว่าปกติดีอยู่เพราะนอสและเฟิงแทบจะไม่ได้รับผลกระทบแรงกดดันพลังเวทย์ของชิออนมากเท่าไหร่เนื่องจากจุดที่นอสอยู่นั้นมันก็ไกลออกมาพอสมควร นอสก็เลยมีอาการแค่ว่าหายใจไม่สะดวกเท่านั้นเองในจังหวะที่ชิออนปลดปล่อยพลังเวทย์ออกมา แต่นอสก็ยังรู้สึกขนลุกอยู่ดีกับการที่ได้เห็นว่าคนคนหนึ่งเพียงแค่ปลดปล่อยแรงกดดันออร่าพลังเวทย์ออกมาก็สามารถทำให้ทุกคนบริเวณรอบๆถึงกับยอมสยบได้ขนาดนี้ มันคือความแข็งแกร่งที่สักวันนอสอยากจะทำได้สักครั้งในชีวิตของตัวเองให้ได้ ยิ่งคิดถึงมันมากเท่าไหร่หัวใจของนอสที่กู่ร้องว่าอยากจะแข็งแกร่งขึ้นก็มากขึ้นตามไปด้วยเท่านั้น
นอสที่กำลังทำหน้าเบิกบานอยู่ก็หันหน้าไปหาเฟิง เมื่อมองไปที่เฟิงตอนนี้นั้นกำลังทำหน้าคิดอะไรบางอย่างอยู่ด้วยความกังวล
“นี่ฉันว่านายน่าจะเกิดปีซวยล่ะมั้งเนี่ย โชคร้ายมาโดนการสอบที่มีรูปแบบใหม่เพิ่มเข้ามาด้วยเป็นครั้งแรก นายจะไหวหรือเปล่า”
เฟิงถามนอสออกไปด้วยความกังวลใจเกี่ยวกับการสอบนี้ของเพื่อนตัวเอง
“สบายน่า…เห็นฉันแบบนี้แต่ระยะเวลาที่ผ่านมาฉันก็แข็งแกร่งขึ้นพอตัวนะจะบอกให้…ถ้านายไม่เชื่อฉันล่ะก็คอยดูฉันให้ดีล่ะกันว่าฉันพูดความจริงหรือเปล่า อย่างน้อยๆฉันก็จะผ่านเกณฑ์คะแนนที่แม่สาวสุดสวยที่นายหลงหัวปักหัวปำคนนั้นได้อย่างแน่นอน”
นอสยิ้มออกมาและพูดด้วยความมั่นใจเพื่อไม่ให้เพื่อนของตัวเองต้องมาเป็นห่วง
เมื่อเฟิงได้เห็นว่านอสไม่ได้เครียดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาก็ได้แต่ยิ้มตอบกลับนอสไปพรางพูดพึมพำ
“ฮ่าๆ ให้ตายสินายนี่ก็ยังเหมือนเดิมเลยนะ…..ช่วยไม่ได้งั้นฉันจะรอเชียร์นายอยู่ตรงนี้ละกันผ่านให้ได้ตามที่พูดไว้ด้วยล่ะ”
“อ่า…ฉันไปละ”
นอสพูดพร้อมกับเดินเข้าไปที่โซนด้านซ้ายของลานกว้างเพื่อไปเริ่มสเต็ปแรกของการสอบนั่นคือประเมินพลังต่อสู้ หลังจากที่โดนคำพูดดอกนั้นของชิออนไปก็ได้มีคนบางกลุ่มบางส่วนถอดใจยอมแพ้และเลือกที่จะกลับบ้านไป นั่นเลยทำให้ตอนนี้เหลือคนที่ต้องการสอบแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นเองจากตอนแรก แม้จะเหลือแค่ครึ่งเดียวแต่มันก็ยังมีคนเยอะอยู่ดี
พอนอสเดินมาถึงที่จุดประเมินพลังนั้น การสอบก็ได้เริ่มต้นไปเรียบร้อยแล้ว
“35 ผ่านไปได้”
ผู้คุมสอบที่ใส่ชุดกองทัพสหพันธ์พูดขึ้นหลังจากที่มีคนประเมินเสร็จแล้วก็ยื่นการ์ดบางอย่างให้กับคนที่ผ่านคนนั้น และมีอีกหลายๆจุดก็มีการพูดประกาศและให้การ์ดกับคนที่ผ่านเหมือนๆกัน นอสที่มาถึงทีหลังตัดสินใจยืนดูผู้เข้าสอบคนอื่นๆประเมินพลังดูก่อนระหว่างที่รอคิวสอบเพราะอยากจะดูว่าใครบ้างที่จะเป็นตัวตึงในการสอบครั้งนี้บ้าง
“39 ผ่านไปได้!!”
