ฉันไม่ขอเป็น...นางเอกฮาเร็มคนที่ห้าในวันสิ้นโลก

บทที่ 179 ความเกลียดชัง

บทที่ 179 ความเกลียดชัง


            


เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย รัญชนาก็ไม่ด่วนตัดสินใจ เธอรู้ว่าน้ำมนต์มาที่นี่ ย่อมต้องมีความคิดที่น่าสนใจอยู่แล้ว คนที่รู้ว่าตนเองจะต้องถูกลงโทษ และอาจจะตายได้ แทนที่จะหนี กลับเดินมาที่นี่ด้วยตนเอง ต้องถือว่าเป็นคนที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวขนาดไหน ช่างขัดกับรูปลักษณ์ที่สร้างเอาไว้ในตอนแรกจริงๆ




“ข้อเสนออะไรล่ะ?”




“ฉันอยากจะเป็นทูตเชื่อมสัมพันธ์ค่ะ”




“หืม?”




“ไม่ใช่ว่าเผ่ามนุษย์มีเผ่าพลสารมาเป็นพรรคพวกเพิ่มหรอกหรอคะ? ถ้าอย่างนั้น...เพื่อให้ความสนิทสนมระหว่างเผ่าเพิ่มมากขึ้น ให้ฉันไปเป็นทูตที่นั่น ไปทำงานที่นั่น ถ่ายทอดและรับคำสั่งจากคุณผู้หญิงโดยตรง แบบนี้ดีไหมคะ อีกอย่าง....ในเมื่อฉันไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว พวกคุณก็ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะทำอะไรลับหลังด้วย”




“ข้อเสนอนี้...คิดว่ามันจะทำให้เธอรอดจากการถูกลงโทษจริงๆหรอ?” รัญชนาไม่เข้าใจอยู่บ้าง หญิงสาวคนนี้ไม่รู้หรือว่าตนเองไม่น่าไว้ใจอีกแล้ว ไม่ว่าจะเสนอตัวว่าจะทำอะไรก็ไม่ควรจะได้รับโอกาสทั้งนั้น


            


ยิ่งการส่งอีกฝ่ายออกไปจากเขต 7 ที่ควบคุมไม่ได้ ให้เธอกลายเป็นผู้ติดต่อระหว่างเผ่าพลสารและหน่วย 7 หากเกิดเรื่องอะไรผิดพลาดขึ้นมา ไม่ใช่ว่าหน่วย 7 จะได้รับผลกระทบนี้หรือไง?




“ฉันรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไร และฉันก็ไม่ได้ต้องการมาที่นี่เพื่อบอกให้คุณเชื่อใจค่ะ”




“อืม อย่างนั้นก็อธิบายข้อเสนอให้อีกหน่อยสิ” รัญชนาไขว้ขาของตนเองอย่างสบายๆ แล้วยกมือขึ้นเท้าคางกับโต๊ะขนมหวานตรงหน้า ท่าทางเกียจคร้านของเธอมีเสน่ห์มาก แต่มันก็เหมือนกับว่ากำลังดูการแสดงงิ้วที่น่าสนใจอยู่เท่านั้น


            


น้ำมนต์ถอนหายใจออกมา เรื่องนี้เป็นเธอที่พลาดเอง เธอไม่ควรจะวางแผนลงมือด้วยตนเองเช่นนี้ ถ้าไม่บุ่มบ่ามแล้วเปลี่ยนแผนเป็นการยุยงให้ใครบางคนลงมือแทน เธอก็เชื่อว่าผู้ชายคนนั้นก็ควรจะต้องทำมันแน่ แล้วหลังจากนั้นก็จะไม่สามารถเชื่อมโยงมาถึงเธอได้ อย่างไรก็ตาม...เธอก็ได้รู้แล้วว่าความรู้สึกของตนเองต่อหัวหน้ากลุ่มค้างคาวเป็นอย่างไร


            


และมันก็น่ากลัวเสียด้วย...


