ตอนที่ 4 เด็กดื้อ
ั้แ่เช้าจนถึงตอนนี้ติณภพยังไม่เจอธนวินท์เลยสักครั้ง สอบถามคนในบ้านได้ความว่าเด็กหนุ่มมีเพื่อนสองคนมารับออกไปด้วยกันั้แ่ตอนเช้าแล้ว
“แกร๊ก!”
ขณะที่ติณภพกำลังหิ้วกระเป๋าใบใหญ่มาขึ้นรถเขาเปิดฝากระโปรงรถก่อนจะใส่กระเป๋าเข้าไป ข้างใน เ้าตัวเหมือนหู่แว่วได้ยินเหมือนเสียงปิดประตูรถ แต่พอมองออกไปก็ไม่เห็นว่ามีใครอยู่แถวนี้ นอกจากตัวเขาเอง
ชายหนุ่มขึ้นมานั่งประจำที่คนขับและขับออกมาได้สักพักใหญ่ ก็เลี้ยวรถเข้าไปในป้ำเพื่อจอดเติมน้ำมันรถ ระหว่างที่จอดรถเติมน้ำมันอยู่นั่น ก็ได้มีเด็กป้ำคนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบถามบางอย่างกับเขา
หากแต่ชายหนุ่มทำเพียงพยักหน้าไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาขับรถออกมาจากป้ำน้ำมันจนถึงบ้าน เ้าตัวเปิดประตูรถลงมาไขประตูรั่วเพื่อนำรถเข้าไปจอดในรั่วบ้าน รถของชายหนุ่มแล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถที่จอดได้ถึงสองคัน รถจอดสนิทนานแล้วแต่ติณภพก็ยังนั่งอยู่แบบนั่นมาได้สักพักนึ่งแล้ว สายตาเหยี่ยวสีนิลเข้มกำลังมองใครบางคนผ่านกระจกหลังอยู่
“ลงไป!” จู่ๆ เขาก็หมดความอดทน เฉลยให้รู้ในที่สุดว่าเขาเห็นธนวินท์แล้วให้เลิกเล่นซ้อนแอบสักที
เสียงเรียบนิ่งของติณภพทำเด็กตัวขาวที่นั่งแอบอยู่ด้านหลังเบาะรถรู้ตัวว่าโดนจับได้เข้าให้แล้ว
“ไม่ได้ยินหรือไง ฉันบอกว่าให้ลงไป!” ชายหนุ่มยังคงใช้น้ำเสียงเรียบนิ่งกดดันธนวินท์ให้เผยตัวออกมาจากที่ซ้อน
“อาภพ~” ติณภพถอนหายใจมองคนตัวขาวผ่านกระจกมองหลังสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินมากระชากประตูหลังเปิดออกจนกว้าง
“งื้อ! อาภพอย่าดุนะ” เด็กหนุ่มค่อยๆ ย่างเท้าเปือยเปล่าลงบนพื้นปูน ก่อนจะพาตัวเองก้าวออกมาจากตัวรถ ติณภพกอดอกมองเด็กหนุ่มคาดโทษ
“ไม่อยากให้ฉันดุเหรอ”
“คับ~” ธนวินท์รู้ตัวแล้วว่าเขาทำผิดที่แอบตามติณภพมาแบบนี้ แต่เขาก็ไม่อยากโดนติณภพดุเช่นกัน
“หึๆๆ ทีแบบนี้มากลัวฉันดุ ตอนทำทำไมถึงไม่คิดให้ดีก่อน”
“อาภพ~”
“ขึ้นไปนั่งข้างหน้า ฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน” เด็กหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน เขามาถึงบ้านอาภพแล้วจะให้กลับเลยเขาไม่เอาด้วยหร่อกนะ
“ไม่กลับคับ น้องวินจะอยู่กับอาภพ”
“ไม่ได้! เธอต้องไปโรงเรียน”
“ปิดเทอมแล้วตั้งหากคับ น้องวินจะขี้นม.ห้าแล้วอาภพไม่รู้เหรอ”
“ฉันไม่ได้อยากรู้เื่ของเธอ” เด็กหนุ่มกัดฟันกรอดมองหน้าชายหนุ่มอย่างตัดพ้อน้อยใจ
“ไปขึ้นรถ!”
