บทที่ 16 : มีตำรวจถูกแทง
“กวางโจวเหรอ? เป็ที่ที่เหมาะแก่การเริ่มสร้างตัว แต่สหายที่มาจากที่นั่นบ่นว่าอากาศและน้ำเป็พิษ” หลี่เจียงจำได้ว่าเคยพูดคุยกับสหายที่มาจากกวางโจว ที่นั่นมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และต้องแลกมากับมลพิษต่างๆ
“ฉันเคยไปปฏิบัติภารกิจที่นั่น มีเขตที่สภาพแวดล้อมดีใช้ได้ แม้ราคาแพงหน่อย แต่ฉันคิดว่าตัวเองไหว” เขาเคยไปที่นั่นเมื่อครึ่งปีที่แล้ว มีบางจุดที่ไม่ชวนมอง แต่การค้าขายคึกคักกว่าเมืองอื่นมาก อากาศก็ไม่หนาวจัด อาเถาสามารถวิ่งเล่นข้างนอกบ้านได้ตลอดทั้งปี
เมื่อย้ายไปที่นั่นเขาจะได้เลื่อนตำแหน่งตามความหนาแน่นของประชากรและงานที่หนักขึ้น แต่เพื่อครอบครัวเฉินซานพร้อมสู้
“เป็เมืองที่ดีมากจริงๆ ส่วนฉันรอซื้องานจากปักกิ่ง ครอบครัวฉันเคยอยู่ที่นั่น ต้องพาพวกเขากลับบ้านเกิดให้ได้” ความไม่สงบทำให้คุณปู่พาพวกเขามาหลบภัยอยู่ในดินแดนแสนห่างไกล เมื่อทุกอย่างเข้าที่ ถึงเวลาที่ตระกูลหลี่จะกลับเมืองหลวง
“ได้ยินว่ายุวปัญญาชนหลายคนถูกเรียกตัวเข้าเมืองหลวง มหาวิทยาลัยน่าจะใกล้เปิดแล้ว”
“ใช่ ที่กวางโจวก็มีมหาลัยหลายแห่ง นายให้ลูกเรียนที่นั่นก็ดี” หลี่เจียงกล่าว
“อาเถาเพิ่งห้าขวบ ฉันยังไม่คิดเื่นั้น จริงซิ ตอนเดินเข้ามาฉันเห็นผู้ชายสองคนมากับเด็กสี่คน พวกเด็กๆ หน้าตาไม่เหมือนกันสักนิด นายลองไปสังเกตดู เผื่อมีเด็กถูกลักพาตัว” เฉินซานใช้่เวลากลับบ้านช่วยสหายจัดการกับพวกค้ามนุษย์
“ได้ ฉันจะจับตาดู” หลี่เจียงกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ
ส่วนเฉินซานหลับตาพักผ่อน เขากำลังเคลิ้มหลับ เสื้อขนสัตว์ถูกดึงเบา เขาลืมตาขึ้น เห็นเด็กหนุ่มคนเดิมตอนนี้ถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว
“ตำรวจคนนั้นบอกว่าคุณเป็ทหาร และคุณจะให้เงินผมไปรักษาแม่ ผมชื่อหม่าฮุย ผมพร้อมเข้าร่วมกองทัพ!” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่สนว่ามันจะอันตรายแค่ไหน ชีวิตที่เป็อยู่นี้ไม่ต่างจากตายทั้งเป็ มารดาของเขาถูกงูพิษกัด หากไม่มีเงินซื้อสมุนไพรแก้พิษ จะต้องเสียชีวิต บ้านเขาไม่มีเงินแม้แต่เฟินเดียว พวกปู่ย่าก็ไม่สนใจปล่อยให้เขากับแม่ตายไปต่อหน้า
หม่าฮุยได้คุยกับตำรวจหลี่แล้ว เขายินดีรับข้อเสนอ
เฉินซานขยี้ตาเบา “้าเท่าไร?”