            


น้ำมนต์ไม่ชอบให้ตนเองมีความรู้สึกเช่นนี้ เธอรู้ว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นผู้หญิงเสียสติและโง่เขลาเหมือนกับวรกานต์ เพราะแบบนั้น...ก่อนที่เธอจะจมลึกไปมากกว่านี้ น้ำมนต์ต้องการจะออกไป


            


เธอแค่อยากอยู่อย่างสุขสบายและปลอดภัย ถ้าการอยู่ข้างกายของหัวหน้ากลุ่มค้างคาวจะทำให้เธอยึดติดจนไม่สามารถปล่อยให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้เขาได้ เช่นนั้นเธอก็ต้องรีบออกไปเพื่อหาตัวเลือกใหม่


            


การเป็นทูตเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งสองเผ่า ตราบเท่าที่พวกเผ่าพลสารยังอยู่ในพื้นที่ของหน่วย 7 เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องซื่อสัตย์และเห็นคุณค่าของมนุษย์ต่อไป แม้ว่าเธอจะทำหน้าที่เป็นทูตและไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตอะไร แต่เชื่อเถอะ .... ฐานะทูตของเธอก็คือขาทองคำที่จะทำให้เธอมีอาหารกิน มีที่อยู่ที่ปลอดภัยแล้ว ขอแค่นั้นเธอก็พอใจ


            


อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่ได้คิดว่าจะก้าวส่งเดชเข้ามาในห้องแล้วก็ขอให้ตนเองได้รับประโยชน์เท่านั้นหรอก อย่างไร...น้ำมนต์ก็ยังมีความสามารถที่ยังใช้งานได้อยู่ไม่ใช่หรือ?




“ฉันจะไปเป็นทูตที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือในการฟื้นฟูพลังค่ะ หรือก็คือ...ในระหว่างที่หน่วย 7 หรือสมาชิกกำลังต่อสู้แล้วเกิดพลังงานหมดขึ้นมา พวกเขาก็สามารถกลับมาที่นี่ได้ค่ะ ฉันจะรอเป็นผู้ฟื้นฟูพลังให้พวกเขาเอง”




“แค่นั้น?”




“ฉันคิดว่าด้วยความสามารถนี้ มันก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันชดเชยความผิดที่ก่อได้นะคะ คุณผู้หญิงเป็นคนฉลาด ดังนั้น...เก็บฉันเอาไว้ ดีกว่าทำลายทิ้งแน่นอนค่ะ อ้อ....แล้วก็ เพื่อให้มั่นใจ ฉันเองก็สามารถทำสัญญาระหว่างเผ่าพันธุ์กับพวกพลสาร ไม่สิ....ในเมื่อคุณผู้หญิงเชื่อใจเผ่าผึ้งพิษมาก เช่นนั้นก็ให้ฉันทำสัญญากับเผ่าผึ้งพิษก็ได้ค่ะ”




“ฉันจะทำหน้าที่สนับสนุนพวกเขาและหน่วย 7 ทั้งหมด จะไม่หักหลังใคร แค่นี้ก็คงจะเพียงพอแล้วใช่ไหมคะ?” 




น้ำมนต์เป็นคนฉลาดมาก เธอรู้ว่าสัญญานี้ไม่อาจจะทำกับสมาชิกในเผ่าพันธุ์เดียวกันได้ มันคือสัญญาระหว่างเผ่าพันธุ์เท่านั้น อาศัยกฎของพลังงานและสายเลือดของพวกเขาเพื่อผูกพันธ์กัน ดังนั้น...เธอไม่เสนอตัวให้รัญชนาเชื่อใจ แต่เธอต้องการแสดงออกให้อีกฝ่ายเชื่อใจอย่างแท้จริง




“แน่ใจหรือว่าจะยอมทำสัญญาโดยที่ไม่ระบุเนื้อหาตั้งแต่ตอนนี้น่ะ”




“ฉันไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วนี่คะ ฉันก็แค่อยากจะมีชีวิตอยู่เท่านั้น” น้ำมนต์ตอบกลับ แต่ครั้งนี้...น้ำเสียงของหญิงสาวกลับแสดงออกถึงความเศร้าอย่างแท้จริง


            


น้ำมนต์ไม่เคยรักพิรัตน์ เธออยู่กับอีกฝ่ายก็เพราะเห็นว่าเป็นขาทองคำขนาดใหญ่ เขาควรจะมั่นคงกว่านี้ แล้วก็พาเธอรอดตายไปได้ ไม่ใช่ล้มเหลว และสุดท้าย...เธอก็ลอยเคว้งจนต้องพยายามหาทางรอดให้ตัวเองเช่นนี้


            


