[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    47 อัพค่าสถานะ

    “สถานะ”


    แอชเชอร์มองจ้องสถานะของเขาระหว่างนั่งรถกลับไปยังค่ายฝึกกองทัพที่ 7 ร่วมกับเพื่อนที่มาด้วยกัน 11 คน ทุกคนล้วนแล้วดูแข็งแกร่งขึ้นและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นต่างจากวันแรกที่พวกเขานั่งรถเข้าไปในค่ายฝึกพิเศษ 


    ระหว่างที่ทุกคนกำลังงีบหลับบนรถนี้เอง แอชเชอร์ก็เริ่มวางแผนเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของตนเองที่ต้องเริ่มอัพค่าสถานะแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาจะเป็นอันตราย แอชเชอร์เชื่อว่าหลักสูตรที่เร่งรีบจะต้องมีเรื่องไม่ดีแน่ ซึ่งมันก็น่าจะเป็นเรื่องมอนสเตอร์ที่หายไปเพราะทางกองทัพยังจับตามองเรื่องนี้อยู่ ในค่ายฝึกพิเศษมีการส่งทหารออกไปเป็นประจำ เขาเชื่อว่าหลักสูตรที่เร่งรีบ หากเขาได้รับการบรรจุเป็นทหารเต็มตัวจะต้องถูกส่งไปข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่นอน


    “ระบบใช้หัวใจมอนสเตอร์ 5 ดาวและฟอสเอนเนอร์จี้หนึ่งหมื่นแต้มอัพเกรดระบบซะ”


    [แจ้งเจือน ทำการย่อยสลายหัวใจมอนสเตอร์ 5 ดาว 1 ดวงในช่องเก็บของ]


    [แจ้งเจือน ทำการใช้ฟอสเอนเนอร์จี้ 10,000 หน่วย]


    [แจ้งเจือน  การอัพเกรดระบบจะเสร็จสิ้นในอีก 00:59:58 ]


    จากการคาดการณ์ของแอชเชอร์ การอัพเกรดระบบคงจะเสร็จสิ้นในตอนที่เขากลับถึงค่ายฝึกพอดี ระหว่างนี้เขาก็เริ่มมองไปรอบๆรถเพื่อหาชุดเกราะรุ่นใดก็ได้ เผื่อจะมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นตัวของเขาจะได้หยิบมันมาใช้งาน ตอนนี้ระบบของเขาปิดไปแล้ว มีเพียงแค่ระบบหลักในการปรับพลังของเขาให้เท่ากับศัตรูที่เปิดใช้งานได้เท่านั้น


    —-----------------------------


    “เป็นอย่างไรบ้าง สนามทดสอบเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง”


    เหล่าผู้บัญชาการทั้ง 10 กองทัพมองจ้องไปยังกราฟที่กำลังแสดง หลังจากพวกเขาพูดคุยกันเรื่องผลการฝึกของนักเรียนในปีนี้ พร้อมกับมองดูพื้นที่ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เป็นสนามทดสอบเอาชีวิตรอด 1 เดือนของนักเรียนเตรียมทหาร 


    ซึ่งการทดสอบไม่มีอะไรมาก เหล่าครูฝึกจะทำการปล่อยมอนสเตอร์ 1 ดาวเข้าไปในพื้นที่รกร้างที่เตรียมเอาไว้ จากนั้นเหล่านักเรียนก็ทำเพียงแค่เอาชีวิตรอดให้ได้ ผ่านอุปกรณ์ที่ครูฝึกจะค่อยๆส่งเข้าไปอย่างจำกัด มันจะเป็นการจำลองสถานการณ์ในสนามรบที่พวกเขาทุกๆคนจะต้องเอาชีวิตรอดจากมอนสเตอร์พร้อมกับใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด


    “ทางเราพร้อมทั้งหมดแล้ว การสอบในปีนี้จะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน”


    ผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 ที่ได้รับหน้าที่ให้จัดเตรียมพื้นที่ทดสอบบอกกับทุกๆคน จากนั้นพวกเขาก็เริ่มเครียดอีกเช่นเคยเมื่อนำเรื่องมอนสเตอร์ที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอีกครั้งมาพูดคุยกัน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่มอนสเตอร์เพิ่มจำนวนขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ แล้วพวกมันก็หายไปโดยไม่ทราบสาเหตุเช่นเดียวกัน


    —-------------------------------

    ติ๊ง~!