“สิบห้าหยวน!” หม่าฮุยหลบสายตานายทหารตรงหน้า ความจริงสิบสองหยวน แต่เขาอยากซื้อของดีๆ ไปให้แม่กินด้วย ความผอมของแม่ หมอบอกว่า หากยังเป็เช่นนี้ต่อไปต้องตายเพราะขาดสารอาหารอยู่ดี
“เงินนี่ฉันให้ยืม ช่วยงานฉันได้เมื่อไรจะหักจากเงินเดือน ตกลงไหม?” หน่วยสายลับมักจะรับเด็กอายุน้อยไปฝึก เพราะไม่เตะตาคน และส่วนใหญ่เป็งานเก็บข้อมูลลับมาให้กองทัพ ไม่ใช่งานอันตราย
เฉินซานควักเงินออกมา พร้อมคูปองอาหารหนึ่งใบ หม่าฮุยไม่คิดว่านายทหารคนนี้จะซื่อถึงขั้นให้เงินกับคูปองอาหารคนแปลกหน้าง่ายๆ “คุณไม่กลัวผมหนี? ผมต้องไปซื้อยาให้แม่ก่อนนะ ผมจะลงสถานีหน้า ถ้าคุณอยากตามผมก็ไม่ว่า” หม่าฮุยเก็บเงินใส่กระเป๋าที่มารดาตัดเย็บซ่อนไว้ในกางเกงชั้นใน ตอนเก็บตังค์เขาหันหลังให้เฉินซาน เพราะซ่อนในที่ลับ ไม่สะดวกจะเปิดเผยต่อหน้าคนแปลกหน้า
เฉินซานรินน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเพื่อนมาดื่ม “ถ้านายคิดว่าหนีฉันได้ก็ลองดู หลังจากวันหยุดฉูซี นายขึ้นรถไฟไปอี่โจว รออยู่ที่นั่นจนกว่าฉันจะมาถึง”
“คุณอยู่ที่อี่โจว? ที่นั่นหนาวมาก แค่ผมนั่งรถไฟผ่านยังหนาวจนน้ำมูกไหล” หม่าฮุยอาศัยอยู่มณฆลข้างใต้ของอี่โจว หนาวแต่ไม่เท่าที่นั่น เขาคิดว่าตัวเองต้องแบ่งเงินไว้ซื้อเสื้อใหม่ เพื่อปฏิบัติงานในกองทัพเป็พลทหารผู้รักชาติอย่างเต็มตัว
“อยู่ๆ ไปนายจะชินเอง”
เกิดเสียงเอะอะขึ้นด้านนอก เสียงนี้ดังมาก ทั้งเสียงกรีดร้อง เสียงะโพูดแข่งกัน เสียงฝีเท้าผู้คนที่ฟังเหมือนกำลังหนีบางอย่าง
“ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น?” หม่าฮุยเปิดประตูห้องทำงานเล็ก ตอนนั้นมีผู้คนวิ่งผ่านไปไม่หยุด จนเด็กหนุ่มโผล่หน้าออกไปดูไม่ได้
เฉินซานกระชากคอเสื้อชายคนหนึ่งที่วิ่งไม่คิดชีวิต “เกิดอะไรขึ้น!?”
“ตำรวจ! ตำรวจถูกแทงตาย!”
“ว่าอะไรนะ!?” เขาปล่อยคอเสื้อชายคนนั้นไป ก่อนจะวางกระเป๋าไว้ในห้องแล้วพูดกับหม่าฮุย “ภารกิจแรกเฝ้ากระเป๋าฉัน และล็อกประตูห้องนี้ ห้ามเปิดถ้าไม่ได้ยินเสียงฉันเรียกเข้าใจไหม!?”
หม่าฮุยยังตั้งสติไม่ได้ เขาอ้าปากค้าง “คุณจะไปไหน คุณไม่ใช่ตำรวจรถไฟนะ!”
“ทำตามที่สั่ง ล็อกประตู!” เฉินซานปิดประตู ก่อนจะวิ่งฝ่าเบียดเสียดฝูงชนเข้าไปในตู้รถไฟที่เกิดเหตุ กว่าจะฝ่าเข้าไปได้ใช้เวลาไม่น้อย ตอนนั้นหัวสมองของเขาว่างเปล่า เพราะได้ยินเสียงะโว่าผู้กองหลี่! ผู้กองหลี่แย่แล้ว
เขาวิ่งชนคนอื่นๆ ไปจนถึงตู้รถไฟที่บอกให้สหายมาเฝ้าจับตาสองผู้ใหญ่และสี่เด็ก ตอนนั้นเขาเห็นพวกมันสองคนกำลังยกเพื่อนเขาไปที่หน้าต่าง คนหนึ่งยกส่วนหัว อีกคนยกขา ตอนมันก้มยกนั้นเขาเห็นมีปืนเหน็บอยู่ที่เอวขวา
เฉินซานไม่เสียเวลาคิด เขาวิ่งเข้าไปะโถีบพวกมัน เด็กสี่คนนั่งร้องไห้ตัวแข็งทื่อถูกลูกหลงไปด้วยล้มกันเป็แทบ หลายร่างล้มทับกัน มีดที่ก่อเหตุกระเด็นไปอยู่ข้างมือเด็กคนหนึ่ง เด็กคนนั้นรีบหยิบมีดขึ้นมา
ชายหนึ่งในสองลุกขึ้นมองเฉินซานอย่างสำรวจว่าใช่ตำรวจหรือไม่ เมื่อเห็นการแต่งตัวและแว่นตาพวกมันคิดว่าเขาเป็แค่ผู้ดีจอมแส่หาเื่ “สหาย ในเมื่อนายอยากสวมบทพระเอก ฉันจะส่งนายไปหาบรรพบุรุษเอง! ไอ้เด็กเวรส่งมีดมา! พวกแกอยากตายกันใช่ไหม?”
