ต้วนชางหน้าตาบึ้งตึงจนบ่าวรับใช้แต่ละคนเข้าหน้าไม่ติด เขากินโจ๊กไปได้ครึ่งถ้วยก็วางลง ไป๋ฉางชิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับยิ้มแหยๆ
“ท่านพ่อบ้าน ไม่เป็นอันใดหรือขอรับ? ครั้งนี้จับไม่ได้ก็ต้องเป็นครั้งหน้า ท่านยังได้ตามแม่นางเหย้าไปเรือนฮูหยินน้อย แต่ข้านี่สิ ตามไปเฝ้าแม่นางหยวนอยู่หน้าส้วมตั้งนานสองนาน เหม็นแทบแย่”
“ข้าดูก็รู้ว่าเป็นแผนของพวกนาง” ต้วนชางทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “ตอนที่ข้าไปถึงเรือนฮูหยินน้อย ข้าเองก็รู้สึกแปลกๆ แต่ไม่รู้ว่าแปลกที่ใด?”
“นี่ท่าน...ท่านสงสัยฮูหยินน้อยด้วยหรือขอรับ?”
“หากว่าเหย้าหลีหรือหยวนจู้เป็นคนที่แอบเข้ามาในคืนนั้น ฮูหยินน้อยก็ต้องรู้เห็นเป็นใจ เพียงแต่ไม่รู้ว่าพวกนางต้องการสิ่งใดในวังจี?”
“ท่านอย่าเพิ่งกังวล ข้าจะคอยช่วยท่านสอดส่องเรือนของฮูหยินน้อยไม่ให้คลาดสายตาเลยขอรับ”
“ดี ฝากด้วยนะเสี่ยวไป๋”
“เอ๊ะ! บ่ายนี้ท่านว่าจะไปหาเสี่ยวซวงน้อยไม่ใช่หรือขอรับ?”
“ใช่ วันนี้นางบอกว่ามารดาของนางจะมาหา ข้าจะไปแอบดูว่าสตรีหน้าไม่อายที่มาหลอกลวงบุตรสาวของข้าคือผู้ใด?”
ผู้ช่วยพ่อบ้านพลันนึกถึงข้อหนึ่งขึ้นมาได้ “เสี่ยวซวงน้อยบอกว่าคนผู้นั้นสวมชุดสาวใช้ในวังจีไม่ใช่หรือขอรับ?”
“นี่ล่ะ ที่ข้าสงสัย สาวใช้ในวังจีมีร่วมร้อยคน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาตัว หากว่าคนผู้นั้นไม่ยอมรับก็ยากจะบีบคั้น สู้ให้ข้าไปแอบดูก่อนเถอะว่านางเป็นผู้ใด?”
“ข้าไปด้วยคนนะขอรับ”
“ดีเหมือนกัน ไปช่วยข้าจับตัวคนผู้นี้ที”
กัวเอินถงตื่นขึ้นก่อนฟ้าสาง นางต้องรอให้เหย้าหลีกับหยวนจู้มาอุ้มลงจากเตียง “เมื่อคืนข้าหาห้องลับในเรือนหยาดน้ำค้างเจอแล้ว แต่กลับไม่มีไข่มุกสวรรค์”
เหย้าหลีทำตาโต “ฮูหยินน้อย ท่านหาห้องลับเจอก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ส่วนของก็ค่อยๆ หาไปก็แล้วกัน”
กัวเอินถงส่ายหน้าไปมา “ยากเหลือเกิน ข้าเปิดในกล่องทั้งหมดดูแล้วกลับไม่มีเลย บางทีนี่อาจจะเป็นกับดักเอาไว้หลอกล่อคนภายนอก ข้ามาคิดดูแล้ว สกุลจีอยู่มาตั้งแต่ก่อตั้งแคว้น พวกเขาย่อมจะไม่ซ่อนของวิเศษเอาไว้ในที่ที่คนทั่วไปจะหาเจอแน่”
“แต่ว่าเรือนนั้นดูแลแน่นหนานะเจ้าคะ ดูๆ ไปน่าจะเป็นเรือนที่ซ่อนของสำคัญเอาไว้”
“เหย้าหลี เจ้าจะดูแต่ภายนอกไม่ได้ ข้าว่าเราคงต้องคอยมองหาเรือนที่น่าสงสัยใหม่เสียแล้ว”
“เจ้าค่ะ”
“พวกเจ้ารีบแต่งตัวให้ข้าเถิด ข้าจะได้ออกไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อกับท่านแม่ เพลานี้ท่านพี่ไม่อยู่ ข้าต้องแสดงความกตัญญูให้ดีๆ”
“ฮูหยินน้อย ยาปลุกวิญญาณเมื่อคืนอยู่ได้กี่ชั่วยามเจ้าคะ?”
