คุณชายตระกูลหยู
ใบหน้าของหวู่เถียนอี้นั่นเย็นชาอยู่แล้วแต่ความเย็นชาของนางทำให้นางดูงดงามยิ่งขึ้นบวกกับรูปร่างและกลิ่นอายของนางทำให้พวกเสวี่ยฟานเริ่มเกิดความคิดชั่วร้ายออกมาทันที“ใสหัวออกไป” หวู่เถียนอี้กล่าวพร้อมกับชี้นิ้วออกไปเปลวเพลิงก็ปะทุพลังออกมาโจมตีใส่พวกเสวี่ยฟานทันที“แย่แล้ว!!!!!!!!!” เสวี่ยฟานตื่นตระหนกและปลดปล่อยจิตวิญญาณดอกบัวเหมันต์ระดับศักดิ์สิทธิ์ออกมาทันที“ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่มนุษย์งั้นเหรอทำไมพลังของนางถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้” เสวี่ยฟานคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก“พี่ชายฟานข้าว่านางต้องเป็นสมุนไพรเซียนอย่างแน่นอน” ทั้งสามใช้พลังของจิตวิญญาณเพื่อต้านทานการโจมตีของหวู่เถียนอี้เอาไว้ได้“ถอยก่อนพลังของนางนั้นมากกว่าพวกเรา” เสวี่ยฟานนั้นตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดและถอยหลับไปทันที“เจ้าจะไม่ฆ่าพวกมันงั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าว“เจ้าคิดหลอกจะใช้ข้าเป็นเครื่องมือสังหารคนงั้นเหรอ” หวู่เถียนอี้กล่าว“ชิ!!! ผู้หญิงคนนี้ฉลาดชะมัด” ฟางเฉินอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าผิดหวัง“เอาละงั้นข้าเองก็คงต้องไปบ้างแล้ว เอาไว้เจอกันเมือ่เวลาที่ประตูของเส้นทางวิญญาณเปิดอีกครั้ง” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับเคลื่อนใหวทันทีฟางเฉินเคลื่อนใหวไปคนละทิศกับพวกเสวี่ยฟานเพราะฟางเฉินไม่ต้องการที่จะพบกับพวกเสวี่ยฟานตอนนี้“ตอนนี้ข้าต้องรีบทำให้รากฐานของระดับสวรรค์ขั้นสูงสุดมั่นคงให้ได้ก่อนไม่อย่างงั้นก็ไม่สามารถสู้กับพวกครึ่งเซียนได้แน่” ฟางเฉินกล่าว“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าควรสร้างระเบิดเพลิงอสนีออกมาเยอะๆเจ้าก็ไม่เชื่อ” ความโลภกล่าว“ระเบิดนั่นเป็นไพ่ตายของข้า ข้าเลยไม่อยากจะใช้มันเยอะและข้าอยากจะใช้พลังของข้าในการสังหารพวกมันมากกว่า” ฟางเฉินกล่าว“แต่ระเบิดนั่นก็เป็นพลังของเจ้าไม่ใช่เหรอ” ความโลภกล่าว“นั่นมันก็ใช่แต่เจ้าก็รู้ว่าระเบิดนั่นทรงพลังแค่ใหน ไม่ใช่แค่ศัตรูมันอาจจะเป่าข้าจนเป็นจุนได้เช่นเดียวกัน ยังดีที่ข้ามีโล่เหล็กที่สร้างด้วยวัสดุพิเศษทำให้มันทนทานพิเศษ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับนึกถึงแรงรเบิดเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่แรงระเบิดจากเพลิงอสนีแต่ยังมีใบมีดที่กระจายออกมาอีกด้วย“หืม!!!!” ในตอนนั้นเองฟางเฉินก็รู้สึกตัวว่ามีคนตามมาและเมื่อหันไปฟางเฉินก็เห็นหวู่เถียนอี้กำลังตามมาอยู่“นี่เจ้าจะตามข้ามาทำไม” ฟางเฉินกล่าว“แน่นอนว่าข้าต้องติดตามเจ้าไปเพราะถ้าเกิดเจ้าเป็นอะไรหรือว่าเจ้าคิดจะผิดสัญญาข้าก็ต้องรออีกหลายปีกว่าจะหาคนใหม่ได้” หวู่เถียนอี้กล่าว“ข้าไม่ผิดสัญญาหรอกน่า แต่เจ้าตามข้ามาแบบนี้ข้าก็จะทำอะไรได้ลำบาก” ฟางเฉินกล่าว“เจ้าไม่จำเป็นต้องใส่ใจข้าหรอกทำสิ่งที่เจ้าต้องการได้เลย ส่วนข้าจะคอยตามอยู่ห่างๆ” หวู่เถียนอี้กล่าว“ผู้หญิงคนนี้มันอะไรกัน” ฟางเฉินกล่าวจากนั้นฟางเฉินก็ทำการล่าพวกอสูรและเก็บสมุนไพรด้วย ซึ่งการที่ฟางเฉินมีจิตวิญญาณดวงตาทำให้ฟางเฉินสามารถมองหาสมุนไพรและอสูรได้อย่างไม่ยากเย็น และหวู่เถียนอี้เองก็สังเกตฟางเฉินอยู่ห่างๆ นางนั้นเกิดสนใจในตัวของฟางเฉินขึ้นมาเพราะในฐานะมนุษย์คนหนึ่งฟางเฉินกลับมีจิตวิญญาณถึงสองดวงและแต่ละดวงก็ยังทรงพลังอย่างถึงที่สุดอีกด้วย“หืม มีกลุ่มคนกำลังมางั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับหันไปมองด้านข้าง“เห๋ สหายเจ้าอยู่คนเดียวงั้นเหรอ” ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาฟางเฉินและในมือของเขาถือค้อนขนาดใหญ่อยู่“ใช่แล้ว” ฟางเฉินกล่าว“ฮ่า ฮ่า เหมือนกับข้าเลย ข้าเองก็อยู่คนเดียว นี่สหายเจ้าอยากร่วมเดินทางกับข้าใหม” ชายร่างใหญ่ถือค้อนกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม“ไม่ละ ข้าถนัดเดินทางคนเดียว” ฟางเฉินปฏิเสธ“งั้นเหรอ ถ้างั้นเอาไว้เจอกันอีก” ชายร่างใหญ่กล่าวและเดินจากไปทันทีแต่เมื่อชายร่างใหญ่จากไปกลุ่มหญิงสาวจากนิกายเทพธิดาก็ปรากฏด้วยใบหน้าที่โกรธเกรี้ยว“นั่นมันคุณชายเจียงเฉินนี่ คุณชายปลอดภัยดีสินะ” หญิงสาวจากนิกายเทพธิดากล่าว“อืม ข้าไม่เป็นอะไรแต่พวกเจ้าต้องเก็บเรื่องนั้นเอาไว้เป็นความลับด้วยละ” ฟางเฉินกล่าว“แน่นอน พวกเราจะเก็บเป็นความลับแน่ แต่ว่าคุณชายตอนนี้เรายังไม่มีอะไรจะตอบแทนท่าน และตอนนี้เรากำลังตามหาคนโรคจิตอยู่ไม่ทราบว่าคุณชายเห็นชายร่างใหญ่ที่ถือค้อนมาทางนี้ใหม” หญิงสาวจากนิกายเทพธิดากล่าว“เขาไปทางนั้น” ฟางเฉินชี้ไปยังเส้นทางที่ชายร่างใหญ่ไปอย่างไม่ลังเล “ขอบคุณคุณชายเจียงเฉินมาก ไปพวกเรารับไปฆ่ามันบังอาจมาแบดูหญิงสาวอาบน้ำให้อภัยไม่ได้” กลุ่มหญิงสาวจากนิกายบเทพธิดาคำรามออกมาและวิ่งไปทางที่ชายร่างใหญ่ไป“ที่แท้ก็เป็นคนโรคจิตงั้นเหรอ โชคดีที่ข้าไม่ไปเกี่ยวข้องกับชายคนนั้น” ฟางเฉินคิดหลังจากฟางเฉินกำลังเดินทางอย่างสบายใจอยู่นั้น ตอนนั้นเองก็ปรากฎกลุ่มคนจำนวนมากกำลังวิ่งไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งทำให้ฟางเฉินเกิดความสนใจ“พี่ชายไม่ทราบว่าพวกพี่ชายกำลังจะไปใหนงั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าว“เจ้าไม่รู้งั้นเหรอน้องชาย เมื่อไม่นานมีข่าวว่ากลุ่มคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์พบเจอสถานที่ลับซึ่งว่ากันว่าเป็นการทดสอบของเส้นทางวิญญาณ ปกติแล้วแทบจะไม่มีใครเคยพบมัน แต่ครั้งนี้โชคดีที่คนของแดนศักดิ์สิทธิ์พบมันดังนั้นหลายๆคนจึงไปที่นั่นเพื่อที่จะทดสอบพลังของตัวเองและถ้าใครผ่านการทดสอบที่ว่าได้ก็จะได้รับรางวัลที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกด้วย” ชายที่ถูกฟางเฉินถามกล่าวขึ้น“แล้วมันเป็นการทดสอบแบบใหนงั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าว“ข้าเองก็ไม่รู้ ถ้าเจ้าไปที่นั่นเดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้เอง” ชายคนนั้นกล่าวและรีบจากไปทันทีฟางเฉินเกิดความสนใจและคิดว่าพวกเย่เซียนอาจจะอยู่ที่นั่นก็ได้ดังนั้นฟางเฉินจึงมุ่งหน้าตามชายคนนั้นไป ไม่นานฟางเฉินก็มาถึงสถานที่ลับซึ่งมีหอคอยขนาดใหญ่อยู่ ซึ่งหลายๆคนต่างก็กำลังมองดูกลุ่มคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เข้าทดสอบ“ฟางเฉิน!!!!” เย่เซียนเห็นฟางเฉินจึงรีบพุ่งเข้ามาหาทันที“เซียนเอ๋อเจ้าปลอดภัยดีสินะ แล้วก็ยินดีด้วยกับพี่สาวเย่หลานที่สามารถทะลวงสู่ระดับครึ่งเซียนได้” ฟางเฉินกล่าว“เจ้าเองก็มาถึงระดับสวรรค์ขั้นสูงสุดแล้วมิใช่หรือ เอาเถอะ ตอนนี้เรามาดูคนพวกนั้นทดสอบกันดีกว่า” อู่เย่หลานกล่าว“คนพวกนั้นคือ” ฟางเฉินกล่าว“ชายที่เป็นหัวหน้าคือ หยูฮ่าวดูเหมือนว่าจะเป็นคุณชายจากตระกูลหยูในแดนศักดิ์สิทธิ์หนะ” อู่เย่หลานกล่าวทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของอู่เย่หลานฟางเฉินก็กลายเป็นเย็นชาหมัดของฟางเฉินกำแน่นจนปรากฎเลือดใหลออกมา