"คนที่ข้ามสะพานและกลับมาบอกว่า 'ฝั่งโน้นทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมแล้ว'
ว่ากันว่า "มีสะพานชนิดหนึ่ง ข้ามไปแล้วไม่ใช่ถึงฝั่งโน้น แต่คือถึงตัวอีกคน
คนนั้นจำดวงตาได้ จำเสียงได้ แต่ไม่จำสิ่งที่แบกอยู่ เพราะสิ่งนั้นทิ้งอยู่บนสะพานแล้ว
บางคนบอกว่าสะพานดูดไป บางคนบอกว่าสะพานขโมยไป แต่ที่เบาลง ยืนอยู่ในทิวทัศน์ฝั่งโน้นแค่หายใจลึกๆ แล้ว เดินต่อไป"
สัปดาห์แห่งการฟื้นตัวและรายงานที่ไม่รอให้ฟื้น.........
ตำหนักเมฆาหล่นในสัปดาห์หลังการต่อสู้
ตำหนักที่ผ่านการล้อมนั้นฟื้นตัวในแบบของมันไม่เร็วเกินไป ไม่ช้าเกินไป แต่สม่ำเสมอในแบบที่สิ่งที่แข็งแกร่งพอฟื้น
ลูกศิษย์สำนักที่มีาแหายดีในสามวันเซินเหมยรักษาซวินฮัวไหล่ฟกช้ำด้วยยาพอกที่เธอบอกว่าต้องใช้อย่างน้อยห้าวันซวินฮัวบอกว่าสองวันก็พอ เธอบอกว่าห้าวัน เขาทำตามในวันที่สี่
จางเว่ยเขียนรายงานฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับเหวยหลิงเฟินและสำนักเมฆาดำรายงานที่ยาวกว่ารายงานอื่น ๆ ที่เขาเขียนมาในชีวิตและในตอนท้ายของรายงานนั้นเขาเพิ่มส่วนที่เขาเรียกว่า "การประเมินส่วนตัวของบัณฑิตที่เห็นมาครบ" ซึ่งยาวกว่าส่วนข้อเท็จจริงเสียอีก
เสี่ยวอวิ๋นจื่ออยู่ในห้องที่อี้เหยียนให้ใช้ออกมาช่วยงานในตำหนักในแบบที่เงียบและเป็ประโยชน์ในเวลาเดียวกัน ไม่พูดมากไม่ถามมาก แต่อยู่ที่นั่นในแบบที่บอกว่าเขาเลือกอยู่และตั้งใจจะอยู่ต่อ
และอี้เหยียนก็กลับมาศึกษากระจก
แต่รายงานมาเร็วกว่าที่ตำหนักจะฟื้นตัวได้เต็มที่
วันที่สี่หลังการต่อสู้มีนกส่งสารมาถึงห้าตัวในวันเดียว
จากหมู่บ้านทางเหนือสองแห่งเมืองทางตะวันออกสองเมือง และจากพ่อค้าเดินทางที่ผ่านพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้
เนื้อหาต่างกันแต่รูปแบบเหมือนกัน
เมล็ดพันธุ์ฝันอักษรเสียง พลังงานผิดปกติในพื้นที่ที่กระจายออกไปในแบบที่บอกว่าสำนักเมฆาดำไม่ได้หยุดเพราะแพ้ที่ตำหนักเมฆาหล่น
แต่เร่งขึ้น
"พวกเขาขยายปฏิบัติการ" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบในการประชุมเช้าของวันนั้น"ไม่ใช่ถอยออกหลังจากที่เหวยหลิงเฟินล้มเหลวในวันนั้นแต่เร่งแผนที่วางไว้ก่อนหน้า"
"เขารู้ว่าเราจะไล่ตาม" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "และ้าให้งานนั้นมากเกินกว่าที่เราจะจัดการได้ทั้งหมด"
"บีบให้เลือก" จางเว่ยพูด "จัดการที่นั่น หรือที่นี่ หรือที่โน่นแต่ไม่สามารถจัดการทุกที่ได้พร้อมกัน"
"และในขณะที่เราวุ่นอยู่กับรายการทั้งหมดนั้น" เซินเหมยพูดเสียงเงียบ "เขาก็เดินหน้าที่หุบเขาสิ้นเสียงโดยไม่มีใครรบกวน"
"นั้นคือแผน" อี้เหยียนพูด
ห้องเงียบ
"เราจะทำอย่างไร?" หลี่เซียนถาม
"เราแบ่ง" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "แต่ก่อนนั้นข้าต้องอ่านกระจกให้เสร็จเพราะข้อมูลในชั้นที่สามนั้นน่าจะบอกวิธีรับมือกับหุบเขาสิ้นเสียงที่ถูกต้องถ้าเราไปโดยไม่รู้ว่าประตูนั้น้าอะไรเราอาจทำให้มันเปิดได้ง่ายขึ้นแทนที่จะปิดมัน"
"ชั้นที่สาม" เสี่ยวอวิ๋นจื่อที่นั่งอยู่มุมห้องพูดขึ้นเสียงเงียบแต่ทุกคนได้ยิน "ข้าพบมันเมื่อคืน"
ชั้นที่สามสิ่งที่รอคนพร้อม.......
