ตอนที่ 48 สุนัขที่ดีไม่ยืนขวางทาง เข้าใจหรือไม่?
ทันทีที่ฟ้ามืด ประตูหอฉางเล่อฟางก็เหมือนกำลังจะพังทลาย เพราะในขณะนี้ มีบุรุษจำนวนมากกำลังหลั่งไหลเข้ามาที่หอฉางเล่อฟาง
สาเหตุก็คือในตอนเย็น หลินจิ่วเหนียงบอกให้คนจากหอฉางเล่อฟางวิ่งไปรอบเมือง ในขณะที่วิ่งก็ให้ตะโกนไปด้วยว่า “คืนนี้นางคณิกาชั้นสูงหรูเมิ่งแห่งหอฉางเล่อฟาง จะร่ายรำในค่ำคืนอันร้อนแรง”
ทันทีที่มีประเด็นนี้ บุรุษทุกคนในเมืองอันเล่อต่างก็หวั่นไหว พวกเขาเคยได้ยินเพียงชื่อของนางคณิกาชั้นสูงหรูเมิ่ง แต่ไม่เคยเห็นนางตัวจริงเลย ไม่ต้องพูดถึงการร่ายรำ
นางคณิกาชั้นสูงหรูเมิ่งร่ายรำ...
ชายหนุ่มต่างตาลุกวาว ด้วยเอวอ่อนราวไร้กระดูก และความงามที่ไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้ของหรูเมิ่ง หากนางร่ายรำ ชายใดจะต้านทานได้บ้าง?
เพียงเพื่อดูการร่ายรำอันงดงามของหรูเมิ่งด้วยตาตัวเอง พวกเขาก็ยินดีที่จะจ่ายเงินจำนวนมาก
เมื่อมีผู้สนับสนุนทางการเงินเข้ามา เวทีก็ถูกจัดขึ้นที่หอฉางเล่อฟาง ทุกคนที่เข้ามาต่างเหม่อมองเวทีที่แตกต่างจากเมื่อก่อน พร้อมเผยรอยยิ้มลามก
เป็นเพราะเหตุนี้ จึงมีความคาดหวังมากขึ้น
เถ้าแก่จ้าวยืนอยู่บนชั้นสอง ขณะมองดูทุกสิ่งด้านล่างและยกยิ้มมุมปาก ดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะตัดสินใจได้ฉลาดมากจริง ๆ
เขาจ้องมองสตรีที่อยู่ข้าง ๆ ดวงตาของเขาฉายแววชื่นชมมากขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากจำนวนแขกที่เข้ามาตอนนี้มีมากกว่าก่อนหน้ามาก นางจึงสมควรได้รับความชื่นชมจากเขา
ไม่มีชายคนไหนที่กล้าหาญเท่านาง เพื่อให้หรูเมิ่งยอมขึ้นแสดง นางบอกว่าจะจ่ายเงินปันผลให้ทันที โดยเงินปันผลนั้นอาจเป็นสองสามร้อยตำลึงหรือมากกว่านั้นก็ได้ หรูเมิ่งไม่แม้แต่จะคิด และสัญญาว่าจะขึ้นแสดงทันที
ทักษะในการจัดการสิ่งต่าง ๆ เช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่สตรีธรรมดาจะมีได้
ความอยากรู้อยากเห็นของเถ้าแก่จ้าวยิ่งเพิ่มมากขึ้น
หลินจิ่วเหนียงเพิกเฉยต่อสายตาครุ่นคิดของอีกฝ่าย แล้วยืดตัวขึ้น “เถ้าแก่จ้าว หากไม่มีเรื่องอันใดแล้ว ข้าก็ขอตัวออกไปก่อน จัดเวทีตามที่ข้าบอก และให้ลำดับการแสดงดำเนินไปตามที่ข้าบอกด้วย ต้องให้หรูเมิ่งออกมาตอนจบ ข้าเกรงว่าคืนนี้ที่นั่งของเจ้าจะเต็มเป็นแน่”
เถ้าแก่จ้าวขมวดคิ้ว “เจ้าไม่อยู่ดูให้จบก่อนหรือ?”
“ไม่จำเป็น” หลินจิ่วเหนียงส่ายหัว นางเป็นคนริเริ่มคิดความคิดนี้ขึ้นมา แต่เป็นแค่คนธรรมดา เมื่อพูดถึงเรื่องการเต้นรำ นางแค่บอกใบ้เพียงเล็กน้อย หญิงสาวในหอฉางเล่อฟางก็เข้าใจทันที และนางก็ไม่จำเป็นต้องพูดอันใดอีก
เมื่อพูดถึงการหยอกล้อและยั่วยวนผู้ชาย หญิงสาวเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริง แค่ต้องเอาชนะใจชายให้ได้เท่านั้น ส่วนที่เหลือก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว
“หลังจากที่เจ้าจัดการบัญชีพรุ่งนี้แล้ว ก็แบ่งส่วนแบ่งของข้ามาให้ข้า”
หลังจากพูดจบ หลินจิ่วเหนียงก็หันหลังเดินออกจากประตูหลังไป โดยไม่สนใจคำเชิญชวนให้อยู่ต่อของอีกฝ่าย
จะบ้าหรือ นางยุ่งมาตั้งแต่บ่าย จะไม่เหนื่อยได้อย่างไร?
