ตอนที่ 19 โรคความดันโลหิตสูง (2)
เจิ้งซื่อดีใจเป็นอย่างมาก ถอดเอากำไลหยกสีใสไร้รอยตำหนิวงหนึ่งออกมาจากข้อมือของตน แล้วสวมใส่ให้กู้เชียนเสวี่ยด้วยตัวเอง “เด็กดี พวกเราสองคนย่าหลาน ควรจะสนิทสนมกันมาตั้งนานแล้ว”
กู้เชียนเสวี่ยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม แล้วหลุบตาลง
แน่นอนว่าจะมาคิดแบบเด็กๆ ไม่ได้ว่าเจิ้งซื่อจะชื่นชอบนางจริง แต่เป็นเพราะนางมีประโยชน์ต่อตระกูลกู้ แต่พอเข้าใจได้ หากเป็นนาง ก็ไม่ชอบคนที่ทำตัวเป็นโคลนที่ฉาบผนังอย่างไรก็ฉาบไม่ติดเช่นกัน[1]
กู้เชียนเสวี่ยเขียนเทียบยาให้กับเจิ้งซื่อ โดยรวมแล้วก็เป็นพวกยาลดความดันโลหิตกับยาลดไขมันในเส้นเลือด
นางไม่ได้เชี่ยวชาญการแพทย์แผนจีนนัก แต่ดีที่ก่อนหน้านี้จ้าวซื่อได้หาตำราแพทย์และตำรายามาให้มากมาย นางจึงเขียนเทียบยาตามที่ตำราบอกเอาไว้ได้ อีกทั้งก่อนนี้นางเองก็เรียนมาไม่น้อย จึงท่องจำรายการใบสั่งยาของโรคที่พบได้บ่อยๆ จนขึ้นใจ เพราะต้องเตรียมตัวนำไปใช้ที่วังลี่อ๋อง แต่ไม่คิดเลยว่า จะไม่ได้ใช้ที่วังลี่อ๋อง แต่ได้ใช้ในจวนตระกูลกู้เสียแทน
ทว่าเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะอย่างไรคงทำให้ชีวิตหลังจากนี้สบายขึ้นมาก
พอคิดถึงอนาคตในแต่ละวันแล้ว กู้เชียนเสวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว แววตามีความกังวล เพราะนางเกิดนึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมา ที่จริงแล้วต้องพูดว่าสองคนมากกว่า สองคนแม่ลูก และสองคนนี้ก็เป็นพวกที่มีเจตนาร้าย
คิดได้ดังนั้น กู้เชียนเสวี่ยก็ลุกขึ้นแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าเจิ้งซื่ออย่างมีมารยาท พร้อมเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านย่า มีเรื่องที่หลานต้องการบอกท่านตามความเป็นจริงเจ้าค่ะ”
แววตาของเจิ้งซื่อประกายความเฉียบแหลมออกมา แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มที่ดูเมตตาอยู่เช่นเดิม “มีเรื่องอะไรลุกขึ้นมาพูดเถิด เรื่องใหญ่แค่ไหน ก็ยังมีผู้ใหญ่ในบ้านคอยช่วยเหลือ” เอ่ยจบก็ดึงตัวกู้เชียนเสวี่ยขึ้นมา
“เป็นเรื่องเกี่ยวกับวันที่ลี่อ๋องตกน้ำเจ้าค่ะ” กู้เชียนเสวี่ยเอ่ย “ไม่ปิดบังท่าน เป็นหลานเองที่ผลักลี่อ๋องตกน้ำ แต่หลานถูกใส่ร้าย ในตอนนั้นคนมากมายไปหมด ข้ารู้สึกแค่มีคนผลักข้าจากด้านหลังอย่างแรง และทิศทางที่ผลักข้าออกไปนั้น ก็เป็นจุดที่ลี่อ๋องอยู่พอดี ข้าควบคุมอะไรไม่ได้ ชนเข้ากับลี่อ๋อง จากนั้นก็ตกน้ำไปพร้อมกับลี่อ๋องเจ้าค่ะ” แววตาของนางประกายแวบหนึ่ง ยังมีเรื่องที่พูดไม่จบ
เจิ้งซื่อยิ้มเอ่ย “นางเด็กสาวสองคนที่อยู่ในห้องเก็บฟืนเป็นคนผลักเจ้าใช่หรือไม่” ในใจชัดแจ้งว่าเรื่องนี้คงจะมีเบื้องหลังอยู่ ในเมื่อกู้เชียนเสวี่ยไม่อยากพูด อีกทั้งปัญหาเรื่องลี่อ๋องก็ถูกแก้ไขแล้ว นางเองก็ไม่อยากจะเพิ่มปัญหา