“เป็นอย่างที่ท่านอาจารย์ได้บอกไว้ ยาเม็ดนี้ทำให้ร่างกายข้าอยู่ได้เพียงสองชั่วยาม ยังมีเหลืออีกสี่เม็ด เท่ากับโอกาสน้อยลงทุกทีแล้ว ครั้งต่อไป ต้องฝากเจ้าแล้ว” กัวเอินถงหันไปทางเหย้าหลี “แต่ก่อนอื่น เราต้องหาทางทำให้ต้วนชางเลิกจับตามองเจ้าเสียก่อน”
“ต้องเป็นวันที่ท่านชายไม่อยู่ด้วยนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นพวกเรารับศึกหลายทางไม่ไหวแน่” หยวนจู้รีบทักขึ้น
กัวเอินถงพยักหน้ารับ “ข้าต้องวางแผนให้ดี ไม่เช่นนั้น พลาดท่าเสียทีโอกาสจะช่วยเหลือพี่เยี่ยนสือต้องจบลงแน่”
เหย้าหลีพลันนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองมีนัดกับเด็กหญิงไร้มารดาผู้นั้นในยามบ่ายจึงรีบเอ่ยขอขนมที่วางอยู่บนโต๊ะจากฮูหยินน้อย
“เมื่อวานเจ้าก็เอาไปสองกล่องมิใช่หรือ?”
“เจ้าค่ะ แต่ว่าข้าเอาไปให้พวกเด็กๆ ที่โรงบริบาลด้านหลัง”
“อ้อ ถ้าเอาไปให้ลูกหลานบ่าวไพร่ในวังเจ้าก็เอาไปเถิด ขนมพวกนี้ พี่เจียสวี่อุตส่าห์ซื้อมาฝากตั้งมากมาย พวกเราสามคนกินอย่างไรก็ไม่หมดหรอก เจ้าเอาไปเถอะ เอาไว้ที่นี่ก็จะเสียทิ้งเปล่าๆ”
“ขอบพระคุณฮูหยินน้อย”
กัวเอินถงถูกเข็นออกไปที่เรือนใหญ่พร้อมด้วยสาวใช้ทั้งสองคน
ต้วนชางที่ยืนดูอยู่กับไป๋ฉางชิง รีบเดินตามไปห่างๆ เหย้าหลีใช้หางตาเหลือบมองแล้วหัวเราะหึๆ ต้วนชางเห็นนางไหวไหล่ก็นึกโมโห เขามาดหมายเอาไว้ในใจว่าจะต้องจับผิดนางให้ได้คาหนังคาเขา
ตกบ่ายเหย้าหลีหิ้วขนมดอกกุ้ยฮวาสองกล่องเดินไปยังด้านหลัง วังจี ใต้ต้นไม้ใกล้เรือนบริบาล ไม่นานเด็กชายเด็กหญิงสี่คนก็เดินออกมา
เหย้าหลียิ้มด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นพวกเขาจับจูงมือกันเรียงหน้ากระดานเข้ามาใกล้ นางจึงโบกมือข้างหนึ่งขึ้นให้กับเด็กทั้งสี่
ต้วนซวงยิ้มกว้างปล่อยมือจากสหายแล้ววิ่งตรงเข้ามาหา
“ท่านแม่! ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ”
เด็กหญิงที่เฝ้าฝันถึงการมีท่านแม่เหมือนสหายผู้อื่นมาตั้งแต่จำความได้ วิ่งตรงเข้ามาใกล้แล้วยืนทำท่าคารวะอย่างสวยงามตามที่ฝึกมา
“เจ้าเก่งจริง ไปฝึกมาจากที่ไหน?”
“เสี่ยวซวงเจ้าค่ะ ท่านแม่”
“อ้อ เสี่ยวซวง เจ้าน่าเอ็นดูเสียจริง” เหย้าหลีอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นจับศีรษะของเด็กหญิงไปมา
ทั้งสามสหายวิ่งเข้ามาทำความเคารพเหย้าหลีโดยพร้อมเพรียงกัน“คารวะ ต้วนฮูหยิน”
องครักษ์หญิงแห่งสกุลกัวตกตะลึง นางจ้องใบหน้าเล็กๆ ของเด็กทั้งสามแล้วร้องถามออกมา “เจ้าเรียกข้าว่าอะไร?”