ต้องรอดูจนถึงเที่ยงคืน เสียใจด้วย นางไม่สนใจ นางอยากกลับบ้านไปนอน
หลังจากออกไปข้างนอกจนกลิ่นแป้งที่ลอยคละคลุ้งจางหายไป หลินจิ่วเหนียงถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางหันกลับไปมองหอฉางเล่อฟางข้างหลังนางแล้วยกยิ้มอ่อน นางสร้างสัมพันธ์อันดีแล้วใช่หรือไม่?
ชื่อเสียงของหอฉางเล่อฟางแพร่ไปทั่ว อิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังนั้นเกี่ยวพันกันซับซ้อนมาก ใครจะกล้าทำให้คนของหอฉางเล่อฟางขุ่นเคือง?
หลินจิ่วเหนียงสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเดินกลับบ้าน
แต่คนตรงหน้านางกำลังขวางทางนาง หลินจิ่วเหนียงขมวดคิ้ว เหตุใดนางถึงเจอนังหญิงชาเขียวคนนี้อีก?
หลินจิ่วเหนียงไม่ได้ตั้งใจจะหยุด แต่ถูกใครบางคนหยุดไว้
เมื่อเห็นท่าทางเย่อหยิ่งของสาวใช้ตรงหน้า หลินจิ่วเหนียงก็อดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “สุนัขที่ดีไม่ยืนขวางทาง เข้าใจหรือไม่?”
ใบหน้าของเสี่ยวจวี๋บึ้งตึง นางกัดฟันถาม “เจ้าว่าใครเป็นสุนัขา?”
“ใครรับก็คนนั้นแหละ!” หลินจิ่วเหนียงยิ้มเยาะ แล้วปัดมือของศัตรูที่มาขวางทางออก แล้วเตรียมจะเดินต่อไป
“แม่นางหลิน โปรดหยุดก่อน” จ้าวหย่าฉีตะโกนบอกหลินจิ่วเหนียง แววตาชั่วร้ายฉายแววผ่านนัยน์ตาคู่งาม แต่แล้วนางก็กลับมามีหน้าตาใสซื่อไร้เดียงสาอย่างรวดเร็
เสี่ยวจวี๋ดูไม่เต็มใจ แต่นางยังคงก้มหัวกล่าวคำขอโทษ
“ฮ่าฮ่า ข้าไม่อาจรับคำขอโทษเช่นนี้ได้ แค่ดูแลสุนัขของเจ้าให้ดี อย่าปล่อยให้มันเห่าและกัดคนไปทั่ว เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่จะใช้คำขอโทษเสแสร้งแก้ปัญหาได้ มันเป็นแค่การเอาตัวรอด” หลินจิ่วเหนียงยิ้มเย็นชา คำพูดของนางทำให้สีหน้าของทั้งนายและบ่าวเปลี่ยนไป
เสี่ยวจวี๋ไม่พอใจและอยากจะพูด แต่ถูกจ้าวหย่าฉีห้ามไว้
“แม่นางหลินแนะนำข้าเช่นนี้ เจ้าไม่ต้องกังวล เมื่อข้ากลับไป ข้าจะสั่งสอนสาวใช้ของข้าเอง” จ้าวหย่าฉีกล่าวอย่างสงบ
“เจ้าจะสอนบทเรียนให้นางหรือไม่มันเกี่ยวอันใดกับข้า? ข้าไม่ได้สนใจอยากรู้ หากเจ้ามีความสามารถ ก็สั่งสอนนางเสียเดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องรอจนกว่าเจ้าจะกลับไปหรอก เรื่องการสั่งสอนนอกสถานที่ หากเจ้าสั่งสอนได้ไม่เก่ง ข้าสามารถให้คำแนะนำเจ้าได้”
หลินจิ่วเหนียงพูดประชด สายตานางเหมือนจะสื่อความหมายว่า เร็วเข้า เร็วเข้า ข้ารอดูอยู่
จ้าวหย่าฉีสำลักไปกับไพ่ที่ไม่ธรรมดาของคู่ต่อสู้ นางไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อเขาเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะจากไป นางก็รีบพูดว่า:
“แม่นางหลินเพิ่งออกมาจากหอฉางเล่อฟางหรือ?”
หลินจิ่วเหนียงหยุดเดิน แล้วหันกลับมา “แล้วอย่างไร เจ้าอยากจะพูดอันใด?”