เกิดมา เธอก็เพิ่งเคยรักใครกับเขาเป็นครั้งแรก แต่มันก็พังไม่เป็นท่าตั้งแต่ที่ยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ เธอใช้เวลาไม่นานเพื่อที่จะตรวจสอบความสามารถในการปกป้องผู้คนของหัวหน้ากลุ่มค้างคาว และใช่...ที่ผ่านมา เธอวนเวียนมาอยู่รอบๆหน่วย 7 เช่นนี้ก็เพราะเขา 


            


เมื่อตัวเองได้เป็นอิสระแล้ว น้ำมนต์ก็คิดว่าเสน่ห์และใบหน้าของตนเองน่าจะทำให้ได้รับความสนใจได้ไม่ยาก แต่....หัวหน้ากลุ่มค้างคาวราวกับมีกำแพงหนาสำหรับเธออยู่แล้ว และน้ำมนต์ก็ไม่เข้าใจเอาเสียเลย




“คุณผู้หญิง....ผมไม่คิดว่าการเชื่อใจผู้หญิงคนนี้จะเป็นตัวเลือกที่ดีอีกแล้ว” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมาอย่างจริงจัง


            


แม้ว่าเธอจะบอกว่าต้องการ “ทำสัญญา” แต่เขาก็กลัวเหลือเกินว่าหญิงสาวคนนี้จะหาช่องโหว่เพื่อลงมืออะไรได้อีก สำหรับเขา...คนที่เห็นว่าตนเองเป็นเพียงคนสำคัญเพียงคนเดียวบนโลกนี้ ไม่ควรค่าที่จะได้รับความเชื่อใจอีกต่อไป




“ทำไมหัวหน้าไม่เคยมองว่าฉันดีเลยล่ะคะ” น้ำมนต์เลิกคิ้วถามขึ้นมาหลังจากที่ได้ยินคำพูดของเขา




“ฉันแค่ไม่เข้าใจจริงๆ มันแปลกมากที่รูปลักษณ์ของฉันจะทำให้ใครบางคนเกลียดชังได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ” หญิงสาวไม่เข้าใจเอาเสียเลย เธอเก็บความสงสัยนี้เอาไว้ตลอด แต่ไม่เคยได้ถามเขาโดยตรง คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้ วันที่มีมีดจ่อที่คอของเธอ น้ำมนต์กลับได้เอ่ยถามมันขึ้นมาเสียนี่




“เหอะ! รูปลักษณ์ของเธอก็คงจะหลอกได้แค่คนโง่ๆเท่านั้นแหละ!!”




“จะเป็นแบบนั้นหรอคะ? โดยที่ไม่มีเหตุผลอื่นเลยเนี่ย ... ฉันไม่คิดแบบนั้นหรอก หรือว่า...ที่จริงแล้ว พวกเราเคยเจอกันมาก่อน?” อย่างที่ทุกคนคิด น้ำมนต์เป็นคนฉลาดมาก เธอสามารถคาดเดาได้อย่างแม่นยำจริงๆ 


            


คำพูดของเธอนั้นทำให้หัวหน้ากลุ่มค้างคาวถึงกับแค่นหัวเราะออกมา เขาไม่อยากจะเชื่อว่าน้ำมนต์จะจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ ไม่สิ! บางที เธอก็คงจะจำได้ แต่แค่จำ “เด็กผู้ชายอ่อนแอ” เช่นเขาไม่ได้ก็เท่านั้น


            


ในขณะที่เธอเป็นคนฆ่าพ่อ ฆ่าผู้มีพระคุณของเขาไป เธอกลับไม่เคยแม้แต่ที่จะอยู่ด้วยความรู้สึกผิดด้วยซ้ำ!!




“เห็นสีหน้าของคุณแล้ว อย่างนั้นก็แปลว่าพวกเราเคยเจอกันมาก่อนจริงๆ แต่ว่า....ฉันไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรอคะ ถ้าฉันเจอคุณ ฉันไม่มีทางที่จะทำอะไรลงไปแน่ๆ หรือว่า....ตอนนั้นคุณจีบฉันแล้วฉันไม่เล่นด้วยกันล่ะ” น้ำมนต์เลิกคิ้วขึ้น แม้เธอจะอยากรู้ แต่ก็ยังหยอกเย้าเขาไม่น้อยเลย


            


สีหน้าของหัวหน้ากลุ่มค้างคาวยิ่งดูย่ำแย่ขึ้นไปอีก การกระทำที่แสร้งทำเป็นใสซื่อของน้ำมนต์ทำให้เขาต้องอยู่อย่างเจ็บปวดและเคียดแค้นมาตลอด มือหนาของเขากำแน่น นึกอยากจะกระโจนเข้าไปแล้วบีบคออีกฝ่ายให้ตกตายไปตั้งแต่ตอนนี้เลย!




