ชายหนุ่มชุดน้ำเงินมองหน้าไผ่ด้วยแววตาตกใจเขาไม่คิดเลยว่าชายตรงหน้าจะกล้าลงมอโจมตีคนของเขาที่นี่ เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มชุดน้ำเงินก็ระเบิดความโกรธออกมา “แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร แกกล้าดียังไงถึงทำร้ายคนของฉัน”
เสียงตะโกนของชายหนุ่มดังขึ้นด้วยความโกรธ ทำให้ได้ยินไปทั่วทั้งห้องโถงพวกเขาต่างก็พากันมองมาต่างไผ่เป็นตาเดียว
“ไอ้คุณชายเอาแต่ใจหาเรื่องคนอ่อนแอกว่าอีกแล้วสินะ”
“มันกล้าแค่กับคนที่อ่อนแอกว่าเท่านั้นแหละ แต่พอเจอคนที่แข็งแกร่งกว่ามันกลับหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะผายลมออกมา”
“ชายคนนั้นเป็นใครทำไมถึงไปทำให้ไอ้คนไม่ได้เรื่องคนนั้นโกรธได้”
“นั้นนะสิเจ้านั้นมันได้ชื่อว่าเป็นคนเอาแต่ใจด้วยสิ เห็นทีชายคนนั้นจะเดือดร้อนแล้วสิถ้าไม่มีคนหนุนหลัง”
เสียงพูดคุยกันของคนในห้องโถงดังขึ้นไม่หยุดพร้อมกับชี้มาทางพวกเขา
ที่มุมหนึ่งของห้องโถงที่คนกลุ่มหนึ่งยืนมองมาทางไผ่ตั้งแต่ต้นด้วยความสนใจ
“รู้ไหมว่าเขาเป็นใคร”
“ไม่เลยพึ่งเคยเห็นหน้าครั้งแรกเหมือนกัน”
“ฉันสนใจความแข็งแกร่งของเขามากกว่า การลงมือเมื่อครู่นี้ถ้าไม่ใช้พวกเราคงจะมองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของเขา” ชายหนึ่งเอยขึ้นด้วยความสนใจในตัวไผ่
“เขาเร็วมาก”
พวกเขาพูดคุยกันด้วยความสนใจในตัวของไผ่ คนกลุ่มนี้คือเหล่าอัจฉริยะที่แท้จริงของเหล่าตระกูลใหญ่แม้จะไม่ใช้อัจฉริยะระดับสูงสุดก็ตาม
ไผ่หรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้าโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่นที่กำลังมองมาเลย ไผ่ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาชายหนุ่มตรงหน้าช้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ผมไม่สนใจหรอก สิทธิ์นี้เป็นของผมใครก็ไม่มีสิทธิ์มาแย่งไป” ไผ่เอยพร้อมกับเดินมาหยุดตรงหน้าของชายหนุ่มคนนั้น
“แก…”ชายหนุ่มกำลังจะพูดอะไรบ้างอย่างแต่ไผ่ไม่สนใจฟังจึงยกหมัดขึ้นต่อยท้องของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
ชายหนุ่มที่ไม่คิดว่าไผ่จะกล้าลงมือจึงไม่ได้ตั้งตัวถูกไผ่ต่อยจนต้องลงไปคุกเข่าแล้วอ้วกออกมา ไผ่ไม่ได้ตั้งใจจะต่อยให้อีกฝ่ายบาดเจ็บไม่เช่นนั้นเขาจะไม่มีคำอธิบาย อธิบายอะไรนะหรอก็..
“เกิดอะไรขึ้น”เสียงอันทรงอำนาจดังขึ้นพร้อมกับแรงกดดันของระดับดารากดทับมาที่ทั้งสองคน
ไผ่มองชายวัยกลางคนที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าสงบนิ่งไม่รู้สึกอะไรกับแรงกดดันที่อีกฝ่ายปล่อยออกมา
ทางด้านชายวัยลางคนที่เห็นท่าทางของไผ่ก็อดไม่ที่จะแปลกใจ เขาไม่คิดว่าจะมีรุ่นเยาว์คนไหนแบกรับแรงกดดันของเขาได้
“ไม่มีอะไรครับ พวกเรารู้สึกถูกชะตากันจึงทดสอบฝีมือกันเล็กน้อยแต่ลืมไปว่าที่นี่ห้ามต่อสู้กัน ผมต้องขออภัยผู้อาวุโสด้วยครับ”ไผ่เอยพร้อมกับโค้งคำนับพร้อมกับแสดงสีหน้ารู้สึกผิด
นี้คือคำอธิบายที่เขาเตรียมเอาไว้ทำให้ไผ่ไม่ลงมือหนักกับชายหนุ่มคนนั้น เพราะถ้าไผ่ลงมือหนักเกินไปคำอธิบายนี้ดูจะเป็นเรื่องตลกทันที
และสาเหตุที่ไผ่กล้าโกหกแบบนี้็เพราะว่าเขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าชายวัยกลางคนตรงหน้านี้มองอยู่ตลอด อย่างที่รู้ว่าตัวตนระดับดารานั้นแข็งแกร่งจะไม่รู้ได้ยังไงว่ามีคนกำลังจะต่อสู้กัน แต่ชายวัยกลางคนก็ไม่ได้เข้ามาห้ามส่วนเหตุผลเป็นเพราะอะไรนั้นไผ่ไม่รู้
ชายวัยกลางคนได้ยินคำพูดของไผ่ก็อดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุก ‘นี้มันคำโกหกอะไรกัน’ แม้จะไม่เชื่อแต่ชายวัยกลางคนก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขาอย่างเห็นชายหนุ่มชุดน้ำเงินถูกสั่งสอนเช่นกันจึงไม่ได้ห้าม
ชายวัยกลางคนหันไปมองชายหนุ่มชุดน้ำเงินที่พยายามลุกขึ้นมาแล้วเอยถาม “ที่เขาพูดมาเป็นความหรือเปล่าคุณชายคริส”
ชายหนุ่มชุดน้ำเงินที่ชื่อคริสมองไผ่ด้วยแววตาเกียดชั่งกันจะหันไปกัดฟันตอบชายวัยกลางคนด้วยสีหน้าหดหู่ “ต้องขออภัยด้วยครับท่านผู้ดูแล พวกเราแค่แลกเปลี่ยนการต่อสู้กันเล็กครับ”
เขารู้จักชื่อเสียงของชายวัยกลางคนคนนี้ดีว่าเป็นคนเข้มงวดจริงจังและไม่สนใจว่าคนคนนั้นจะมีเบื้องหลังอย่างไรถ้าทำผิดกฏต้องถูกลงโทษทุกคน
ทำให้ชายหนุ่มชุดน้ำเงินหรือคริสก็ไม่มีทางเลือกอื่นเลยนอกจากจะเห็นด้วยกับคำพูดของไผ่ ไม่เช่นนั้นตัวเขาจะต้องถูกยกเลิกสิทธิ์ในการเข้าร่วมดินแดนลึกลับครั้งนี้อย่างแน่นอน
“ในเมื่อเป็นการแลกเปลี่ยนการต่อสู้งั้นก็แล้วไปข้าจะไม่ลงโทษพวกเจ้ารุนแรงมากเนื่องจากเป็นความผิดครั้งแรกข้าจะลงโทษด้วยการให้พวกเจ้าเข้าไปในดินแดนลึกลับเป็นคนสุดท้าย แต่ถ้าพวกเจ้าทั้งสองยังไม่หยุดข้าจะลงโทษด้วยการยึดสิทธิ์การเข้าดินแดนลึกลับทันที เข้าใจไหม”ชายวัยกลางคนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณผู้อาวุโสที่เมตตาครับ”ไผ่โค้งคำนับเอยตอบด้วยท่าทางไม่เย่อหยิ่งหรืออวดดี
“เข้าใจแล้วครับ”คริสตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามสะกดความโกรธเอาไว
ชายวัยกลางคนได้ยินคำตอบก็พยักหน้าให้ทั้งสองเล็กน้อยก่อนที่จะหันพลังจากไปยังที่ของตัวเอง
“แกบังอาจทำร้ายฉัน สมาคมสิงห์ของฉันจะตามล้างแค้นแกอย่างแน่นอน”คริสกัดฟันพูดด้วยความโกรธแค้น
เมื่อเห็นว่าชายวัยกลางคนจากไปไผ่ก็หันหลังเดินจากไปเช่นกัน ในขณะที่หันหลังเดินไปไผ่ก็ยังได้ยินเสียงคริสดังตามหลังมา ไผ่เพียงแค่โบกมือให้อีกฝ่ายโดยไม่หันไปมองอย่างไม่สนใจ
หลังจากนั้นคริสก็พาคนของตัวเองที่บาดเจ็บเดินออกไปจากตรงนี้เพราะเขากลัวว่าถ้าเห็นหน้าไผ่แล้วอดไม่ได้ที่จะลงมืออีกครั้ง
ทางด้านไผ่ไม่ได้สนใจอีกฝ่ายเลยเพียงแค่ยืนหลับตากอดอกรอเวลาที่ประตูมิติจะเปิดขึ้นเท่านั้น.