เช้าของวันเดียวกันห้องคัมภีร์
อี้เหยียนวางกระจกไว้บนโต๊ะเสี่ยวอวิ๋นจื่อนั่งตรงข้าม เทียนจวินนั่งข้างๆ อี้เหยียน
"เล่าให้ฟัง" อี้เหยียนพูดกับเสี่ยวอวิ๋นจื่อ
"ข้าออกมานั่งในสวนเมื่อคืน" เขาพูดเสียงเรียบ "กระจกอยู่ในห้องคัมภีร์แต่ข้าเห็นแสงจากใต้ประตู เดินเข้าไปดูพบว่ากระจกนั้นเปล่งแสงสีน้ำเงินเข้มไม่ใช่แสงเดียวกับที่ท่านอ่านในชั้นที่สอง"
"ต่างกันอย่างไร?"
"แสงในชั้นที่สองนั้นนิ่ง" เขาพูด "แสงในชั้นที่สามนั้นเคลื่อนไหวในแบบที่น้ำเคลื่อนไหว ไม่ใช่แบบที่ไฟเคลื่อนไหว"
อี้เหยียนมองกระจกปล่อยสถูปออกมาััผิวกระจกเบา ๆ
แสงสีน้ำเงินเข้มออกมาทันทีเคลื่อนไหวในแบบที่เสี่ยวอวิ๋นจื่อบรรยายในแบบที่น้ำลึกที่มีสิ่งมีชีวิตว่ายอยู่ข้างล่าง
และในแสงนั้นมีอักษรปรากฏขึ้นแต่คราวนี้ไม่ใช่อักษรที่อ่านได้ทันทีมันเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงในแบบที่อักษรที่ซ่อนอยู่ในพลังงานจะเปลี่ยนแปลงรอให้คนที่อ่านนั้นอ่านในแบบที่ถูกต้อง
อี้เหยียนอ่านในแบบที่เขาอ่านทุกอย่างที่ซับซ้อนไม่รีบ ไม่บังคับให้ชัดเจนก่อนที่มันจะพร้อม แค่รอและรับ
อักษรค่อยๆ นิ่งลงทีละตัว
อี้เหยียนจดในสมุดบันทึกไปพร้อมกัน
หนึ่งก้านธูป
"เสร็จแล้ว" อี้เหยียนพูด วางปากกาลง
เทียนจวินมองสมุดบันทึก
"บอกข้า"
"ชั้นที่สามนั้นเป็คำแนะนำ" อี้เหยียนพูดช้า ๆทบทวนสิ่งที่จดไว้ "ไม่ใช่ข้อมูลเหมือนชั้นที่สอง แต่เป็คำแนะนำสำหรับ 'ผู้ถือสถูป' ในการรับมือกับประตูที่หุบเขาสิ้นเสียง"
"ใครเขียนมัน?" เสี่ยวอวิ๋นจื่อถาม
"ไม่บอกชื่อ" อี้เหยียนพูด "แต่รูปแบบการเขียนนั้นมาจากคนที่รู้จักสถูปหวนชะตาอย่างลึกซึ้งรู้จักในแบบที่ผู้ถือสถูปหลายชาติจะรู้จัก"
"เป้ยหลิน?" เทียนจวินเดา ชื่อผู้ถือสถูปก่อนอี้เหยียน
"อาจจะ" อี้เหยียนพูด "หรืออาจจะเป็ผู้ถือในชาติที่เก่ากว่านั้นแต่ไม่สำคัญตอนนี้ สิ่งที่สำคัญคือเนื้อหา"
"บอกมา"
"ชั้นที่สามบอกสามสิ่ง" อี้เหยียนพูดเสียงนิ่ง "สิ่งแรก —หุบเขาสิ้นเสียงนั้นไม่ใช่แค่ตำแหน่งของประตูมันเป็พื้นที่ที่เสียงทุกชนิดถูกดูดซับและเก็บไว้ รวมถึงเสียงของความตั้งใจเสียงของพลังงาน และเสียงของพันธะใครก็ตามที่เข้าไปในพื้นที่นั้นโดยไม่มีการป้องกัน จะสูญเสียสิ่งที่พวกเขา 'ส่งออก' ไปทุกครั้ง ทั้งเสียงพูด พลังงานและความตั้งใจ ถูกดูดซับเข้าไปในหุบเขา"