    [แจ้งเตือนทำการอัพเกรดระบบเสร็จสิ้น ระบบเพิ่มระดับเป็น 5 ดาว]


    [แจ้งเตือน ระบบร้านค้าเพิ่มเป็น 5 ดาว ปลดล็อกหน้าต่างร้านค้าระดับ 5]


    [แจ้งเตือน ช่องเก็บของเพิ่มจำนวนเป็น 400 ช่อง]


    [แจ้งเตือน ระบบหลักลดระยะลงเหลือ 25 เมตร]


    [แจ้งเตือน เพิ่มระบบปรับแต่งอาวุธและอุปกรณ์ โฮสต์สามารถใช้เทคโนโลยีของระบบประกอบชิ้นส่วนอาวุธ ชุดเกราะ และอื่นๆเข้าด้วยกันได้]


    [แจ้งเตือน ทำการกลั่นพลังฟอสเอนเนอร์จี้ให้เป็น 5 ดาว ฟอสเอนเนอร์จี้คงเหลือ 3,150 หน่วย]


    แอชเชอร์รีบเปิดเข้าไปดูหน้าต่างสถานะด้วยความดีใจ นอกจากร้านค้าจะปลดล็อกไปยังระดับที่สูงขึ้นไปแล้ว ช่องเก็บของก็เพิ่มจำนวนขึ้น หนำซ้ำระบบหลักของเขาก็ลดระยะลงมา ทำให้เขาใช้งานมันได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ที่ทำให้เขาดีใจมากที่สุดก็คือระบบใหม่ ระบบปรับแต่งอาวุธและอุปกรณ์ 


    จากการอธิบายของระบบทำให้เขารู้ว่ามันจะช่วยนำเทคโนโลยีที่ต่างกันมาประกอบเข้าด้วยกันโดยไม่สนกฎใดๆทั้งสิ้น จากเดิมชุดเกราะแต่ละรุ่นมีข้อจำกัดไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ แขนของชุดเกราะมาร์คทู ไม่สามารถนำของมาร์คธรีมาสวมใส่ได้เพราะเทคโนโลยีต่างกัน แล้วยังมีเรื่องความเสถียรของพลังมานาอีกด้วยที่มันจะไม่เสถียรหากชิ้นส่วนชุดเกราะไม่ใกล้เคียงกัน


    แต่ด้วยระบบที่เพิ่มขึ้นมา แอชเชอร์สามารถปรับแต่งชุดเกราะได้ตามใจชอบ เขาสามารถเพิ่มไอพ่นสำหรับบิน สามารถปรับให้มันเป็นชุดเกราะดำน้ำและอีกต่างๆได้ตามที่เขาต้องการขอเพียงแค่มีชิ้นส่วน  ซึ่งชิ้นส่วนชุดเกราะที่ว่าแอชเชอร์ก็สามารถหาได้หลายทาง  เส้นทางหลักๆที่เขามองเห็นคือ ซื้อในร้านค้าระบบ 


    “ระบบ ทำการแลกเปลี่ยนฟอสเอนเนอร์จี้เป็นแต้มสถานะ”


    [ยืนยัน ระบบทำการแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น สถานะคงเหลือง 109 แต้ม]


    “สถานะ”


    [ระบบ 1 - 1 ระดับ 5  ดาว]

    [ชื่อ : แอชเชอร์ แอสลาส]

    [อายุ : 15 ปี]

    [ระดับซิงโครไนซ์ : SS ]

    [พลังโจมตี 0  [11]]

    [พลังป้องกัน 0  [11]]

    [ความเร็ว 1 [11]]

    [พลังต่อสู้  170]

    [ฟอสเอนเนอร์จี้ 1,150 ]

    [แต้มสถานะคงเหลือ 109]

    [ สถานะร่างกาย 100 % ]


    สกิล >>

    [วิ่งเร็ว{Max}][ระเบิดความเร็ว{Max}][วิ่งหลบหลีก{Max}][ปีนป่าย{Max}][ว่ายน้ำ{Max}][ปอดเหล็ก{max}][กระโดดสูง{Max}][พลิกตัวกลางอากาศ{Max}][เล็งจุดตาย{Max}]


    [ลำแสงอาวุธ{Max}][ยิงต่อเนื่อง{Max}]][โจมตีต่อเนื่อง{Max}][ดับเบิ้ลสแลช{Max}][ทริปเปิ้ลสแลช{Max}][ปรมาจารย์มีด{Max}][ปรมาจารย์ดาบ{Max}][ตัดเงา{Max}]


    [เชี่ยวชาญหมัดขั้นสูง{86%}]

    [เชี่ยวชาญธนูขั้นสูง 45 %]


    แอชเชอร์ยิ้มอย่างมีความสุขหลังจากที่เขาเห็นสถานะของตัวเองจากการที่ระบบเปลี่ยนไปเป็นระดับ 5 ดาว ถึงฟอสเอนเนอร์จี้ของเขาที่มีหลักแสนจะหายไปเหลือเพียงแค่หลักพันก็ตาม สิ่งที่เขาได้กลับมีค่ามากเพราะนอกจากจะปลดล็อกระบบแล้ว ยังเป็นการปลดล็อกขีดจำกัดในการเพิ่มสถานะของเขาอีกด้วย


    เอี๊ยด`!