ชายอีกคนที่มีปืนขมวดคิ้ว “เราจะฆ่าสองคนบนรถไฟไม่ได้!”
“ทำไมจะไม่ได้ ไอ้ตำรวจนี่เห็นหน้าเราแล้ว จะปล่อยให้มันสาวถึงตัวได้ไงล่ะ ไอ้แว่นนี่ก็เห็นเราแล้วนะ ปล่อยไว้ไม่ได้! ส่งมีดมา! ไม่งั้นฉันปาดคอแกแน่” ชายคนนั้นข่มขู่เด็กน้อยที่ซ่อนมีดไว้ด้านหลัง เด็กน้อยมองหน้าชายค้ามนุษย์ที จากนั้นหันมองเฉินซานเพื่อประเมินว่าเขาสามารถสู้เ้าสองคนนี้ได้หรือไม่ หากให้มีดเฉินซานแล้วสู้ไม่ได้ นั่นเท่ากับเขาจะเป็ศพรายต่อไป!
เฉินซานเห็นความลังเลของเด็กคนนั้น เขากระโจนเข้าไปล็อกคอคนที่มีปืน มือหนึ่งล็อกคอให้มันขาดอากาศหายใจ ส่วนอีกมือแย่งปืนของมันมาขึ้นไกแล้วเล็งไปทางชายอีกคนที่ตอนนี้แย่งมีดมาจากเด็กน้อยแล้ว
เด็กสี่คนคลานหาที่ซ่อนเมื่อเห็นปืน
ชายคนที่ถูกล็อกคอตาเหลือกกำลังจะเหลืออากาศหายใจเฮือกสุดท้าย มันดิ้นรนสุดชีวิตแต่ร่างกายของเฉินซานแข็งแกร่งเหมือนหิน ไม่ว่าจะศอกใส่ เหยียบเท้า เขาล้วนไม่สะดุ้งะเื
ชายอีกคนถือมีดแน่น มันยิ้มร้าย “แกจะฆ่าเพื่อนฉัน!? รู้เหรอว่าโทษฆ่าคนตายคืออะไร เชื่อซิไอ้แว่น โทษของมันไม่สนุกเลยสักนิด!”
เฉินซานยิ้ม เขาปล่อยให้มันขาดใจตายอย่างทรมานคามือ ดวงตาของเขาไม่มีความใหรือเป็กังวล มีเพียงความกระหายเื
ชายคนถือมีดมือสั่น มันมองสหายขาดใจตายไปต่อหน้าต่อตา ไอ้แว่นนี้ไม่ธรรมดา มันทนรับหมัดเท้าเข่าศอกเพื่อนเขาโดยไม่สะดุ้งะเื ทั้งยังรัดคอเพื่อนเขาจนขาดใจตาย หน้าของมันไม่เปลี่ยนสีเลยสักนิด “แกเป็ใครกันแน่! คนของหน่วยพิเศษ!?”
“เกือบถูก แต่ยังไม่ใช่” เขาปกป้องประเทศชาติจากพวกที่้ารุกรานและฉกฉวยผลประโยชน์ แต่ก็มีบางครั้งที่ต้องจัดการกับพวกร่วมชาติ แต่ไม่ร่วมอุดมการณ์ ทำผิดบาปอย่างไม่ละอายใจ
“ฉันยอมสู้ตายดีกว่าถูกจับ!” ชายคนนั้นกำมีดในมือแน่น ก่อนจะแทงมาที่ไหล่ซ้ายของเฉินซาน ทว่าเฉินซานใช้ศพของเพื่อนมันรับคมมีด เพียงแค่นี้ก็สามารถยัดข้อหาให้มันอีกหนึ่ง
มีดถูกแทงทะลุอกร่างไร้ิญญา เฉินซานอาศัยจังหวะที่มันยังชักมีดไม่ออกเตะแขนมัน ชายคนนี้หลบได้อย่างว่างไว ทั้งสองผลัดกันต่อยผลัดกันหลบ สุดท้ายมันถูกเข่าของเฉินซานเข่าเข้าเต็มๆ จุดกึ่งกลางกาย เล่นเอางอตัวเป็กุ้งถูกน้ำร้อน เฉินซานไม่รอช้า รีบเข้าประชิดตัวหักแขนมันแล้วใส่กุญแจมือ
“ฆ่าฉัน ฆ่าฉันซะ!” มันรู้โทษของตัวเองดี ขอยอมตายดีกว่า
“ไม่ง่ายแบบนั้นหรอก” เฉินซานฟาดมือเข้าที่ท้ายทอยของมันจนสลบ เมื่อจัดการไอ้สารเลวสองคนเรียบร้อย เขารีบเข้าไปดูร่างไร้สติของหลี่เจียง “หลี่เจียง! หลี่เจียงฟื้นซิ! นายบอกอยากกลับบ้านเกิดที่ปักกิ่ง จะมาตายเพราะถูกแทงแค่ไม่กี่แผลได้ยังไงกัน ลูกกับเมียรอนายพากลับบ้านเกิดที่ปักกิ่งอยู่นะ ตื่นซิเ้าโง่!”