จ้าวหย่าฉีหัวเราะเบา ๆ ท่าทางของนางเริ่มเย่อหยิ่ง “ข้าแค่อยากบอกแม่นางหลินว่า ปกติคนที่เข้าไปในหอฉางเล่อฟางย่อมไม่สามารถออกมาได้ ข้าได้ยินมาว่าบุตรสาวสองคนของแม่นางหลินถูกขายให้กับหอฉางเล่อฟาง เจ้ามาที่นี่เพื่อรับตัวลูกสาวใช่หรือไม่?”
“แต่ตอนนี้แม่นางหลินออกมาคนเดียว เกรงว่าคงจะถูกไล่ออกมาสิท่า”
เมื่อพูดจบ ทั้งนายและบ่าวต่างยกมือขวาขึ้น ใช้แขนเสื้อปิดป้องปากขณะหัวเราะ
“แล้วอย่างไร?” หลินจิ่วเหนียงเหลือบมองนาง “ตลกมากนักหรือ?”
“ไม่ตลก”
จ้าวหย่าฉีเริ่มจริงจัง “หากเข้าไปแล้ว ย่อมไม่อาจไถ่ตัวออกมาได้ แล้วหากข้าช่วยเจ้า ด้วยการเข้าไปไถ่ตัวลูกสาวเจ้าออกมาเล่า จะว่าอย่างไร?”
ขนมตกลงมาจากฟ้างั้นหรือ?
น่าเสียดายที่หลินจิ่วเหนียงไม่เคยเชื่อว่าขนมจะตกลงมาจากฟ้า นางยกยิ้มอ่อน แล้วมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าชั่วร้าย “เงื่อนไขเป็นอย่างไร?”
นางอยากรู้ว่าหญิงคนนี้คิดจะมาไม้ไหน?
“คุกเข่าขอร้องข้า”จ้าวหย่าฉีเชิดหน้าด้วยสายตาดูถูก “ตราบใดที่เจ้าคุกเข่าคำนับต่อหน้าข้า ข้าจะช่วยพาลูกสาวของเจ้ากลับคืนมา ว่าอย่างไร?”
จ้าวหย่าฉีรอให้อีกฝ่ายคุกเข่าลงอย่างมั่นใจ นางมั่นใจมากว่าอีกฝ่ายจะต้องคุกเข่าขอร้องนาง เพราะหญิงคนนี้รักลูกของตัวเองมาก และนางเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยให้นางช่วยเหลือลูกสาวได้
ดังนั้น เมื่อต้องเผชิญกับคำขอร้องของศัตรู จ้าวหย่าฉีจึงยืดหน้าอกตรง เพื่อทำให้ตัวเองดูมีเกียรติและสง่างามมากขึ้น
หลังจากที่หลินจิ่วเหนียงมองไปที่อีกฝ่าย นางก็สรุปได้ว่าสตรีผู้นี้จิตป่วย
จากนั้นก็มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ แล้วพูดว่า “หน้าตาก็ค่อนข้างสะสวย แต่น่าเสียดายที่สมองมีปัญหา หากป่วยก็รีบไปรักษาให้ทันท่วงที อย่าออกมาเพ่นพ่านให้ตัวเองต้องอับอาย”
หลังจากพูดจบ นางก็หันหลังเดินจากไป
ใบหน้าของจ้าวหย่าฉีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ นางมั่นใจเรื่องนี้มาก แต่ตอนนี้นางถูกตบหน้า เพราะอีกฝ่ายไม่สนใจนางเลย
นางทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะคำรามว่า เจ้าไม่ขอร้องข้า เจ้าไม่คิดจะช่วยลูกสาวสองคนของเจ้าหรือ เจ้าจะเฝ้าดูพวกนางตกลงไปในเหวหรือ?”
“นั่นคือชีวิตของพวกนาง ไม่เกี่ยวอันใดกับข้า!”
เสียงของหลินจิ่วเหนียงดังขึ้นก่อนที่ร่างนางจะหายไปในความมืด ทำให้ใบหน้าของจ้าวหย่าฉีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
หลังจากที่สาวใช้ของนางออกมาจากหอฉางเล่อฟาง และรู้ว่าสองคนนั้นได้รับการไถ่ตัวแล้ว นางก็อดไม่ได้ที่จะกัดฟัน
นังแพศยา ปรากฏว่านางไถ่ตัวเด็กเรียบร้อยแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่นางสงบนิ่งมาก แค่รอหัวเราะเยาะเท่านั้น
เมื่อนึกถึงสิ่งที่อีกฝ่ายพูดก่อนหน้านี้ ใบหน้าของจ้าวหย่าฉีก็ร้อนผ่าวด้วยไฟโทสะ หลินจิ่วเหนียงเป็นหญิงชั่วน่ารังเกียจ นางจะไม่มีวันปล่อยไปแน่นอน
...............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
มาหาเรื่องอะไรอีกแม่ดอกบัวขาว จะมาสมัครเป็นนางโลมหอฉางเล่อฟางเหรอ
ไหหม่า(海馬)