    การทดลองที่กำลังจะเริ่มด้วยการอัพค่าสถานะต้องหยุดลงกระทันหัน หลังจากรถหุ้มเกราะที่พวกเขานั่งหยุดตัวลง แอชเชอร์จึงมองจ้องออกไปด้านนอกก่อนจะพบว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ในค่ายฝึกของกองทัพที่ 7 แล้ว


    “เอาล่ะ ถึงแล้ว สถานที่พักของพวกนายถูกจัดเอาไว้ใหม่ ตามมา ”


    “รุ่นพี่ครับ แล้วการทดสอบจะเริ่มขึ้นตอนไหน”


    “อีก  2 วัน ช่วงนี้พวกนายคงต้องพักผ่อนไปก่อน หากมีอะไรขาดเหลือก็ทำเหมือนเดิมเหมือนที่เคยอยู่ที่นี่”


    แอชเชอร์และระดับ A อีก 12 คนพยักหน้า ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปยังห้องพักที่จัดเตรียมเอาไว้ให้พวกเขาทั้ง 13 คน แอชเชอร์ไม่เห็นเตียงเดียวเขาจึงนอนเตียงคู่พร้อมกับคนอื่นๆ ในค่ายฝึกแห่งนี้การเป็นระดับ S ของเขาไม่ทำให้เขาได้รับสิทธิพิเศษเหนือใคร


    “เฮ่ เราไปดูเพื่อนฝึกกันดีกว่า หลายเดือนที่เราแยกตัวไปไม่รู้ว่าพวกมันจะเป็นอย่างไรบ้าง”


    “แอชเชอร์ ไปด้วยกันสิ เผื่อจะได้โชว์ศักยภาพของพวกเราที่ไปฝึกมาจากค่ายพิเศษ”


    “ไม่ล่ะ พวกนายไปเลย ฉันกลัวจะถูกลงโทษ”


    “เออๆ”


    ระดับ A ที่จัดห้องของพวกเขาเสร็จล้วนแล้วจากไปปล่อยให้แอชเชอร์อยู่ภายในห้องเพียงคนเดียว สำหรับแอชเชอร์ เขาไม่จำเป็นต้องดูการฝึกของเพื่อนคนอื่นๆที่ฝึกอยู่ที่นี่ก็ได้  ระหว่างเดินตามรุ่นพี่มายังที่พักเขาได้ชำเลืองมองการฝึกของนักเรียนในค่ายแห่งนี้แล้ว ปรากฎว่าเขาเจอเรื่องที่น่าตกใจเข้าให้หลายอย่าง


    เรื่องแรกคือความแข็งแกร่งของนักเรียน ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่านักเรียนหลายรุ่นที่เขาฝึกในชีวิตก่อน เรื่องที่สองเป็นสกิล จากการสำรวจแอชเชอร์ตกใจไม่น้อยเพราะระดับ B ในค่ายฝึกแห่งนี้ใช้งานสกิลได้แล้ว 2 อย่างไม่ว่าจะเป็นสกิลหลบหลีกหรือสกิลอาวุธหลัก ส่วนคนที่มีการซิงโครไนซ์ที่ต่ำลงไปพวกเขาก็มีสกิลเช่นกันแม้มันจะไม่ใช่สกิลอาวุธ แต่ก็ใช้งานเอาตัวรอดได้ดีนั่นคือสกิลหลบหลีก


    กลายเป็นว่าตอนนี้นักเรียนทุกคนมีสกิลครบ นอกจากระดับ B ที่มีสกิลอาวุธ ระดับต่ำกว่านี้ก็มีบางคนที่ใช้งานสกิลได้เช่นกัน จากความขยันในการฝึกซ้อมของพวกเขาเอง


    “ระบบเพิ่มแต้มสถานะ 1 หน่วยไปที่สถานะความเร็ว”


    [ทำการเพิ่มแต้มสถานะความเร็ว 1 หน่วย แต้มสถานะคงเหลือ 108]