ห้องเงียบทุกคนรับรู้ถึงความหมายของสิ่งที่อี้เหยียนพูด
"แปลว่าการต่อสู้ในหุบเขานั้น" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "ยิ่งส่งพลังงานออกยิ่งสูญเสีย"
"ใช่" อี้เหยียนพูด "สิ่งที่สอง —ประตูที่เหวยหลิงเฟิน้าเปิดนั้น้า 'เสียงที่เก็บไว้'ในหุบเขา เสียงที่สะสมมาพอที่จะสร้างแรงสั่นะเืที่เปิดประตูได้เขาใช้หุบเขาเป็ที่สะสมพลังงานจากทุกคนที่ผ่านมา และทุกอุปกรณ์ที่เขาวางในที่ต่างๆ เพื่อดูดซับพลังงานความทรงจำนั้นก็ส่งพลังงานมาที่หุบเขาด้วย"
"เมล็ดพันธุ์ฝัน อักษรเสียง ทั้งหมดนั้น" จางเว่ยพูดจากมุมห้อง
"ส่งพลังงานมาที่หุบเขา" อี้เหยียนยืนยัน "และสิ่งที่สาม—"
อี้เหยียนหยุดสักวินาที
"วิธีรับมือกับหุบเขาสิ้นเสียงคือต้องไม่ส่งเสียงออกไปต้องเคลื่อนไหวในแบบที่ไม่ส่งพลังงานออกซึ่งหมายความว่าต้องใช้พลังงานในแบบที่กลับด้านกับปกติต้องดึงเข้ามาแทนที่จะส่งออกไป"
"แปลว่าสถูปนั้นต้องทำงานในแบบที่กลับด้าน" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดเสียงเบาเข้าใจทันที
"ใช่" อี้เหยียนพูด "และนั้นคือสิ่งที่ผู้ถือสถูปที่เขียนชั้นที่สามบอกว่าเป็สิ่งที่ยากที่สุดเพราะธรรมชาติของสถูปนั้นส่งออก ไม่ใช่ดึงเข้าการทำให้มันดึงเข้านั้น้าการเข้าใจมันในแบบที่ลึกกว่าการใช้งานปกติ"
"เ้าทำได้ไหม?" เทียนจวินถามเสียงเบา ตรงในแบบที่เขาถามเสมอ
อี้เหยียนมองสถูปในมือ
"ข้าต้องฝึก" อี้เหยียนพูดตรง "และเวลาที่มีนั้นไม่มาก"
ระหว่างการฝึกและคดีที่มาไม่รอ........
สามวันต่อมา
อี้เหยียนฝึกการใช้สถูปในแบบที่กลับด้านในสวนหลังตำหนักทุกเช้าและเย็นเทียนจวินอยู่ข้างๆ เสมอ ส่งพลังงานออกมาให้อี้เหยียนฝึกดึงเข้าในแบบที่ควบคุมได้ก่อน
ในวันแรกอี้เหยียนดึงพลังงานของเขาเข้ามาได้สิบส่วนของที่เขาส่งออก
วันที่สองสี่สิบส่วน
วันที่สามแปดสิบส่วน
"เก่งขึ้นเร็วมาก" เขาพูดในวันที่สามหลังการฝึกตอนเย็นเสียงนั้นอบอุ่นในแบบที่เขาพูดเมื่อเขาพอใจกับบางอย่าง
"ข้าเคยดูดซับพลังงานมาก่อน" อี้เหยียนพูด "สถูปกลับด้านในหลงเฉิงแค่ต้องปรับวิธีการให้ทำงานได้ในพื้นที่ที่ต้านทาน ไม่ใช่พื้นที่ที่ยอม"
"ต่างกันอย่างไร?"
