ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก วิเวียร์เดินนำเข้าไปก่อน ส่วนฉันเดินตามอยู่ด้านหลังและคอยปิดประตูให้หลังพวกเราเข้าไปแล้ว
“วิเวียร์… พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เคาะประตูทุกครั้งก่อนจะเข้ามา?”
ภายในห้องมีพี่ชายของวิเวียร์—คุณฟอเซียร์ และอีเรียหญิงอีกคนหนึ่งกำลังนั่งสนทนาอยู่กับเขา วิเวียร์ไม่ตอบอะไร เธอเดินตรงไปยังโซฟาข้างห้อง แล้วทิ้งตัวลงไปอย่างเคยชิน ส่วนฉันโค้งตัวเล็กน้อยให้ทั้งคู่ ก่อนจะรีบเข้าไปนั่งข้างๆ เธอ
คุณฟอเซียร์ตัวสูงกว่าวิเวียร์เล็กน้อย เส้นผมและขนบนใบหูของเขาเป็สีดำเหมือนเธอ ใบหน้านั้นมีเค้าโครงแบบคุณอลิเซียและวิเวียร์อยู่ เขาสวมชุดแบบเดียวกับพวกอัศวินที่พวกเราเจอระหว่างทาง เพียงแค่ไม่มีเกราะอกเหมือนพวกเขา
ส่วนอีเรียที่นั่งคุยอยู่กับเขา เธอมีผมยาวสีนํ้าตาลและใบหูตกขนฟู ดูจากลักษณะแล้วเธอน่าจะเป็อีเรียหมา—เอ๊ย ไม่สิ ต้องเรียกว่าแคนเนีย ถ้าพูดผิดออกไปอีก มีหวังโดนวิเวียร์เคาะหัวอีกครั้งแน่เลย...
อีเรียแคนเนียสินะ... พวกเขามีลักษณะหลายอย่างที่คล้ายกับอีเรียหมาป่า แต่ว่าใบหูของพวกเรา—อีเรียหมาป่าจะยาวกว่า และมีขนฟูสวยงามกว่าเยอะเลย...
"เฮ้อ—นี่ไม่ใช่ที่บ้านน่ะ... แล้วนี่เธอสบายดีไหม? ได้ข่าวว่ากองคาราวานของเธอโดนฝูงมอนสเตอร์โจมตี?"
"แน่นอนอยู่แล้วค่ะพี่ หนูไม่พลาดท่าง่ายๆ หรอกน่า~ ว่าแต่...พี่กับคุณเทียคุยอะไรกันสองต่อสองเหรอ~"
อีเรียหญิงที่ชื่อเทียสะดุ้งเล็กน้อย ส่วนคุณฟอเซียร์ก็ยังคงท่าทีสงบนิ่งดังเดิม
"พวกเรากำลังคุยธุระกันอยู่น่ะ... ว่าแต่เธอคนนี้สินะ—เรย์เน่ วานาแกน ที่เธอพูดถึงในจดหมายนั่น"
นํ้าเสียงของเขาเรียบสงบ แต่สายตากลับมองมาที่ฉันจนทำให้รู้สึกอย่างกับว่าเขากำลังประเมินฉันอยู่เลย
"หัวหน้าค่ะ ช่วยอย่าจ้องคนอื่นแบบนั้นจะได้ไหมคะ... เพราะแบบนี้ไง ทุกคนถึงได้กลัวหัวหน้ากันหมด"
คุณเทียที่กำลังมองฉันอยู่หันกลับไปติคุณฟอเซียร์ที่ยังไม่ละสายตาจากฉัน ก่อนจะหันกลับมาทางพวกเรา ปลายจมูกของเธอกระตุกเล็กน้อย
"ส่วนคุณ เรย์เน่สินะ... ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่เืบนเสื้อของคุณนั้น—เป็ของพวกมอนสเตอร์ใช่ไหม?"
"ค-ค่ะ! เป็เืของพวกมอนสเตอร์ค่ะ"
"งั้นเหรอ... ก่อนอื่นเลย ช่วยตามฉันมาทีค่ะ"
เธอลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปหยุดรอฉันที่หน้าประตูห้อง
พอฉันหันไปทางวิเวียร์ เธอก็ส่งยิ้มกลับมา เหมือนจะบอกให้ฉันไว้ใจคุณเทียได้ ฉันเลยลุกตามเธอไป
"นั่นเธอจะพาแขกของเราไปไหนน่ะเทีย?'
"พาไปเปลี่ยนชุดสิคะ... หัวหน้านี่—ไม่เข้าใจหัวอกของพวกจมูกไวอย่างพวกเราเลยนะคะ"
ทันทีที่พูดจบ เธอกับฉันก็เดินออกจากห้อง ทิ้งให้สองพี่น้องอยู่กันตามลำพัง
ที่ที่เธอพาฉันไปคือห้องเปลี่ยนชุดของผู้หญิงที่อยู่อีกชั้นหนึ่ง
"นั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันหาเสื้อผ้าที่เธอพอจะใส่ได้ให้"
พอพูดเสร็จ คุณเทียก็เดินไปมาภายในห้อง พยายามหาเสื้อผ้าที่เข้ากับขนาดตัวของฉัน และไม่นานเธอก็กลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าที่ว่านั่น มันเป็เสื้อผ้าสีขาวที่ดูคล้ายกับชุดของคุณเทียและอัศวินคนอื่น แต่ว่าดูเรียบง่ายและมีลวดลายน้อยกว่า และมีรองเท้าหนังบางๆ แถมติดมาด้วย
"เอ้านี่ มันเป็ชุดของพวกอัศวินฝึกหัดที่เหลืออยู่น่ะ อาจจะเล็กไปบ้าง โดยเฉพาะตรงหน้าอกกับหาง แต่ใส่มันไปก่อนแล้วกัน่นี้
แล้วเธอก็—"
เธอหยุดครู่หนึ่ง พลางเหลือบมองเสื้อผ้าของฉัน
"...ควรไปล้างกลิ่นเืพวกนั้นออกก่อนเปลี่ยนเป็ชุดใหม่นี้ด้วยนะ ฉันไม่รู้ว่าเธอทนกลิ่นพวกนั้นเข้าไปได้ยังไง..."
"ข-ขอบคุณมากเลยนะคะ สำหรับชุดพวกนี้"
ฉันรับชุดอัศวินฝึกหัดมา แล้วเดินตามเธอออกไปข้างนอกเพื่อไปล้างตัวอีกครั้ง
ระหว่างที่ฉันกำลังล้างตัวอยู่ที่บ่อนํ้าข้างนอก คุณเทียก็คอยยืนอยู่ริมด้านนอก คอยกันไม่ให้พวกอัศวินผู้ชายคนอื่นแอบมองเข้ามา
"เถอะน่า เทีย~ แค่นิดเดียวเอง—"
"ใช่แล้วๆ นั่นอีเรียหมาป่าเลยนะ!"
แต่ละคน... โชคดีที่มีเธอคอยดูให้ ไม่งั้นนะ—หยี! ขยะแขยงจริงๆ!
พอเปลี่ยนเป็ชุดอัศวินฝึกหัด ก็เป็อย่างที่คุณเทียบอกจริงๆ... ขนาดชุดนั้นไม่เข้ากับตัวฉันเลย ทั้งแน่นตรงหน้าอก แล้วยัดหางเข้าไปในกางเกงขาสั้นนั่นได้ยากอีกด้วย อยากได้ชุดใหม่จังเลย—...
"โห~ สวยไม่เบาเลยนี่เรย์จัง~ สนใจไปทำงานที่กิลด์นักผจญภัยไหม? เดี๋ยวฉันแนะนำให้~"
"วิเวียร์...!"