    แอชเชอร์ลองเคลื่อนไหวมือตัวเองปรากฎว่ามันรวดเร็วกว่าเดิมเล็กน้อย เขารู้สึกได้ว่าตัวเองมีการตอบสนองที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำการเพิ่มค่าสถานะไปที่ความเร็วอีก 1 หน่วยแล้วทำการทดสอบตัวเอง


    แต้มสถานะของเขาที่มีอยู่มันไม่สามารถนำกลับคืนมาได้หากกดเพิ่มไปแล้ว เขากลัวว่าถ้าเพิ่มสถานะความเร็วไปจนหมด อาจจะมีผลเสียก็ได้ ยกตัวอย่างเช่นร่างกายแข็งแกร่งไม่พอที่จะตอบสนองต่อค่าสถานะความเร็วของเขา  แอชเชอร์จึงค่อยๆทดสอบเพื่อหาความสมดุลของร่างกาย ว่าเขาต้องเพิ่มค่าสถานะความเร็วถึงระดับไหน จึงจะต้องเพิ่มสถานะป้องกันที่ทำให้ร่างกายของเขาอึดถึกทนและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเพื่อที่มันจะสอดคล้องกับค่าสถานะความเร็วของเขา


    “เริ่มคุมไม่อยู่สินะ”


    5 แต้มสถานะที่เพิ่มไปยังสถานะความเร็ว ทำให้แอชเชอร์ไม่สามารถควบคุมแขนของเขาที่ลองชกลมดูได้ ความรู้สึกที่เขาได้รับจากแต้มสถานะความเร็วที่เพิ่มเข้าไป 5 แต้ม  เขารู้สึกเหมือนกับว่าการชกมันทำได้ยาก แม้หมัดที่ส่งออกไปจะมีความเร็วมากก็ตาม แต่เมื่อเขาต้องการดึงหมัดกลับมากล้ามเนื้อของเขาที่ทำตามคำสั่งรวมไปถึงเส้นเอ็นมันกระตุกเล็กน้อยจนเขาไม่สามารถดึงหมัดกลับมาได้ตามที่ต้องการ 


    แอชเชอร์จึงลองเพิ่มแต้มสถานะไปยังสถานะป้องกัน ปรากฎว่าความเร็วของหมัดที่เพิ่มขึ้นไม่มีปัญหาอีกต่อไปแล้ว เขาสามารถชกได้ตามปกติจึงเพิ่มแต้มสถานะความเร็วอีกครั้ง กระทั่งการทดสอบของแอชเชอร์ผ่านไป 1 ชั่วโมง เขาที่นั่งชกลมอยู่ในห้องก็ทำการอัพแต้มสถานะทั้งหมดไปยังสถานะความเร็วและพลังป้องกัน โดยที่พวกมันทั้งสองอยู่ในความสมดุลตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้


    เดิมทีแอชเชอร์คิดว่าแต้มสถานะถ้าเพิ่มลงไปในสถานะความเร็วทั้งหมดคงจะทำให้เขาเร็วขึ้นมาก ความเป็นจริงกลับมีเรื่องที่น่ากลัวซ่อนอยู่ เนื่องจากว่าค่าสถานะความเร็วหรือจะเป็นค่าสถานะพลังโจมตี หากอัพมากเกินไปโดยไม่อัพค่าสถานะป้องกันที่เป็นค่าสถานะมอบความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย จะทำให้การเคลื่อนไหว การตอบสนอง และพลังโจมตีที่เขาจะได้จากสถานะทั้งสองผิดเพี้ยนจนนำไปสู่อาการบาดเจ็บ 


    ดังนั้นเขาจึงต้องอัพค่าสถานะพลังป้องกันควบคู่ไปด้วย ต่อให้เขาอยากได้ค่าสถานะความเร็วหรือค่าสถานะพลังโจมตี เขาจำเป็นต้องอัพสถานะป้องกันเพื่อให้ร่างกายเป็นภาชนะที่รองรับค่าสถานะทั้งสองอย่าง โดยผลสรุปที่เขาได้ออกมาก็คือ หากเขาเพิ่มค่าสถานะความเร็วไป 5 แต้มเขาจำเป็นต้องอัพค่าสถานะป้องกัน 1 แต้มเพื่อให้มันสัมพันธ์กัน


    พรึ่บ~!


    ร่างที่หยุดยืนอยู่มุมห้องพุ่งไปโผล่ที่ประตูด้วยความรวดเร็วเพียงแค่ก้าวเท้าวิ่งไม่กี่ครั้ง แอชเชอร์ที่ทดสอบความเร็วของตัวเองภายในห้องก็เริ่มจับจุดพลังความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อที่เขาจะไม่ให้มันกระทบต่อการใช้ชีวิต





    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน