“นายท่านขอรับ เสบียงที่ขนออกมาพร้อมแล้วขอรับ” หลงเปียวกลับมารายงานนายของตัวเอง
หลังจากหลงเปียวรู้ความจริงเกี่ยวกับการตายของน้องสาว เขาก็เกิดความรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดกับการกระทำที่ผ่านมาของตนเอง เขาจึงอาสาทำงานเพื่อชดเชยความผิดก่อนที่จะเข้ารับโทษตามความผิดที่แท้จริง
“ไม่มีความผิดพลาดใดเกิดขึ้นเลยอย่างนั้นหรือ” จางฉีซื่อถามอย่างไม่วางใจ
“ไม่มีขอรับ วันนี้แม่ทัพใหญ่เปาเรียกประชุมหัวหน้ากองเพื่อเตรียมรับศึกที่ชายแดน ทำให้เหลือทหารที่ทำหน้าที่เฝ้าห้องเสบียงอยู่ไม่กี่คน” หลงเปียวตอบอย่างไม่มีพิรุธ
“เวลานี้หลิวซ่งเหออยู่ที่ใด” จางฉีเซียนถามขึ้น
“ข้ากักตัวเขาไว้ก่อน รอเราส่งมอบเสบียงเสร็จ จึงจะปล่อยตัวเขาออกมา พร้อมกันนั้นก็จะเริ่มปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขาและพระชายาขอรับ”
“เจ้าทำงานได้ดีมาก เจ้าอย่าลืมว่าน้องสาวของเจ้าตายอย่างไร เจ้าต้องทำให้หลินอ๋องอยู่อย่างไม่มีความสุขเช่นเดียวกับน้องสาวของเจ้า” จางฉีซื่อพูดย้ำกับหลงเปียว
“ขอรับ ข้าจะจำไว้” หลงเปียวพยายามกลั้นโทสะและกำมือของตัวเองไว้แน่น
เมื่อหลงเปียวเดินออกจากห้องไป จึงเหลือแต่จางฉีซื่อและจางฉีเซียน สองพ่อลูกนั่งปรึกษากันต่อ
เนื่องจากความสำเร็จของการลักลอบขนเสบียง จางฉีเซียนจึงคิดจะเร่งดำเนินการตามแผนของตนเองเช่นกัน นางคาดว่าเวลานี้ที่ค่ายทหารคงจะรู้แล้วว่าเสบียงถูกลักลอบขนออกไป หลินอ๋องและตงอ๋องจะต้องนำองครักษ์และทหารในจวนไปร่วมตรวจสอบด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้การรักษาความปลอดภัยในจวนลดน้อยลง
จางฉีเซียนคิดไว้ว่า ก่อนที่หลงเปียวจะประกาศความสัมพันธ์ระหว่างพระชายาและหลิวซ่งเหอที่เป็นคนร้ายลักลอบขนเสบียง นางจะต้องวางยาและจัดฉากรักให้กับหลิวจางหมิ่นเสียก่อน เพื่อทำให้หลิวจางหมิ่นสูญเสียความไว้ใจจากหลินอ๋อง เมื่อไม่ได้รับไว้วางใจจากหลินอ๋องแล้ว หลิวจางหมิ่นก็จะต้องถูกปลดจากตำแหน่งพระชายาในที่สุด
“ท่านพ่อเจ้าคะ เราต้องเร่งแผนการของเราให้เร็วขึ้นแล้วล่ะเจ้าค่ะ”
“เจ้าจะทำอย่างไร”
“เราต้องสร้างสถานการณ์ให้เกิดความบาดหมางระหว่างหลินอ๋องและพระชายาอย่างไรล่ะเจ้าคะ”
“เจ้าจะทำได้อย่างไร เวลานี้การรักษาความปลอดภัยที่จวนอ๋องเป็นไปอย่างแน่นหนา”
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะเจ้าค่ะ ท่านพ่อแค่รับผิดชอบเรื่องขนย้ายเสบียงออกไปก็พอ”
“เจ้าต้องรอบคอบให้มาก” พูดจบจางฉีซื่อก็รีบเดินออกไป
“ซื่อหนิง ป่านนี้พ่อของเจ้ายังไม่กลับมาเลย แม่กลัวว่าพ่อของเจ้าจะได้รับอันตราย” จูหม่านชิงพูดกับลูกสาวอย่างกังวล
“ท่านพ่อบอกว่าจะไปดื่มสุรากับเพื่อนไม่ใช่หรือเจ้าคะท่านแม่ ข้าว่าท่านพ่อคงจะเมาจนกลับบ้านไม่ไหว ท่านแม่รออีกสักพักเถอะเจ้าค่ะ เมื่อท่านพ่อสร่างเมาแล้วก็คงจะกลับมาเอง”
“เจ้าไม่เป็นห่วงพ่อของเจ้าเลยใช่ไหม” จูหม่านชิงผลักลูกสาวออกไปด้วยความโกรธ
“ข้าจะไม่เป็นห่วงท่านพ่อได้อย่างไรเจ้าคะ แล้วท่านแม่รู้หรือไม่เจ้าคะว่าท่านพ่อไปดื่มสุรากับเพื่อนที่ใด”
“เอ่อ...ข้าไม่มั่นใจ น่าจะเป็นนายทหารที่เฝ้าประตูห้องเสบียง”
“นายทหารที่เฝ้าประตูห้องเสบียงหรือเจ้าคะ ข้าจะลองไปสอบถามเขาดู ท่านแม่รออยู่ที่นี่นะเจ้าคะ”
หลิวซื่อหนิงเดินออกจากบ้านไป ก่อนที่จะถึงห้องเสบียงก็พบเข้ากับนายทหารคนหนึ่งเดินเข้ามาส่งจดหมายให้นาง และกำชับว่าให้นางรีบอ่านจดหมายก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป หลิวซื่อหนิงรีบเปิดจดหมายออกอ่านก็ตกใจจนเกือบจะยืนไม่อยู่ นางรีบเดินไปตามที่อยู่ที่เขียนบอกไว้ในจดหมาย
“เจ้าคือหลิวซื่อหนิงอย่างนั้นหรือ” จางฉีเซียนหันกายมาถามเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา
“เจ้าค่ะ คุณหนูคือผู้ใดหรือเจ้าคะ”
“หากเจ้าอยากให้พ่อของเจ้าปลอดภัย เจ้าต้องทำงานให้ข้าอย่างหนึ่ง” จางฉีเซียนไม่ตอบคำถาม แต่บอกวัตถุประสงค์ของตัวเองแทน
“ทำงานให้กับท่าน เหตุใดข้าต้องทำงานให้กับท่านด้วย และข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าหากข้าทำงานให้กับท่านสำเร็จแล้วท่านจะไม่ทำอันตรายพ่อของข้า” หลิวซื่อหนิงพูดอย่างไม่ไว้ใจ
“เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะมาถามข้า งานนี้ถึงเจ้าไม่อยากทำก็ต้องทำ เพราะชีวิตของพ่อเจ้าอยู่ในมือของข้า”
“ท่านต้องการให้ข้าทำสิ่งใดให้อย่างนั้นหรือ” หลิวซื่อหนิงข่มอารมณ์โกรธถามออกไป
“ข้ารู้มาว่า เจ้าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพระชายา และนางก็รักและเชื่อใจเจ้ามาก ข้าอยากให้เจ้านำสิ่งนี้ไปให้พระชายาดื่ม” จางฉีเซียนยื่นขวดยาให้กับหลิวซื่อหนิง
“มันเป็นยาอะไรหรือเจ้าคะ”
“เจ้าไม่ต้องถามให้มากความ หากอยากให้พ่อของเจ้ามีชีวิตรอด ข้าว่าเจ้าควรรีบไปทำงานตามที่ข้าบอกให้สำเร็จโดยไวจะดีกว่า”
หลิวซื่อหนิงรับขวดยามาถือไว้และเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับมามองจางฉีเซียนเลยแม้แต่น้อย
“พระชายา แม่นางหลิวซื่อหนิงมาขอพบเจ้าค่ะ” บ่าวรับใช้เดินเข้ามารายงานหลิวจางหมิ่น
“ซื่อหนิงหรือ รีบไปเชิญนางเข้ามา” หลิวจางหมิ่นบอกกับบ่าวรับใช้ ก่อนที่จะหันไปพูดกับสาวใช้ข้างกาย “ชิงเหยียน เจ้าเข้าไปหยิบยาแก้พิษของท่านอ๋องมาให้ข้า ชิงฮุ่ย เจ้าไปแจ้งองครักษ์เงาด้านนอก หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับข้า ให้พวกเขาตามไปเงียบๆ ยังไม่ต้องให้พวกเขาออกมาแสดงตัว คืนนี้เราอาจจะต้องช่วยท่านอ๋องจับคนร้าย”
หลิวจางหมิ่นนึกถึงคำพูดของสามี ถึงแม้นางจะเชื่อใจหลิวซื่อหนิง แต่นางไม่ไว้ใจท่านลุงและท่านป้าสะใภ้ และที่สำคัญหลิวจางหมิ่นต้องการจะพิสูจน์ความจริงใจของญาติผู้น้องคนนี้ด้วยตัวเอง