"เหมือนว่ายน้ำกับว่ายน้ำทวนกระแส" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"แล้วตอนนี้ว่ายทวนกระแสได้เกือบหมดแล้ว" เขาพูดมุมปากขยับขึ้น
"แปดสิบส่วน" อี้เหยียนแก้
"ใกล้แล้ว"
"ยังไม่พอสำหรับหุบเขาสิ้นเสียง" อี้เหยียนพูดตรง "ต้องเก้าสิบห้าหรือมากกว่านั้นถ้าน้อยกว่านั้น หุบเขาจะดูดพลังงานออกจากสถูปได้มากกว่าที่ดึงเข้ามาได้และสถูปจะหมดแรงก่อนที่งานจะเสร็จ"
"อีกกี่วัน?"
"สองวัน ถ้าฝึกได้ต่อเนื่อง"
แต่วันถัดไปนั้นรายงานมาและทำให้ทุกอย่างต้องเปลี่ยน
รายงานจากสะพานหินแดง...........
หมู่บ้านชายแดนทางตะวันตกสะพานหินแดงที่ทอดข้ามแม่น้ำขาว
รายงานบอกว่าสะพานนั้นปฏิเสธคนบางคนไม่ใช่หักหรือพัง แต่เมื่อคนบางคนเดินขึ้นสะพานสะพานนั้นสั่นะเืและส่งคนนั้นออกไปจากสะพานในแบบที่ไม่ตายแต่ก็ไม่ยอมให้ข้าม
และสิ่งที่แปลกที่สุดคนที่ถูกปฏิเสธนั้นไม่ใช่แบบสุ่ม ทุกคนที่ถูกปฏิเสธนั้นมีความลับที่ยังค้างอยู่ความลับที่พวกเขายังไม่ได้บอกกับคนที่ควรได้ยิน
"สะพานอ่านความลับ?" ซวินฮัวพูดเสียงสงสัย
"สะพานอ่านน้ำหนักของสิ่งที่แบก" อี้เหยียนพูด "และความลับนั้นหนักในแบบที่สะพานรู้สึกได้"
"ิญญาของสะพาน?" จางเว่ยถาม
"หรือบางอย่างที่สำนักเมฆาดำฝังไว้ในสะพานนั้นเพื่อทดสอบบางอย่าง" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ
"สะพานนั้นอยู่บนเส้นทางหลักที่นำไปยังหุบเขาสิ้นเสียง" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดเสียงเบามองแผนที่บนโต๊ะ
ทุกคนเงียบ
"พวกเขาทดสอบคนที่จะผ่านไปยังหุบเขา" เทียนจวินพูด "กรองคนที่มีน้ำหนักเพิ่มออกก่อน"
"หรือสะสมพลังงานจากความลับของคนที่สะพานดูดซับ" อี้เหยียนพูดต่อ "สะพานอยู่บนแม่น้ำขาวแม่น้ำเป็ตัวนำพลังงานที่ดีมาก ถ้าสะพานดูดซับพลังงานจากความลับของทุกคนที่ผ่านมันส่งพลังงานนั้นไปยังหุบเขาสิ้นเสียงผ่านแม่น้ำ"
"ต้องจัดการก่อน" หลี่เซียนพูด
"ต้องจัดการก่อน" อี้เหยียนยืนยัน แล้วก็มองเทียนจวิน
เขารับสายตาของอี้เหยียนรู้ว่าอี้เหยียนกำลังคิดอะไร
"เ้ายังฝึกไม่ครบ" เขาพูดเสียงเบา
"ข้าจะฝึกระหว่างทาง" อี้เหยียนพูดตรง
"สะพานหินแดงอยู่ไกลแค่ไหน?" จางเว่ยถาม
"สามวัน" เสี่ยวอวิ๋นจื่อตอบ มองแผนที่ "และจากสะพานไปหุบเขาสิ้นเสียงอีกสองวัน"
"เดินทางไปพร้อมกัน" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "จัดการสะพานแล้วเดินหน้าต่อ"
"ข้าไปด้วย?" เสี่ยวอวิ๋นจื่อถามเสียงเงียบในน้ำเสียงนั้นมีการถามที่ไม่ใช่แค่เื่การเดินทาง
"ท่านรู้จักสำนักเมฆาดำจากข้างใน" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "ข้อมูลนั้นมีค่า"
"ตกลง" เขาพูดเสียงเบา
สะพานหินแดงและความลับที่หนัก.......