"ค่าๆ หนูรู้น่าว่าเธอเป็แขกของพวกพี่~ หยุดทำหน้าจริงจังแบบนั้นได้แล้วนา"
ทันทีที่พวกเรากลับเข้ามาในห้อง พี่น้องคู่นี้ก็ทำท่าจะทะเลาะกันอีกแล้ว
"อย่าลืมเอามาคืนด้วยล่ะ ถ้าเธอมีชุดเป็ของตัวเองแล้วนะ"
"เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ"
ฉันโค้งตัวเล็กน้อยให้คุณเทีย ก่อนจะเดินไปนั่งข้างวิเวียร์เหมือนเดิม ส่วนคุณเทียก็ย้ายไปยืนข้างคุณฟอเซียร์
"เอาล่ะ ฉันได้ฟังเื่ทั้งหมดจากวิเวียร์แล้ว หลังจากนี้ทางกองอัศวินและโบสถ์แห่งฟัลเนียจะรับเธอเข้ามาดูแล และจะดำเนินเื่ต่อเอง ระหว่างนี้ก็ช่วยอยู่ภายในบริเวณเมืองไปก่อนแล้วกันนะ"
"เทีย ฝากดำเนินเื่กับทางโบสถ์ให้ที นี่เป็จดหมายรับรอง"
คุณเทียรับจดหมายมา ก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อไปยังโบสถ์ที่อยู่ข้างๆ ทิ้งให้พวกเราอยู่กันสามคน
"เอ่อ... ดำเนินเื่นานไหมคะ?"
เหมือนคุณฟอเซียร์สังเกตเห็นความกังวลบนใบหน้าของฉัน เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเริ่มอธิบายต่อ
"เฮ้อ—ขอบอกตามตรงเลยนะ กว่าจดหมายจะส่งไปถึง อาณาจักรไนฟีร์เรียร์ ที่มีอีเรียหมาป่าอย่างเธออยู่ แล้วกว่าทางนั้นจะส่งเื่ให้ตระกูล วานาแกน ของเธอเพื่อยืนยันตัวตนและดำเนินเื่ต่างๆ นานาอีก... คงใช้เวลาอีกหลายเดือนเลยล่ะ"
หลายเดือน... แสดงว่าฉันคงต้องอยู่ที่นี่ไปสักพักเลยสินะเนี่ย
"พี่คะ... นั่นมันนานมากเลยนะ ให้อีเรียวิหคไปส่งจดหมายไม่ได้เหรอ?"
"ไกลขนาดนั้น ไม่มีใครรับงานหรอกนะวิเวียร์"
เอ๊ะ...? เดี๋ยวสิ—พวกที่มีปีกบินได้ ไม่ได้เรียกว่า อีเรียนก แต่เป็ อีเรียวิหค เหรอ...?
"แล้วถ้าพวกเราพาเรย์เน่ไปส่งที่ ไอซ์วินด์ช ล่ะ?"
"เธอพูดเหมือนกับว่าเธอจะยอมออกไปไกลจากเมืองนี้เองอย่างนั้นแหละ"
"อ-อึก!"
"อีกอย่างนะ... พวกพี่ก็งานล้นมือจนไม่มีคนพอจะพาเธอคนนี้ไปส่งด้วยหรอก"
"ล-แล้วถ้าจ้าง—"
"เงินล่ะ?"
"อ-อึก! ไม่ช่วยเลยนะ... พี่!"
วิเวียร์ยังคงพยายามหาทางออกต่างๆ มาเสนอ แต่ก็ถูกพี่ชายของเธอปัดตกหมด พี่น้องคู่นี้นั่งถกกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น— ก่อนที่คุณเทียจะเดินเข้ามา
"หัวหน้าค่ะ ฉันดำเนินเื่ให้เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ จะให้พาแขกของเราไปที่โบสถ์เลยไหมคะ?"