“ต้วนฮูหยินขอรับ ก็ท่านเป็นท่านแม่ของเสี่ยวซวง ท่านก็ต้องเป็น ต้วนฮูหยิน ภรรยาของพ่อบ้านใหญ่ต้วน” เด็กชายอี๋เฉินเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ
นางรีบหันหน้าไปทางเด็กหญิงเสี่ยวซวงที่ยืนกอดแขนอยู่ข้างๆ “ใช่แล้วท่านแม่ พวกเราคือคนสกุลต้วนเจ้าค่ะ”
เหย้าหลีตกใจถึงกับปล่อยให้กล่องขนมตกลงพื้น เด็กสามคนรีบกรูเข้ามาช่วยกันเก็บกล่องขนมขึ้น
“ท่านแม่ ตกใจอันใดหรือเจ้าคะ?”
หญิงสาวที่ถูกเด็กน้อยแอบอ้างว่าเป็นท่านแม่ทรุดกายลงนั่งจับแขนของเด็กหญิงต้วนซวงเอาไว้ “เสี่ยวซวง ถ้าเจ้าแซ่ต้วนเราคงเป็นแม่ลูกกันไม่ได้แล้ว”
“ทำไมเล่าเจ้าคะ? เราตกลงกันแล้วนะ”
“ก็....ก็....” เหย้าหลีว้าวุ่นใจ นางกำลังคิดหาเหตุผลที่จะทำให้เด็กหญิงสกุลต้วนตรงหน้าเลิกเรียกนางว่าท่านแม่ก่อนที่ต้วนชางจะมาได้ยินเข้า
พลันสิ่งที่เหย้าหลีกลัวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า พ่อบ้านใหญ่ต้วนโผล่ออกมาจากต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลออกไปนัก
“นั่นน่ะสิ ในเมื่อเจ้าตกลงกับลูกของข้าเอาไว้แล้วว่าจะเป็นมารดาของนาง ถ้าเช่นนั้นก็ควรจะทำตามสัญญา”
“พ่อบ้านต้วน!” ใบหน้าของหญิงสาวเผือดสี นางอุตส่าห์พยายามไม่ข้องเกี่ยวกับเขา แต่กรณีของเสี่ยวซวงน้อยเกินความคาดหมาย หากเป็นเช่นนี้ เขาคงจะคิดว่านางมีแผน
“แม่นางเหย้า เจ้าเมตตาลูกสาวข้าเสียจริง แอบมาเป็นท่านแม่ให้นางเสียด้วย ข้าคงต้องขอบคุณเจ้าสักหน่อยแล้ว”
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว ขะ ข้าไม่รู้ว่าเสี่ยวซวงเป็นลูกสาวของท่าน”
ต้วนซวงหน้าเสีย ในเมื่อท่านพ่อของนางมาเห็นท่านแม่คนงามเข้า สัญญาที่ตกลงกันไว้ก็คงจะต้องเลิกล้ม เด็กหญิงกลัวว่าตนเองจะสูญเสียมารดาไปจึงรีบหันไปหาบิดา
“ท่านพ่อเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้บอกเรื่องท่านแม่ให้ท่านรู้นี่? ท่านพ่อแอบตามข้ามาหรือเจ้าคะ?”
ต้วนชางเดินเข้าไปยืนประจันหน้ากับเหย้าหลี ยกยิ้มมุมปาก “เจ้าไม่ได้บอก แต่พ่อบังเอิญเดินมาได้ยินเข้าว่าเจ้ามีท่านแม่” เขายื่นมือไปกุมแขนเล็กๆ ของบุตรสาวเอาไว้ แล้วก้มหน้าไปหา “เสี่ยวซวงน้อย ในเมื่อเจ้ามีท่านแม่แล้วก็ให้พ่อได้ทำความรู้จักกับท่านแม่ของเจ้าสักหน่อยได้หรือไม่?”
เด็กหญิงยิ้มกว้าง ปล่อยมือจากเหย้าหลีหันมากระตุกแขนเสื้อบิดา “ท่านพ่อต้องสัญญาก่อนว่าต่อไปจะยอมให้ท่านแม่มาหาข้า”
“มะ ไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดนะ พ่อบ้านต้วน” หญิงสาวพูดแล้วคิดจะผละจากไป ทว่าเขากลับคว้าแขนของนางเอาไว้
“เจ้าจะไปไหน? ท่านแม่ของเสี่ยวซวง”
****************