กู้เชียนเสวี่ยพยักหน้า “ท่านย่าเฉียบแหลมนัก ที่จริงหากเชียนเสวี่ยไม่พูดอะไร ท่านเองคงรู้อยู่แล้ว”
เจิ้งซื่อยิ้มเยาะ “ข้าอยู่เรือนหลังมานานหลายปี หากดูอุบายเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไม่ออก เช่นนั้นไม่ถือว่าอยู่อย่างไร้ค่าหรอกหรือ เจ้าน่ะ เมื่อก่อนมีนิสัยใจร้อน คิดดูแล้วคงไปขัดใจผู้อื่นเอาไว้ไม่น้อย คราวหลังจะต้องรู้จักเก็บอารมณ์เสียบ้าง”
ในเมื่อเดาได้ว่าเป็นสาวใช้สองคนนั้น แน่นอนว่าต้องเดาได้ถึงคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แต่น่าเสียดายที่เจิ้งซื่อไม่อยากพูดออกมา ในจุดนี้กู้เชียนเสวี่ยเองก็รู้ดี เพียงแต่คร้านจะพูดความจริงเท่านั้นเอง
หากเอ่ยชื่อออกมาก็พาลแต่จะผิดใจกับอัครมหาเสนาบดีเผยเสียเปล่า จะกลายเป็นว่าเจ้ากรมกู้ต้องเสียที่พึ่งอย่างพ่อตาไป เรื่องพวกนี้ ไท่ไท่ผู้เฒ่ากู้ไม่มีทางทำเด็ดขาด
“ขอบคุณท่านย่าที่อบรมสั่งสอน เชียนเสวี่ยจะจำเอาไว้ หลังจากนี้จะรู้จักเก็บอารมณ์ให้มากขึ้นเจ้าค่ะ” กู้เชียนเสวี่ยตอบกลับอย่างนุ่มนวล ฟังดูนอบน้อมจริงใจไม่น้อย แต่ความจริงก็แค่เล่นละครตบตาเท่านั้น
เจิ้งซื่อพึงพอใจมาก “ดี เชียนเสวี่ยโตแล้ว เข้าใจเรื่องต่างๆ แล้ว ต้องจดจำเอาไว้ให้ดี ว่าตัวเองเป็นคนของตระกูลกู้ เมื่อก้าวออกจากประตูใหญ่ของจวนเจ้ากรมไป ก็เท่ากับเป็นหน้าตาของตระกูลกู้ จะทำให้ตระกูลเสื่อมเสียมิได้เด็ดขาด”
กู้เชียนเสวี่ยรู้ดีว่านี่ต่างหากคือสิ่งที่เจิ้งซื่อให้ความสำคัญที่สุด “ท่านย่าโปรดวางใจ ข้าเข้าใจความหมายคำพูดที่ว่าเมื่อต้นไม้ล้มลิงค่างก็พากันหนีหายไปคนละทิศละทางเป็นอย่างดี[2] วันนี้เมื่อข้าไปถึงวังลี่อ๋อง เซินหมอมอหญิงรับใช้ของพระสนมฉินเฟยมีท่าทีเกรงใจและให้เกียรติข้ามากทีเดียว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเห็นแก่หน้าท่านพ่อ ข้าที่เป็นบุตรสาว แน่นอนว่าจะต้องคอยช่วยเหลือท่านพ่อ เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลคือสิ่งที่ถูกต้องเจ้าค่ะ”
เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ คำพูดของกู้เชียนเสวี่ยเยินยอเจิ้งซื่อเต็มที่ เจิ้งซื่อดีใจกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ยิ่งรักกู้เชียนเสวี่ยขึ้นเป็นเท่าตัว
เมื่อพูดประจบสำเร็จ ในตอนที่กู้เชียนเสวี่ยกำลังคิดหาเรื่องขอตัว ก็ได้ยินเสียงของสาวใช้รายงานมาจากด้านนอก บอกว่าที่เรือนหน้าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว ลี่อ๋องได้ส่งของกำนัลมาให้มากมาย
ตั้งแต่ตอนที่20 เป็นต้นไป ติดตามตอนต่อไปได้ที่ https://www.readawrite.com/a/504f624aae42353637e54b0a0c9f1692
เชิงอรรถ
^ คนที่ไร้ความสามารถ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ไร้ทางเยียวยา^ เมื่อสูญเสียซึ่งอำนาจไป เหล่าลูกน้องก็จะพากันตีตัวออกห่าง