หลี่เจียงถูกแทงที่ท้อง ดูท่าน่าจะถูกเส้นเืใหญ่ เืไหลออกมาเต็มทางเดินรถไฟ เฉินซานพยายามจับหาชีพจรของเพื่อน แต่เขาแทบััมันไม่ได้ มันเบามาก เขารีบปั๊มหัวใจ ใช้มือปิดปากแผล ตอนนั้นเองตำรวจรถไฟคนอื่นๆ เพิ่งมาถึง มีคนหนึ่งดูเหมือนเป็หน่วยพยาบาลเข้ามาทำการห้ามเืรักษาเบื้องต้น จากนั้นแจ้งเหตุฉุกเฉินขอลงที่อำเภอหนึ่ง เพื่อพานายตำรวจไปรักษาที่โรงพยาบาล
เฉินซานเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ตำรวจฟังคร่าวๆ เป็บันทึกคำให้การ โดยเว้นเื่รัดคอหนึ่งในพวกมันจนตาย เด็กสี่คนนั้นพร้อมใจกันปิดบังเื่นี้เช่นกัน พวกเด็กๆ รู้ความมาก เขาได้รับคำชมจากตำรวจและคำชมจากเด็กๆ เสร็จแล้วจึงไปเคาะประตูห้องของหม่าฮุย
เ้าเด็กนั่นเปิดประตูเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเอาลูกตามาจ่อมองดูว่าใช่นายทหารใจดีหรือไม่ เมื่อเห็นเฉินซานมีเืเปื้อนเปรอะเขารีบเปิดประตูแล้วลากตัวเฉินซานเข้ามาในห้อง พร้อมลงกลอนอย่างแ่า “ลูกพี่ คุณถูกทำร้าย!?”
“ไม่ นี่เืของเพื่อนฉัน” เขาเปิดกระเป๋าหยิบผ้าเก่าผืนหนึ่งมาเช็ดเืที่มือ
“นายตำรวจหลี่เหรอครับ!?” เด็กชายใ นายตำรวจคนนั้นตัวใหญ่แถมยังเก่งมาก ครั้งก่อนซัดพวกขโมยกระเป๋าจนฟันหัก เขาเฝ้าสังเกตตำรวจรถไฟมาสักระยะ รู้สึกว่านายตำรวจหลี่เก่งสุดแล้ว
“ใช่”
“ต้องเป็คนแบบไหนกันถึงทำร้ายเขาได้ เขาเก่งจะตายไป”
“บนโลกนี้ไม่มีคนเก่งที่สุด ความพยายามของคนก็ไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกัน ถ้านายอยากมีงานดีๆ ปกป้องคนที่รักได้ก็ต้องพยายามให้มาก คนแข็งแกร่งถึงจะมีที่ยืน นี่เป็แค่ส่วนเล็ก งานของเราอันตรายกว่านี้หลายเท่า เตรียมใจให้ดี!”
นี่ถือเป็การรับน้อง แค่เห็นเืเ้าเด็กนี่ก็หน้าซีดแล้ว เหมือนเขาตอนเข้ามาทำงานวันแรก หลังจากผ่านไปสามครั้งเขาก็เริ่มชิน ครั้งนี้โชคดีที่หลี่เจียงพ้นขีดอันตราย ไม่งั้นเขาคงรู้สึกผิดที่บอกให้เ้านั่นไปจัดการพวกค้ามนุษย์
…………………………………
พระเอกกลับถึงบ้านตอนที่ 24 นะคะ อดใจรอสักนิด ผัวเมียเขาอยู่ด้วยกันนานอยู่ค่ะ