สะพานหินแดงเหนือแม่น้ำขาวสามวันต่อมา
สะพานที่ชื่อบอกรูปลักษณ์หินสีแดงดินที่เป็พันธุ์หินเฉพาะในพื้นที่นี้ทอดยาวข้ามแม่น้ำขาวที่น้ำใสจนเห็นพื้นแม่น้ำที่เป็หินกรวดสีขาวข้างล่างสะพานนั้นเก่าและแข็งแกร่งในแบบที่สิ่งที่ผ่านเวลามานานพอจะแข็งแกร่ง
คณะหยุดอยู่ที่ปลายสะพานฝั่งตะวันตกมองข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม
ชาวบ้านสองสามคนที่มองดูอยู่ห่างๆ ชี้ไปที่สะพานแล้วพูดเบา ๆ กันในแบบที่บอกว่าพวกเขาระวังมันมาสักพักแล้ว
"ข้าจะลองก่อน" อี้เหยียนพูด
"ลองข้าม?" หลี่เซียนถาม
"ลองอ่านพลังงาน" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ ก้าวขึ้นไปบนสะพาน
สะพานไม่สั่นไม่ตอบสนอง
อี้เหยียนเดินช้าๆ ไปกลางสะพาน ยืนอยู่บนหินแดง ปล่อยสถูปอ่านพลังงานในโครงสร้างของมัน
"มีบางอย่างในหินของสะพาน" อี้เหยียนพูดเสียงเบา "ฝังอยู่ในเนื้อหินไม่ใช่บนผิว ฝังลึกมากจนเป็ส่วนหนึ่งของสะพานไปแล้ว"
"อยู่มานานแค่ไหน?" จางเว่ยถาม
"นาน" อี้เหยียนพูด "นานกว่าสำนักเมฆาดำในรูปแบบปัจจุบันนาน... บางทีหลายร้อยปี"
"สำนักเมฆาดำไม่ได้ฝัง" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดจากปลายสะพานเสียงนั้นเงียบ "สะพานนี้มีอยู่ก่อน เขาแค่เปิดใช้งานมัน"
ทุกคนหันมองเขา
"ท่านรู้เื่สะพานนี้?" เทียนจวินถาม
"ข้าเคยอ่านเอกสารที่สำนักเมฆาดำเก็บรวบรวมเื่จุดพลังงานต่าง ๆ" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูด "สะพานหินแดงนี้ถูกสร้างโดยคนที่้าป้องกันหมู่บ้านฝั่งตะวันออกผู้สร้างฝังพลังงานรับรู้ไว้ในหิน ออกแบบให้ป้องกันคนที่มีเจตนาชั่วร้ายแต่เวลาผ่านไปนาน การ 'อ่าน' ของสะพานเริ่มเปลี่ยนมันอ่านไม่ใช่แค่เจตนา แต่อ่านน้ำหนักทั้งหมดที่คนแบกมา"
"รวมถึงความลับที่ยังค้างอยู่" อี้เหยียนสรุป
"ใช่" เขาพูด
"และเหวยหลิงเฟินพบสะพานนี้และเปิดใช้งานมันเพื่อดูดซับพลังงานความลับนั้นส่งไปยังหุบเขา" อี้เหยียนพูดต่อ
"นั้นคือทั้งหมดที่รู้" เขายืนยัน
อี้เหยียนยืนอยู่กลางสะพานสักพักรู้สึกถึงพลังงานในหินแดงใต้เท้า แล้วก็เดินกลับมาที่ปลายสะพานฝั่งตะวันตก
"วิธีจัดการสองวิธี" พูดเมื่อกลับมาถึง "หนึ่งทำลายการเปิดใช้งานที่เหวยหลิงเฟินทำ ส่วนที่เพิ่มเข้ามาเพื่อดูดซับและส่งออกไม่ทำลายตัวสะพานหรือพลังงานดั้งเดิมของมัน"
"และสอง?" เทียนจวินถาม
"ส่งพลังงานความลับที่สะสมไว้แล้วกลับคืนให้คนที่ถูกดูดซับไปได้รับสิ่งของพวกเขากลับมา"
"สองขั้นตอน" จางเว่ยพูด "ซับซ้อนพอสมควร"
"แต่ทำได้" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "ข้าต้องเข้าไปในสะพานอีกครั้งคราวนี้ลึกกว่า"
การชำระสะพาน.........
อี้เหยียนเดินกลับขึ้นสะพานคนเดียวคราวนี้เดินไปกลางสะพานแล้วนั่งลงบนหินแดง วางมือทั้งสองบนพื้นสะพานปล่อยสถูปทำงานในแบบที่ฝึกมาสามวัน ไม่ส่งออก แต่ดึงเข้า
ดึงเข้าในแบบที่ช้าและระวังรู้สึกถึงพลังงานที่สะสมในหินแดง ทุกชิ้นส่วน ทุกรั้วทุกก้อนหินที่ต่อกันขึ้นเป็สะพาน
พลังงานดั้งเดิมของสะพานผู้สร้างที่้าปกป้อง นั้นยังอยู่ที่นั่น ชัดเจน สะอาดในแบบที่สิ่งที่ทำด้วยความตั้งใจที่ดีจะยังอยู่แม้จะนานแค่ไหน
และในส่วนที่เหวยหลิงเฟินเพิ่มเข้ามาพลังงานนั้นต่างออกไป หนักและดูดในแบบที่้า ไม่ใช่ปกป้อง
อี้เหยียนดึงส่วนที่เพิ่มเข้ามาออกไปทีละชั้น ช้า ๆ
เทียนจวินยืนอยู่ที่ปลายสะพานมือวางบนราวสะพาน ส่งพลังงานออกมาตามเส้นหินแดงเข้ามาหาอี้เหยียนในแบบที่อี้เหยียนดึงเข้ามาใช้ให้อี้เหยียนไม่ต้องใช้พลังงานของตัวเองมากเกินไปในขั้นตอนนี้
เมียวกิบินวนรอบสะพานเรียกภูติพิทักษ์สองดวงลงมารักษาพื้นที่ป้องกันไม่ให้ใครเดินเข้ามาในสะพานระหว่างที่กระบวนการทำงานอยู่
หนึ่งถ้วยชา
ส่วนที่เหวยหลิงเฟินเพิ่มเข้ามาถูกดึงออกไปหมดสะพานกลับมาเป็พลังงานของผู้สร้างเดิม
แต่ยังมีขั้นที่สอง
พลังงานความลับที่สะสมอยู่ในส่วนลึกของหินแดงมากจากคนนับพันที่ข้ามสะพานนี้มาหลายร้อยปี
อี้เหยียนดึงพลังงานนั้นออกมาอีกทางไม่ใช่ทำลาย แต่ส่งออกไปในแบบที่ต่างออกไป ส่งลงไปในแม่น้ำขาวข้างล่างน้ำที่ไหลจะพาพลังงานนั้นออกไปในทิศทางที่น้ำไหล ไม่สะสมอยู่ที่ใดที่หนึ่ง
แม่น้ำขาวข้างล่างสะพานเรืองสีขาวสว่างขึ้นเล็กน้อยในพริบตาหนึ่งราวกับมีแสงจากก้นแม่น้ำ แล้วก็จางออกไปตามกระแสน้ำ
สะพานหินแดงเงียบลง
อี้เหยียนลุกขึ้น
"เสร็จ" อี้เหยียนพูดเสียงเบา
จากฝั่งตรงข้ามของสะพานชาวบ้านที่เฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ เริ่มเดินมาที่สะพานอย่างระวัง คนแรกก้าวขึ้นไปสะพานไม่สั่น เดินข้ามไปได้ตามปกติ คนที่สองตาม แล้วคนที่สาม
ในไม่นานการสัญจรบนสะพานหินแดงก็กลับมาเป็ปกติ
ค่ำคืนก่อนหุบเขาริมแม่น้ำขาว.....
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"หุบเขานิ่งแล้ว ไม่ใช่เพราะไม่มีเสียง แต่เพราะเสียงทั้งหมดในที่สุดก็พบที่ของตัวเอง ไม่ต้องลอยไปลอยมาอีก
สะพานยังยืนอยู่ ยังจะดูดบางสิ่งออกจากคนที่ข้ามต่อไป ดูดสิ่งที่พวกเขาพกมาโดยปล่อยไม่ลง
และสองคนที่ข้ามสะพานไปแล้ว ยืนอยู่อีกฝั่งของหุบเขา เบาลง แต่ไม่ว่างเปล่าขาดไปบางส่วน แต่ไม่พร่อง
เพราะคนที่ข้ามสะพานไปด้วยกัน สะพานดูดไม่ออก
เพราะคนนั้น ไม่ใช่น้ำหนักที่พวกเขาแบก แต่คือทิศทาง ที่บอกว่าต้องเดินไปทางไหน"
..สุสาส์นราคะ..