"ได้ รบกวนเธอด้วย"
"งั้นเชิญทางนี้ค่ะ คุณเรย์เน่"
ฉันลุกขึ้นตามเธอไป พลางหันกลับไปมองสองพี่น้องที่ยังนั่งอยู่—วิเวียร์ยิ้มพลางโบกมือเบาๆ ให้
"ไว้เจอกันอีกนะ เรย์จัง~!"
"อื้อ! ไว้เจอกันใหม่นะ"
เสียงของเธอยังคงสดใสเหมือนเดิม... แม้จะฟังดูสั่นเครือปนสะอื้นเล็กน้อยก็ตาม
แม้จะเพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่สัปดาห์ แต่ตลอดเวลานั้นวิเวียร์ก็เป็คนที่คอยช่วยเหลือฉันมาโดยตลอด จนรู้ตัวอีกที... พวกเราก็สนิทกันซะแล้ว แต่ไม่ทันไรก็ต้องแยกจากกันอีก—ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานเองแท้ๆ ฉันทำได้แค่ยิ้มกลบความเศร้าในใจระหว่างเดินไปตามทางกับคุณเทีย
พวกเราเดินกลับไปยังโบสถ์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้คุณเทียพาฉันเข้าไปทางประตูหน้า ภายนอกของโบสถ์ที่ว่าสวยงามสมกับชื่อแล้ว... ภายในกลับงดงามยิ่งกว่าเสียอีก
ทันทีที่ก้าวผ่านประตูบานใหญ่เข้ามา อากาศเย็นสบายและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ก็ลอยมาแตะปลายจมูก กลิ่นเ่าั้มาจากเหล่าพืชพรรณนานาชนิดที่ประดับอยู่ภายใน พวกมันไม่เพียงหอมกว่าพืชพรรณด้านนอก แต่ยังทำให้ความเศร้าหมองจากการจากลาจากก่อนหน้านี้ค่อยๆ เลือนหายไปอีกด้วย
รอบด้านมีช่องหน้าต่างกระจกสี ก่อตัวเป็ลวดลายบางอย่างที่ปล่อยให้แสงลอดผ่านและตกกระทบลงตามพื้นหินจนเกิดเป็ลวดลายระยิบระยับไปทั่วห้อง
เสียงนํ้าไหลเบาๆ ดังแว่วมาจากใจกลางของโบสถ์และเมื่อมองตามเสียงนั้นไปก็พบว่ามันเป็สระน้ำที่ตั้งอยู่กลางห้องโถง มันถูกล้อมรอบไปด้วยเก้าอี้เรียงเป็วง ผิวนํ้านั้นใสจนเห็นพื้นหินอ่อนที่อยู่ด้านล่าง และมีทางนํ้าเล็กๆ ไหลเชื่อมออกไปยังแม่นํ้าด้านนอก
"คุณเรย์เน่ค่ะ?"
เสียงของคุณเทียที่ดังขึ้นเบาๆ ดึงฉันออกจาก่ที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับความงามของสถานที่
"ค-ค่ะ! อะ... ขอโทษด้วยค่ะ!"
ฉันรีบตั้งตัวก่อนจะเดินตามเธอไปอย่างรวดเร็ว
พวกเราเดินไปตามระเบียงยาวของโบสถ์ มีเหล่านักบวชชายหญิงเดินผ่านไปมาเป็ระยะ ก่อนที่คุณเทียจะหยุดหน้าห้องห้องหนึ่ง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เธอเคาะประตูเบาๆ—แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ไม่มีเสียงตอบรับหลับมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก... ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนััได้ถึงอารมณ์ของเธอที่ค่อยๆ เดือดขึ้น ความร้อนแ่เบาแผ่ซ่านรอบตัวของเธอจนฉันขนลุก
"ข-ข-ขอโทษด้วยค่ะคุณเทีย! ท-ท-ท่านทิสนาไม่อยู่ค่ะ!"
นักบวชหญิงคนหนึ่งที่เดินผ่านมาเอ่ยขึ้นอย่างใ เมื่อเห็นเรายืนเคาะประตูเสียงดังอยู่นาน
"เอ๊ะ? ทิสนาหายไปไหนอีกแล้วเนี่ย... อย่าบอกนะว่าออกไปตาม ท่านผู้นั้น อีกแล้วเหรอ?"
คุณเทียตอบกลับด้วยนํ้าเสียงเรียบนิ่ง—แต่ฉันยังััได้ถึงความโกรธเมื่อครู่ผ่านนํ้าเสียงของเธอได้อยู่
"ช-ช-ใช่ค่ะ ต้อง...ข-ขอโทษจริงๆ นะคะ!"
ฉันว่า...ฉันพูดติดขัดบ่อยแล้วน่ะ แต่ดูเหมือนนักบวชหญิงคนนี้จะพูดติดยิ่งกว่าฉันอีกเหรอเนี่ย
"ไม่เป็ไร ขอบคุณมากที่บอกนะคะ"
หลังจากนั้น พวกเราก็เดินไปยังห้องข้างๆ ซึ่งเป็ห้องทำงานของนักบวชหญิงที่คุณเทียรู้จักดี เธอฝากฉันไว้กับอีกฝ่ายก่อนจะกลับไปทำงานของกองอัศวินต่อ
นักบวชหญิงคนนั้นพาฉันไปยังห้องรับรองแขกที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ พร้อมสั่งให้คนอื่นนำเสื้อผ้าสำรองมาให้
"เท่านี้ก็คงครบแล้วล่ะ เดียวฉันขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะ ถ้ามีปัญหาอะไร ให้มาบอกฉันหรือท่านทิสนาได้เลยน่ะ"
"ค-ค่ะ... ขอบคุณมากค่ะ"
ทันทีที่พูดจบ เธอก็เดินกลับไปยังห้องทำงานของตัวเอง เหลือเพียงฉันคนเดียวในห้องรับรองแขกนี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีอะไรหลายอย่างที่ฉันยังไม่เข้าใจอยู่เลย คงต้องถามคนอื่นเพิ่มหลังจากนี้
ห้องรับรองนี้มีเตียงนอนสำหรับอีเรียหนึ่งคน มีกล่องเก็บของใบใหญ่ที่ทำจากไม้ที่สลักลวดลายสวยงามเอาไว้ตั้งอยู่ท้ายเตียง และโต๊ะกับเก้าอี้ริมหน้าต่าง จากตรงนั้นฉันสามารถมองเห็นวิวของแม่นํ้าด้านนอกได้อย่างชัดเจน
“ฉันคงต้องอยู่ที่นี่คนเดียว... ไปสักพักสินะ”
'คนเดียวที่ไหนกันล่ะ...'
“หะ…!?”
เสียงนั้นดังแทรกขึ้นในหัวจนฉันสะดุ้ง และเผลอหันมองรอบห้องโดยสัญชาตญาณ
นั่น... เป็เสียงเดียวกันกับเสียงที่ฉันได้ยินตอนอยู่ในป่า ตอนที่ฝูงมอนสเตอร์เข้ามาล้อมฉันไว้
“ฉ-ฉัน... หลอนไปเองรึเปล่าเนี่ย...”
ฉันพึมพำเบาๆ ทั้งที่หัวใจเต้นไม่เป็จังหวะ
ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรผิดปกตินี่นา แล้วทำไม...
'เธอไม่ได้หลอนไปหรอก... ฉันพูดอยู่กับเธอจริงๆ'
เสียงนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัว— ราวกับใครบางคนกำลังกระซิบอยู่ข้างใบหู
ฉันแทบหยุดหายใจ... ก่อนจะเผลอร้องเสียงหลงออกมาโดยไม่รู้ตัว
“เอ๊ะะะะะ!?”