“ก็บอกไม่ไงคับอาภพ~” บอกเสียงเบาหวิวราวกับคนหมดแรง แถมยังก้มหน้าเอาแต่มองปลายเท้าตัวเอง
“ดื้อ! เด็กดื้อ!!”
“น้องวินไม่ได้ดื้อ~ อาภพนั่นแหละที่ดื้อ!”
“หึ! แบบที่เธอกำลังทำอยู่ต่างหากล่ะธนวินท์ ที่เขาเรียกว่าเด็กดื้อ” ธนวินท์โกรธที่โดนติณภพใช้คำว่าดื้อกับเขาอีกแล้วทั้งๆ ที่เขาโตแล้ว ฟันคมเผลอกัดปากตัวเองเมื่อคิดคำเถียงชายหนุ่มไม่ออก
“อย่ากัดปาก!” มือใหญ่ยกขึ้นมาบีบปากเด็กหนุ่มจนบู่บี้ พรางสังเกตปากอิ่มแดงที่บวมเจ้อจากแรงกัด เขาใช้นิ้วโป้งเกลียให้อย่างอ่อนโยน จนเผลอสบตากันเข้า จากตอนแรกที่อ่อนโยนเมื่อได้สบตากัน ติณภพกลับกดนิ้วบู่บี้ปากอิ่มจนช้ำคามือ
“หึก เจ็บ หือ~” ธนวินท์พยายามดึงมือติณภพให้ผละออกจากใบหน้าเขา ส่วนชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ยือไว้ต่อเมื่อเห็นเด็กดื้อเหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมา เขาปล่อยเด็ดหนุ่มให้เป็อิสระ แต่แล้วเมื่อธนวินท์ผละออกมา เ้าตัวหันหลังเดินออกไปทันทีทำให้ติณภพต้องวิ่งตามมาติดๆ
“จะไปไหน!” แขนเรียวถูกติณภพกระชากกลับ จนร่างเล็กเซถล่าเข้ามาชนเข้ากับอกแกร่งไม่เบาหนัก
“ผมจะกลับบ้านแล้ว ปล่อย ฮึก~”
“ฉันไม่ให้กลับ”
“ฮึก~จะกลับ”
“ไม่ให้กลับ เมื่อกี่ตอนจะไปส่งทำไมถึงปฏิเสธ พอจะให้อยู่เกิดอยากจะกลับขึ้นมาอีก”
“ก็อาภพทำน้องวินเจ็บนี่คับ มันเจ็บ ฮึก~” เด็กหนุ่มยังคงต่อต้านทั้งพลักทั้งตีมั่วซั่วไปกลางอากาศดิ้นรนผละหนีจากมือใหญ่จนสำเร็จอีกครั้ง เ้าตัวเดินถอยหลังหันหลังจะรีบวิ่งออกไปจากรั่วบ้าน หากแต่เสียงของติณภพกลับหยุดเท้าเปล่าของเด็กหนุ่มที่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้าไว้ได้สำเร็จ
“คิดว่าคุณท่านจะรู้สึกยังไงที่หลานรักหนีตามผู้ชายมา แล้วไหนจะโดนผู้ชายปฏิเสธจนต้องซมซานกลับบ้านไปแบบนี้” เด็กหนุ่มยืนตัวสั่นทั้งจากความโกรธความเสียใจน้อยใจสลับปนเปไปหมด หากแต่ทุกความรู้สึกที่เป็อยู่ตอนนี้มันเกิดมาจากติณภพคนเดียวเท่านั่น
“ไม่!คุณยายไม่โกรธน้องวินหร่อก ฮึกคุณยายรักน้องวินจะตายไป” เด็กหนุ่มยังคงเถียงข้างๆ คูๆ
“แต่ถ้าคุณท่านมารู้ที่หลังว่าหลานรักใจแตกริอาจจูบผู้ชายั้แ่อายุเพิ่งจะสิบห้าแล้วล่ะก็…หึๆๆ” ติณภพลากเสียงและหยุดคำพูดไว้แค่นั่น แต่เท่านี้ก็พอจะทำให้ธนวินท์หันกลับมามองกันด้วยสายตาเ็ป
“อาภพอย่าบอกคุณยายนะคับ ฮึก~น้องวินไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย” เด็กหนุ่มส่ายหน้าพัลวัล หวนคิดถึงรอยจูบแ่เบาในวันนั่นเขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดขึ้นสักหน่อย รู้ตัวอีกทีก็เผลอจูบอาภพไปแล้ว
“แล้วครั้งนี้อีกล่ะ ที่แอบขึ้นรถฉันมาแบบนี้จะบอกอีกไหมว่าไม่รู้ตัวไม่ได้ตั้งใจ” ได้จังหวะสองมือใหญ่ก็คว้ากอดไปรอบเอวบาง มือเล็กดันแพงอกแกร่งไว้พยายามดิ้นหนีจากติณภพ แต่แล้วก็ไม่สำเร็จเมื่อแขนเล็กถูกชายหนุ่มจับเหวี่ยงจนแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับประตูรถ ติณภพใช้กล้าม แขนสองข้างเท้าไปกับรถกั้กตัวเด็กหนุ่มไว้กับตัวรถไม่ให้ดิ้นไปหนี
“อาภพจะทำอะไรอย่านะ” เด็กหนุ่มลนลานเมื่อติณภพยื่นหน้าเข้ามาเรื่อยๆ แถมยังเกือบชิดซอกคอขาว
“กลัวอาเหรอ” เสียงกระซิบถามพร้อมลมหายใจอุ่นรถต้นคอขาว ทำเด็กหนุ่มสดุงไหวพยายามทำตัวลีบเล็กหดคอหนี
“ไม่ได้กลัว”
“หึหึ!” ใบหน้าของชายหนุ่มก้มลงมาเรื่อยๆ จนจมูกแตะโดนลำคอขาวแ่เบา แล้วหยุดไว้แค่นั่น
“อาจะทำอะไรอย่านะ!”
“แล้วน้องวินอยากให้อาทำอะไรครับ”
“ไม่อยาก ไม่ทำ อย่าทำนะ” เด็กหนุ่มลนลานตอบลิ้นพันกัน
“หึๆๆ” ชายหนุ่มส่ายหน้าถอนหายใจ ก่อนจะผละออกมาในที่สุด ติณภพผละออกไปแล้วแต่ธนวินท์ยังยืนตัวเกร็งติดอยู่รถ
เด็กหนุ่มเดินตามติณภพเข้ามาในตัวบ้าน พรางกวาดสายตามองบ้านของชายหนุ่มไปทั่วไม่วางตา บ้านของติณภพเป็บ้านสองชั้นขนาดพอดีไม่เล็กมากไม่ใหญ่มากจนเกินไป ตกแต่งสไตท์ทันสมัย แต่บริเวณรอบๆ บ้านกว้างขวาง มีพื้นที่ให้ได้วิ่งเล่นมีสระว่ายน้ำอยู่ข้างบ้าน ส่วนหลังบ้านเป็สวนกุหลาบขนาดไม่ใหญ่มาก
ขาเล็กก้าวเดินตามหลังติณภพขึ้นมาชั้นสอง เขาเดินตามติณภพมายังห้องนอนเล็กที่อยู่ติดกับห้องนอนใหญ่ของชายหนุ่ม
“เดี่ยวฉันเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน เข้าไปรอข้างใน”
“อาภพ” เด็กหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ ก้องนอนไม่คุ้นตา พรางหันมาทำตาออดอ้อน เขาไม่คุ้นที่และกลัวหากต้องอยู่คนเดียว
“ให้น้องวินนอนกับอาภพไม่ได้เหรอคับ”
“อยากนอนกับฉันเหรอ?”
“คืนเดียว แค่คืนเดียวเองนะคับ”
“แล้วพรุ่งนี้เธอจะไปไหน”
“จะกลับเอง~”
ชายหนุ่มถอนหายใจยืดยาว เขาส่ายหน้าให้เด็กหนุ่มก่อนจะเดินออกจากห้องมา แต่ไม่นานก็เดินกลับเข้ามาใหม่พร้อมกับชุดนอนตัวโครง ทั้งที่เขาก็เลือกตัวที่เล็กที่สุดมาแล้วหากแต่ก็ยังตัวใหญ่ั์มากๆ อยู่ดีเมื่อเทียบกับขนาดร่างกายของเด็กหนุ่ม
“อาภพ~”
“อะไรอีก”
“น้องวินขอโทษ” บอกเสียงอ่อนดวงตากลมใส่มองออดอ้อนชายหนุ่มอีกครั้งแต่คนาวนี้แก้วตาใสกลับมีน้ำตาเออล้นออกมาด้วย
“หึ! ช่างเถอะรีบอ่าบน้ำ ฉันจะลงไปทำอาหาร แล้วเดี่ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปส่ง”
“คับอา~”
ติณภพเดินลงมาจากชั้นสอง เขาเข้ามาเปิดตู้เย็นเพื่อดูว่ามีของสดอะไรอยู่บ้างจะได้นำออกมาทำอาหารให้เด็กหนุ่มทาน แต่ในตู้เย็นตอนนี้กลับมีแต่ผัก ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อนึกถึงใครบางคนที่ไม่ชอบกินผัก แต่แล้วก็หันไปเห็นว่ายังพอมีไข่ไก่อยู่หลายฟอง เขาจึงหยิบมาทำอาหารด้วยกลัวเด็กดื้อจะหิวตายเอาซ๊ะก่อน
“กรีดดดดด!!!”เสียงกรี๊ดของเด็กหนุ่มข้างบนห้องก็ส่งผลให้ติณภพวางมือทุกอย่างจากอาหารที่กำลังทำ เขาทิ้งมีดในมือที่กำลังหันผักทันที ชายหนุ่มรีบวิ่งขึ้นชั้นสองไปตามเสียงของเด็กหนุ่ม เขาเปิดประตูเข้าห้องมาได้ก็รีบเข้าไปเคาะประตูห้องน้ำรัวๆ
“น้องวิน เปิดประตูให้อา”
“น้องวินเป็อะไร เกิดอะไรขึ้นเปิดประตูเดี่ยวนี้”
“อาภพ~ ไม่มีอะไรแค่ลื่นนิดหน่อยเองครับ”
“จะเปิดเองดีๆ หรือจะให้อาพังเข้าไป น้องวินเปิดประตูคับ”
“งือ อาภพอ่า~” เด็กหนุ่มลากเสียงยาวจากการไม่พอใจที่โดนติณภพขัดใจ ก่อนจะเปิดประตูออกมา เ้าตัวมีแค่ผ้าข่นหนูผื่นเล็กสีขาวพันลวกๆ ไว้รอบเอวบาง
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” คนเป็ผู้ใหญ่กว่ากวาดสายตามองไปรอบดวงหน้าหวาน พรางถามอย่างร้อนรน แต่เด็กหนุ่มก็เอาแต่เงียบใส่ไม่ยอมตอบ
“น้องวินตอบอา ไม่ดื้อตอนนี้ได้ไหมน้องวิน”
“งึ เปล่าไม่ได้เจ็บคับ” บอกพรางส่ายหน้า หากแต่ติณภพก็ยังไม่วายกวาดสายตามองไปทั้วเรือนกายขาวผ่อง
“อาภพ~”
“เป็อะไร?” ชายหนุ่มถามอย่างเป็ห่วง เมื่อจู่ๆ เด็กหนุ่มก็โผล่เข้ากอดไปรอบเอวสอบ
“เปล่า~”
“เปล่าแล้วร้องไห้ทำไมครับ”
“ฮึก~ แค่ดีใจที่อายังเป็ห่วงกันอยู่” สิ้นเสียงของเด็กหนุ่มทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบงั่นอีกครั้ง ติณภพไม่ได้พูดตอบอะไรกลับมาเขายืนตัวแข็งทื่อให้เด็กหนุ่มกอดอยู่สักพัก หากแต่ท่าทีที่เปลี่ยนไปทำให้ธนวินท์ต้องรัดกอดไว้ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ
“ปล่อยเถอะ!” มือใหญ่พยายามแกะมือเล็กของเด็กหนุ่มจนพ้นไปจากตัว ใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา ส่งผลให้สองขาที่อยากก้าวเดินออกไปหยุดชงักลง