เมื่อได้ยินเสียงพูดของผู้คุมทุกคนแม้กระทั่งนอสก็หันหน้าไปทางต้นเสียงทันที ส่วนมากพลังเวทย์ผ่านของผู้เข้าสอบจะอยู่ที่35-36เท่านั้นเองที่นอสได้ยินผู้คุมสอบพูด นี่เป็นครั้งแรกของการสอบปีนี้ที่มีคนที่มีพลังเวทย์เฉลี่ยที่ 39 พ้อยต์ทำให้คนอื่นๆ สงสัยและจ้องมองไปที่ต้นเสียงพร้อมๆกัน
เมื่อนอสมองไปที่ต้นเสียงก็เจอเข้ากับชายคนนั้นตอนที่นอสคุยเล่นกับเฟิงว่าใครดูจะแข็งแกร่งที่สุดและเฟิงก็ชี้ไปที่ชายคนนั้น
“หมอนั่นเซ็นท์ดีไปไหนเนี่ย”
นอสพูดพึมพำกับตัวเองเรื่องเฟิง
แต่ก่อนที่นอสจะได้คิดอะไรต่อก็มีเสียงจากอีกฝั่งหนึ่งตะโกนขึ้น
“4…42!! ผ่านไปได้”
คราวนี้ทุกคนหันหน้าไปทางต้นเสียงคราวนี้เป็นหญิงสาวที่ดูคร่าวๆเหมือนจะเป็นคนที่ร่าเริงเอามากๆ หลังจากที่ผู้คุมสอบพูดคะแนนเธอก็โดดดีใจเหมือนกับเด็กทันที
หลังจากนั้นสักพักก็มีผู้เข้าสอบคนอื่นๆที่พลังเวทย์เกิน 36 พ้อยต์ถูกประกาศมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนอื่นๆหันหน้าไปมาจนปวดคอไปหมด รวมถึงนอสด้วย
“ให้ตายสิปีนี้มันมีแต่พวกไม่ธรรมดาทั้งนั้นเลยแฮะ….แต่ว่านะแม้พลังเวทย์เยอะถ้าฝีมือไม่ถึงขั้นก็ไม่รอดอยู่ดีแหละน่า..”
นอสพูดขึ้น
ในขณะที่นอสกำลังคิดอะไรอยู่ในที่สุดก็ถึงรอบของนอสที่จะต้องเข้าไปสอบแล้ว นอสเดินเข้าไปด้วยท่าทีที่ไม่ได้กดดันอะไรเพราะนอสรู้ว่าตัวเองมีพลังเวทย์เฉลี่ยที่ระดับไหนเพราะนอสได้ไปประเมินมาแล้วที่ศูนย์ประเมินพลังเวทย์เมื่อสามวันนก่อน แถมอุปกรณ์ในการทดสอบของที่นี่ก็เหมือนกับที่ศูนย์แบบเป๊ะๆ เลยด้วย นอสจึงสามารถเดินเข้าไปด้วยความไร้กังวล อย่างแรกนอสนั้นได้ประเมินพลังกายก่อน
ตู้ม!!
นอสง้างหมัดและชกเข้าไปที่เป้าด้วยแรงที่มีทำให้เกิดเสียงดังขึ้นเหมือนกับคนอื่นๆ และเป็นไปตามคาดตัวเลขเด้งขึ้นมาเป็นเลข 5 เมื่อเห็นตัวเลขผู้คุมก็ก้มหน้าลงทำการจดอะไรสักอย่างลงไปที่ไอแพดโฮโลแกรมที่มือของเขา และหลังจากนั้นผู้คุมก็บอกให้นอสนั้นตรงไปที่ลูกแก้วที่อยู่ข้างๆเพื่อประเมินพลังเวทย์ต่อ
“ต่อไปกรุณาวางมือไปที่ลูกแก้วด้วย”
ผู้คุมสั่ง
หลังจากได้ยินนอสก็เดินมาหาลูกแก้วที่ถูกวางอยู่ในตำแหน่งๆข้างๆเป้าที่นอสพึ่งชกไป นอสหายใจเข้าออกเพื่อให้ตัวเองมีสภาพที่พร้อมที่สุด หลังจากนั้นนอสก็เริ่มวางมือลงไปที่ลูกแก้วที่อยู่ตรงหน้าปฏิกิริยาตอบสนองของลูกแก้วนั้นเหมือนกันกับที่ศูนย์ มันเรืองแสงอยู่สักพักก่อนจะค่อยๆจางหายไป และปรากฏตัวเลข 31 ออกมา
ผู้คุมก้มลงจดอะไรบางอย่างเหมือนเดิมก่อนจะพูดประกาศ
“36 ผ่านไปได้!!”
หลังจากพูดขึ้นผู้คุมสอบก็ยื่นการ์ดให้กับนอส และบอกให้ออกไปที่ด้านนอก
นอสตัดสินใจออกมาจากจุดสอบเพราะไม่ได้มีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว และนอสก็อยากจะสูดอากาศบริสุทธิ์ด้วยเพราะคนเยอะทำให้นอสหายใจไม่ค่อยจะสะดวกซะเท่าไหร่
“อ๊าก….ยืนนานๆก็เมื่อยเหมือนกันแฮะ…”
นอสออกมาและยืนบิดขี้เกียจอยู่สักพักและสำรวจดูการ์ดที่อยู่ในมือที่พึ่งได้มาจากผู้คุมสอบเมื่อสักครู่
“มันก็เหมือนกับบัตรประจำตัวทั่วไปนี่น่า….อืมนี่น่าจะเป็นคีย์การ์ดเอาไว้ใช้เข้าไปใช้ระบบจำลองการต่อสู้ในรอบบ่ายที่จะถึงนี่สินะ….อ่ะ! มันมีตัวเลขด้วยนิน่า”
นอสตรวจดูสภาพการ์ดอย่างถี่ถ้วนด้วยการพลิกไปพลิกมาและนอสก็เจอหมายเลขกำกับไว้ที่หลังการ์ดเข้าโดยมันสลักตัวเลขเอาไว้จางๆ
“666”
“ว้าวเลขสวยซะมัดเลยแฮะ ตัวเลขพวกนี้มันน่าจะมีนัยยะสำคัญอะไรบางอยู่แน่ๆเลย”
นอสพูดพร้อมกับมีลางสังหรณ์บางอย่างว่าตัวเลขพวกนี้ต้องมีความสำคัญบางอย่างกับตัวเครื่องจำลองที่นอสต้องเข้าไปทดสอบอย่างแน่นอน
ในระหว่างที่นอสกำลังสำรวจคีย์การ์ดอยู่นั้นเฟิงก็ได้เดินย่องเข้ามาข้างหลังนอสที่กำลังนั่งอยู่คนเดียว โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ระวังตัวเลยว่าเฟิงนั้นกำลังแอบเข้ามาด้านหลังตัวเองแล้วตอนนี้
“แฮร่~ สอบเสร็จแล้วหรอเพื่อน~”
เฟิงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆแล้วก็พูดทักทายนอสด้วยเสียงเบาๆน่าขนลุก นอสที่กำลังจดจ่ออยู่กับคีย์การ์ดก็ตกใจทันที
“ว้ากกก!!!....อะไรกันนายเองหรอเนี่ยไหงมาแกล้งฉันแบบนี้ล่ะเนี่ยเกือบทำคีย์การ์ดตกหายไปแล้วไหมล่ะ”
นอสพูดพร้อมกับถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ตัวเองไม่ได้เผลอเหวี่ยงคีย์การ์ดที่อยู่ในมือออกไป
“ฮ่าๆโทษทีๆ เห็นนายมานั่งเหม่อคนเดียวแล้วมันน่าแกล้งดีน่ะ แล้วสอบเป็นไงบ้างเจอตัวเต็งๆบ้างไหม”
เฟิงถามนอสออกไปพร้อมกับยื่นขนมปังให้กับนอส
นอสที่เห็นว่าเฟิงซื้ออาหารเที่ยงมาให้นอสก็รับเอาไว้ทันที
“ขอบใจเท่าไหร่เดี๋ยวฉันจ่ายคืนให้”
นอสพูดหลังจากที่รับของมาแล้ว
ไม่เอาน่านอส! ไม่ต้องห่วเรื่องนั้นหรอกอันนี้ฉันเลี้ยงไม่ต้องคิดมาก….แล้วก็รีบๆเล่ามาเลยว่าด้านในเป็นไงบ้างล่ะ”
เฟิงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“โอเคก็ได้ ตอนที่ฉันเข้าไปมันก็เริ่มสอบไปแล้วนั่นแหละ ถ้านายถามว่ามีตัวตึงไหมล่ะก็ปีนี้เพียบเลยตอนแรกคนที่ผ่านโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ระดับ 35-37 นั่นแหละ แต่มันก็มีคนที่นายเคยชี้ให้ฉันดูคนนั้นที่ลานกว้างด้วยนะคนนั้นได้ 39 พ้อยต์ แล้วก็มีอีกคนเป็นผู้หญิงเธอมีพลังเวทย์เฉลี่ย 42 พ้อยต์เธอน่าจะมีพลังเวทย์เยอะที่สุดของการสอบปีนี้แล้วล่ะมั้งฉันไม่แน่ใจเพราะฉันไม่ได้ไปยืนดูจนจบน่ะ”
“อะไรนะ!!! 42 เลยหรอเนี่ยเธอคนนั้นเป็นสัตว์ประหลาดหรือไงกัน”
เฟิงตะลึง
“มันก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอกมั้ง สมัยนี้ถ้าที่บ้านมีฐานะร่ำรวยก็สามารถซื้อผลึกมาดูดซับเองก็ได้นิน่า บ้านนายก็มีฐานะนิน่านายลืมไปแล้วหรือไงกัน”
นอสพูดท้วงเฟิงขึ้นมา
“เอ่อ…ก็จริงแฮะถูกของนาย”
เฟิงเห็นด้วยกับความคิดของนอส
………………