“ถ้าไม่ใช่เพราะคนสารเลวอย่างเธอ พ่อของฉันก็คงจะไม่ตาย!!”




“คะ?”




“เธอ....เธอคือคนที่บอกโจรชั่วพวกนั้น แล้วพวกมันก็มาฆ่าพ่อของฉันถึงที่บ้าน!! เป็นเพราะเธอ ทั้งหมดนั่นเป็นเพราะผู้หญิงสารเลวอย่างเธอ!!”




“อะไรกัน? คุณพูดอะไรกันแน่ ฉันไม่เห็นเคย....” น้ำมนต์ส่ายหน้า เธอจำไม่ได้เลยว่าตนเองได้ทำอะไรแบบนั้นด้วย อย่างไรก็ตาม...ไม่ทันได้พูดจนจบประโยคดี เธอก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้จริงๆ


            


ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ครอบครัวของเธอพูดเกี่ยวกับ “ลุงตำรวจคนหนึ่ง” ที่ชอบที่จะวุ่นวายกับงานของพ่อเสมอ หลายครั้งที่พ่อของเธอเกือบจะถูกโทษทางวินัย และพวกเขาก็สอนให้เธอรู้ว่าครอบครัวของเธอและผู้ชายคนนั้นก็คือศัตรูกัน


            


เธอมีพี่ชายอยู่ 1 คน และตัวเองก็เป็นน้องเล็ก ในฐานะลูกสาวของนายตำรวจ เธอไม่ค่อยได้รับความสนใจจากครอบครัวมากนัก มีก็แต่ครอบครัวของตำรวจคนอื่นๆที่ชอบจะมาหยอกล้อเรื่องการจับคู่ให้เด็กๆ เธอถูกพ่อสอนให้รู้จักสังเกตคนให้ดีๆ ต่อให้เป็นเด็กอายุน้อย ถ้าพวกเขาเป็นลูกหลานของตำรวจยศสูง เธอก็ควรจะเข้าไปเล่นด้วย


            


เพื่อทำประโยชน์ให้กับครอบครัวบ้าง เพื่อให้กลายเป็นที่รัก น้ำมนต์พยายามหาวิธีการเพื่อทำให้ตัวเองกลายเป็นคนสำคัญของบ้านขึ้นมา และในที่สุดวันนั้นก็มาถึงจริงๆ


            


เธอเห็นพวกโจรร้ายมาที่นี่ และใช่! เธอรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาเป็นคนชั่ว


            


เพื่อให้โจรร้ายเหล่านั้นไม่รู้ว่าเธอเป็นเด็กฉลาดและมีความคิด ไม่อย่างนั้นพวกมันอาจจะปิดปากเธอไปด้วยก็ได้ ยิ่งได้ยินว่าเป้าหมายของพวกเขาก็คือ “คู่แข่ง” ของพ่อ น้ำมนต์จึงไม่ลังเลเลยที่จะให้ความช่วยเหลือพวกโจรนั้น


            


นั่นคือ “ครั้งแรก” ที่เธอได้ลงมือกับใครสักคน และสุดท้าย...เธอก็ได้รับความรักมาจริงๆ


            


เพราะเรื่องนั้น หลังจากที่เธอสารภาพและบอกกับครอบครัวแล้ว พวกเขาก็เลี้ยงดูปูเสื่อเธอเป็นการตอบแทนอย่างดี เธอได้กินขนม ได้เสื้อผ้าใหม่ นี่ก็เพราะพ่อของเธอได้ “เลื่อนตำแหน่ง” กลายเป็นตำรวจที่มีหน้ามีตามากขึ้น


            


น้ำมนต์เรียนรู้วิธีที่จะจับขาทองคำมาตั้งแต่ยังเด็ก พูดให้ถูกก็คือ...พ่อของเธอก็คือขาทองคำคนแรกที่ทำให้เธอมีความสุขได้ ซึ่งต่อมา...หลังจากที่พ่อของเธอมีอาการป่วยจากโรคประจำตัว พี่ชายที่ไม่ได้เรื่องก็ทำลายครอบครัวไปทีละเล็กทีละน้อย พ่อแม่คาดหวังกับเขามากจนต้องการขายเธอออกไป แล้วสามารถเกี่ยวดองกับตระกูลดังในประเทศได้