“อาภพคับ”
“ถ้าจะพูดเื่เดิมอีกละก็ บอกก่อนว่าฉันไม่อยากฟัง”
“น้องวินรักอาภพ! ฮึก รักอาภพมาตลอด” ธนวินท์ไม่สนใจว่าติณภพจะอยากฟังไหม ตอนนี้เขาอยากบอกออกไปอย่างจริงจังสักครั้ง ชายหนุ่มทำเพียงยืนเฉย สายตาว่างเปล่าไร้การตอบรับสิ่งที่เด็กหนุ่มกำลังพูดบอกกัน เพราะเขาฟังจนเบื่อแล้วไม่เคยอยากได้ความรักจากธนวินท์เลยสักนิด
ธนวินท์กำมือเข้าหากันจนแน่นใช้ว่าเขาไม่อายที่ยังหน้าด้านยัดเยียดตัวเองให้ชายหนุ่มทั้งที่เขาไม่้า แต่เพราะรักจึงทำให้ตัวเขาทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ไป
“อารู้ไหมทุกครั้งที่อาเงียบใส่กัน มันคือการผลักไส่น้องวินออกไปไกลจากอา ฮึก~ ถ้าวันนี้อาภพยังไม่รู้สึกอะไรกับน้องเลยล่ะก็ฮึก~” ธนวินท์มองใบหน้าหล่อเหล่าของคุณอาหนุ่มอย่างแสนเ็ป ‘บางครั้งเขาก็เหนื่อยจนอยากเลิกพยายามแล้ว’
“ถ้าฉันไม่ได้ชอบเธอเลยแม้แต่น้อย เธอจะทำไม”
“ผมก็จะไม่ตามตื้อให้อาต้องรำคาญใจอีกไงเล่า ผมจะยอมแพ้แล้ว”
“หึ! ฉันจะคอยดูว่าสิ่งที่เธอพูดมาทั้งหมดเธอจะทำได้จริงๆ อย่างที่พูดไหม” ติณภพเปิดประตูเดินออกจากห้องนอนไปแล้วเหลือทิ้งไว้แต่ร่างเล็กบอบบางของเด็กหนุ่มที่ค่อยๆ ทรุดลงนั่งร้องไห้กับพื้น
ไม่นานเสียงเครื่องยนต์รถก็ดังสนั่นก่อนจะพุ่งทยานออกไปจากตัวบ้านทำเด็กหนุ่มยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่า เพราะเขาโดนติณภพทิ้งให้อยู่คนเดียวในบ้าน เด็กหนุ่มฝื่นลุกขึ้นยืนทั้งยังร้องไห้ไม่หยุด เ้าตัวรีบอ่าบน้ำเพื่อมาซุกตัวหลับ เขาหลับไปทั้งน้ำตานองหน้าและทั้งที่ยังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลย เขาหิวแต่ก็พยายามซุกตัวหลับ ธนวินท์หลับไปได้ไม่นานก็สดุ่งตื่นเพราะเสียงเครื่องยนต์ที่ขับเข้ามาจอดในโรงรถ
ติณภพออกไปจากบ้านหลังจากที่ทะเลาะกับธนวินท์ในห้องน้ำและเขาไม่ได้กลับเข้ามาคนเดียวแต่ยังพาหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาด้วยอีกคน
ธนวินท์เห็นมันทุกอย่าง เขาเดินออกมาเมื่อได้ยินเสียงรถของติณภพ เด็กหนุ่มยืนแอบมองอยู่ที่ซอกพนัง ติณภพกำลังควงหญิงสาวคนหนึ่งเดินขึ้นมาชั้นสอง แถมมือใหญ่ยังโอบไปรอบเอวบางอย่างตั้งใจเหมือนกับรู้ว่าเด็กหนุ่มกับลังมองอยู่ ธนวินท์ทำถึงขนาดเดินตามติณภพมาจนถึงหน้าห้องนอน แต่ติณภพก็เลือกที่จะปิดประตูใส่หน้ากัน ทิ้งเด็กหนุ่มไว้กับคราบน้ำตาโดยไม่แม้แต่เหลี่ยวมองเลยด้วยซ้ำ
กลางดึกคืนนั่น เสียงร้องครางอย่างสุขสมระงงลั่นห่องของอาภพดังก้องลอดช่องประตูเข้ามาในห้องนอนเล็ก จนตัวเขาที่พยายามหลับตาได้แต่ซุกหน้าร้องไห้กับหมอนใบโตในห้องนอนข้าง