            


ชื่อเสียงของ “ว่าที่คนรัก” ไม่ดีเอาเสียเลย เขาได้ชื่อว่าเป็นผู้ชายเจ้าชู้ ชอบแต่งรถเป็นพิเศษ วันๆถ้าไม่ยุ่งอยู่กับยาเสพติดก็ยุ่งอยู่แต่กับผู้หญิง แค่ชื่อเสียงที่ได้ยินนี้ก็ทำให้ผู้หญิงดีๆรีบวิ่งหนีกันไปหมด


            


แน่นอนว่าน้ำมนต์ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับนิสัยของเขา ขอแค่เขาไม่มีนิสัยที่ชอบทำร้ายผู้หญิง หรือจะไม่ตกอับในเร็ววันนี้ เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนนั้นน้ำมนต์แค่ต้องหา “ขาทองคำ” ใหม่ก็เท่านั้น เธอไม่ต้องการอยู่ในบ้านที่มีพ่อป่วยเรื้อรังและกลายเป็นภาระ เธอไม่อยากจะอยู่ในครอบครัวที่ต้องเป็นฝ่ายเสียสละให้พี่ชายได้ดี เธอแค่อยากจะอยู่ในบ้านที่ร่ำรวย มีคนหยิบจับทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้


            


ถ้าไม่ใช่เพราะวันสิ้นโลกมาถึงก่อน ตอนนี้เธอก็อาจจะกลายเป็นคุณนายคนดังไปแล้วก็ได้ น่าเสียดายจริงๆ...


            


เท้าความมาจนถึงตอนนี้ เธอก็แค่กำลังนึกถึงว่าตนเองเคยสร้างปัญหาให้ใครมาบ้างก็เท่านั้น ซึ่งมันเยอะแยะจนน่าปวดหัวจริงๆ ทุกคนที่ขวางทางของเธอ น้ำมนต์ก็สามารถเขี่ยพวกเขาออกไปได้ทั้งหมดนั่นแหละ


            


มีเพียงสองครั้งเท่านั้นที่ทำให้เธอรู้สึกแย่อยู่ลึกๆอยู่จนถึงทุกวันนี้ หนึ่ง...ตำรวจคนนั้น ลุงตำรวจที่เป็นศัตรูกับพ่อของเธอ ถึงอย่างนั้นก็ชอบให้ขนมกับเธอในบางครั้ง เขาเป็นอีกคนที่เธอเสียดาย และถ้าย้อนกลับไปได้ เธอคงจะไม่ทำเขาเช่นนั้น เพราะเธอรู้แล้วว่าคนที่ควรจะถูกเธอลงมือก็คือ “พ่อ” ของเธอเองต่างหาก


            


และสอง....พ่อของเธอ


            


ไม่ใช่ว่าเธอรู้สึกเสียใจที่เขามีอาการไม่ดี แต่เธอแค่รู้สึกว่าตัวเองลงมือกับเขาเร็วเกินไปหน่อย และมันก็ทำให้มีช่วงเวลายากลำบากของเธอเกิดขึ้นเหมือนกัน


            


หากเธอลงมือกับเขาหลังจากที่บรรลุนิติภาวะไปแล้ว บางทีอาจจะไม่ต้องเจอกับช่วงเวลายากๆเลยก็ได้




“หรือว่า...หัวหน้ากลุ่มกำลังพูดถึงตำรวจหน้าดุคนนั้น”




“เหอะ! ก็ยังจำได้ด้วยสินะ คนที่เธอ “ฆ่า” ตั้งแต่ยังเด็กๆ ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิดน่ะ!!”




“.................” น้ำมนต์เห็นสีหน้าและสายตาของเขาเป็นเช่นนั้น ร่างเล็กก็ชะงักไปอย่างช่วยไม่ได้


            


กลายเป็นว่าเธอเข้าหาคนผิดตั้งแต่แรก กับผู้ชายที่เสียพ่อไปเพราะเธอ เขาจะมองเธอในแง่ดีอีกได้ยังไง คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาเจอจุดใต้ตำตอในกรณีแบบนี้ แถมยังมารู้สึกตัวช้าเกินไปหลังจากที่รู้สึกหวั่นไหวกับเขาไปแล้วเสียอีก






…………………………………………………..

คล้ายกับเรื่องฉันไม่ขอเป็น...นางเอกฮาเร็มคนที่ห้าในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน